คุณชายเลี้ยงหมู คุณหนูเลี้ยงแกะ ตอนที่ 8 วันที่ 1 พ.ค. 56


อ่านละคร คุณชายเลี้ยงหมู คุณหนูเลี้ยงแกะ ตอนที่ 8

“ผมรู้ว่าทุกคนคงไม่เชื่อเรื่องที่หมวดภูมีส่วนเกี่ยวข้องกับพายัพ” ราชัยกับวีระโพล่งไปว่าใช่ พวกตนไม่เชื่อเด็ดขาดเพราะหมวดภูตั้งใจจับพวกพายัพมาตลอด ชาติกล้าสวนไปเยาะๆว่า “แล้วเคยจับได้หรือเปล่าล่ะ”
โดนย้อนเอาอย่างนี้ทุกคนก็สะอึก ชาติกล้าพูดต่อหมายย้ำหัวตะปูและเรียกร้องความเห็นใจว่า


“ผมเข้าใจว่าทุกคนยังรักและมองหมวดภูเป็นคนดีมาตลอด พวกคุณคงทำใจไม่ได้ที่มีเรื่องแบบนี้ แล้วทำไมพวกคุณไม่นึกถึงหัวอกผมบ้าง ทุกคนรักหมวดภู แต่คงไม่เท่าผม ลืมแล้วหรือว่าหมวดภูเป็นเพื่อนรักผม แล้วถ้าพวกคุณถูกเพื่อนที่คุณรักที่สุดหักหลัง จะเป็นยังไง”


วีระขอโทษชาติกล้าว่าพวกตนอาจจะเข้าใจเขาผิด เพราะพวกตนยังไม่อยากจะเชื่อว่าหมวดภูจะเป็นพวกเดียวกับพายัพ ชาติกล้าย้อนถามว่า “แล้วทำไมผมถึงได้กล้าบอกว่าไอ้ภูเป็นพวกเดียวกับพายัพ พวกคุณไม่สงสัยบ้างหรือ”

เป็นคำถามที่ทำให้ทุกคนอยากรู้ว่าชาติกล้ามีหลักฐานอะไรถึงได้กล่าวหาภูวนัยว่าเป็นพวกเดียวกับพายัพ

ที่แท้ชาติกล้าวางแผนไว้แล้ว เมื่อทำให้ทุกคนสงสัยภูวนัยแล้ว พายัพก็มาปรากฏตัวทันที ชาติกล้าทำทีเรียกพายัพมาสอบปากคำ พายัพถามอย่างท้าทายว่า เชิญตนมาให้ข้อมูลใช่ไหม อยากรู้อะไรว่ามาเลย

ชาติกล้าเอาปืนที่อยู่ในซองพลาสติกออกมา บอกว่าพบปืนนี้อยู่ที่สะพานพระราม 8 และพบลายนิ้วมือของลูกน้องพายัพบนปืนนี้ พายัพหัวเราะเยาะว่าอาจเป็นเรื่องชู้สาวก็ได้ ชาติกล้าเปลี่ยนคำถามว่า “ภูวนัยเป็นสายให้แกใช่ไหม” ถูกพายัพตำหนิว่า ถามแบบไม่รักเพื่อนเลยนะ ชาติกล้าไม่สนใจ เปิดแฟ้มดูเอกสารพลางอ้างหลักฐาน

“เราตรวจสอบบัญชีของแกพบว่า เมื่อสองเดือนที่แล้ว แกโอนเงินเข้าบัญชีหนึ่งเป็นเงินสิบล้านบาท เจ้าของบัญชีพบว่าเป็นเจ้าของแผงหมูในตลาดที่นครปฐม”

พายัพทำเป็นคิดได้ว่า เดือนที่แล้ววันเกิดลูกน้อง ตนเลยสั่งหมูมาเลี้ยง ตนเป็นคนกว้างขวางเลยต้องสั่งหมูมาเยอะ

“เจ้าของแผงหมูคนนั้น ได้โอนเงินจำนวนเท่ากันให้กับโรงฆ่าที่อยู่ในพื้นที่เดียวกัน แล้วเจ้าของโรงฆ่าก็คงจะจ่ายเงินให้กับไอ้ภู โดยการซื้อหมูเป็นจากฟาร์มมัน” ชาติกล้าอ้างหลักฐานโยงใย พายัพสบตาชาติกล้าแล้วปรบมือ...

“น่าชื่นชมจริงๆ แต่ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง ผมก็คงไม่เกี่ยว เพราะผมก็แค่ซื้อหมูเท่านั้น ส่วนเจ้าของแผงเจ้าของโรงฆ่าจะเอาเงินนั่นไปทำอะไร มันไม่ใช่เรื่องของผม” ชาติกล้าซักว่าแล้วเขาโอนเงินให้ภูวนัยทำไม “หึๆเรื่องนี้ผมคงบอกไม่ได้ ผมว่าที่หมวดสืบมาได้ขนาดนี้ก็เก่งแล้ว ไม่ลองสืบต่ออีกหน่อยล่ะครับ แต่ผมใบ้ให้หน่อยก็ได้ หมวดภูวนัยที่พวกคุณรู้จักน่ะ อาจจะไม่ใช่คนดีอย่างที่คิดก็ได้”

พายัพโยนระเบิดให้ภูวนัย ทำให้เพื่อนร่วมงานที่รักและเชื่อมั่นในภูวนัยพากันอึ้งไปตามกัน

หลังจากนั้น ชาติกล้ากับพายัพนัดพบกันในที่ลับ พายัพถามว่าพอใจแล้วใช่ไหม ถามว่าชาติกล้าทำพลาดได้ยังไง จากนั้นเสนอข้อแลกเปลี่ยนว่า “ฉันช่วยแกแล้ว ตาแกช่วยฉันบ้าง”

พายัพดึงรูปไผ่พญาจากในซองออกมาให้ดูแค่ตา บอกว่าต้องการตัวผู้หญิงคนนี้ ชาติกล้าจำได้ทันทีว่า ดวงตาแบบนี้เคยเห็นที่โรงพยาบาล จำได้อีกว่าคือพยาบาลที่มีหน้ากากอนามัยคาดจมูกกับปาก เผยให้เห็นแต่ดวงตา เป็นคนที่เข็นเตียงพาภูวนัยหนีไปวันนั้น!

“ผู้หญิงคนนี้...คือคนที่ช่วยมันไว้ แล้วฉันก็เคยเห็นเธออยู่กับไอ้ภูที่ฟาร์ม”

นาทีนี้ ทั้งชาติกล้าและพายัพ ต่างต้องการตัวไผ่พญา ด้วยกันทั้งคู่!

ooooooo

พาภูวนัยหนีมาได้แล้ว ไผ่พญากับลำไยไปเช่าบ้านในย่านชุมชนอยู่ ไผ่เห็นภูวนัยไม่มีอาการผิดปกติอะไรก็เบาใจ พอเงยหน้าเห็นลำไยมองอยู่อย่างค้นหาก็ถามแม่ว่ามีอะไรหรือ

“ชอบเขาหรือไง” ลำไยถาม ไผ่ตกใจเหมือนถูกจับได้ ลำไยพูดอย่างรู้ทันว่า “คนเราถ้าไม่ชอบกัน จะยอมเสี่ยงชีวิตช่วยอย่างนี้เหรอวะ”

ไผ่แก้เกี้ยวว่าถึงเป็นคนอื่นตนก็ช่วย แม่จะให้ตนปล่อยให้เขาตายไปต่อหน้าต่อตารึไง ไผ่มองหน้าแม่พูดอย่างซึ้งใจว่า “ถ้าแม่ไม่ช่วย ฉันคงไม่รอดแน่ๆ”

“ฉันไม่ได้ช่วยแก ฉันช่วยพ่อตำรวจหนุ่มนั่น แกเคยได้ยินไหมว่า คนที่ฟื้นจากความตายน่ะ จะเห็นอนาคต นี่ถ้าเขาฟื้นขึ้นมาละก็...แม่จะพาไปนั่งข้างวงไพ่ด้วยทั้งคืนเลย” แต่ไผ่เชื่อว่าแม่ไม่ได้ใจไม้ไส้ระกำจะคิดอะไรแบบนั้น

“แล้วนี่แกจะเอายังไงต่อไป” ลำไยถาม

ไผ่พญาหันมองภูวนัยอย่างไตร่ตรอง...ยังคิดไม่ออกเหมือนกันว่าจะทำอย่างไรต่อไป...

ooooooo

ข่าวเรื่องภูวนัยเป็นพวกค้ายา ทำให้ขิงกับกระดังงาร้อนใจ คุยกันว่าคงอยู่ที่ฟาร์มสุขต่อไปไม่ได้แล้ว เพราะถ้าภูวนัยเป็นพวกค้ายาอย่างที่ข่าวจริง ตำรวจต้องเรียกคนในบ้านไปสอบปากคำแน่นอน และเราก็ต้องโดนด้วย

คุยกันไม่ทันไร ชาติกล้าก็โผล่เข้ามาพอดี ทำเอาทั้งสองยิ่งใจเสีย

ส่วนตะวันฉายกับพรรษาไม่เชื่อว่าภูวนัยจะทำอย่างที่เป็นข่าวออกมา พรรษาพยายามติดต่อภูวนัยก็ติดต่อไม่ได้

ขณะนั้นเอง ชาติกล้าเข้ามา เผ่าพงศ์ถามทันทีว่าเจอภูวนัยหรือยัง ชาติกล้าบอกว่าตนก็อยากรู้เหมือนกันว่าภูวนัยอยู่ไหน ตะวันฉายถามว่าแล้วไผ่ล่ะ เพราะไผ่ไปกับภูวนัยตั้งแต่เมื่อวาน

“ไม่เลยครับ ตอนนี้เรารู้อยู่อย่างเดียวคือเรื่องที่ภูเป็นสายให้กับพวกค้ายา” พูดแล้วชาติกล้าทำเป็นตกใจพลั้งปากแล้วตัดบทว่า “ที่ผมมานี่เพื่อจะบอกทุกคนว่า ถ้าภูกลับมาหรือติดต่อมา ผมอยากให้ทุกคนบอกผมทันที...คุณลุงครับ ผมขอโทษที่ต้องพูดอย่างนี้ แต่ที่ผมทำไปก็เพื่อความปลอดภัยของเจ้าภูเอง”

ทุกคนไม่อยากเชื่อคำพูดของชาติกล้า ยิ่งขิงกับกระดังงาที่แอบฟังอยู่นอกจากจะไม่เชื่อแล้วยังเริ่มได้กลิ่นไม่ดีด้วย

ทั้งสองรีบกลับเข้าห้องนอนของไผ่ ขิงบอกกระดังงาให้รีบเก็บเสื้อผ้าขืนอยู่ต่อไปมีหวังได้เข้าซังเตแน่ ถามกระดังงาเสียงสั่นว่า ไม่เห็นหรือว่าตอนนี้ตำรวจเริ่มมาแล้ว ต่อไปรับรองได้ว่าต้องยกมาปิดฟาร์มนี้แน่

ทันใดนั้น เสียงมือถือของกระดังงาดังขึ้น กระดังงาดูหน้าจอโชว์เบอร์ 02 ก็ไม่แน่ใจว่าใครโทร.มา ขิงบอก ไม่ต้องรับ กระดังงาถามว่าถ้าเกิดเป็นไผ่โทร.มาล่ะ แล้วกดรับเลย

เป็นไผ่จริงๆด้วย! กระดังงาดีใจมากร้องลั่น “ไอ้ไผ่!”

กระดังงาถามไผ่ว่าอยู่กับภูวนัยหรือเปล่า ไผ่ปดว่า “เปล่า...มีอะไร?” ขิงแย่งโทรศัพท์ไปคุยเอง

“นี่แกไม่รู้รึไงว่าตอนนี้คุณภูกลายเป็นคนร้ายที่ตำรวจต้องการตัวมากที่สุดแล้วนะเว้ย”

กระดังงาแย่งโทรศัพท์กลับไปคุย บอกไผ่ว่าไม่ได้อยู่กับภูวนัยก็ดีแล้วไม่อย่างนั้นมีหวังโดนติดร่างแหไปด้วยแน่ ถามย้ำว่าไผ่ไม่ได้อยู่กับภูวนัยจริงๆใช่ไหม ไผ่ยืนยันว่าจริง พูดให้น่าเชื่อยิ่งขึ้นว่า ตนรอเขามาคืนหนึ่งแล้วยังไม่เห็นโผล่มาเลย

กระดังงาบอกไผ่ว่าอยู่กรุงเทพฯดีแล้วไม่ต้องกลับมาที่นี่อีก ขิงขู่เว่อร์ว่า ตอนนี้ตำรวจเอากำลังมาปิดล้อมบ้านแล้วทำให้ไผ่ยิ่งเครียด

ที่แท้มีตำรวจมาคนเดียวคือชาติกล้า เมื่อมาขู่คนที่ฟาร์มสุขแล้วก็จะกลับ เจอปลายฟ้าที่หน้าบ้านพอดี ปลายฟ้าจะถามเรื่องภูวนัย ชาติกล้าตัดบทว่า

“ฟ้าอย่าถามอะไรชาติเลย ชาติพูดเรื่องไอ้ภูมามากพอแล้ว” ปลายฟ้าขอถามคำเดียวว่าภูวนัยเป็นคนร้ายจริงหรือ “ฟ้า...ชาติรู้ว่าฟ้ารู้สึกยังไง แต่ฟ้าต้องเชื่อชาติ ไอ้ภูมันหลอกทุกคนมาตลอด”

“ไม่...ภูไม่ใช่คนอย่างนั้น”

“ฟ้า...ไอ้ภูมันเป็นคนร้ายได้ยินไหม...ไอ้ภูไม่ได้เป็นคนดีอย่างที่ฟ้าคิด ชาติเป็นตำรวจ ฟ้าต้องเชื่อชาติ!”

เขาจับมือเธอบีบเบาๆ ปลายฟ้านิ่งงันไป ชาติกล้ารู้สึกตัวจึงปล่อยมือ ปลายฟ้าขอตัวไปดูคุณลุงข้างใน เธอเดินผ่านเขาไปไม่พูดอะไรแม้แต่คำเดียว ชาติกล้ามองตาม ยิ่งแค้นภูวนัยเป็นทวีคูณ

ooooooo

ไผ่ฟังขิงกับกระดังงาเล่าสภาพที่ฟาร์มสุขแล้วเครียด มองภูวนัยที่ยังไม่รู้สึกตัวอย่างหนักใจ สะกิดอยากจะปลุกเขาให้ตื่นขึ้นมาคุยกัน กลับพบว่าเขาตัวร้อนจี๋ จึงรีบไปเอาน้ำมาเช็ดตัวให้

คืนนี้ไผ่ฟุบหลับไปข้างๆภูวนัย ตกดึกเขารู้สึกตัวลืมตาขึ้น เมื่อสายตาเริ่มมองเห็นชัด เขาจึงรู้ว่าตัวเอง นอนอยู่ในบ้านหลังหนึ่ง เขาพยายามจะลุกขึ้นทำให้เจ็บแผลจนร้องออกมา

ไผ่สะดุ้งตื่น พอเห็นเขารู้สึกตัว เธอดีใจมาก ถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง

“ทำไมผมถึงมาอยู่ที่นี่ แล้วทำไมคุณ...”

ไผ่ตัดบทว่าเรื่องมันยาว เอาไว้เขาหายดีแล้วจะเล่าให้ฟัง โดยเฉพาะเรื่องที่เพื่อนเขาจะเข้าไปฆ่าเขาถึงห้องไอซียู

“ไอ้ชาติ!” ภูวนัยรู้ทันที ถามว่า “ผมสลบไปนาน เท่าไหร่” พอไผ่บอกสามวัน เขาขอร้องให้ช่วยตนอีกอย่างได้ไหม นั่นคือให้ไผ่ไปซื้อยาแก้ปวด แอลกอฮอล์ และผ้าพันแผล

ไผ่ไปถึงร้านขายยากำลังจะปิดพอดี ไผ่เรียกไว้แล้วรีบเข้าไปซื้อเป็นจำนวนเงินถึงพันกว่าบาท เจ้าของมองแล้วถามว่าซื้อไปทำอะไรเยอะแยะอย่างนี้

“อ๋อ...พอดีแมวที่บ้านมันเป็นฝีน่ะค่ะ”

ตอบแล้วไผ่รีบออกจากร้านกลัวจะถูกซักถามมากกว่านั้น แต่หารู้ไม่ว่า เพียงไผ่คล้อยหลัง เจ้าของร้านก็หยิบโทรศัพท์มาโทร.ออกแจ้งเบาะแสตำรวจทันที

ไผ่เอาของที่ซื้อกลับมาทำแผลให้ภูวนัย เห็นเขากัดฟันจนกรามนูนอย่างเจ็บปวดก็นึกสงสาร ทำแผลเสร็จ ภูวนัยพยายามจะลุกขึ้นเพื่อติดต่อกลับไปที่ฟาร์ม บอกไผ่ว่าตนหายไปหลายวันทางโน้นต้องเป็นห่วงแน่ๆ

“ไม่ได้นะ” ไผ่ห้ามไว้ ภูวนัยถามด้วยสายตา เธอบอกตามตรงว่า “ฉันลืมบอกนายไป ตอนนี้นายเป็นคนร้ายแล้ว”

ภูวนัยชะงักอึ้งไปทันที

ooooooo

เกิดปรากฏการณ์ไปทั่วทุกสำนักพิมพ์และสำนักข่าว เมื่อทุกองค์กรได้รับแผ่นซีดีที่เขียนไว้มุมซองว่า “ความจริง”

บางสำนักพิมพ์ที่ได้รับ พนักงานเอาซีดีไปเปิดดู เห็นแล้วตกใจรีบเรียก บก.มาดู พูดกับ บก.ว่า

“ถ้าข้อมูลนี่เป็นจริง ผมว่ามันทำลายองค์กรตำรวจได้ทั้งองค์กรเลยนะครับ”

บก.ถามว่ามีใครรู้เรื่องนี้หรือเปล่า เขาได้ก๊อบปี้เอาไว้ไหม พนักงานคนนั้นปฏิเสธทั้งสองอย่าง บก.รีบเอาแผ่นซีดีใส่ซองถือเดินหน้าเครียดออกไป

ต่อมาพายัพเองก็รับรู้ถึงความผิดปกติที่เกิดกับตน เมื่อเขาไปหาวศินที่บ้านซึ่งปกติเคยเข้านอกออกในได้สะดวก ก็กลายเป็นว่าลูกน้องถูกกันให้อยู่ข้างนอก และตัวพายัพเองก็ถูกตรวจอย่างเข้มงวด ปืนที่พกติดตัวก็ถูกยึด ร้ายกว่านั้นคือ เมื่อเข้าไปในบ้าน ไม่ทันเห็นตัววศินก็ได้ยินเสียงขึ้นนกปืนดังกริ๊ก! ที่ข้างหลัง

พายัพยกมือขึ้น โดยสัญชาตญาณ เสียงวศินถามอย่างไม่เป็นมิตรว่า

“ลื้อคิดว่าลื้อเล่นอยู่กับใคร”

“ใจเย็นสิครับท่าน ผมไม่เข้าใจว่าท่านพูดเรื่องอะไร”

“เรื่องอะไร...ก็เรื่องนี้ไง้!!” วศินโยนแผ่นซีดีทั้งหมดที่ถูกส่งไปยังสำนักข่าวและสำนักพิมพ์ลงตรงหน้าพายัพ เมื่อพายัพหยิบขึ้นดูถึงกับหน้าเครียดไปทันที วศินยังพูดอย่างไม่เป็นมิตรว่า “แกคิดว่าส่งข้อมูลพวกนี้ให้สื่อแล้วมันจะได้ผลเหรอ เฮ้ย! จำไม่ได้รึไงว่าไอ้สื่อในประเทศนี้เป็นคนของอั๊ว!”

พายัพยืนยันว่าตนไม่ได้ทำ แต่ตอนนี้ขอให้เอาปืนลงก่อนเกิดเปรี้ยงปร้างขึ้นมาท่านจะขาดรายได้หลัก แล้วจ้องหน้ายืนยันว่า “ผมไม่ได้ส่งข้อมูลพวกนี้ให้กับสื่อ”

“ลื้อเป็นคนเดียวที่มีไอ้ข้อมูลบ้าพวกนี้ ถ้าไม่ใช่ลื้อแล้วจะเป็นใคร” วศินตะคอก พายัพนิ่งไปอึดใจก็ฉุกคิดได้เมื่อออกมาถึงหน้าบ้านเจอลูกน้องที่รออยู่พายัพตบหน้าลูกน้องทั้งสองลงไปกอง ตวาด

“ผู้หญิงคนเดียวทำไมเอาตัวมาไม่ได้วะ” ลูกน้องถามงงๆว่าใครหรือ เรื่องอะไร “ก็อีโคโยตี้นั่นไง! หาตัวมันมาให้ได้ ไม่งั้นคนที่ตายจะเป็นพวกแก!”

พายัพเดือดดาลเพราะเชื่อว่าข้อมูลที่วศินได้รับนี้ เป็นฝีมือของไผ่พญา!!

ooooooo

วันนี้ ขณะไผ่ไปสั่งข้าวกะเพราไก่ไข่ดาวสองกล่องที่ร้านขายอาหารตามสั่ง แล้วไปนั่งรอระหว่างนั้น มีชายแปลกหน้าสองคนเดินเข้ามา เอารูปให้เจ๊เจ้าของร้านดูถามว่าเคยเห็นผู้ชายคนนี้ไหม เจ๊ส่ายหน้า ทั้งสองจึงเดินมาหาไผ่ที่นั่งรอข้าวกล่องอยู่ ยื่นรูปให้ดูถามว่า

“โทษนะน้องสาว...เคยเห็นผู้ชายคนนี้ไหม”

ไผ่ใจหายวาบเพราะมันคือรูปภูวนัย แต่พยายามเก็บอาการแล้วทำเป็นนึกได้ ร้องเสียงดัง

“อ๋อ...วันก่อนหนูเห็นเขาเรียกแท็กซี่ให้ไปส่งที่ไหนนะ...อ๋อใช่ๆเขาบอกแท็กซี่ให้ไปส่งที่ปอยเปต”

ทั้งสองมองหน้ากัน ถามไผ่อย่างจับพิรุธว่าแล้วเรารู้ได้ยังไง

“เอ่อ...ก็...พี่แท็กซี่คนนั้นเขาอยู่แถวนี้ไง...เดี๋ยวพี่เดินไปตามทางนะ เลี้ยวขวา...พอขวาแล้วก็ขวาอีกที แล้วพี่ก็เดินไปตามทาง บ้านพี่เขามีแท็กซี่จอดอยู่หน้าบ้านนั่นแหละ”

คนหนึ่งเอ่ยขอบใจแล้วพากันเดินไป ไผ่ลุกขึ้นทันทีบอกเจ๊เจ้าของร้านว่าไอ้ที่สั่งเมื่อกี้ไม่เอาแล้วนะ ว่าแล้ววิ่งอ้าวออกไป จนเจ๊บ่นไม่ทัน

ชายแปลกหน้าทั้งสองออกไปอึดใจเดียวก็ย้อนกลับมาเพื่อจะถามว่าแท็กซี่นั้นสีอะไร ปรากฏว่าไผ่หายไปแล้ว

“โน่น...วิ่งไปโน่นแล้ว...สั่งข้าวแล้วก็ไม่เอา ซวยจริงๆ” เจ๊ชี้ให้ดูหลังไผ่ที่วิ่งอยู่ไกลๆ

ชายแปลกหน้าทั้งสองรู้สึกถึงความไม่ปกติ พากันวิ่งไล่กวดไผ่ไป บอกกันว่าไผ่ต้องรู้จักหมวดภูวนัยแน่ๆ

“ก็ใช่น่ะซิ เราก็รอให้สองคนนั้นเจอกันก่อนไม่ดีกว่าหรือ” อีกคนเสนอ

ไผ่วิ่งกลับไปถึงบ้านเช่า บอกภูวนัยหน้าซีดปากสั่นว่า มีคนมาตามหาเขา เชื่อว่าต้องเป็นคนของเพื่อนที่หักหลังเขาแน่ๆ ภูวนัยอึ้งไป คิดหาทางแก้ปัญหา ครู่เดียวก็ได้ยินเสียงตึงตังโครมครามที่หน้าบ้าน ไผ่วิ่งไปแอบดู

“เฮ้ย! สองคนนั้นแหละ” ไผ่ตกใจ ภูวนัยบอกว่ามันตามเธอมา ไผ่ยิ่งซีดถามว่าแล้วจะทำยังไงดี

อึดใจเดียว เสียงหนึ่งในนั้นก็มาตะโกนที่ประตูบ้าน “เรารู้ว่าแกอยู่ข้างใน ออกมาซะดีๆ”

ข้างในเงียบกริบ มันจึงพากันบุกเข้าไป ปรากฏว่าพบแต่ห้องว่างเปล่า มันมองหาถามกันว่าหายไปไหน ก็เห็นกับตาจะจะว่าเข้ามาในบ้านนี้

ทันใดนั้น ประตูห้องปิดงับเข้ามาแล้วมีเสียงล็อกกุญแจกริ๊ก!

“ฝากเฝ้าบ้านด้วยนะ” ไผ่ตะโกนเข้าไป

ไผ่พยุงพาภูวนัยหนีไป แต่เพราะภูวนัยยังเจ็บแผลเดินไม่ไหว เขาบอกให้ไผ่หนีไปก่อน เดี๋ยวตนหาทางเอง

“ไม่ได้ รอดมาได้ขนาดนี้แล้ว จะมายอมง่ายๆได้ไง” ไผ่ไม่ยอม พยุงพาเขาไปอย่างทุลักทุเล

ooooooo

ฝ่ายลำไยเล่นไพ่ไม่เคยได้สักที เลยถือธูปเทียนจะไปขูดหาเลข ถูกชายแปลกหน้าทั้งสองวิ่งมาชนอย่างจัง

“เฮ้ย! อะไรวะ ชนซะโชคกระเด็นเลย” ลำไยโวยวาย แล้วก็มองตาค้างเมื่อเห็นว่ามันคือลูกน้องของพายัพ!

ลูกน้องพายัพคว้าลำไยที่หันกลับจะวิ่งหนี ลำไยอ้อนวอนให้ปล่อยตนไปเถิดเพราะตนไม่รู้อะไร

“ไม่ต้องกลัวน่า...พวกเราแค่จะชวนแกไปนั่งรถเล่น...ไป”

เวลาเดียวกัน ไผ่พาภูวนัยหนีอย่างยากลำบาก ลูกน้องพายัพที่คุมตัวลำไยจะพาไปขึ้นรถเห็นไผ่กับภูวนัยก็ลืมลำไยไปชั่วขณะ ลำไยอาศัยจังหวะนั้นถีบมัน
แล้ววิ่งหนี คนหนึ่งจะตามอีกคนบอกไม่ต้องตามแล้วหันมาไล่ล่าไผ่กับภูวนัยแทน

ไผ่กับภูวนัยถูกลูกน้องพายัพจับตัวไป ระหว่างนั้นทั้งสองคิดหาทางหนี แม้ภูวนัยจะเจ็บแผลแต่ในภาวะนี้เขาก็ฮึดสู้ อาศัยทีเผลอของลูกน้องพายัพเตะปืนมันกระเด็น แต่ก็ถูกมันล็อกคอไว้ ภูวนัยตะโกนให้ไผ่หนีไป เธอไม่ยอมหนี ภูวนัยถูกคนหนึ่งศอกเข้าที่ท้องจนทรุด อีกคนยกปืนเล็งมาที่เขา

“ปัง!” เสียงปืนดังขึ้นนัดหนึ่ง ทุกคนชะงัก อึดใจเดียวร่างลูกน้องพายัพที่เล็งปืนใส่ภูวนัยก็รูดลงไปกอง

ทุกคนมองไปทางต้นเสียงปืน เห็นชายแปลกหน้าสองคนถือปืนอยู่ ลูกน้องพายัพที่เหลือเห็นดังนั้นมันยิงเปิดทางแล้วหนีไป ชายแปลกหน้าทั้งสองถือปืนเดินเข้ามาหาไผ่กับภูวนัย แล้วยืนตรงทำความเคารพทำเอาทั้งสองงง

“ไม่ต้องกลัวครับ พวกเราเป็นตำรวจ”

ที่แท้ชายแปลกหน้าทั้งสองเป็นตำรวจนอกเครื่องแบบนั่นเอง

ooooooo

อ่านละคร คุณชายเลี้ยงหมู คุณหนูเลี้ยงแกะ ตอนที่ 8 วันที่ 1 พ.ค. 56
คุณชายเลี้ยงหมู คุณหนูเลี้ยงแกะโดย บทประพันธ์ เล่าเต็ง
คุณชายเลี้ยงหมู คุณหนูเลี้ยงแกะ บทละคร โดย อภิวัฒน์ เล่าสกุล
คุณชายเลี้ยงหมู คุณหนูเลี้ยงแกะผลิตโดย : บริษัท กำกับการดี จำกัด
คุณชายเลี้ยงหมู คุณหนูเลี้ยงแกะนำแสดงโดย : ศิวัฒน์ โชติชัยชรินทร์ - ไปรยา สวนดอกไม้
ติดตามชมคุณชายเลี้ยงหมู คุณหนูเลี้ยงแกะได้ทางช่อง 7 สีทีวีเพื่อคุณ
ที่มา ไทยรัฐ