อ่านละคร อาญารัก ตอนที่ 9/5 วันที่ 14 เม.ย. 56


อ่านละคร อาญารัก ตอนที่ 9/5 วันที่ 14 เม.ย. 56

“ไม่ได้ สองคนไปกับพ่อ เกิดเจอมันตามลำพัง มันเล่นงานถึงตายแน่”
“แล้วผมเล่าครับ” เอกถาม
“เอ็งดูลาดแถวนี้ไว้ ถ้ามีอะไรผิดปกติ เอ็งยิงปืนสองนัด ข้าจะมาสมทบ”
พูดจบขุนภักดี เดินออกไปจากที่นั้น พอท่านขุนลับตัวหายไป มีใครบางคนกระโจนมาจากที่สูงมายืนตรงหน้าเอกที่กำลังหมุนตัวไปรอบๆ
“เฮ้ย”
“ยิงปืนสิ แล้วเอ็งจะได้ตายสมใจ”
เอกนิ่งงันไป

ทองจันทร์ส่ายหน้าปวดหัว
“หัวหงอกปวดหัว ที่สุด แม่เรียมก็แรงกับลูกมากไปส่วน หนูอี๊ดก็ไม่น่าทำอย่างนั้น”


“ก็มันเป็นเรื่องจริงไม่ใช่หรือคะ คุณย่า ทำไมเราพูดความจริงไม่ได้”
“มันยังอึมครึมกันอยู่”
“แต่แม่สนกับยายช้อยบอกว่ามีหลักฐานมัดแน่นหนานะคะ”
“สนกับช้อยอีกแล้วเชื่อกันเข้าไป ภัยจะมาถึงตัวยังไม่รู้” เรียมยิ่งฏมโห
ทานตะวันอวดเก่ง “ไม่มีวันที่แม่สนจะทำให้ภัยมาถึงตัวหนูดอก คุณแม่ต่างหากทำไมคะ ทำไมคุณแม่โกรธหนูที่หนูด่าว่าคนใช้ ถึงขนาดตบหน้าหนูด้วย”
“ก้อจริงนะแม่เรียม แม่ก็ปวดขมับไปหมด ว่าทำไมแม่เรียมโกรธลูกขนาดนั้น”
“รอให้คุณพ่อฆ่าไอ้มหาโจรนั่นกลับมา หนูจะฟ้องคุณพ่อ ว่าคุณแม่ใจร้าย”
เรียมไม่สนใจฟังหันตัวเดินออกไป ทองจันทร์มองตาม
“วันนี้นอนกับย่าเถิดนะหนูอี๊ดคนดี”
ทานตะวันร้องไห้อ้อนย่า

เอกกับหนักที่ปิดหน้าไว้ ยังคุมเชิงกันอยู่
“ข้าจะออกไปทางหน้าถ้ำ เอ็งนับหนึ่งถึงร้อย แล้เอ็งค่อยยิงปืนเรียกนายเอ็งกับ...เอ้อ” หนักไม่เอ่ยชื่อ
“คุณเทิดศักดิ์กับคุณแดงน้อย” เอกบอก
“ความจริงข้าควรจะยิงเอ็งให้ไส้ทะลุ” หนักบอก
“ทำไมไม่ยิง”
“เพราะเอ็งปล่อยชั้นไปเมื่อสิบกว่าปีก่อน ข้าไม่ใช่คนเนรคุณ” หนักว่า
“แล้วเอ็งรู้ไหมว่าทำไมข้าปล่อยเอ็งไป...” เอกรู้ความจริงแล้วว่า หนักเป็นพี่ชายเนียน
หนักนิ่งงันไป นึกไม่ออก “เป็นอันว่าวันนี้ข้าจะปล่อยเอ็งไป”
เอกพยักหน้า หนักถอยออกไปทางหน้าถ้ำ

เนื้อทองมาซุกตัวร้องไห้อยู่มุมหนึ่ง เนียนตามหาลูก
“หนูติ๋ว หนูติ๋ว อยู่ไหนลูกรัก”
เนื้อทองแอบอยู่ ได้ยินเสียงแม่ ไม่อยากออกไป เอามือปิดหูไว้ไม่ยอมฟัง และไม่ยอมออกไป เนียนพูดต่อ
“แม่ห่วงลูกใจจะขาด แม่รู้ว่าหนูได้ยินที่คุณหนูอี๊ดพูด ระหว่างแม่กับเขา หนูจะเชื่อใครลูกรัก”
เนื้อทองสุดทนฟังต่อ ร้องไห้โฮวิ่งมากอดแม่ เนียนกอดลูกร้องไห้
“หนูเชื่อแม่เนียน หนูไม่มีวันเชื่อใครมากกว่าแม่เนียน”
“ถามแม่สักคำสิลูกรัก ว่าจริงไหม”
“หนูไม่ถาม หนูไม่เสียใจ หนูไม่โกรธหนูไม่อายไม่ว่าพ่อหนูจะเป็นใครก็ตาม เขามีพระคุณที่ให้ชีวิตหนู”
“ทูนหัวของแม่ ช่างมีจิตใจประเสริฐสุด แม่จะบอกความจริงให้ลูกรับรู้ เรื่องเสือหนัก”
“บอกมาสิจ๊ะ”
“เขาไม่ใช่พ่อของหนู แต่เขาคือผู้ที่แม่เคารพรักและมีพระคุณต่อแม่ เหนือกว่าคนใดๆ ในโลกนี้”
“แม่จ๋า หนูจะเคารพรักและรับรู้ว่าเขาคือผู้มีพระคุณต่อแม่ ซึ่งก็เท่ากับเขามีพระคุณต่อหนูจ้ะ”
“ชื่นใจ” เนียนหอมแก้มลูก “แม่สบายใจที่สุดลูก ต่อไปนี้ไม่ว่าใครจะมาว่าอะไรพูดอะไรเรื่องนี้อีก เราสองคนจะอดทนไม่หวั่นไหว เราจะรอวันที่ความจริงเปิดเผย”

สองแม่ลูกกอดกันกลม ปรับความเข้าใจกันดีแล้ว
หนักใส่ผ้าโพกหัวปิดหน้ามิดชิดเห็นแต่ดวงตาวิ่งลัดเลาะหลบหนีมาทางด้านหน้าปากถ้ำ ใจคอว้าวุ่นเพราะเห็นแดงน้อยกับเทิดศักดิ์อยู่ในขบวนการตามล่าตนเอง หนักหยุดยืนพักในมือยังถือปืนอยู่

“แดงน้อย เทิดศักดิ์ ในที่สุดเราก็ต้องเผชิญหน้ากัน ระหว่างคนดีกับคนชั่ว รอให้เทิดศักดิ์ แดงน้อยเรียนจบก่อนเถิด จะขอก้มหน้ารับกรรมของคนชั่วโดยไม่มีข้อแม้”
หนักบอกตัวเองน้ำตาซึม

เอกยืนพึมพำอยู่ในถ้ำ เหมือนนับเลข
“สองร้อย”
เอกยกปืนขึ้นทำท่าจะยิงตามที่ขุนภักดีสั่ง

ทางด้านเสน่ห์ไม่ยอมหนีออกไปพ้นถ้ำ หันกลับมาแอบมองเหตุการณ์ลุ้นตัวโก่งยังห่วงหนัก
“ลูกพี่มีน้ำใจ กลัวเราไม่รอดพ้นเงื้อมมือกฎหมาย ให้โอกาสเราหนีคนอย่างนี้ ไม่มีสันดานโจรโดยกำเนิดดอก เราจะไม่ทิ้งเขา”
ตำรวจอีกส่วนพากันมาท้ายถ้ำ ตำรวจที่เป็นหัวหน้าสั่งการ
“มีทางทะลุออกไปด้านนอก พวกมันหนีไปทางนี้แน่ๆ รีบตามพวกมันไป”
ตำรวจเดินมาใกล้จุดที่เสน่ห์ซ่อนอยู่ เสน่ห์กระชับปืนแน่น จู่ๆ มีเสียงปืนดังขึ้นสองนัด ปัง ปัง
ตำรวจชะงัก
“เกิดเหตุด้านใน ท่านขุนพบมันแล้ว พวกเราหันกลับ”
ตำรวจพากันหันกลับ ส่วนเสน่ห์ใจหายวับ
“ลูกพี่แย่แน่ๆ”
เสน่ห์ย่องกลับเข้าไปในถ้ำอีกครั้ง

เทิดศักดิ์กับแดงน้อยพากันวิ่งมาหน้าถ้ำ ท่าทีระวังตัวถือปืนในมือเข้ามา ขุนภักดีตามมาติดๆ
“มันอยู่ไหน นายเอก” ขุนภักดีร้องถาม
“วิ่งออกไปข้างนอกเดี๋ยวนี้แหละครับ”
“มันกลัวขนาดวิ่งหนีแกรึ”
“เอ้อ เปล่าขอรับ มันเอ้อ มันกระโดดมาล๊อคคอผม เอาปืนขู่ผม ว่าอย่าเอะอะโวยวาย แล้วมันถึงวิ่งหนีไป”
“แปลก ดุร้ายขนาดนั้นทำไมไม่ยิงนายเอก” เทิดศักดิ์ประเมินเหตุการณ์ตามเอกบอก
“แสดงว่าตลอดเวลาที่เราเข้ามาในถ้ำเราอยู่ในสายตามันตลอดเวลา” แดงน้องวิเคราะห์
สองหนุ่มเงยหน้ามองไปตามเพดานถ้ำ และตามซอกตามหลืบ ระหว่างนั้นตำรวจพากันมาสมทบ
“ผมยังไม่ได้ออกไปพ้นด้านหลังถ้ำ ได้ยินเสียงปืนจึงหวนกลับมา”
“ตอนมันมาล๊อคคอนายเอกมันอยู่คนเดียวรึ” เทิดศักดิ์ซัก
“ครับ”
แดงน้อยแปลกใจ “ลูกศิษย์มันหายไปไหน”
ท่านขุนนึกได้ “เราหลงกลมันแล้ว มันส่งลูกศิษย์มันไปทางออกด้านหลังถ้ำมันยังไม่ไปไม่ไกลแยกย้ายกันไปทั้งหลังและหน้าถ้ำ”
“ผมกับแดงน้อยขอไปดักมันทางด้านหลังถ้ำ เผื่อว่ามันจะย้อนกลับมาอีก” แดงน้อยอาสา
“ไปตามลำพังกันสองคนไม่ได้ ลูกกับแดงจะโดนมันยิงตาย ตำรวจแบ่งกำลังไปกับลูกชายฉันกับเพื่อนเขา ไอ้เอกไปกับฉัน”
ท่านขุนพยักหน้า แบ่งกำลังไปสองฝ่าย ส่วนหนึ่งไปหลังถ้ำ และอีกส่วนออกไปนอกถ้ำ

เสน่ห์ห่วงหนักมาก ย่องมาตามแอบดูว่าเกิดอะไรขึ้น
“ ไม่มีเสียงการยิงต่อสู้ หรือว่า ลูกพี่โดนเล่นงาน”
แล้วเสน่ห์ก็ยิ่งตกใจ เมื่อเห็นเทิดศักดิ์ แดงน้อย และตำรวจจำนวนหนึ่ง ถือปืนค่อยๆ เดิน ท่าทีระมัดระวังใกล้เข้ามา
“เอาวะ ไม่สู้ก็ตาย ไม่สู้ก็ตาย ขอสู้แค่ตาย ตายเป็นตาย ไว้ลายชาตินักเลง”
เทิดศักดิ์กับแดงน้อยเขยิบเข้ามาใกล้ เสน่ห์ถอย แล้วล้มลง พวกเทิดศักดิ์หยุด
“ระวังครับ มันอยู่ตรงนั้น”
กลุ่มเทิดศักดิ์ระวังตัว ย่อต่ำ ค่อยๆ ย่องเข้าไปยังเสียงที่เกิด
“อย่าจับตายนะ พี่ตำรวจ ผมอยากถามเขาว่าทำไมต้องเป็นโจร” เทิดศักดิ์บอก
“ผมก็อยากถามว่า เขาปล้นฆ่าคนแล้วเอาเงินไปทำอะไรมากมาย” แดงน้อยว่า
“มันไม่ได้ปล้นมานานแล้วครับ แต่โจรก็คือโจร จะให้พ้นเงื้อมมือกฎหมายไม่ได้”
ทั้งหมดเดินมาถึงที่เสน่ห์แอบอยู่
ตำรวจคนแรกตะโกน “มันอยู่นั่น”
ตำรวจอีกคนสั่งเสน่ห์ “อย่าขยับเขยื้อน”
แต่ถูกเสน่ห์ยิงสวนออกไปทันที
“แดงน้อยหลบ” / “เทิดศักดิ์ระวัง”
สองคนพูดพร้อมกันต่างดึงกันหลบ
ตำรวจยิงใส่เสน่ห์เพื่อป้องกันตัว แต่ยังไม่ทันลั่นกระสุน ก็มีกระสุนนัดหนึ่งยิงมาที่ตำรวจล้มลง
“โอ๊ย”
ทุกคนเหลียวมองไปเห็นชายร่างใหญ่กำยำ โพกหน้าด้วยผ้าสีดำ อยู่ทางด้านไปท้ายถ้ำ คือคนยิงตำรวจ
ชายคนนั้นตะโกนสั่งเสน่ห์ พลางยิงออกมาเป็นชุด ยิงไปหลบไปกระสุนที่โต้ตอบไปด้วย
“ถอยออกมาข้าจะยิงคุ้มกันให้”
เสน่ห์รีบทำตาม ตำรวจที่เหลือพยายามยิงโต้ตอบ แดงน้อยกับเทิดศักดิ์ที่แอบมองอยู่
“เอายังไงดีแดงน้อย ยิงสู้มันหรือ”
“ไปช่วยพี่ตำรวจที่โดนยิงก่อน”
แดงน้อยพรวดออกไปหาตำรวจที่ล้ม เด่นเป็นเป้า
“ระวังแดงน้อย”
เทิดศักดิ์พุ่งออกไปอีกคน เพื่อช่วยตำรวจ หนักโผล่มายิงคุ้มกันเสน่ห์ ตกตะลึงตาค้าง
“เทิดศักดิ์ แดงน้อย”
หนักเห็นแดงน้อยกับเทิดศักดิ์ สองคนกระโดดมาหาตำรวจ หนักเอาแต่มองจนลืมหลบลืมยิง
เสน่ห์ที่กำลังวิ่งลัดเลาะถอยมาหาหนักแปลกใจตกใจ
“ระวังพี่หนัก”
ตำรวจคนหนึ่ง ยิงใส่หนักทันที แดงน้อยกับเทิดศักดิ์มองไปเห็นหนักผงะไปด้านหลัง
“เสือหนักโดนยิงเราจะตามมันไป” เทิดศักดิ์ร้องบอก
“พี่ตำรวจช่วยพี่คนนี้ ได้ไหมครับ” แดงน้อยว่า
“ได้ครับ ระวังตัวด้วยครับ มันมีฤทธิ์เดชมาก ต่อให้บาดเจ็บปางตายมันก็ไม่กลัวใครดอกครับ ท่านขุนท่านได้ยินเสียงปืนท่านคงรีบมาแล้วครับ”

สองหนุ่มผละจากตำรวจที่บาดเจ็บ มุ่งหน้าไปทางเสือหนัก
เสน่ห์ประคองหนักถอยออกมา

“ไอ้เด็กหนุ่มสองคนนั่นมันตามมาแล้วลูกพี่ ท่าทางกระดูกยังอ่อนฉันจะยิงมันให้คว่ำ” เสน่ห์ว่า
จังหวะนั้นเทิดศักดิ์กับแดงน้อยถือปืนวิ่งตามมา
“อย่านะ อย่ายิง” หนักร้องห้าม
“ลูกพี่”
“ทำตามที่กูบอก รีบออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด ก่อนที่ไอ้ท่านขุนจะมาสมทบ”
เทิดศักดิ์กับแดงน้อยตามใกล้เข้ามา สองคนแปลกใจ
“ทำไมมันไม่ยิงใส่เรา อย่างที่พี่ตำรวจบอก”
“มันคงบาดเจ็บมาก จนคิดแต่จะหนี”
สองคนตะโกนออกไป “อย่าหนีนะ”
หนักกับเสน่ห์หนีต่อไป เทิดศักดิ์ชักปืนออกมา
“แกจะทำอะไร ยิงมันหรือ” แดงน้อยแปลกใจ สองคนเลยโต้กันไปมา
“ยิงที่ขาหรือที่แขนให้ล้ม กันอยากจับมันมาถามให้ได้”
“ถ้าแกยิงพลาดจนมันตาย แกคิดว่าแกกล้าฆ่าคนหรือ”
“กัน กันคงฝันร้ายไปจนตาย แกล่ะแกกล้าฆ่าคนหรือยัง”
“กัน กัน ก็คงฝันร้ายไปจนตายเหมือนแก แต่แกกำลังจะเป็นตำรวจหน้าที่แกโดยตรง กันแค่ผู้ช่วยตำรวจ”
สองหนุ่มยกปืนแล้วรีๆ รอๆ
“หยุดนะ”
หนักหยุดมองสองคนจนเต็มตา มองเอามองเอา เห็นเทิดศักดิ์กับแดงน้อยเดินกลัวๆ กล้าๆ เพราะไม่เคยคิดฆ่าคน
เสน่ห์งงใหญ่ “หยุดทำไมลูกพี่ ไปต่อสิ”
หนักเหมือนไม่ได้ยิน ยืนเฉย จังหวะนั้นมีเสียงมาจากด้านหลัง
“ทิ้งปืนไอ้เสือหนัก แกถูกจับแล้ว” เป็นเสียงขุนภักดี
หนักยังเหมือนไม่ได้ยิน แต่เสน่ห์ได้ยิน ตกใจมาก
“เราถูกจับแล้วลูกพี่”
“บอกให้ทิ้งปืน”
ทันใดนั้นหนักที่บาดเจ็บอยู่ ทิ้งปืนก็จริงแต่กลับกระโจนใส่เทิดศักดิ์และแดงน้อย ชิงปืนมาจากสองหนุ่ม แล้วเอาปืนดันหลังสองคนไว้ เหตุการณ์เกิดขึ้นในชั่วพริบตา เสน่ห์รีบตามมาทันที
“ท่านขุนกับพวกนั่นแหละทิ้งปืน ถ้าไม่ต้องการให้ลูกชายตาย”
“บังอาจ นี่มึงจะจับลูกกูไปเป็นตัวประกันรึ” ขุนภักดีโกรธจัด
“รึท่านขุนจะเอาตัวเองมาแลกให้จับแทน”
“อย่านะครับ คุณพ่อ แกอย่าเอาพ่อฉันมาเป็นตัวประกันนะ ฉันยอมตายเพื่อพ่อแน่”
“เอาตัวฉันไปแล้วปล่อยเพื่อนฉันไปหาพ่อเขา”
คำพูดของทั้งลูกและหลานกระแทกเข้าที่หน้าหนัก จนเห็นน้ำตาซึมออกมาที่ดวงตานิดหนึ่ง ซาบซึ้งในความดีงามของสองคน
“ฉันขอยืนยันคำพูดเดิม แกกับพวกทิ้งปืน พาตำรวจที่โดนยิงไปรักษาตัว พรุ่งนี้แต่เช้าตรู่ ฉันจะส่งตัวลูกชายแกกับเพื่อนเขากลับบ้านโดยไม่มีแม้แต่รอยข่วน”
“ไม่เด็ดขาด”
เทิดศักดิ์กับแดงน้อยมองหน้ากัน
“ทำตามที่มันบอกเถิดครับ คุณพ่อ”
“จะเอาอะไรมารับรองว่ามันจะไม่ตระบัดสัตย์”
แดงน้อยกับเทิดศักดิ์หันไปมองจ้องเข้าไปในดวงตาของเสือหนัก นอกจากจะไม่ได้ดุร้ายแล้วกลับดูเศร้าคล้ายมีน้ำตา
แดงน้อยกับเทิดศักดิ์หันมามองหน้ากัน พยักหน้าให้ท่านขุน
“ผมเชื่อเสือหนัก”
“แต่มันหยามศักดิ์ศรีขุนภักดีภูบาลจนไม่อาจยินยอมได้”
“ผมอยากถามมันว่าทำไมต้องเป็นโจร” เทิดศักดิ์ว่า
“ผมอยากถามมันว่า ปล้นเอาเงินไปทำอะไรมากมาย” แดงน้อยบอก
ขุนภักดี ยืนใคร่ครวญและไตร่ตรอง

ฟากเนียนพนมมือสวดมนต์เบาๆ นิ่งนาน จนเนื้อทองแปลกใจ
“พี่หนักจ๋า อย่าทำร้ายแดงน้อย อย่าทำร้ายคุณเทิดศักดิ์ อย่าขัดขืนถ้าเขาจับได้”
เนียนก้มลงกราบ หันมาเจอเนื้อทองที่ยังคงนั่งมองอยู่ท่าทีฉงนฉงาย
“แม่สวดมนต์นานจังเลยจ้ะ”
“แม่สวดมนต์ให้พระคุ้มครองคนที่แม่รักจ้ะ”
“เสือ เอ๊ย เขาหรือจ๊ะ”
“ทุกคนจ้ะ รวมทั้งคุณเทิดศักดิ์กับเพื่อน”
“แล้วเขา ขุนภักดีภูบาลเล่าจ้ะ แม่เนียนอยากเห็นเขามีอันเป็นไปไหมจ๊ะ”
“พอแล้วจ้ะ หนูกลับไปดูแลคุณท่านที่เรือนใหญ่ เถิด เผื่อคุณท่านเรียกหา”
“หนูจะนอนกับแม่เนียนจ้ะ หนูจะนอนกอดแม่ เราไม่ได้นอนกอดกันมานานแล้ว”
“ใครจะดูแลคุณท่าน”
“คุณท่านให้น้ากบน้าแมวลงมาบอกหนูว่า ถ้าจะให้บ้านสงบ คืนนี้หนูนอนกับแม่เนียนเถิดค่ะ เพราะคุณหนูอี๊ด จะนอนกับคุณท่าน”
“ท่านพูดถูก”
“แม่เนียนจ๋า แม่ไม่อึดอัดไม่ทุรนทุราย ไม่คิดแม้จะต่อสู้โต้เถียง เวลาโดนรังแกบ้างสักนิดหรือจ๊ะ”
“แม่ก็มีหัวจิตหัวใจ แต่ชีวิตแม่มันทุกข์ทนแสนสาหัสมามาก จนแม่ยอมรับความจริง ว่าถ้าสู้ไม่ได้ไม่ต้องสู้อดทนเข้าไว้จ้ะ”
“ทำไมแม่ไม่คิดว่าถ้าสู้แล้ว เราอาจชนะบ้างจ้ะ”
“ตัวแม่เปรียบเสมือนไข่ในกำมือ เขาขว้างไข่ก็แตก เอาอะไรมาขว้างใส่ไข่ก็แตกวันยังค่ำ มีประโยชน์อันใดที่จะไปเผชิญ กับอำนาจนั่น”
“หนูเข้าใจแล้วจ้ะ ว่าเราอ่อนแอเหมือนไข่ แต่พวกเขาแข็งแรงเหมือนหิน เราไม่อาจต้านทานเขาได้”
“หลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าเอาไว้อย่างที่แม่บอก อดทน นะลูก นอนซะคนดีของแม่ นอนหนุนตักแม่นะทูนหัวของแม่”
เนียนอบรมลูกสาวเสร็จก็นั่งพิงผนังห้อง เอาเนื้อทองนอนหนุนตักตัวเองลูบไล้หัวหน้าตาหลังและไหล่ลูกสาว เนื้อทองเอามือเนียนอีกข้างมากอดมาหอม มาแนบแก้ม
เนียนร้องเพลงกล่อมลูก “ เอ่...เอ๊...”
เพียงไม่นานเนื้อทองหลับคาตักเนียน ส่วนเนียนเขยิบตัวเอาลูกนอนเข้าที่แล้วล้มตัวลงนอนกอดลูกไว้แนบอก

ยิ้มทั้งที่ยังหลับกันทั้งสองแม่ลูก
ภายในป่าที่หนักเอาสองคนมาเป็นตัวประกัน หนักยังโพกหัวปิดพรางใบหน้า มีเสน่ห์คอยคุมเชิงให้

กองไฟลุกโชนตรงหน้าหนัก ส่องให้เห็นแผลที่โดนยิง และหนักนั่งอยู่เงียบๆ จดสายตาจ้องมาแต่มือใช้มีดลนไฟไว้
ข้างๆ เป็นแดงน้อยกับเทิดศักดิ์โดนมัดเอามือไพล่หลังไว้ที่โคนต้นไม้ จ้องแบบไม่ละสายตา หนักไม่ได้พูดจาอะไรกับสองคนทั้งสิ้น สองคนกระซิบกัน

อ่านละคร อาญารัก ตอนที่ 9/5 วันที่ 14 เม.ย. 56

ละครเรื่อง อาญารัก บทประพันธ์ : จำลักษณ์
ละครเรื่อง อาญารัก บทโทรทัศน์ : วรพันธ์ รวี
ละครเรื่อง อาญารัก กำกับการแสดง : จรูญ ธรรมศิลป์
ละครเรื่อง อาญารัก แนว ดราม่า
ละครเรื่อง อาญารัก ผลิต : บริษัทดีด้าวิดีโอ โปรดักชั่น จำกัด
ละครเรื่อง อาญารัก ควบคุมการผลิต : สยม สังวริบุตร
ละครเรื่อง อาญารัก ออกอากาศทุกวันจันทร์ และวันอังคาร เวลา 20.25 น. ทาง ช่อง 7 สีทีวีเพื่อคุณ
ที่มา manager






ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น