My Hero วีรบุรุษสุดที่รัก ใต้ปีกปักษา ตอนที่ 2 วันที่ 29 ก.ค.61

My Hero วีรบุรุษสุดที่รัก ใต้ปีกปักษา ตอนที่ 2 วันที่ 29 ก.ค.61

“มาบ้านสวนทีไรเป็นอย่างนี้ทุกที” สารัตถ์บ่นลูกสาวยิ้มๆ

สาริศาถือหนังสือตำราอาหารเดินดูของสะสมของปู่มาตามทางเดิน ระหว่างนั้นมีลมพัดเข้ามาทางหน้าต่าง พัดใบไม้ปลิวผ่านหน้าริศาไปหยุดที่หน้าห้องของปู่สันติแล้วประตูก็ค่อยๆเปิดออก ริศามองเข้าไปในห้องด้วยสีหน้าลังเล ก่อนตัดสินใจเดินเข้าไปที่โต๊ะเขียนหนังสือและตู้เก่าๆที่ตั้งอยู่มุมห้อง ครู่เดียวก็ได้ยินเสียงเรียกชื่อตนแว่วๆอยู่ข้างหู...

“ริศา...ริศา...ริศา”



ริศาหันมองก็ไม่เห็นใคร แต่เสียงเรียกยังดังแว่วๆ ริศาเดินตามเสียงไปจึงรู้ว่าเสียงมาจากตู้เก็บของใกล้โต๊ะทำงานที่มุมห้อง เสียงเรียกจึงเงียบหายไป

ริศามองของที่อยู่ในตู้ด้วยความสนใจเห็นกล่องเหล็กเล็กๆมีคราบสนิมเกาะแสดงว่าไม่มีใครสนใจเปิดมานาน ริศาเปิดกล่องเห็นจี้พร้อมสร้อยคอเส้นหนึ่งที่แม้จะเก่าแต่ลวดลายที่เป็นรูปนกกางปีกบินยังสวยงาม และที่ด้านหลังสลักตัวอักษรว่า “Forever”

“ริศา...ช่วยฉัน...ช่วยฉันด้วย...”

เสียงแว่วขึ้นมาอีก ริศาหันมองก็ไม่เจออะไร แต่ที่ข้างฝาด้านหลังริศา “อัศนี” ในชุดนักบินสมัยสงครามเวียดนามมองมาที่ริศาพร้อมกับยื่นมือออกจากภาพเพื่อสัมผัส

ขณะที่มือของอัศนียื่นออกจากรูปใกล้ริศาเข้ามาทุกทีจนดูน่ากลัวนั้น เสียงเรียกของเด็กๆในละแวกบ้านก็เรียกริศาให้ออกมาเล่นกัน ริศาวิ่งออกไปอย่างสดใสร่าเริงทั้งที่มือยังถือจี้กับสร้อยแต่ลืมตำรากับข้าวไว้ตรงนั้น...

ริศาวิ่งออกมาเห็นเพื่อนๆกำลังวิ่งไปลงเรือเพื่อพายออกไปเก็บดอกบัวกัน ริศาร้องบอกเพื่อนให้รอด้วย... รอด้วย พลางเอาสร้อยกับจี้ที่ถือสวมคอแล้วลงเรือไปกับเพื่อนๆ อีกสองสามคน

ลงเรือไปแล้วริศาหันมาบ๊ายบาย เพื่อนถามว่าริสาบ๊ายบายใคร ริศาบอกว่าคุณอาคนนั้นไง เพื่อนมองไปไม่เห็นใคร ริศาลุกยืนเพื่อชี้ เรือก็โคลงจนเด็กๆประคองไม่อยู่ ริศาเสียหลักตกลงไปในบึงจมหายไป เสียงเด็กๆ

กรีดร้องได้ยินไปถึงบ้านสวน สารัตถ์และผู้ใหญ่แถวนั้นต่างวิ่งมาช่วย

ริศาทะลึ่งพรวดขึ้นมาร้องขอความช่วยเหลือแล้วจมลงอีก สารัตถ์พุ่งลงในบึงว่ายไปช่วยริศาสุดชีวิต

ริศาจมน้ำ สร้อยจี้ที่ห้อยคอหลุด ค่อยๆจมลงสู่พื้นโคลนก้นบึงช้าๆ

ที่ก้นบึงอัศนียืนมองสารัตถ์พาริศาขึ้นฝั่งที่พยายามผายปอดช่วยริศา อัศนีทำอะไรไม่ได้ ร่างเขาค่อยๆหายไปพร้อมกับจี้ที่จมลงแตะพื้นโคลนในบึง...

“ริศา...ริศา...” เสียงอัศนีแผ่วหายไปพร้อมกับตัว

ooooooo

ที่ห้องริศาในปัจจุบัน...ริศารู้สึกตัวได้ยินเสียงพ่อเรียก ริศา...ริศา...เธอลืมตาเรียกพ่อมึนๆ สารัตถ์ถามว่าเป็นยังไงบ้าง เธอบอกว่ายังมึนหัวนิดหน่อย

สารัถต์ถามว่าหัวไปกระแทกอะไรหรือเปล่า เธอไม่อยากให้พ่อเป็นห่วง บอกว่าตนแค่หน้ามืดเท่านั้น แต่ในใจเต็มไปด้วยความสงสัย...

สารัตถ์ออกมาบอกอคินว่าริศารู้สึกตัวแล้ว บอกว่าเธอแค่เป็นลมหน้ามืดเท่านั้นและฝากขอโทษด้วยที่ทำ

ให้เขาตกใจ สารัตถ์บอกว่าไว้ริศาหายดีแล้วค่อยไป

บินกันใหม่ก็ได้ นึกได้บอกอคินว่ามีบริษัทอื่นเขารับสมัครนักบินนะ น่าจะลองไปสมัครดู อคินตอบทันทีว่าไม่ เพราะตนอยากทำงานกับบลูไคท์มากกว่า

สารัตถ์บอกว่าอีกไม่นานตนคงวางมือไม่บินกับบลูไคท์แล้ว เพราะรู้สึกอิ่มตัวกับงานนี้และอยากลองไปทำอะไรเล็กๆกับริศามากกว่า บอกอคินว่า

“คุณเป็นคนเก่ง อนาคตไกล คุณมีทางเลือก

มากกว่าสายการบินเล็กๆอย่างบลูไคท์ คุณน่าจะลองดูนะ อย่าอยู่ที่เดิมเลย คิดซะว่าเป็นคำแนะนำจากครูบาอาจารย์อย่างผมก็แล้วกัน”

อคินรู้สึกแปลกๆแต่ก็พยักหน้ารับ

ริศาบอกป้านิ่มว่าก่อนที่ตนจะหมดสติ ได้ยินเสียงคนนั้นอีกแล้ว ป้านิ่มตกใจถามว่าเสียงที่เคยได้ยินตอนเด็กๆหรือ เสียงเดิมหรือเปล่า ริศาบอกว่าไม่แน่ใจเพราะมันนานมากแล้วแต่ก็คล้ายมาก

“โอ๊ย...นึกว่าพ้นเคราะห์พ้นโศกไปตั้งแต่ตอนจมน้ำรอบนั้นแล้ว ยังตามมาหลอกหลอนกันอีกเหรอนี่ ไปค่ะ พรุ่งนี้ป้าแอบพาไปรดน้ำมนต์เหมือนตอนเด็กๆนะคะ” ริศาบอกว่าไม่ต้องเพราะตนอาจหูแว่วไปเอง “ถ้ามีอะไรรีบบอกป้าเลยนะ ป้าล่ะห่วงหนูจริงๆ เรื่องเหนือธรรมชาติแบบนี้ คุณสารัตถ์ไม่ยอมเข้าใจหรอก”

ป้านิ่มบ่นไม่สบายใจ ริศาได้แต่นิ่งคิด

เย็นวันเดียวกันที่ท่าน้ำวัดริมแม่น้ำเจ้าพระยา ขณะเด็กวัดกำลังสุมหัวกันแอบเล่นไพ่อยู่นั้น กิตติก็ตะเกียกตะกายขึ้นจากแม่น้ำ มีผักตบชวาห้อยรุ่งริ่งมาตามตัว พวกลูกศิษย์วัดร้องโวยวายกันว่าตัวเงินตัวทอง ตัวใหญ่มากเลย กิตติลุกขึ้นสลัดผักตบชวาออก ตะโกน

“คนเว้ย...กูคน...”

ooooooo

วันนี้อคินในชุดกัปตันกำลังจะออกไปทำงาน ถูกย่าเอมอรจับมือจูงไปดูการตบแต่งบ้านเดี่ยวโดยมี

อยุทธลูกชายเดินตามไปห่างๆ

“ย่าครับ วันนี้ผมต้องไปขับเครื่องบินลำใหม่จากเมืองนอกกลับมา เอาไว้ถึงแล้วผมค่อยกลับมาดูก็ได้ครับ” แต่เอมอรก็คะยั้นคะยอให้ไปดูเพื่อให้แน่ใจว่าถูกใจคนอยู่ อคินเกรงใจย่าบอกว่าไปดูแป๊บเดียวนะครับ

ขณะย่าเอมอรพาอคินดูการตบแต่งบ้าน เท้าเหยียบผ้าพลาสติกที่ปูขั้นบันไดลื่นตกลงมา เมื่อพาส่งโรงพยาบาลปรากฏว่าสะโพกหัก อยุทธบอกว่าอคินติดบินไม่ใช่หรือ ไม่ต้องห่วงพ่อจะอยู่ดูแลเอง รีบไปรีบกลับก็แล้วกัน

อคินบอกว่าตนอยากให้คนอื่นบินแทนแต่ไม่มีใครว่างเลยนอกจากพี่สารัตถ์ แต่ตนเกรงใจไม่อยากรบกวน ขณะนั้นเองพยาบาลมาบอกว่า

“คุณอคินคะ คุณเอมอรเรียกหาคุณค่ะ”

คุณย่าบอกอคินว่าย่ากลัวจะไม่ฟื้นไม่อยากเข้าห้องผ่าตัด อคินปลอบว่าคุณย่าต้องฟื้น เพราะคุณย่าพูดตลอดมาว่าจะรอเจอหน้าหลานสะใภ้ รออุ้มหลานก่อน ย้ำทวงสัญญาว่า

“ตั้งแต่ผมโตมาย่าพูดคำไหนต้องเป็นคำนั้นตลอด”

“งั้นรับปากย่า อยู่รอจนย่าผ่าตัดเสร็จ ย่าอยากตื่นขึ้นมาแล้วเจอหลาน”

อคินรับปากคุณย่า คิดหนักเรื่องจะหาคนมาบินแทน

วันนี้เป็นวันหยุด สารัตถ์ถามริศาว่าเชฟใหญ่จะทำอะไรให้พ่อกิน ริศาอวดว่าจะทำไก่งวงอบเกาลัด สารัตถ์บอกว่าวันนี้พ่อจะเป็นลูกมือให้เอง

เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น สารัตถ์รับสายอุทานว่าร้ายแรงมาก รับปากปลายสายว่า

“ได้ๆไม่มีปัญหา เดี๋ยวผมไปแทนให้เอง”

เมื่อบอกและอธิบายปัญหาให้ริศาฟังแล้ว ริศาบอกว่าพ่อไปแทนเถอะ เดี๋ยวตนจะจัดการเจ้าไก่งวงเอง

สารัตถ์บอกอคินว่าบินกลับมาแล้วมีเรื่องอยากปรึกษาหน่อยเรื่องสำคัญมาก แต่บอกตอนนี้ไม่ได้เพราะมีเอกสารต้องให้ดูด้วย กลับมาค่อยคุยกันที่ห้องทำงานตนน่าจะปลอดภัยที่สุด

สารัตถ์สัญญากับริศาว่ากลับมาจะกินไก่งวง

ไม่เหลือแม้แต่ก้นไก่ งานนี้ให้ป้านิ่มช่วยไปก่อน กลับมาแล้วจะเป็นลูกมือให้เต็มที่เลย จากนี้ไปพ่อจะอยู่ใกล้ลูกตลอดไป

“งั้นหนูสัญญาว่าหนูจะทำไก่งวงเกาลัดให้อร่อยที่สุดในโลกจนพ่อกินแล้วตะลึงเลย”

สองพ่อลูกหัวเราะกันอย่างมีความสุขกับเวลาที่จะกลับมากินไก่งวงอบเกาลัดด้วยกัน

ขณะริศากำลังเอาไก่งวงเข้าเตาอบและตั้งเวลาอบแล้ว เธอแว่วเสียงเรียก

“ริศา...ริศา...ริศา...”

ริศาหันมองไม่เห็นใคร ได้ยินเสียงประตูห้อง

ทำงานพ่อดังเอี๊ยด...พอหันมอง เธอตะลึงงัน เมื่อเห็นชายชุดนักบินรบสมัยสงครามเวียดนามกำลังเดินเข้าห้อง

ทำงานของพ่อต่อหน้าต่อตา!

“ใครน่ะ!! ใคร!!!” ริศาถาม ตัดสินใจเดินตามไปดู “คุณ...คุณเป็นใคร คุณเข้ามาในบ้านฉันได้ยังไง”

ชายคนนั้นไม่ตอบ ริศาเดินเข้าใกล้เพื่อดูหน้าให้ชัดเห็นใบหน้าที่คมเข้มของชายคนนั้น แต่แววตาเศร้า เขาไม่พูดอะไรแต่ชี้ไปที่รูปของสารัตถ์ พอริศามองไปชายคนนั้นก็กลายเป็นหมอกจางๆแล้วเลือนหายไป ริศาตกใจมองไปที่รูปพ่อเห็นไฟไหม้จากหน้าแล้วแผ่เป็นวงกว้าง ริศาร้องกรี๊ด

ริศาตกใจตื่น ที่แท้เป็นความฝัน ดูนาฬิกาตั้งเวลาทำอาหารครบชั่วโมงพอดี ริศาลุกขึ้นไปเปิดเตา เอาไก่งวงออกมา ป้านิ่มได้ยินเสียงกรี๊ดของริศารีบมาดู  ริศาบอกว่าตนฝันร้าย ป้านิ่มถามฝันว่าอะไร ริศาไม่ตอบวิ่งจากครัวไปที่ห้องทำงานของพ่อ แล้วก็ตกใจสุดขีดสังหรณ์ไม่ดี เมื่อเห็นรูปพ่อถูกไฟไหม้จริงๆ!

“พ่อ...”

ooooooo

การนำเครื่องบินมาไทยครั้งนี้ต้องบินอ้อมเพราะสถานการณ์หมู่เกาะประเทศอาวีกำลังระอุจากการก่อกบฏ ถ้าบินผ่านจะเสี่ยงเกินไป

แต่พอจะเปลี่ยนเส้นทางการบินก็เกิดเสียง Fire warning system ดังลั่นห้องนักบิน สัญญาณเตือนกะพริบทั่วห้อง ช่างเครื่องออกไปดูพักใหญ่สัญญาณก็ดังอยู่ตลอด สารัตถ์บอกวิสสุตให้โทร.หาช่างก็ไม่รับโทรศัพท์ ที่แท้ช่างถูกฆ่าไปแล้ว ครู่หนึ่งมีเสียงเคาะประตูนักบิน สารัตถ์นึกว่าเป็นช่างเครื่องจึงกดปุ่มเปิดให้

ทันใดนั้นผู้ก่อการร้ายพุ่งเข้ามาเอาปืนจ่อหัวยิงวิสสุตทันที มันดึงร่างวิสสุตออกมาแล้วไปนั่งแทน

ทำงานอย่างคล่องแคล่ว สารัตถ์ตกใจเห็นท่าไม่ดีตัดสินใจแย่งปืน เครื่องบินเริ่มเสียการควบคุม เสียงปืนลั่นขึ้นนัดหนึ่งกระสุนทะลุกระจกห้องนักบินทำให้ความดันภายในห้องเปลี่ยนแปลง เครื่องบินเริ่มดิ่งหัวลงมหาสมุทร

“เครื่องกำลังจะตก” ผู้ก่อการร้ายร้อง ยิ้มเหี้ยมแล้วดึงปุ่มระเบิดออกมา สารัตถ์ร้องสุดเสียง

“อย่า!!!”

ที่เบื้องล่างเด็กชาวต่างชาติคนหนึ่งขี่จักรยานเล่นอยู่ เด็กหยุดมองไปบนท้องฟ้า เห็นเครื่องบินระเบิดกลางอากาศ เศษซากเครื่องบินกระจายราวกับพลุไฟ!!

ooooooo

หลังจากคุณย่าผ่าตัดและรู้สึกตัวแล้ว อคินป้อนอาหารให้ คุณย่าบ่นว่าแกงชืดกินไม่ลงให้ไปอุ่นก่อน ขณะอคินเอาแกงไปอุ่นเสียงโทรศัพท์และไลน์ดัง

ไม่หยุด จนเขาต้องหยิบมาดู

ไลน์กลุ่ม จากเบน อิสระ โขง และพัสกร ถามมาเขียวเป็นพรืด

“เฮ้ย ปลอดภัยหรือเปล่า อยู่ไหน”/“เครื่องแกรึเปล่าวะที่ระเบิด ตอบกลับมาเร็วๆ” / “อคิน อยู่ที่ไหนตอบด้วย” และ “แกไม่ได้บินใช่ไหมๆๆๆๆ”

อคินตกใจปลอบใจตัวเองว่าไม่นะ ขอให้ไม่ใช่ คาดว่าต้องเป็นข่าวมั่ว ใครมาป่วนแน่ๆ จึงโทร.ถามคุณนุชพีอาร์ของบลูไคท์ว่าจริงหรือเปล่า เครื่องอะไร ใครขับ พอรู้จากคุณนุช อคินช็อก ถาม

“อะไรนะ ผู้ก่อการร้ายงั้นเหรอ”

อคินวิ่งกลับไปที่ห้องคุณย่าทันที หยิบรีโมตมากดหาช่องที่มีข่าวนี้ เห็นศรันย์กำลังให้สัมภาษณ์นักข่าวและแสดงความเสียใจกับญาติของนักบินที่เสียชีวิตคือกัปตันสารัตถ์กับกัปตันวิสสุต อคินช็อกอุทาน

“สาริศา!!!” โยนรีโมตวิ่งออกไปทันที ท่ามกลางความงุนงงของคุณย่า

ริศาทำไก่งวงอบเกาลัดสุดฝีมือ เสร็จแล้วเอาไก่งวงวางที่โต๊ะอาหารบอกป้านิ่มว่า

“รอคุณพ่อมาลงมีดเจ้าไก่ตัวนี้เป็นคนแรก”

เสียงกริ่งประตูดังขึ้น ริศาดูนาฬิกาพึมพำว่าทำไมคุณพ่อกลับไวจัง ป้านิ่มบอกว่าจะไปดูให้ อึดใจเดียว ป้านิ่มกลับมายืนหน้าเศร้าไม่กล้าพูดอะไร ศรุตเดินตามเข้ามาแจ้งข่าวร้ายให้ริสาด้วยสีหน้าเศร้า หนักใจ

ริศาตกใจมองหน้าศรุตเหมือนไม่เข้าใจว่าพูดอะไร จนกระทั่งศรุตบอกว่าไม่ต้องห่วง หนูริศาก็เหมือนลูกสาวของตนอีกคน ตนจะดูแลอย่างดีที่สุด กุมมือริศาบอกว่า

“หนูยังมีอาอยู่อีกคนนะ”

ริศาไม่เชื่อว่าเป็นความจริง บอกศรุตทั้งที่น้ำตาค่อยๆไหลออกมาว่า

“หนูจะรอพ่อนะคะ หนูจะรอพ่อกลับมาเป็นคนลงมีดหั่นไก่ตัวนี้เป็นคนแรกเลย”

ริศายังเฝ้ารอพ่ออยู่อย่างใจจดจ่อ เมื่อเสียงกริ่งประตูดังขึ้นอีก เธอถามป้านิ่มว่าพ่อมาแล้วใช่ไหม แต่กลายเป็นอคินมาแจ้งข่าวร้าย เขาขอโทษริศารับว่าเป็นความผิดของตนเองที่ให้สารัตถ์ไปแทน ริศาร้องไห้เหมือนคนคลุ้มคลั่ง คว้ามีดหั่นไก่งวงชี้มีดไปที่อคินอย่างเจ็บแค้น

“ใช่...ทั้งหมดเป็นความผิดของคุณ ถ้าพี่อคินไม่ขอให้พ่อไปงานแทน คนตายก็จะต้องเป็นพี่อคิน

พ่อของริศาก็ไม่ต้องตาย เพราะคุณคนเดียว คุณต้องชดใช้... เอาพ่อของริศาคืนมา”

ริศาจ้วงแทงอคินทันทีแต่เขาหลบจับมือเธอบิดจนมีดร่วง

“ริศา พี่ขอโทษ...พี่ขอโทษ หลังจากนี้พี่จะดูแลน้องเอง พี่จะรับผิดชอบทุกอย่างให้เอง”

“ไม่เอา...ไม่เอาอะไรทั้งนั้น ฮือ...เอาพ่อริศากลับคืนมา”

ริศาร้องไห้จนหมดสติไป อคินรู้สึกตัวเองผิดเต็มหัวใจ กอดริศาไว้ท่ามกลางผักสดที่เละเทะไปทั้งครัว

กิตติอยู่ที่ห้องพัก หน้าซีดเผือดเมื่อดูข่าวเครื่องบินตกและสารัตถ์เสียชีวิต เขาคิดถึงอดีตเมื่อ 5 ปีก่อน

กิตติถูกให้ออกจากงานเพราะแฮ็กเข้าไปอ่านเมสเสจของลูกสาวเจ้าของบริษัทเพราะเห็นคบกับผู้ชายหลายคน และสารัตถ์เป็นคนช่วยฝากงานที่บลูไคท์ให้เพราะเห็นแก่นายจวนผู้เป็นพ่อที่เป็นคนขับรถที่ซื่อสัตย์รับใช้ครอบครัวตนอย่างดีมาตลอด

กิตติคิดถึงที่ถูกศรันย์จะเรียกตำรวจจับเพราะหยิบนาฬิกาของเขามาและสารัตถ์ช่วยไว้...คิดถึงที่ได้ยินเดอะฟ็อกซ์พูดเรื่องจะส่งคนขึ้นไปไฮแจ็กตอนศรุตให้คนไปรับเครื่องบินใหม่...

กิตติตกใจเมื่อแผนที่ตนได้ยินวันนั้นเป็นจริงในวันนี้ สงสัยว่าแล้วทำไมอคินถึงให้สารัตถ์ไปแทน

“ทำไมคนดีๆต้องตาย...กัปตันสารัตถ์ครับ ผมจะไม่ยอมให้กัปตันตายฟรี ทุกคนจะต้องรู้ว่าการตายของกัปตันมันมีคนวางแผนอยู่เบื้องหลัง ผมสัญญา” กิตติยกมือท่วมหัวน้ำตานองหน้า

ooooooo

อคินอุ้มริศาที่หมดสติตามป้านิ่มขึ้นไปที่ห้องนอนเธอ พอวางร่างริศาลงป้านิ่มก็ขอให้เขาออกไป บอกว่าริศาแค่เป็นลม พักสักครู่ก็คงหาย

อคินบอกว่าพี่สารัตถ์สั่งตนไว้ก่อนไปบินว่ามีไฟล์เอกสารสำคัญอยากให้ตนดู ขอเปิดคอมพ์ของพี่

สารัตถ์ดูหน่อยได้ไหม ป้านิ่มบอกว่าจะทำอะไรก็รีบทำแล้วก็รีบกลับไปเสีย แต่อคินไม่รู้รหัสของเครื่อง ถามป้านิ่มก็บอกว่าตนไม่ทราบ หนูริศาอาจจะทราบ แต่...

“ครับๆไม่เป็นไร คงไม่ใช่เรื่องด่วนมาก ไว้ผมจะมาใหม่” อคินปิดคอมพ์แล้วเดินออกไปบอกป้านิ่มว่า “ถ้ามีอะไรหรือต้องการอะไร โทร.หาผมได้ตลอดเวลาเลยนะครับ ผมจะรีบจัดให้ทุกอย่าง”

ป้านิ่มมองอย่างรับรู้แล้วปิดประตูใส่หน้าทันที อคินกลับไปด้วยความเป็นห่วง เขาไปหาศรุตที่สำนักงานใหญ่บลูไคท์ แต่ถูกศรันย์มาขวาง พออคินบอกว่าตนอยากพบท่านประธาน ศรันย์บอกว่ามีอะไรคุยกับตนที่เป็นรองประธานก็ได้เพราะคุณพ่อท่านเสียใจมาก

ไม่อยากเจอหน้าใครทั้งนั้น

อคินบอกว่าตนอยากได้คำตอบว่าเรื่องผู้ก่อการร้ายมันคืออะไร ศรันย์บอกว่ากำลังตั้งทีมผู้เชี่ยวชาญพิสูจน์หลักฐานอยู่ ต้องรอกล่องบันทึกข้อมูลการบินก่อนตามระเบียบ ครั้นอคินขอไปรับกล่องบันทึกข้อมูลการบิน

ศรันย์ตัดบทว่าไม่ใช่หน้าที่ของเขา ตอกย้ำว่า

ความจริงหน้าที่ของเขาคือการไปรับเครื่องบินลำนี้ ทำไมถึงแลกไฟลท์กับอาสารัตถ์ เป็นการแลกไฟลท์ กันเองโดยพละการ ฝ่าฝืนกฎบริษัท และสั่งพักงานไม่มีกำหนดในฐานะรักษาการแทนท่านประธาน อคินไม่ยอมรับ

คำสั่งนี้เพราะยังไม่มีการแต่งตั้งเป็นทางการ

ทั้งสองโต้เถียงกันรุนแรงจนผลักอกกัน คุณนุชเข้ามาแยกขอร้องให้อคินกลับไปก่อน

ooooooo

ริศาในภาวะจิตใจที่สับสนเสียใจรับความจริงที่สูญเสียพ่อไม่ได้ เฝ้าบอกตัวเองว่าพ่อยังอยู่เดี๋ยวพ่อก็กลับมา ศรันย์ถือโอกาสนี้เข้าใกล้ชิดรับปากว่าจะเป็นผู้ดูแลริศาต่อไป วันนี้ก็มารับริศาไปงานศพพ่อ

ส่วนอคินถูกมองว่าเป็นคนทำให้สารัตถ์เสียชีวิต ทุกสายตามองว่าเขาเป็นคนผิด แม้แต่ไปงานศพของ

สารัตถ์กับวิสสุต ก็ถูกภรรยาของวิสสุตตอกหน้าเมื่อเข้าแสดงความเสียใจ อคินได้แต่เสียใจบอกภรรยาวิสสุตว่า

“ผมสัญญาว่าจะหาความจริงให้ได้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นบนเครื่อง”

กิตติไปงานอย่างมีเป้าหมาย เขาได้เห็นได้ยินปฏิกิริยาของภรรยาวิสสุตและการซุบซิบกันของลูกเรือ

อย่างไม่สบายใจ

อคินยังถูกศรุตขอร้องให้กลับไป บอกว่าเขาไม่ควรมาร่วมพิธีศพนี้ และยืนยันการสั่งพักงานเขาเรื่องที่แลกไฟลท์กันเองตามใจชอบทั้งๆที่กัปตันสารัตถ์ไม่พร้อม แล้วเอาใบรับรองแพทย์เรื่องสารัตถ์เป็นโรคหัวใจมายืนยัน ย้ำว่าช่วงนี้ให้เขาพักงานเพื่อทบทวนเรื่องที่เกิดขึ้นไปก่อน

กิตติแอบฟังทั้งหมด สงสัยว่าหรืออคินจะเกี่ยวข้องด้วยถึงได้ไม่ไปบิน?

My Hero วีรบุรุษสุดที่รัก ใต้ปีกปักษา ตอนที่ 2 วันที่ 29 ก.ค.61

My Hero วีรบุรุษสุดที่รัก ใต้ปีกปักษา บทประพันธ์โดย นภสร
My Hero วีรบุรุษสุดที่รัก ใต้ปีกปักษา บทโทรทัศน์โดย ทิพย์สุดา
My Hero วีรบุรุษสุดที่รัก ใต้ปีกปักษา กำกับการแสดงโดย ตระกูล อรุณสวัสดิ์
My Hero วีรบุรุษสุดที่รัก ใต้ปีกปักษา ผลิตโดย บริษัท ชลลัมพี โปรดั๊กชั่น จำกัด
My Hero วีรบุรุษสุดที่รัก ใต้ปีกปักษา ออกอากาศทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ