อ่านคุณชายเลี้ยงหมู คุณหนูเลี้ยงแกะ ตอนที่ 3 วันที่ 12 เม.ย. 56


อ่านละคร คุณชายเลี้ยงหมู คุณหนูเลี้ยงแกะ ตอนที่ 3 วันที่ 12 เม.ย. 56

“ไอ้ภูฉันไม่รู้ แต่ฉันไม่เคยมีความลับกับเธอ” ชาติกล้ามองเธอด้วยสายตาลึกซึ้งเพราะแอบรักข้างเดียว ใจอยากจะอยู่คุยและพาปลายฟ้าไปกินข้าวชดเชยที่ทำถุงแกงเธอตกแตก แต่ก็ต้องตัดใจเพราะมีภารกิจสำคัญรออยู่ ขอติดเลี้ยงมื้อเย็นไว้ก่อนแล้วแยกกัน

รุ่งขึ้น ปลายฟ้าขี่มอเตอร์ไซค์ไปที่ฟาร์มสุข พอปลายฟ้าจอดรถเดินเข้าไป ไผ่ถามม่านเมฆว่าใครหรือ

“น้าฟ้า เพื่อนพ่อน่ะครับ”

“เป็นผู้หญิงที่เพียบพร้อมจริงๆนะ หน้าตาก็ดี... ความรู้ก็ดี...แบบนี้พ่อเธอไม่ชอบหมอปลายฟ้าบ้างหรือ” ม่านเมฆบอกว่าเท่าที่เห็นไม่มี ไผ่พึมพำ “ตานี่ประหลาดคน จริงๆ”


ไผ่เลียบเคียงถามม่านเมฆว่า ปกติปลายฟ้ามาทีนานไหม ม่านเมฆบอกว่าบางทีก็อยู่กินข้าวเย็นเลย ไผ่ชำเลืองไปที่รถหมายจะแอบยืมไปห้างซื้อเสื้อผ้าสักชั่วโมง ออกอุบายว่าหิวน้ำ ม่านเมฆอาสาไปเอาให้ แต่พอไผ่ตรงไปที่รถ ก็ชะงัก

“เจ้านายอยู่ไหม” เสียงพรรณรายถามขึ้น ไผ่หันมองงงๆ ถามว่า ถามตนหรือ เลยถูกด่า “กวนประสาทฉันอย่างนี้อยากโดนไล่ออกรึไง”

“ใครอีกวะเนี่ย” ไผ่บ่นเบาๆ ถามว่า “เอ่อ...แล้วคุณเป็นใคร”

พรรณรายบอกว่าตนจะมาเป็นนายหญิงคนใหม่ของเธอ ถามว่าภูวนัยอยู่ไหม ไผ่บอกว่าอยู่ข้างใน เธอเดินกรีดกรายเข้าไป ไผ่มองมึนๆ แล้วหันมาจะสตาร์ตรถ แต่แล้วก็นึกได้ ถามตัวเองเซ็งๆ

“ไม่มีเงิน...แล้วจะไปทำไม”

ooooooo

ปลายฟ้ากำลังเล่าเรื่องที่เมื่อวานเจอชาติกล้าให้ภูวนัยฟัง พลันก็ชะงักเมื่อพรรณรายเข้ามาขัดจังหวะ ทันทีที่เห็นหน้ากัน ทั้งภูวนัยและพรรณรายก็โผเข้ากอดกันกลม จากนั้นพรรณรายจึงหันมาทักปลายฟ้าว่ามาอยู่นี่ได้ไง

ปลายฟ้าถามว่าลืมไปแล้วหรือว่าตนเป็นหมอด้านประสาท พรรณรายจึงหันไปชวนภูวนัยจัดปาร์ตี้ที่รีสอร์ตตนมีเรื่องอยากจะคุยด้วยเยอะเลย ภูวนัยชะงักไปทันที ไผ่ทำหน้าเบ้แล้วรีบเข้าไปขอเงินภูวนัย เขาฉวยโอกาสบอกพรรณรายว่าวันนี้ตนมีนัดกับไผ่จะพาไปซื้อของ แล้วเร่งไผ่ว่า “จะไปกันหรือยัง”

ภูวนัยพาไผ่ออกไป พรรณรายจะตาม ถูกปลายฟ้ามาขวางทำให้ภูวนัยหนีพ้นพรรณรายไปได้

พรรณรายเดินมากับปลายฟ้าไปที่รถของเธอ ถามปลายฟ้าว่ามาหาภูวนัยบ่อยหรือ พอรู้ว่าอาทิตย์ละครั้งสองครั้งแล้วแต่อาการของคุณเผ่าพงศ์

“ต่อไปนี้ฉันไม่อยากให้เธอมาหาภูอีก...ฉันรู้ว่าเธอคิดยังไงกับภู เธอคิดจะมาแทนที่ยัยฝันน่ะ อย่าเสียเวลาเลย ถ้าภูจะชอบเธอ คงชอบไปนานแล้ว”

“แต่ภูก็คงไม่กลับไปหาเธอเหมือนกัน” ปลายฟ้ามั่นใจ พรรณรายพูดอย่างมั่นใจกว่าว่า ถ้าตนไม่ไปเรียนเมืองนอกป่านนี้คงได้แต่งงานกับเขาไปแล้ว “แต่ถ่านมันดับไปแล้ว...มันคงไม่กลับมาติดใหม่ได้หรอก”

“ติดไม่ติดเดี๋ยวก็รู้” พรรณรายยิ้มอย่างมั่นใจแล้วเดินเชิดไปที่รถ ปลายฟ้ามองตามอย่างหนักใจ

ooooooo

การจับยาบ้าของชาติกล้าเมื่อคืนนี้ ได้ของกลางไม่ตรงกับรายงานของสาย ชาติกล้าได้แต่เก็บความสงสัยไว้

รุ่งขึ้น พล.ต.ท.วศินมาที่ ป.ป.ส.นักข่าวกรูกันเข้าสัมภาษณ์ มารุตกับชาติกล้าเดินหน้ากันๆ นักข่าวไว้ ส่วนวศินเดินไปพูดไปกับนักข่าว...

“ยาบ้าจำนวนสองแสนห้าหมื่นเม็ดพวกนี้...ทางเราตรวจสอบที่มาที่ไปแล้วพบว่า ไอ้พวกนี้...เคยเป็นลูกน้องของสมสุขมาก่อน พอหัวหน้าตาย บางส่วนก็ยังอยู่ที่เดิม ส่วนเจ้าพวกนี้คือพวกที่คิดออกมาตั้งแก๊งใหม่”

“ท่านครับ ทำไมถึงมาจับได้ตอนนี้ล่ะครับ ตอนที่เสี่ยสมสุขอยู่ ทำไมตำรวจจับแทบไม่ได้เลย”

“น้องจะถามหาอะไร” วศินหยุดหันมองหน้านักข่าวที่ถามตาขวาง “ไอ้คำถามอย่างนี้มันมีแต่จะบั่นทอนเจ้าหน้าที่ น้องรู้ไหมว่าตำรวจเขาเสี่ยงชีวิตแค่ไหนกว่าจะจับไอ้พวกนี้ได้ ทีหลังตั้งคำถามให้มันสร้างสรรค์หน่อย”

“แต่ที่เราได้ยิน ยาบ้าที่จับได้เมื่อคืนมีแค่ไม่กี่พันเม็ดเองไม่ใช่เหรอคะ”

“พี่จะบอกให้นะ...แค่เรื่องจับยาพวกนี้พี่ก็ปวดหัวมากพอแล้ว อย่าให้พี่ต้องปวดหัวกับพวกน้องอีกเลย เอาล่ะ พี่มีงานต้องทำ แค่นี้แล้วกัน” ว่าแล้วเดินเข้าประตูใหญ่ไปเลย มารุตกับชาติกล้าเดินตาม ท่ามกลางเสียงนักข่าวที่ยังถามกันเซ็งแซ่

เมื่อพ้นจากนักข่าวแล้ว มารุตเร่งฝีเท้าขึ้นมาบอกว่าอีกสิบห้านาทีจะมีการแถลงข่าว วศินพูดอย่างหงุดหงิดว่าให้เขาเป็นคนแถลงแล้วกัน อยากแถลงอะไรก็แถลงไปแต่เช็กดูก่อนก็แล้วกันว่าพวกนักข่าวรู้อะไรมากน้อยแค่ไหน

วศินเดินเลยไปอย่างไม่สนใจ มารุตเดินมาชมชาติกล้าว่าเมื่อคืนทำได้ดีมาก ชาติกล้าบอกว่าตนยังสงสัยอะไรอยู่อย่าง “ข้อมูลที่เราได้จากสายบอกว่าจะมีการส่งยาลอตใหญ่ แต่เมื่อคืน...”

“ไม่ต้องสนใจ จะมากหรือน้อย มันก็คือผลงานของเรา แล้วคดีของคุณนายหยาดฟ้าไปถึงไหนแล้ว”

ชาติกล้าบอกว่ารู้ทะเบียนรถที่ใช้ก่อเหตุแล้วแต่เป็นทะเบียนปลอม มารุตฝากให้ดูแลต่อด้วย พูดแล้วเดินออกไป

ชาติกล้าคิดถึงที่แอบได้ยินวศินกับมารุตคุยกันก่อนหน้านี้แล้วก็รู้สึกแปลกๆ

วศินไปพบพายัพที่ห้องอาหารหรูในโรงแรม พายัพเอาตัวชายคนหนึ่งท่าทางตระหนกเข้ามาแล้วจัดการฆ่าทิ้งด้วยการเอาส้อมทำทีป้อนเค้กแต่แทงทะลุคอตาย แล้วให้ลูกน้องมาลากศพออกไป

ระหว่างวศินกับพายัพเจรจากันนั้น วศินบอกพายัพว่าถ้าจะให้ตนสบายใจ ก็ให้ลบที่สมสุขอัดเสียงตนไว้เสีย

“แหม...ท่านเป็นใคร ผมเป็นใครก็รู้ๆกันอยู่ ท่านจะไม่ให้ผมถืออะไรไว้ต่อรองหน่อยเหรอ แต่ท่านสบายใจได้ตราบใดที่เรายังทำธุรกิจร่วมกัน ก็ไม่มีอะไรน่าห่วง”

“ลื้อแน่ใจเหรอ แล้วที่คุณนายหยาดฟ้าตาย ไม่ใช่เพราะมีข้อมูลของอั๊วกับพวกหลุดไปใช่ไหม”

พายัพชะงักไป แต่พริบตาเดียวก็ปรับสีหน้าเป็นปกติ รับรองกับวศินว่าไม่มีเรื่องอย่างนั้นแน่ เพราะเท่าที่รู้ สมสุขไม่ได้ก๊อบปี้ข้อมูลนั่นเอาไว้

“ก็ดี...เพราะถ้ามันมีหรืออั๊วรู้ว่ามีอะไรผิดพลาดแม้แต่นิดเดียว ตำรวจทั้งประเทศจะตามล่าลื้อ”

“ตกลงวันนี้เราจะไม่คุยธุรกิจกันใช่ไหม” พายัพเปลี่ยนบรรยากาศให้ผ่อนคลายขึ้น แต่ในใจเขายังวิตกเรื่องสร้อยข้อมูลเส้นนั้นของสมสุขอยู่มาก...

ooooooo

เพราะภูวนัยพาไผ่ออกไปข้างนอก ผจญจะไปซื้อยาให้เผ่าพงศ์จึงต้องไปขอเบิกเงินกับพรรษา ม่านหมอกแอบได้ยินจึงซ่อนตัวใต้ผ้าใบท้ายกระบะตามไปด้วย

ผจญขับรถไปฟังเพลงไป รถตกหลุมบ้างกระดอนบ้าง กระแทกกระทั้นจนม่านหมอกทนไม่ได้โผล่ออกมาตะโกนถามว่า “ขับรถดีๆ ไม่ได้รึไง นายแกล้งฉันใช่ไหม”

“เปล่าครับ คือ...ผมตกใจก็เลยเบรกแรงไปหน่อย”

ม่านหมอกบอกว่าตนจะไปลงในเมือง ผจญยิ่งตกใจถามว่าจะหนีออกจากบ้านหรือ ตนไม่ยอมเด็ดขาด

“จะไปหรือไม่ไป ถ้านายไม่พาฉันเข้าเมือง ฉันจะเดินกลับไปที่ฟาร์ม แล้วบอกว่านายพาฉันมาทำมิดีมิร้าย”

“หา!” ผจญตาเหลือก ไม่รู้จะทำอย่างไรดี

ส่วนภูวนัยพาไผ่ไปซื้อเสื้อผ้า เธอเข้าไปลองในห้องลองเสื้อ แต่เวลาถอดปรากฏว่ารูดซิปไม่ออกเพราะคับมาก ต้องขอให้ภูวนัยช่วยรูดให้ ภูวนัยเข้าไปช่วยรูดซิปเพื่อถอดเสื้อ ส่งเสียงกันซี้ดซ้าด จนถูกเจ้าหน้าที่ห้างมาเชิญตัวออกมาหาว่าไปทำอะไรมิดีมิร้ายกันในนั้น

ภูวนัยเถียงหัวชนฝาว่าพวกตนไม่ได้ทำอะไรผิด เจ้าหน้าที่เลยจะพาไปโรงพัก ไผ่ตกใจรีบยอมรับพูดเหนียมๆ ว่า

“พวกเราเพิ่งแต่งงานกัน พี่คงรู้ใช่ไหมคะว่าข้าวใหม่ปลามันเป็นยังไง พี่ปล่อยเราไปเถอะนะคะ พี่จะให้หนูที่กำลังท้องอยู่ในห้องขังเหรอคะ”

“เฮ้ย!” ภูวนัยร้องลั่น

ไผ่ยังดราม่าต่อ เอามือลูบท้องตัวเองคร่ำครวญ

“พี่คะ...หนูไม่อยากบอกลูกที่กำลังเกิดมา...ว่าพ่อกับแม่...ไปฮันนีมูนกันในคุก”

เจ้าหน้าที่คนนั้นอินจนทำท่าจะกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ ในขณะที่ภูวนัยทั้งงงทั้งอึ้ง

ooooooo

ดราม่าจนเอาตัวรอดมาได้แล้ว พากันหิ้วถุงเสื้อผ้ากลับมาที่ลานจอดรถ ภูวนัยเดินหน้าบึ้งมา ไผ่ถามว่าโกรธอะไรตนหรือ

“ยังต้องมาถามอีกเหรอ!”

“อ๋อ...หรือนายโกรธที่ฉันบอกว่าเป็นแฟนนาย... ที่จริง คนที่โกรธน่าจะเป็นฉันมากกว่า เพราะฉันเป็นผู้หญิง ยังไงก็เสียหายมากกว่านายอยู่แล้ว นายน่าจะขอบคุณฉันที่ทำให้เราไม่ต้องไปโรงพักนะ”

“ทำไมเราต้องยอม ในเมื่อเราไม่ได้ทำอะไรผิด”

“นายเคยได้ยินสุภาษิตที่บอกว่า รู้รักษาตัวรอดเป็นยอดดีไหม?”

“หวังว่าคุณคงไม่เอาสุภาษิตนี้ไปสอนลูกๆ ผมก็แล้วกัน” ภูวนัยตัดบทอย่างเอือมระอาเต็มทน

ผจญขับรถมาถึงตลาด ม่านหมอกก็ลงจากรถอย่างมั่นใจ ผจญอ้อนวอนอย่าทำอย่างนี้เลย เธอมองขวับจิกตาถาม

“ทำไม...ถ้าเขาถาม นายก็บอกว่าไม่รู้ ไม่เห็น ก็จบ”

ผจญพลั้งปากบอกว่าตนเป็นห่วง พอรู้ตัวก็รีบเปลี่ยนเป็นอ้อนวอนว่า

“คุณหมอกไม่สงสารคุณภูเหรอครับ...ถ้าคุณภูรู้ว่าคุณหมอกหนีออกจากบ้าน...คุณภูต้องเสียใจมากแน่ๆ”

แต่แทนที่ม่านหมอกจะใจอ่อน เธอกลับยิ่งหงุดหงิด ไล่ผจญให้ไปได้แล้ว และไม่ต้องบอกเรื่องนี้ให้ใครรู้ แต่พอจะไปก็นึกได้ หันมาบอกผจญให้เอาเงินที่จะมาซื้ออาหารเสริมให้ตน ผจญกุมกระเป๋ากางเกงไว้แน่น ม่าน-หมอกถามว่าจะให้ตนดีๆ หรือจะให้ล้วงเอง ผจญยิ่งตึงเครียด ม่านหมอกตัดสินใจล้วงในกระเป๋ากางเกงผจญทันที

ผจญหนีบขาแน่น ปล่อยมือจากกระเป๋ามากุมเป้าแทน พอม่านหมอกล้วงเงินได้ก็สะพายกระเป๋าเดินไปเลย ผจญได้แต่มองตามด้วยความเป็นห่วง...

ooooooo

ไผ่เอาเสื้อผ้าที่ซื้อมาใหม่เข้าห้องมากองไว้ ดีใจที่ใส่แล้วจะได้ดูดีขึ้น มองเสื้อผ้าของครูจงกลนีที่สีก็เก่า แบบก็แก่ จะทิ้งก็เสียดาย เลยคิดเอาไปให้พรรษา

ขณะนั้นเอง ภูนัยหิ้วถุงจากห้างมาที่หน้าห้อง ทำลับๆ ล่อๆ กลัวๆ กล้าๆ เพราะในถุงคือเสื้อผ้าที่เขาซื้อมาให้ไผ่ แต่พอตัดสินใจจะเคาะประตู ไผ่ก็ถามเสียงดังว่า “ทำอะไรน่ะ” ทำเอาภูวนัยตกใจหดมือกลับแทบไม่ทัน หันมองเห็นไผ่ยืนอยู่ก็สะดุ้ง รีบเอาถุงซ่อนข้างหลัง ทำให้ไผ่ยิ่งอยากรู้ชะโงกดูในถุง

ในนั้นเป็นเสื้อผ้าผู้หญิง ไผ่นึกว่าเขาซื้อมาให้ม่านหมอกตามคำแนะนำของตน ชมเปาะว่า

“สวยดีนะ ฉันว่าหมอกเขาต้องชอบแน่ๆ” แต่ภูวนัยบอกว่าไม่เหมาะกับหมอกหรอก แล้วหันหลังเดินกลับ “คนที่จะบอกได้คือหมอก ไม่ใช่นาย” ไผ่บอกแล้วหันไปเคาะประตูห้องม่านหมอก ปรากฏว่าเงียบ ไผ่สงสัยว่าคงจะหลับ

“หมอก พ่อเข้าไปนะ” ภูวนัยเปิดประตูเข้าไป เขาแปลกใจที่ไม่เห็นม่านหมอกอยู่ในห้อง เอะใจไปดูเสื้อผ้าเห็นหายไปบางส่วน ภูวนัยถึงกับหน้าเสีย

“มีอะไรเหรอ” ไผ่มองหน้าถามงงๆ

ooooooo

ม่านหมอกสะพายกระเป๋าเดินไปทางหน้าตลาดผ่านร้านอินเตอร์เน็ต หน้าร้านมีพวกวัยรุ่นจับกลุ่มนั่งอยู่บนมอเตอร์ไซค์ พอเห็นม่านหมอกแต่งตัวเตะตาผ่านมา ก็พากันผิวปากแซว เลยถูกม่าน-หมอกด่า

ปรากฏว่า วัยรุ่นกลุ่มนี้คือรุ่นพี่ที่เคยมีเรื่องกับม่านหมอกที่โรงเรียนมาก่อน พากันแซวสนุกปากว่าเรียนแล้วปวดหัวออกมาหาผัวดีกว่า ถูกม่านหมอกด่าอีก ตัวหัวโจกสั่งพรรคพวกให้เอาตัวไปที่บ้านตนเลย พวกนั้นกรูกันเข้ามา ม่านหมอกตั้งท่าเตรียมลุยเต็มที่

ผจญตามมาทันพอดี ถามว่ามีเรื่องอะไรกันหรือ ม่านหมอกหันมาเห็นผจญถามว่าตามตนมาหรือ

“ครับ...ก็ผมเป็นห่วงคุณหมอกนี่ครับ” ผจญ

เสียงอ่อย

พวกวัยรุ่นพากันแซวเกรียวกราวว่าไม่นึกว่าม่าน-หมอกจะชอบสไตล์หนุ่มบ้านนอกแบบนี้

“พวกแกเก็บปากไว้แตกหน้าหนาวดีกว่า” ม่านหมอกหันไปตวาด

อ่านละคร คุณชายเลี้ยงหมู คุณหนูเลี้ยงแกะ ตอนที่ 3 วันที่ 12 เม.ย. 56

คุณชายเลี้ยงหมู คุณหนูเลี้ยงแกะโดย บทประพันธ์ เล่าเต็ง
คุณชายเลี้ยงหมู คุณหนูเลี้ยงแกะ บทละคร โดย อภิวัฒน์ เล่าสกุล
คุณชายเลี้ยงหมู คุณหนูเลี้ยงแกะผลิตโดย : บริษัท กำกับการดี จำกัด
คุณชายเลี้ยงหมู คุณหนูเลี้ยงแกะนำแสดงโดย : ศิวัฒน์ โชติชัยชรินทร์ - ไปรยา สวนดอกไม้
ติดตามชมคุณชายเลี้ยงหมู คุณหนูเลี้ยงแกะได้ทางช่อง 7 สีทีวีเพื่อคุณ
ที่มา ไทยรัฐ






ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น