อ่านละคร อาญารัก ตอนที่ 14/5 วันที่ 1 พ.ค. 56


อ่านละคร อาญารัก ตอนที่ 14/5 วันที่ 1 พ.ค. 56

เรียมตัดบท แต่หลุดหัวเราะดัง เพราะขำท่าทีสามีมากขึ้น ท่านขุนดุเสียงดังลั่น
“อย่าหัวเราะเยาะพี่ รู้นะว่าสมน้ำหน้าหาว่าพี่ง้อเนียน”
“ไม่เค๊ย..ไม่เคยเลย ที่จะคิดว่าพี่เทพต้องไปง้อใคร เรียมต่างหากที่อ้อนวอนให้พี่เทพอภัยให้เนียน”
ขุนภักดีนึกบางอย่างขึ้นมาได้
“อีช้อย อีนางตัวดี ทำครอบครัวคนอื่นป่นปี้”
เรียมยิ้มๆ บ่นเบาๆ
“เพิ่งจะรู้รึ”

ขณะเดียวกัน ช้อยนั่งฟังเรื่องราวจนจบ และกำลังร้องไห้ท่าทีพะอึดพะอมอยู่ต่อหน้าเทิดศักดิ์บนเรือนของสน
“คุณสนว่าอย่างนั้นหรือเจ้าคะ”


“ว่าตามที่ยัยช้อยมาปดมดเท็จทุกอย่าง ตั้งแต่ยี่สิบกว่าปีก่อนจนมาถึงเดี๋ยวนี้นั่นแหละ ยอมรับมาซะดีๆ”
ช้อยทำท่าจะส่ายหน้าปฏิเสธ แต่สนก้าวมายืนอยู่หลังเทิดศักดิ์ ถลึงตาใส่ช้อยเลยต้องรับ
“เจ้าค่ะ..ช้อยใส่ร้ายเนียนมายี่สิบกว่าปีแล้วเจ้าค่ะ”
“ชั้นบอกแล้วใช่ไหมว่าอย่าพูดจาให้ร้ายคนอื่น ชั้นจะทำอย่างไรกับช้อยดีนะ”
สนทำทีเพิ่งเดินเข้ามา “ไล่มันไปสิลูก”
ช้อยตกใจ “ไล่หรือเจ้าคะ”
สนพูดเสียงอ่อนลง “ช้อยแกไปอยู่ที่อื่นเถิด อย่าอยู่ที่นี่เลย รังแต่จะหาเรื่องเดือดร้อนรำคาญใจมาใส่พวกชั้น”
ช้อยทั้งน้อยใจทั้งตกใจ “คุณสน”
“ยังให้ไปไม่ได้ครับ คุณแม่ ผมมีเรื่องจะสอบถามยัยช้อยอีกหลายเรื่อง”
“งั้นก็เอาไว้สอบถามมันต่อ ตอนลูกกลับมาจากทำงานดีไหมลูก”
“ได้ครับ ยัยช้อยเตรียมคำตอบไว้ให้ดี อย่าคิดโกหก ชั้นจับได้แน่”
เทิดศักดิ์เดินออกไปทันที ช้อยมองตามแล้วร้องไห้โฮหันมาตัดพ้อต่อว่าสน
“คุณสนขว้างกรรมมาใส่ช้อย อีกแล้ว ทั้งที่ช้อยไม่อยู่ไม่รู้ไม่เห็น ช้อยไปทำงานให้คุณสนแท้ๆ”
“ทำงานแบบโง่ๆ ชั้นเสียเงินไปหมื่นบาทฟรีๆ ไอ้ผีทะเลเหมดันมาก่อเหตุยิงใส่ลูกชั้น เรื่องที่วางแผนไว้ต้องสะดุดหยุดกลางคัน มิหนำซ้ำเมื่อคืน ชั้นก็โดนหมามันยิงขู่”
ช้อยรู้ทันที “ไอ้เสือหนัก”
สนนิ่งไป สีหน้าหวาดกลัวอย่างเห็นได้ชัด
“ชั้นอยู่ในสายตามันตลอดเวลา ถึงคราวที่ต้องจำใจหยุดก่อนนังช้อย”
“ช้อยเตือนแล้วนะเจ้าคะ ว่าเรากำลังจนหนทาง หาทางไปไม่เจอเรื่อยๆ”
สนตวาด “เงียบ...ชั้นหยุดตั้งสติเท่านั้น ถ้าชั้นหาทางไปใหม่ได้ ชั้นจะไป”
“แต่คุณเทิดศักดิ์กำลังจะสอบสวนช้อย ช้อยโกหกอะไรไว้หลายเรื่อง”
“เรื่องของแก คิดเอาเองว่าแกจะโง่อยู่ให้เขาสอบสวนหรือจะไปให้ไวๆ”
ช้อยหน้าสลดรู้ชะตาตัวเอง

หมวดเทิดศักดิ์มาทำงานที่โรงพัก และยิ่งหงุดหงิดมากหลังฟังเรื่องราวของช้อยจากหมู่เติมที่มาบอกกล่าว
“ยัยช้อยโกหก มันไม่ได้ไปหาแม่ชี”
“ครับ แม่ชีแกไม่รู้เรื่องอะไรด้วยเลย”
“ไม่ไปหาแม่ชี แล้วไปไหน สายของเราสืบได้ความบ้างไหม”
“น่าจะไปหาลูกชายครับ”
“ลูกชายมันบ้านเดิมอยู่ที่ไหน”
“บางปลาม้าครับ หมวด”
“ไอ้คนเมื่อคืนไม่ได้ปล้นมันแน่ แต่คงมาส่งมัน หมู่รีบส่งสายไปบางปลาม้า ตรวจหาว่าใครเป็นญาติของยัยช้อย แล้วลูกชายมันไปหลบที่นั่นหรือเปล่า”
“ครับ หมวด”
หมู่เติมเดินออกไป เทิดศักดิ์ครุ่นคิดหนัก แปลกใจ และสงสัยไปหมด
“ทำไมจู่ๆ แม่สนมาเห็นใจน้าเนียน มันผิดวิสัยแม่สน แล้วใครเข้ามายิงแม่สนหรือว่าเป็น..เสือหนักจริงๆ แล้วทำไมเสือหนักต้องแค้นแม่สนมากมายขนาดกล้ามาเล่นงาน ช่างไม่กลัวเกรงขุนภักดีภูบาลบ้างหรืออย่างไร”
เทิดศักดิ์ยิ่งคิดยิ่งปวดหัวแสนสับสน

ฟากเรียมมากระซิบเล่าเรื่องที่เรือนใหญ่เมื่อครู่ให้คุณนายทองจันทร์ฟัง
“พ่อเทพปากอย่างใจอย่างก็ยังดี ที่ไม่ปากปราศรัยน้ำใจเชือดคอ เหมือนแม่สนเมื่อตอนเช้านั่น ร้อยไม่เชื่อพันไม่เชื่อ ว่ามันมีเจตนาดีกับเนียน”
“จบไปแล้วด้วยดีก็ดีแล้วค่ะ มีแต่พี่เทพนี่แหละคะ แสนงอน อาละวาดฟาดงวงฟาดงา คงเสียหน้าที่ห้ามเนียนไม่ให้ไปไงคะ แต่อีกไม่เกินวันนี้วันพรุ่งก็คงหายค่ะ”
จังหวะนี้เนียนเดินก้มหน้าก้มตาเข้ามา พร้อมด้วยถาดใส่พวงมาลัยมาวางให้ทองจันทร์
“พวงมาลัยค่ะ คุณท่าน”
“สวยดี พี่เทพบ่นว่าอยากได้ไปถวายพระที่ห้องทำงานศาลากลางพอดีส่งมาพวงหนึ่งสิเนียน” เรียมยิ้มบอกอย่างอารมณ์ดี
ขุนภักดีบังเอิญเดินมาพอดี เห็นสีหน้าทองจันทร์กับเรียมยิ้มๆ แบบมีลับลมคมใน เลยพาลพาโลใส่แม่และเมีย
“มีความสุขกันเหลือเกินนะครับ คุณแม่ เรียม”
“อ้าว..ก็แม่สบายใจนี่ ที่เห็นแม่สนเขากลายเป็นคนใจดีมีเมตตาฉับพลันทันใด สงสัยว่าจะไปได้ยาดีผีบอกที่ไหนมา”
ท่านขุนปรายตาไปมองเนียนที่ส่งมาลัยให้เรียมอยู่พอดี เรียมรีบเอ่ยทันที
“พี่เทพอยากได้พวงมาลัยไปบูชาพระ นี่ไงคะ”
“อยากได้ เดี๋ยวพี่ให้ใครมันไปหาซื้อเอาในตลาดเอง ไม่ต้องมายัดเยียด”
“เออแน่ะ ยัดเยียดความผิดให้คนอื่นผิดๆ แล้วพาล” ทองจันทร์แขวะลูกชาย
“คุณแม่แขวะผม”
“เปล๊า แม่พูดถึงจะหมื่นผัวแม่ก็พ่อแกนั่นแหละ นิสัยผิดแล้วพาล พ่อเทพไม่ได้เชื้อติดมาก็แล้วไปสิ พวงมาลัยนั่นเอามาให้ชั้นให้หมดเนียน วันนี้ใครไปตลาดแล้วหาซื้อมาน่ะว่ามันสวยเท่าที่แกทำไหม”
เนียนปรายตามองท่านขุนเพราะสั่งไม่ให้ออกจากบ้าน
“เจ้าค่ะ”
“คุณแม่ครับผมไปก่อน ไอ้เอกนี่ชักช้าจริง”
เอกโผล่มาแล้วรีบรายงาน

“ท่านขุนขอรับ พวงมาลัยที่ตลาด ไม่มีขอรับ”
เรียมกับทองจันทร์แอบสบตากันยิ้มๆ ส่วนเนียนรีบก้มหน้างุด

“เนียน แกรีบเอาพวงมาลัยของเราไปเก็บซะ” ทองจันทร์แกล้งสั่ง
“เอ้อ...ค่ะ” เนียนรับคำ
เอกพูดแทรกขึ้น “วันนี้วันพระนะขอรับ”
“พวงมาลัยแค่นี้ก็หวง ไม่มีอะไรบูชาพระก็ช่างเถอะ”
พูดจบท่านขุนก็เดินปึงๆ ออกไปท่าทีงอนๆ เนียนหน้าจ๋อย
“เอ๊า..นี่พาลจริงๆ แน่ะ” ทองจันทร์ยิ้มขำลูกชาย
เรียมคว้าพวงมาลัยในพานมาส่งให้เอก
“บอกท่านว่าพวงนี้คุณแม่ท่านร้อยเอง จะขว้างทิ้งกลางทางก็แล้วแต่”
เอกรับมายิ้มกริ่มรีบเดินตามขุนภักดีไป
“ผู้ชายอะไร้ งอนเป็นช้อนหอย”
เนียนกับเรียมมองทองจันทร์ที่กำลังหัวเราะขบขัน

สองแม่ลูกแอบมาคุยกันตรงมุมหนึ่งในบริเวณบ้านภักดีภูบาล
“หนูแปลกใจทำไมคุณสนจึงกลับคำพูดและกลับท่าที ที่อยากให้ร้ายแม่หน้ามือเป็นหลังมือ”
“แม่เองก็แปลกใจและสงสัย ว่าทำไมเขาจึงพูดเช่นนั้น ทั้งที่เขาไม่ได้พูดกับแม่อย่างนั้นสักนิด”
“เหมือนเขากลัวเสือหนักมากจริงๆ อย่างที่พูด หรือว่าที่เขาถูกยิงเมื่อคืน นั่นฝีมือเสือหนัก”
เนียนนึกแล้วหน้าซีด ระหว่างนี้เทิดศักดิ์เดินเข้ามาหาสองคน
“น้องติ๋ว พี่จะไปส่งที่โรงเรียน”
สองแม่ลูกมองหน้ากันท่าทีอึกอัก
เทิดศักดิ์ยกมือไหว้เนียน “ผมขอโทษที่คุณแม่ทำอะไรลงไปโดยไม่ไตร่ตรองจนทำให้น้าเนียนเสียหาย ผมเสียใจมาก จริงๆ นะครับ”
“เอ้อ มัน มันผ่านไปนานแล้ว น้าไม่เคยคิดอะไรหรอกค่ะ”
“แต่ผมคิด ผมคิดว่าคำพูดพล่อยๆ ของคนแค่ประโยคเดียว ทำร้าย ทำลายชีวิตคนอื่นได้มหาศาล ผมขอโทษอีกครั้งครับ น้าเนียนไปเถิดครับ น้องติ๋ว”
“ขอบคุณมากค่ะ” เนียนบอก
“เย็นนี้ผมนัดกับแดงน้อยไว้ ขออนุญาตพาน้องติ๋วไปด้วย น้าเนียนไม่ต้องห่วงนะครับ”
“ค่ะ”
เพราะดีใจที่ได้ยินเรื่องแดงน้อย เนียนพยักหน้าให้ลูกสาวคนเล็กเป็นเชิงอนุญาต

ขณะเดียวกันที่บางปลาม้าเหมกำลังไล่ตะเพิดแช่ม
“มึงต้องไปจากบ้านกูเดี๋ยวนี้ ก่อนที่กูจะเดือดร้อนมากมายไปกว่านี้”
“แล้วชั้นจะไปหลบอยู่ที่ไหนลุงเหม”
“ก็ไม่รู้ ตำรวจรู้แกวกูแล้ว มึงอยู่ที่นี่เขาตามมาจับมึงแน่ รีบไปให้ไวทีเดียว”
“ถ้างั้นขอเงินที่คุณนายสนเขาฝากแม่มาให้ด้วยสิ”
“เงินอะไร้ มึงไม่ได้ทำอะไรให้เขาสักนิดเดียว มีแต่กูตะหากที่เสี่ยงตาย ไปส่งแม่มึง จนเกือบเอาชีวิตไม่รอด ก็ได้วะกูให้มึง สองตำลึง”
แช่มโอด “สองตำลึง แปดบาท จะอยู่ได้นานเท่าไหร่ มิต้องไปปล้นเขากินอีกรึลุง”
“จะเอาหรือไม่เอา”
เหมโยนเงินให้สองตำลึง แช่มจำใจรับ ในใจนึกแค้น แต่ก็จนตรอกจริงๆ

ฝ่ายช้อยกำลังหลั่งน้ำตาลาสน
“ชั้นไม่ได้ไล่แก แต่ที่ชั้นพูดนั่นแสร้งทำต่อหน้าลูกเท่านั้นเอง”
“ช้อยทราบเจ้าค่ะ ช้อยกราบลา ช้อยไปแล้ว คุณสนดูแลตัวเองดีๆ นะเจ้าคะ ช้อยสังหรณ์ใจว่า ภัยมันกำลังคืบคลานใกล้เข้ามาทุกที เสือหนักมันจ้องคุกคามคุณสน หนักเข้ามาทุกทีแล้วเจ้าค่ะ”
“หุบปาก จะไปก็รีบไปๆ ไปก่อนที่ลูกชายชั้นจะกลับมาสอบสวนแกเรื่องที่แกโกหกว่าไปหาแม่ชี” สนขับไสไล่ส่ง
ช้อยคับแค้นใจอดแย้งไม่ได้ “ช้อยไม่ได้โกหกนะเจ้าคะ คุณสนคิดเองบอกคุณเทิดศักดิ์ไปเองนะเจ้าคะ เรื่องเสือหนักกับเนียนนั่น ก็คุณสนฟ้องท่านขุนเอง ใช่ช้อยซะที่ไหนแต่มาลงที่ช้อย”
“อย่ามาโต้แย้ง ไปแล้วจำไว้ ความนัยอย่าได้เอาออก แต่ความนอกเงี่ยหูฟังให้ดี แล้วจะหาว่าไม่เตือน”
“เจ้าค่ะ แต่ถ้าไอ้แช่มมันมีปัญหา คุณสนสัญญาว่าจะช่วยมัน อย่าลืมนะเจ้าคะ”
สนไม่รับปาก “แกอย่าทะลึ่งมาสั่งชั้น ตัวชั้นเองก็กำลังปวดหัว หาทางเอาตัวรอด เทิดศักดิ์พูดถูก ชั้นไม่ควรฟังแกเลย”
ช้อยชักฮึดสู้
“เราต่างร่วมมือกัน ต่างรู้ตื้นลึกหนาบางของกันและกันตลอดมาตั้งแต่คุ้มน้อยคุ้มใหญ่นะเจ้าคะ ลำพังตัวช้อยไม่ได้อยากจะรบกวนคุณสนมากมาย แต่เรื่องของลูก ช้อยขอ”
ขณะพูดช้อยมีสีหน้าจริงจัง ทำให้สนไม่พอใจ แต่ก็เกรงว่าช้อยจะเอาความลับไปเปิดเผย จึงพยักหน้ารับไปแกนๆ
“รอให้มันมีเรื่องก่อนสิ ตอนนี้แกจะตื่นตูมไปก่อนทำไม รีบไปซะ”
สนโบกมือไล่เอาดื้อๆ ช้อยไหว้ลาอีกครั้งแล้วลุกเดินออกไป
“อีนี่เริ่มจะวอนแล้วไง”

สนมองตามตาลุกวาว
ขณะเดียวกันภายในห้องทำงานขุนภักดีในศากลางเมืองสุพรรณ ท่านขุนกำลังยืนไหว้พระบนหิ้งพลางสวดมนตร์พึมพำ มีเอกยืนถือพวงมาลัยอยู่ด้านหลัง ขุนภักดีไหว้จบหันมาเจอเอกยืนยิ้มถือพวงมาลัย

“พวงมาลัยครับ ท่านขุนลืมวางบนหิ้งพระก่อนไหว้ขอรับ ผมวางให้นะขอรับ”
“วางเอาไว้ แล้วแกรีบออกไปซะไอ้สาระแน”
เอกรีบวางแล้วออกไปทำหน้ายิ้มๆ
“วันนี้มีแต่คนยิ้ม ยิ้มเยาะเรารึ”
ขุนภักดีพึมขณะมองพวงมาลัย กลับเห็นใบหน้าแสนเศร้าของเนียนปรากฏอยู่ที่พวงมาลัยมองมาด้วยแววตาตัดพ้อต่อว่า
ท่านขุนสลัดหัวไล่ความคิด ก่อนจะหยิบพวงมาลัยขึ้นมาพิจารณา หมุนพวงมาลัยดูไปมา พลางทอดถอนใจพึมพำ
“ถ้าไม่เกี่ยวข้องกับเสือหนักจริง ทำไมไม่เคยปฏิเสธ ไม่ปริปากพูดอะไรออกมาให้เข้าใจบ้างสักคำ เพราะอะไร”
พ่อเมืองสุพรรณถอนใจเฮือกๆ แล้วตัดใจ นำพวงมาลัยไปวางบูชาพระบนหิ้ง

ขณะเดียวกันภายในห้องทำงานนายอำเภอเมือง แดงน้อยกำลังให้เสมียนตรวจสอบที่ดินของเนียน
“นายอำเภอต้องการให้กระผมตรวจหาที่ดินที่ไหนขอรับ” เสมียนถาม
“ที่ดินบ้านแพน ของนางเนียน ชื่อนามสกุลตามนี้” แดงน้อยส่งกระดาษให้
“ขอรับ นายอำเภอ”
ยินเสียงเคาะประตูห้อง ก่อนจะเห็นหมวดเทิดศักดิ์ก้าวเข้ามาก้มหัวโค้งให้
“สวัสดีครับ ท่านนายอำเภอ”
แดงน้อยทัก อำกลับ “สวัสดีครับ ผู้หมวด”
เสมียนออกไปแล้ว เทิดศักดิ์ปราดมานั่งหน้าตาจริงจัง
“เมฆหมอกดำอึมครึมกำลังปกคลุมบ้านกันอีกแล้ว”
แดงน้อยฉงน “มีอะไรหรือ”
เทิดศักดิ์พยักหน้าเล่าให้เกลอฟัง

ฟากสนแวะมาทำผมที่ร้านเสริมสวยทานตะวัน เวลานี้กำลังกระจกส่องในร้าน แลเห็นว่าทรงผมของสนเปลี่ยนจากเดิมเป็นทรงสมัยใหม่ สนมองแบบไม่มั่นใจนัก มีทานตะวันยิ้มย่องผ่องใสกำลังแต่งผมให้สนไปด้วยอย่างภูมิใจ
“ผมแม่สนจะดูเฟลิร์ตเปิ๊ดสะก๊าดมากไปไหมคะ หนูอี๊ด”
“สวยจะตายไปค่ะ แม่สนหน้าตาสวยมากอยู่แล้ว แถมยังไม่แก่ กลับบ้านไปเย็นนี้ ขี้คร้านพี่เทิดจะจำไม่ได้ค่ะ”
“พิสมัยว่ายังไงจ้ะ” สนหันไปถามพิศมัย
“สวยมากค่ะ”
“แต่ใครก็ไม่สวยเท่า หนูอี๊ดหรอกค่ะ สวยขนาดนี้คู่แข่งพ่ายแพ้หมด”
“จริงหรือคะ หนูกลัวว่าจะไม่จริงสิคะ ที่แน่ๆ มีหนึ่งคน ที่เป็นคู่แข่งที่น่ากลัวที่สุด” ทานตะวันกระซิบบอก “นังติ๋วค่ะ”
“นั่นสิคะ แม่สนก็กังวลตรงนี้แหละค่ะ”
ทานตะวันส่งสายตาให้พิศมัยถอยออกไป
“เรื่องที่แม่สนวางแผนกำจัดมันสองคนแม่ลูกนั่น ทำไมดูเงียบเชียบไปเลยคะ”
“เอ้อ...” สนอึกอัก
“เงียบไม่พอ แม่สนยังไปช่วยเหลือมันให้พ้นการโดนแส้ม้าฟาด ทำไมคะ” ทานตะวันซัก
“ก็คือเอ้อ แม่สนมีแผนใหม่แล้วค่ะ เพราะแผนนั้นมันตื้นเขินเกินไป แล้วก็มีคนรู้มากกว่าเราสองคน”
“ยัยช้อยหรือคะ แม่สนไม่ไว้ใจยัยช้อยซะแล้วหรือคะ”
“ค่ะ ล้มเลิกแผนเดิม วางแผนใหม่ รอจังหวะ ได้จังหวะเมื่อไหร่ แม่สนเล่นงานมันทันที แบบนี้แนบเนียนมากกว่าค่ะ หนูอี๊ดใจเย็นๆ นะคะ”
“แหม หนูใจร้อน เอ้อ...แม่สนคะ หนูอยากไปหานายอำเภอค่ะ แม่สนไปเป็นเพื่อนหนูนะคะ กันประเจิดประเจ้อ”
“ตกลงค่ะ แต่ทำใจไว้บ้างนะคะ ไปแล้วอาจจะเจอคู่แข่งรออยู่ อย่าเผลอใจร้อนโวยวาย นายอำเภอจะเอือมระอา”
ทานตะวันไม่สนใจที่สนเตือน คิดแต่จะไปหาแดงน้อยเท่านั้น สนเหยียดปากแอบพึมพำ
“อีเด็กบ้าผู้ชาย”

ส่วนสองหนุ่มยังคุยกันอยู่ เทิดศักดิ์เล่าเรื่องจบแล้ว
“แกคิดมากไปเอง นั่นแม่แกนะ เทิดศักดิ์”
“ก็แม่กันหนะสิ กันถึงได้หนักใจ คุณแม่ทำอะไรลับๆ ล่อๆ ปกปิดและหลอกอะไรกันไว้หลายประการ เช่นเรื่องนายแช่มเป็นญาติกัน ที่แท้เป็นลูกยัยช้อย”
“นั่นมันนานมาแล้ว”
“เรื่องนี้อีก ลุงสินของแกไปหาคุณแม่ คุณแม่ก็บอกว่าเป็นญาติของแม่ชอบมาไถเงินแม่ ลุงสินรวยจะตาย ทำไมคุณแม่ไม่ทราบ คุณแม่บอกว่าลุงสินอยู่สวนแตง กันไปสืบมาแล้ว ลุงสินไม่เคยอยู่สวนแตง”
“แปลกแฮะ” แดงน้อยชักคล้อยตาม
“กันอยากรู้ว่าจริงๆ ลุงสินเป็นคนที่ไหนกันแน่ แกเคยถามลุงบ้างไหม”
“ไม่เคยดอก เพราะรู้ว่าลุงไม่อยากให้ถาม”
“แล้วแกไม่อยากรู้บ้างหรือ”
“เคยอยากรู้บ้างในบางครั้ง แต่กันรักลุง เคารพลุงเกินกว่าจะไปละลาบละล้วงสิ่งที่ลุงไม่เอ่ยปากบอก”
“จริงสิ ลุงสินดูน่าเกรงขาม มากเกินกว่าจะไปถามซอกแซกกับแก กันไปละ ขอบใจที่รับฟังความอึดอัดของกัน”
“เราไม่ใช่ญาติก็เหมือนญาติ เจอกันที่บ้านเย็นนี้ รับน้องติ๋วแล้วเลยไปเลยนะ”
“ตกลง ขอบใจมากเรื่องน้องติ๋ว ที่แกไม่เคยคิดแก่งแย่งกันสักนิด”
แดงน้อยหน้าเจื่อนนิดหนึ่งแต่รีบปรับ
“น้องติ๋ว เหมาะสมกับแกมาก”
“เสียดายที่ยัยอี๊ดน้องสาวกันไม่น่ารักเหมือนน้องติ๋ว ไม่งั้นกันจะสนับสนุนน้องสาวให้เป็นคู่รักของแก” เทิดศักดิ์ว่า
“กันยังไม่อยากมีใคร กันพอใจจะอยู่คนเดียว ตอนนี้กันมีหน้าที่ดูแล แม่แพร กับลุงโพล้ง กันให้สองคนขายร้านกาแฟ แล้วกลับมาอยู่บ้านแพน บ้านเก่าของพวกเขาน่ะ บ้านแม่ของกันที่กันเองไม่เคยไปสักที ว่างๆ ไปด้วยกันไหม”

เทิดศักดิ์พยักหน้าให้เพื่อนเป็นเชิงรับรู้ แล้วออกไป
เมื่อแดงน้อยมาเป็นนายอำเภอที่สุพรรณ แพรและโพล้งจึงตัดสินใจย้ายกลับมาอยู่บ้านแพน สองคนย้ายข้าวของมาแล้ว กำลังจัดแต่งบ้านหลังเดิมของเนียน

เวลาผ่านไปสักระยะหนึ่ง บ้านหลังเดิมของเนียน ถูกจัดแต่งใหม่ และมีข้าวของทันสมัยวางมากขึ้น บ้านช่องห้องหับดูดีกว่าเดิม
โพล้งจัดเสร็จถอนใจเฮือกๆ “โฮ้ย เหนื่อย ยัยแพร แกไม่ช่วยแถมสั่งๆๆๆ”
“ชั้นฉลาดกว่ามีหัวสมองกว่าแก ชั้นจัดบ้านเก่าให้สวยได้ แกโง่ ก็ต้องมีหน้าที่จัดสิ”
ยายอ่อนเดินยิ้มย่องเข้ามาหา อาการดีใจมาก
“ดีใจจริงๆที่ตาโพล้งกับยายแพรกลับมาอยู่ที่นี่”
“ยายอ่อน” แพรกะโพล้งอุทานทัก
“เนียนรู้หรือยังว่าพวกแกสองคนกลับมา ชั้นอยากโอนที่เต็มแก่แล้ว”
สองคนมองหน้ากันเหลอหลา แล้วตอบพร้อมเพรียง
“ยังไม่ได้บอกเลย”
“ก็ไหนว่ารอให้ผู้รับโอนอายุยี่สิบปีแล้วจะจัดการให้ นี่ผ่านไปนานกว่ายี่สิบกว่าปีมาหลายปีแล้วนา” ยายอ่อนบ่น
“เอาน่าจะดำเนินการให้ในไม่ช้านี้แหละ” โพล้งบอกส่งๆ
“ถามจริง เนียนเขาโอนที่นานี่ให้ใครกันล่ะ”
สองคนมองหน้ากันอีก ยายอ่อนรอฟังอย่างสนใจ

เวลาต่อมา เสมียนยื่นกระดาษให้แดงน้อยดู
“นี่ขอรับนายอำเภอสำเนาที่ดินของนางเนียนจำนวนสิบไร่ที่บ้านแพน”
“โอนให้ใครไปหรือยัง”
“ยังขอรับ”
“จะทราบได้ไหมว่าแกยกให้ใคร”

อ่านละคร อาญารัก ตอนที่ 14/5 วันที่ 1 พ.ค. 56

ละครเรื่อง อาญารัก บทประพันธ์ : จำลักษณ์
ละครเรื่อง อาญารัก บทโทรทัศน์ : วรพันธ์ รวี
ละครเรื่อง อาญารัก กำกับการแสดง : จรูญ ธรรมศิลป์
ละครเรื่อง อาญารัก แนว ดราม่า
ละครเรื่อง อาญารัก ผลิต : บริษัทดีด้าวิดีโอ โปรดักชั่น จำกัด
ละครเรื่อง อาญารัก ควบคุมการผลิต : สยม สังวริบุตร
ละครเรื่อง อาญารัก ออกอากาศทุกวันจันทร์ และวันอังคาร เวลา 20.25 น. ทาง ช่อง 7 สีทีวีเพื่อคุณ
ที่มา manager






ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น