อ่านละคร ข้ามสีทันดร ตอนที่ 6 วันที่ 27 มิ.ย.61

อ่านละคร ข้ามสีทันดร ตอนที่ 6 วันที่ 27 มิ.ย.61

ที่ดูสวยเซ็กซี่เพื่อยั่วให้ลำธารหลงใหลในตัวเธอมากขึ้น แต่ออกจะสวยมากไปหน่อยสำหรับการไปแค่ดูหนัง...

ขณะที่ลำธารมีใจเอนเอียงไปทางมิถุนาเพิ่มขึ้นเป็นลำดับ รื่นเริงยังคงเล่นงานกิ่งคำไม่เลิกฐานไม่ยอมลุยใส่ยุพราให้รู้แล้วรู้รอด และยังปอดแหกลากตนกลับบ้านอีกด้วย เธอขอร้องแม่ให้เลิกบ่นสักทีน่ารำคาญ

“เออดี รำคาญมากฉันก็จะไม่ยุ่งอีกต่อไป ไม่เอาแล้วใช่ไหมผัวเนี่ย”



กิ่งคำใจหายเมื่อนึกถึงการที่จะต้องสูญเสีย

ชีวาตม์ไปหากเขารู้ว่าเธอไปทำอะไรมา คว้ากระเป๋าถือกับกุญแจรถ บอกแม่ว่าเดี๋ยวมา แล้วพรวดพราดออกไป รื่นเริงยิ้มกริ่มคิดว่าลูกกลับไปลุยยุพราตามที่ตัวเองยุ...

ในเวลาเดียวกัน ที่หน้าโรงหนัง ลำธารถือขนมและเครื่องดื่มเต็มสองมือ มิถุนาจึงหยิบข้าวโพดคั่วป้อนใส่ปากให้ เขากินแบบเขินๆ ยุพราผ่านมาเห็นพอดีรีบหลบมุมเอามือถือขึ้นมาถ่ายคลิปไว้แล้วส่งไปให้เพื่อนรักดู เดือนสิบกำลังนั่งเฝ้าน้องอยู่ในห้องพักฟื้นกับแม่ เห็นมีข้อความจากยุพราก็เปิดดูเจอภาพบาดใจ มีผู้หญิงกำลังป้อนขนมให้ลำธาร ใจกระตุกวูบ สักพักยุพราโทร.เข้ามา

“หนูออกไปคุยข้างนอกนะคะ” เดือนสิบรีบจ้ำออกไป สกาวมองตามรับรู้ได้ว่ามีบางอย่างผิดปกติ...

เดือนสิบไม่อยากให้มีปัญหาจึงบอกกับยุพราว่าคงไม่มีอะไร เธอโวยวายทันทีไม่มีอะไรได้อย่างไร สวีต หวานขนาดนั้น และนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอเจอทั้งคู่ เดือนสิบไม่อยากรับฟังอะไรทั้งนั้นเพราะมีเรื่องให้ต้องคิดมากอยู่แล้วจึงวางสายเพื่อตัดบท แต่ก็อดไม่ได้ที่จะเปิด

รูปนั้นขึ้นมาดูอีกครั้งถึงกับน้ำตาซึม

“เจ็บใจชะมัดเลย เดือนนะเดือน แม่หอยทากเอ๊ยขืนช้าขนาดนี้ก็พอดีล่ะ...รูป! ต้องส่งรูปครั้งก่อนด้วย” ยุพราไล่หารูปในมือถือแล้วนึกขึ้นได้ว่าครั้งนั้นเธอใช้มือถือของชีวาตม์ถ่ายคลิปลำธารกับหญิงอื่นเอาไว้

ooooooo

ณ บ้านโอบอุ้ม มีการรวมกลุ่มของเด็กๆวัยรุ่นที่พยายามเลิกยาซึ่งมีเงินยวงและหมอตามในฐานะอาสาสมัครเข้ามาพูดคุยด้วย โดยมีเที่ยงวันในฐานะผู้เข้ากลุ่มพิเศษที่จะมาเล่าประสบการณ์การเลิกยาได้สำเร็จ

หลังจากเด็กๆในกลุ่มแนะนำตัวเองและบอกเหตุผลที่ต้องการเลิกยาให้ฟัง หมอตามพยักหน้าให้เที่ยงวันเป็นคนพูดบ้าง เขาแนะนำตัวเองแล้วเล่าให้ฟังว่าเลิกยามาได้เกือบปีแล้ว หนึ่งในผู้บำบัดอยากรู้ว่าการเลิกยาทรมานมากไหม เขายอมรับว่าทรมาน แต่เชื่อว่าทุกคนจะผ่านไปได้

“เพราะอะไรรู้ไหมครับ เพราะทุกคนมีจุดมุ่งหมายที่ดีที่จะทำเพื่อคนที่น้องรักและรักน้องจริงๆ ขอให้อดทนนะครับ พี่เชื่อว่าน้องๆทำได้ พี่นับถือหัวใจที่ยิ่งใหญ่ของน้องๆมากเลยครับ”

ทุกคนตบมือให้เที่ยงวันเมื่อพูดจบ เงินยวงรู้สึกประทับใจในตัวเขามาก เขาเองก็รู้สึกดีที่ตัวเองมีค่ากับคนอื่น ขอบคุณเงินยวงที่ชวนมาเป็นอาสาสมัคร ถ้ามีโอกาสเขาขอมาอีก หมอตามยินดีที่เขาเสนอตัว

“การที่ทุกคนรู้สึกว่าคุณเที่ยงเป็นคนที่จิตใจเข้มแข็งเลิกยาได้ มันจะช่วยให้คุณเที่ยงจะไม่หวนกลับไปหายาเสพติดอีกแล้ว เพราะเหมือนเราพูดคำสัญญาออกไป คุณเที่ยงจะไม่กลับไปหายาแล้วใช่ไหมครับ”

เที่ยงวันยิ้มแทนคำตอบ ในเมื่อไม่มีอะไรแล้ว เขาชวนเงินยวงกลับด้วยกัน หมอตามอาสาจะไปส่งเธอเองเพราะเธอต้องกลับไปเอาของที่โรงพยาบาลอยู่แล้ว เงินยวงยังงงๆอยู่ก็เลยไม่ได้เถียงอะไร หมอตามบอกเขาว่าไม่ต้องเป็นห่วงเชิญกลับได้เลย เที่ยงวันลาทั้งคู่แล้วผละจากไป เงินยวงตั้งหลักได้ถามหมอตามไปเอามาจากไหนว่าเธอจะกลับโรงพยาบาล เธอจะกลับบ้านต่างหาก วันนี้มีนัดกินข้าวกับแม่

“ผมส่งบ้านก็ได้น่าทำเป็นเครียดไปได้ ไปๆๆ” หมอตามลากแขนเงินยวงออกไป...

ชีวาตม์กลับถึงบ้านเจอแต่แม่ยายนั่งกินข้าวอยู่หน้าทีวีไม่เห็นกิ่งคำก็ถามหา ท่านเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเธอไปไหน คงเสียใจที่ผัวไม่ปกป้อง เขาถอนใจเซ็งที่ถูกท่านโจมตีตลอด แล้วนี่เขาจะไปตามหาเธอได้ที่ไหน

“ไม่ต้องไปตามหรอก มันคงไปทำสวย ไม่ก็ไปเที่ยวกับเพื่อน เดี๋ยวมันก็กลับมา โทร.หามันรึยังล่ะ”

“ครับ” ชีวาตม์โทร.หากิ่งคำแต่เธอไม่รับสาย พอจะโทร.หาอีกครั้ง รื่นเริงห้ามไว้ โทร.ไปก็ไม่มีประโยชน์เธอคงไม่รับ ไล่เขาไปกินข้าวป่านนี้เด็กรับใช้คงตั้งสำรับเสร็จแล้ว ชีวาตม์วางมือถือไว้แล้วเดินไปที่ห้องกินข้าว รื่นเริงมองมือถือของลูกเขยอย่างสอดรู้สอดเห็นเพราะได้ยินเสียงข้อความเข้ามา ครั้นเห็นว่ามาจากยุพรารีบคว้าขึ้นมาเปิดดู “คุณวาตม์คะ รูปที่เราแอบถ่ายที่ร้านอาหารเมื่อวันก่อน ช่วยส่งให้ยุพได้ไหมคะ”

รื่นเริงพิมพ์ข้อความกลับไปว่า “ได้สิครับ สำหรับคุณยุพได้ทุกอย่างอยู่แล้ว”

ด้านยุพราอ่านข้อความแล้วรู้สึกแปลกๆแต่ก็ไม่ได้เอะใจอะไรส่งข้อความกลับไปเร่งให้เขาส่งรูปที่ว่านั่น มาให้ รื่นเริงส่งข้อความกลับมาอีกสองครั้ง เป็นไปในทำนองชู้สาว แม้ยุพราจะรู้สึกแปลกๆ แต่ก็อดหวั่นไหวไม่ได้ รื่นเริงพิมพ์ข้อความว่านึกถึงแอฟริกาอยากกลับไปอีก พิมพ์ได้แค่นั้นมีเสียงชีวาตม์เลื่อนเก้าอี้แสดงว่าอิ่มแล้ว เธอรีบวางมือถือคว้าจานข้าวขึ้นตักกินทั้งที่หมดแล้ว ชีวาตม์เห็นเข้าก็ร้องทัก

รื่นเริงเสเดินเข้าครัว ชีวาตม์มองตามระอาใจ แล้วเดินขึ้นห้องโดยลืมหยิบมือถือติดไปด้วย รื่นเริงค่อยๆชะโงกหน้ามามองไม่เห็นเขาอยู่ตรงนั้น รีบกลับมาหยิบมือถือของเขาขึ้นมากดลบข้อความ...

ทางฝ่ายสกาวเห็นเดือนสิบกลับมาที่ห้องพักฟื้นของน้องด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก ถามว่ามีอะไรหรือเปล่า เธอเอารูปที่ยุพราส่งมาให้แม่ดู ดวลเหลือบเห็นก็เบ้ปากใส่ นึกแล้วว่าต้องเป็นแบบนี้

“แม่คิดยังไงคะ เดือนควรจะเชื่อสิ่งที่เดือนเห็นในรูปนี้ไหมคะ”

“ป้อนกันขนาดนี้แน่ใจได้เลยพี่เดือน ขืนแต่งกับหมอนี่ชีช้ำตาย”

“รู้ไหมทำไมแม่ถึงอยู่กับพ่อได้ เพราะตลอด 30 ปีที่ผ่านมา พ่อเขาซื่อสัตย์ต่อชีวิตคู่ของเรามาตลอด”

ooooooo

ครั้นรู้เรื่องที่เกิดขึ้น เดือนสิบไม่พอใจเช่นกันที่เที่ยงวันล้ำเส้นไปวอแวกับพ่อของเธอ เขาขอโทษเธอด้วยเขาแค่อยากให้ท่านเปิดใจกับดวล เธอเสียงเขียวใส่นั่นไม่ใช่ธุระอะไรของเขา

“มันเป็นปัญหาเรื้อรังมานาน ไม่มีใครแก้ไขได้หรอก แค่อย่าทำให้พ่อโกรธ ทุกอย่างก็สงบดีแล้ว”

เที่ยงวันไม่เห็นด้วยทำแบบนี้ก็เท่ากับเลี้ยงไข้

ไปวันๆ เดือนสิบเตือนเขาไม่มีสิทธิ์มาวิพากษ์วิจารณ์ครอบครัวของเธอ เขาไม่ได้หมายความอย่างนั้น เขาแค่มองเข้าไปเห็นปัญหาก็อยากจะช่วย เขารู้ดีว่าเขาอาจจะจุ้นจ้านมากไป แต่เขามั่นใจว่ามันมีทางแก้ไข

“การที่คุณผ่านปัญหามาได้ก็ไม่ได้หมายความว่าคุณจะเที่ยวตั้งตัวเป็นกูรูคอยวุ่นวายกับใครๆเขาได้นะคะ ใช่สิ คุณผ่านมันมาได้แล้ว คุณมีพร้อมทุกอย่าง ชนะทุกอย่างแล้วนี่คะ”

“ผมไม่ได้ชนะทุกอย่าง” เที่ยงวันเผลอตวาดเสียงดังพอรู้ตัวก็รีบขอโทษ ตัดสินใจจะพาเธอดูอะไรบางอย่างแล้วลากแขนเธอออกไป ครู่ต่อมา เที่ยงวันพาเดือนสิบไปหาเมฆที่บ้านโดยไม่ลืมซื้อขนมของโปรดไปฝาก โชคดีที่แม่ของแกไม่อยู่ออกไปซื้อกับข้าว

การที่เดือนสิบได้มาพบกับเมฆครั้งนี้ ทำให้รู้ว่าเด็กน้อยถูกเที่ยงวันซึ่งเมายาขับรถชนจนพิการเดินไม่ได้แม้จะพิการแต่เมฆกลับเป็นเด็กที่มองโลกในแง่ดี ไม่ถือโทษโกรธเที่ยงวันที่เป็นต้นเหตุให้ตัวเองต้องเป็นแบบนี้ คุยกันได้แค่พักเดียว แม่ของเมฆกลับมาเจอเที่ยงวันก็ไล่ตะเพิดไปให้พ้น จะมาทำไมอีก เขาอยากมาหาเมฆ แม่โวยวายมาแล้วได้ประโยชน์อะไร เมฆลุกขึ้นมาเตะบอลได้เหมือนเก่าอย่างนั้นหรือ

“แม่ครับ เมฆเล่นแฮนด์บอลก็ได้นะครับ อะไรที่เป็นลูกบอลเมฆชอบทั้งนั้นครับ”

แม่ไล่เที่ยงวันอีกครั้ง คราวนี้ไม่ใช่แค่ด้วยปากแต่ผลักเขาออกไปจากบ้านอีกด้วย เขาขอโทษในสิ่งที่ทำลงไป ขอให้ท่านยกโทษให้ แม่ประกาศกร้าวจะกี่ปีกี่ชาติก็ไม่มีวันให้อภัยเขา

“แม่ครับ อย่าไปว่าพี่เที่ยงเลย เป็นความผิดของเมฆเอง” คำพูดของเด็กน้อยทำให้แม่สะเทือนใจมาก

ถึงกับร้องไห้โฮ เที่ยงวันเสียใจไม่แพ้เธอเช่นกันจะเข้าไปปลอบ แม่ยิ่งสติแตกจะเข้าไปเอาเรื่อง เดือนสิบเห็นท่าไม่ดีรีบพาเขากลับ ตอนนี้เธอตระหนักแล้วว่าทุกข์ที่เขาไม่สามารถก้าวพ้นไปได้นั้นสาหัสเพียงใด...

เที่ยงวันตัดสินใจเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้เดือนสิบฟังว่าหลังจากอุบัติเหตุวันนั้น เขาเหมือนตกนรกทั้งเป็น ครั้งแรกที่เขาไปเยี่ยมเมฆที่โรงพยาบาล แกรู้ว่าเขาเป็นใครเพราะแม่ของแกเอารูปเขาจากในมือถือให้ดู เขาขอโทษแกสำหรับสิ่งที่เกิดขึ้น รู้สึกผิดต่อแกมากแทบไม่กล้าอยู่สู้หน้า แต่เมฆกลับบอกว่า

“ช่างมันเถอะครับ ผมไม่ได้ตายสักหน่อย มันเป็นอุบัติเหตุ”

แม่ของเมฆมาเห็นเที่ยงวันกับพ่อและแม่ยืนคุยอยู่กับลูกตัวเองก็ปรี๊ดแตกไล่ตะเพิดไปให้พ้น ยังมีหน้ามากันอีกไม่อายเด็กบ้างหรือ ถ้าไม่เป็นเพราะเที่ยงวันเมายาแล้วขับรถ ลูกของตนก็คงไม่ต้องตกอยู่ในสภาพแบบนี้ เที่ยงวันสะเทือนใจมากทนอยู่ตรงนั้นต่อไปไม่ไหว วิ่งออกไปทั้งน้ำตา ทูลเป็นห่วงรีบวิ่งตาม

ooooooo

เที่ยงวันวิ่งมาถึงมุมปลอดคนก็ตีอกชกตัวลงโทษตัวเองกับสิ่งที่ทำลงไป ทูลรีบเข้ามากอดลูกไว้ไม่ให้ทำร้ายตัวเอง เขาคร่ำครวญว่าอยากตายให้รู้แล้วรู้รอดจะได้ไม่ต้องทำให้คนอื่นเดือดร้อน เขามันคนไร้ค่า ทูลขอให้เขามีชีวิตอยู่ต่อไปแล้วทำตัวเองให้มีค่าถึงจะถูกต้อง

“เมื่อเรารู้ตัวว่าทำผิดไปแล้วก็กลับตัวสิลูก เลิกยาซะแล้วหันกลับมาทำตัวให้มีประโยชน์กับคนอื่น เที่ยงทำได้ พ่อรู้ลูกทำได้” ทูลกระชับอ้อมกอดเที่ยงวันไว้แน่น...

เดือนสิบฟังเรื่องราวของเที่ยงวันแล้วก็ถึงบางอ้อ เพราะอย่างนี้นี่เองเขาถึงพยายามจะช่วยดวล เขาเห็นดวลแล้วเหมือนเห็นตัวเอง ทำให้เขารู้ว่าดวลทุกข์แค่ไหนและที่ทุกข์มากกว่าก็คือคนรอบข้าง เดือนสิบสรุปว่าคงเหมือนเขาว่ายน้ำข้ามฝั่งมาได้ ก็เลยพยายามช่วยคนอื่นให้ข้ามมาด้วย เขาถามเธอว่าเคยได้ยินเรื่องนทีสีทันดรไหม เดือนสิบพอจะเคยได้ยินมาบ้างว่าเป็นแม่น้ำทั้ง 7 สายที่ล้อมรอบเขาพระสุเมรุ

“ใช่ แม่น้ำแต่ละสายมีภูเขาคั่น เมื่อว่ายน้ำข้ามไปได้ก็ต้องปีนภูเขาข้ามไปอีกแล้วก็ต้องข้ามน้ำข้ามเขาอย่างนั้นไปอีกจนครบ 7 ครั้งจึงจะถึงเขาพระสุเมรุซึ่งเชื่อกันว่าเป็นสรวงสวรรค์...ทุกคนต่างก็มีห้วงทุกข์เป็นของตนเอง มีแต่จิตใจที่เข้มแข็งที่จะพาเราข้ามนทีสีทันดรของเราไปให้ถึงเขาพระสุเมรุนั่นแหละครับ”

“ค่ะ ทุกอย่างมันอยู่ที่ใจจริง”...

ครู่ต่อมาเดือนสิบกับเที่ยงวันกลับไปที่ห้องพักฟื้นของดวล พบว่าลำธารนั่งหน้าหงิกรอท่ามากว่า 2 ชม.แล้ว เดือนสิบขอโทษขอโพยเขายกใหญ่ที่ปล่อยให้รอ ชวนเขาไปหาอะไรกินกัน เขาโกรธเกินกว่าจะกินอะไรลงจึงขอตัวกลับก่อนแล้วลุกออกไปเลย ไม่มองหน้าเธอไม่แม้แต่จะไหว้ลาสกาว เดือนสิบเข้าไปจับแขนเขาไว้จะขอเดินไปส่งที่รถ เขาเบี่ยงตัวหลบเดินผ่านเธอไปเลย เดือนสิบรีบวิ่งตาม

เที่ยงวันมองตามไม่เข้าใจทำไมคนรักกันถึงกระทำต่อกันแบบนี้ ดวลเองก็ไม่ค่อยพอใจนัก ไม่รู้ว่าพี่สาวตัวเองไปรักคนแบบนี้ได้อย่างไร  เขาไม่เคยให้เกียรติพี่เดือนเลย สกาวขอร้องไม่ให้ไปยุ่งเรื่องของพี่

“แม่...เพราะดวลใช่ไหม”

สกาวไม่ตอบได้แต่ก้มหน้า ฝ่ายเดือนสิบเดินตามลำธารจนทันพยายามง้อสุดฤทธิ์แต่ไร้ผล สถานการณ์แย่ลงเมื่อเที่ยงวันตามมาสมทบ สองหนุ่มมีปากเสียงกัน ลำธารไม่พอใจขึ้นรถขับออกไป เดือนสิบวิ่งตามพยายามร้องเรียกให้เขากลับมาคุยกันก่อนแต่เขาขับรถต่อไปไม่สนใจ เที่ยงวันกลัวเธอจะได้รับอันตรายตามไปคว้าตัวไว้ เธอตวาดใส่เขาไม่ต้องมายุ่งกับเธออีก เที่ยงวันพยักหน้ารับรู้ เดินคอตกจากไป

เดือนสิบรู้ตัวว่าพูดกับเขาแรงไป ขยับจะเรียกแต่กลับเปลี่ยนใจ ปล่อยให้เขาเดินต่อไป...

 รื่นเริงโรคจิตเข้าขั้นเสี้ยมให้กิ่งคำตามไปเอาเรื่องชีวาตม์เพราะสืบมาได้ว่าพรุ่งนี้เขานัดประชุมกับยุพราที่ออฟฟิศ กิ่งคำยังขยาดไม่หาย ครั้งที่แล้วชีวาตม์โกรธเธอจะเป็นจะตาย

“แกก็แค่โผล่ไปให้อีนังนั่นมันรับรู้ว่าตาวาตม์มันมีเจ้าของ เข้าใจไหม”...

ด้านดำเกิงยังคงทำตัวมีปัญหาไม่เลิกไม่แล้ว ทั้งที่อยู่บ้านไม่ได้ไปไหนแทนที่จะช่วยหยิบจับทำอะไรบ้าง กลับไม่แตะต้องอะไรสักอย่าง เดือนสิบต้องกลับมาจัดการเก็บบ้านช่องทั้งที่ต้องทำงานและต้องไปเฝ้าน้อง อีกทั้งค่ารักษาพยาบาลของดวล ท่านก็ไม่สนใจ  ผลักภาระมาให้เธอรับผิดชอบ

เดือนสิบมองเงินในสมุดบัญชี ไม่รู้จะพอเป็นค่าใช้จ่ายในการรักษาดวลไปอีกนานแค่ไหน...

ตกดึกดวลจะหนีออกจากโรงพยาบาลเนื่องจากทนอาการอยากยาไม่ไหว แต่พอเห็นแม่ที่นอนเฝ้าไข้อยู่ข้างเตียง ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีที่เหลือเพียงน้อยนิดกลับรั้งเขาไว้

ooooooo

มิถุนามาแผนเหนือเมฆ เมื่อได้ฟังลำธารเล่าเรื่องที่น้องชายของเดือนสิบเข้ารับการรักษาอาการติดยา แนะให้เขาไปอยู่เคียงข้างเดือนสิบคอยเป็นกำลังใจให้ เพราะเธอตระหนักแก่ใจดีว่าเขาไม่มีวันทนเรื่องแบบนี้ได้ ถึงแม้เขาจะทนได้แต่ยี่สุ่นก็คงไม่ทน และที่สุดเขาจะต้องหันมาหานางฟ้าผู้อารีอย่างเธอ

ครั้นขับรถออกจากบ้านเชิญจิตได้สักพัก ลำธารนึกอะไรขึ้นมาได้เบนรถจอดข้างทาง โทรศัพท์ไปขอให้เงินยวงรับดวลไว้เป็นคนไข้ในความรับผิดชอบ...

ฝ่ายเที่ยงวันนำเรื่องของเดือนสิบไปปรึกษากับชีวาตม์ แต่กลับได้รับคำแนะนำให้ตัดใจเพราะเธอมีแฟนคาอยู่ทั้งคน เขาตัดใจไม่ได้ ยิ่งเห็นลำธารปฏิบัติกับเธอก็อดสงสารไม่ได้ ชีวาตม์เตือนว่านั่นไม่ใช่ปัญหาของเขา คนเป็นแฟนกันคงต้องรู้ทางกัน คนนอกอาจมองแล้วขัดหูขัดตา แต่คนรักกันจะมองข้ามเรื่องแบบนี้ไป

เที่ยงวันจ๋อย นี่เขาเป็นแค่คนนอกเท่านั้นเองหรือ ชีวาตม์รู้สึกผิดที่พูดออกไปแบบนั้นรีบเปลี่ยนหัวข้อสนทนา หยิบของที่ระลึกจากแหลมกู๊ดโฮปให้ เป็นน้ำกู๊ดโฮปในขวดสีสันสดใสใบเล็กๆหนึ่งใบ

“นี่จะเอาไปฝากผู้ใหญ่ ให้นายก่อนแล้วกันเผื่อจะมีหวังกับเขาบ้าง” ชีวาตม์คะยั้นคะยอให้รับไว้ เที่ยงวันเบือนหน้าหนี ยิ่งเศร้าหนักกว่าเดิม...

ลำธารทำตามที่มิถุนาแนะนำโดยพาเงินยวงไปพบกับสกาวและดวลเพื่อเสนอความช่วยเหลือ ดวลกลับไม่ชอบใจนักเพราะรู้แก่ใจดีว่าลำธารรังเกียจเขา และที่สำคัญเขามาอยู่ที่นี่หลายวันแล้วทำไมถึงเพิ่งมาเสนอความช่วยเหลือก็ยิ่งตั้งแง่ใส่

“ขนาดแม่พูดปากจะฉีกถึงรูหู ผมยังไม่รู้เลยว่าจะเลิกได้หรือเปล่า อย่ามาเสียเวลากับผมเลยดีกว่า”

“ไม่เอาลูก...พูดอะไรอย่างนั้น” สกาวปราม จังหวะนั้นเดือนสิบเพิ่งกลับจากทำงานเปิดประตูเข้ามาเจอลำธารกับเงินยวง ทั้งแปลกใจและดีใจปนกัน จากนั้น เดือนสิบ ลำธารและเงินยวงออกมาคุยกันนอกห้องพักฟื้น เงินยวงบอกเธอว่าเรื่องนี้ต้องใช้เวลาและความสมัครใจ เมื่อไหร่ที่ดวลพร้อมก็จะเลิกได้ด้วยตัวเอง เราทำได้แค่เป็นกำลังใจและพูดโน้มน้าวเขาเท่านั้น เดือนสิบขอบคุณเงินยวงมากที่ช่วยเป็นธุระเรื่องน้องให้

“ยวงขอตัวก่อนนะคะ แล้วจะมาคุยกับดวลบ่อยๆ”

เดือนสิบยิ้มให้ด้วยความซาบซึ้งใจ เมื่อได้อยู่ตามลำพังกับลำธาร เธอรู้สึกอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก เขาเป็นฝ่ายทำลายความเงียบด้วยการฟ้องเธอว่าดวลไม่ให้ความร่วมมือ ไม่รู้จะช่วยเหลือได้สักแค่ไหน

“ถ้าชีวิตคุณไม่ต้องมีน้องแบบนี้คงจะดีไม่น้อย ผมสงสารคุณนะ เชื่อผมนะเดือน คุณต้องวางเรื่องของดวลซะ แล้วชีวิตคุณจะดีขึ้นรวมทั้งเรื่องของเราด้วย” ว่าแล้วลำธารดึงเดือนสิบมากอดปลอบใจ แต่กลับทำให้เธอรู้สึกแย่กว่าเดิม อีกมุมหนึ่งไม่ห่างนัก เที่ยงวันหอบของเยี่ยมจะมาให้สกาวกับดวล ต้องหยุดกึกเมื่อเห็นภาพลำธารกอดเดือนสิบ มันช่างบาดใจจนทนไม่ไหว หันหลังเดินกลับ

ooooooo

ตั้งแต่มีปัญหากับเดือนสิบ เที่ยงวันเอาแต่นั่งซึมและเหม่อลอย สวาทวิมลเห็นลูกอยู่ในสภาพแบบนี้ก็ไม่สบายใจเพราะเหมือนตอนที่ฟานบอกเลิกกับลูกไม่มีผิดเพี้ยน บ่นกับทูลว่ากลัวเหลือเกินว่าลูกจะรับสภาพนี้ไม่ได้และหันกลับไปพึ่งยาเสพติดอีก ทูลขอให้ดูๆไปก่อน อาจจะไม่มีอะไรก็ได้อย่าเพิ่งตีตนไปก่อนไข้

“คุณก็ใจเย็นแบบนี้ทุกที ฉันจะไม่ยอมให้เที่ยงกลับไปทุกข์ทรมานแบบนั้นอีกเด็ดขาด”...

ไม่ได้มีแต่เที่ยงวันเท่านั้นที่ทุกข์ใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น เดือนสิบเองก็รู้สึกไม่ต่างกัน แถมหนักกว่าด้วยซ้ำเพราะไม่ใช่จะมีแต่เรื่องนี้เท่านั้น เธอยังเป็นกังวลเรื่องที่ดวลไม่ให้ความร่วมมือ นี่ถ้าเปลี่ยนจากลำธารกับเงินยวงเป็นเที่ยงวัน ดวลคงจะให้ความร่วมมือมากกว่านี้ การที่ดวลตั้งแง่กับเงินยวงทำให้ลำธารไม่พอใจ ทนดูต่อไปไม่ไหวขอตัวกลับก่อน เดือนสิบจะเดินไปส่งเขาก็ไม่ยอมให้ไป เธอได้แต่มองตามหนักใจ...

ด้านสวาทวิมลพยายามจะเอาใจเที่ยงวันทุกอย่างเผื่อเขาจะผ่อนคลายเรื่องทุกข์ใจได้บ้าง เขากลับหงุดหงิดใส่ เธอถึงกับน้ำตาซึม...

เดือนสิบปล่อยให้เป็นอย่างนี้ต่อไปไม่ได้ จึงเข้ามาคุยกับดวลตรงๆให้ร่วมมือกับเงินยวง เขาอ้างยังไม่พร้อมไว้พร้อมเมื่อไหร่เขาจะเลิกเอง เธอเริ่มไม่พอใจ คาดคั้นว่าเมื่อไหร่จะพร้อม ทุกคนอุตส่าห์เสียสละเวลามาช่วยเขาทั้งที่มีงานต้องทำ ดวลไม่ได้อยากคุยกับเงินยวงแต่อยากคุยกับเพื่อนที่พูดภาษาเดียวกัน ขอร้องให้เธอตามเอนเพื่อนที่ดีสุดมาให้ เดือนสิบอัดอั้นใจน้ำตาแทบร่วงต่อว่าเขาว่าไปถามถึงเพื่อนแบบนั้นทำไม

“เพื่อนที่ยืนมองดวลกำลังจะตายโดยไม่คิดจะช่วยอะไรเลย คนแบบนี้น่ะเหรอเพื่อนที่ดีที่สุดของดวล”

“แล้วคนพวกนั้นพี่เดือนคิดว่าเขาดีกับดวลเพราะหวังดีเหรอ พี่ธารเขาก็แค่หลงก้าวเท่านั้น พี่เดือนเองก็เถอะ ที่พี่เดือนพยายามให้ดวลเลิกยาเพราะห่วงตัวเองมากกว่า บ้านพี่ธารเขารังเกียจดวล ที่พี่เดือนทำทุกอย่างก็เพื่อจะได้แต่งงานกับพี่ธาร ไม่ได้ทำเพื่อดวล”

“พูดพอหรือยัง” สกาวตวาดลั่น ดวลตกใจไม่เคยเห็นแม่ของขึ้นแบบนี้มาก่อน เดือนสิบทั้งจุกทั้งเจ็บจี๊ดไปถึงขั้วหัวใจ หมดแรงจะพูดกับน้องชายต่อไป เดินหนีออกจากห้องทั้งน้ำตา สกาวใจคอไม่ดีรีบตามเธอจนทัน ขอร้องอย่าทิ้งน้องไปน้องยังเด็ก เธอปาดน้ำตาทิ้ง

แล้วกุมมือแม่ไว้

“บางทีดวลอาจจะพูดถูก เดือนอาจจะมองแต่ปัญหาตัวเอง แล้วที่เดือนทำทั้งหมดก็คงเพื่อตัวเอง” เดือนสิบตัดพ้อ สกาวดึงลูกมากอด ขอร้องอย่าถือโทษโกรธน้องที่พูดไปด้วยอารมณ์ ที่ผ่านมาเธอทำดีแล้วเพียงแต่ท่านไม่แน่ใจว่าที่เธออดทนกับลำธารเพื่ออะไร เดือนสิบตอบโดยไม่ลังเลว่าอดทนเพื่อพวกเราทุกคน

“แล้วตัวเดือนล่ะลูก...ชีวิตเป็นของเดือนนะลูก เดือนตัดสินใจให้ดีว่าจะใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ยังไง ความรักมันมีวันหมดนะลูก และถ้าวันไหนที่ความรักเหือดแห้งเหลือแค่ความรับผิดชอบล่ะก็...”

เดือนสิบโดนแม่พูดจี้ใจดำเข้าไปเต็มๆถึงกับพูดอะไรไม่ออก...

เอนมาเที่ยวผับเจ้าประจำเจอสรามากับเพื่อนอีกสองคนรีบเข้าไปทักทายหวังจะปะเหลาะถามถึงกิ่งคำ แต่ไม่ได้อะไรมากนัก รู้แค่ว่าคืนนี้เธอไม่มา ทีแรกเขาจะเปลี่ยนใจลองอ่อยสราดู แต่พอเห็นกระเป๋ารองเท้ากับเสื้อผ้าของเธอแล้วยังไม่ใช่เกรดที่เขาจะพอสูบเงินได้ ก็เลยต้องกลับที่พักอย่างผิดหวัง

ยิ่งเปิดประตูห้องมาเจอจดหมายทวงค่าเช่าห้อง 30,000 บาท เอนขยำจดหมายทิ้งหน้าตาเคร่งเครียดขึ้นมาทันที เดินไปเปิดลิ้นชักหยิบห่อยาเสพติดออกมาทำให้นึกถึงดวล พลันภาพในอดีตผุดขึ้นมาในความคิดของเอน ตอนนั้นเขายังเป็นเด็กนักเรียน ม.4 เจอดวลครั้งแรกที่หน้าโรงเรียน ดำเกิงกับสกาวขับรถมาส่งดวล โดยมีเดือนสิบนั่งมาด้วย เอนเห็นแล้วอดอิจฉาไม่ได้ ช่างเป็นครอบครัวสุขสันต์มีแต่รอยยิ้มให้กัน

ดวลเกือบจะเดินชนกับเอนที่เดินสวนมา ทีแรกเขาไม่ค่อยจะชอบดวลนักเพราะอิจฉาที่ดวลมีครอบครัวที่อบอุ่น ส่วนเขาไม่มีใครสนใจไม่ว่าพ่อหรือแม่ เอนยังแปลกใจไม่หายว่าเขากับดวลไม่น่าจะมาเป็นเพื่อนกันได้ ดวลเป็นเด็กเรียนเก่งด้านกีฬา ส่วนเขาแทบจะไม่เคยเข้าเรียน มั่วยาเสพติด เกเรไปวันๆ

แต่แล้วโชคชะตาพาให้ทั้งคู่มาสนิทกัน ดวลบังเอิญเข้าห้องน้ำไปเจอเอนถูกรุ่นพี่รุมเล่นงานเพื่อจะแย่งยาเสพติด เขาร้องเอะอะทำให้รุ่นพี่ตกใจวิ่งหนี เอนก็เลยรอดมาได้

ooooooo

เอนสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงของครอบครัวดวล จากที่เคยยิ้มแย้มมีความสุขตอนมาส่งดวลที่โรงเรียนมาบัดนี้นอกจากจะไม่มีรอยยิ้ม ดำเกิงยังเกรี้ยวกราดใส่ เมื่อได้อยู่กันตามลำพังเอนคาดคั้นให้ดวลบอกว่าเกิดอะไรขึ้น เขาเล่าว่าพ่อของเขาล้มละลายก็เลยพาลกับคนในบ้านไปหมด

“เขาเปลี่ยนไปเยอะ ใครก็เข้าหน้าไม่ติดว่ะ กูก็ไม่ค่อยอยากเข้าใกล้...กูเครียดว่ะ บางทีก็ไม่อยากกลับบ้าน สงสารแม่ด้วย มีอะไรพ่อก็ระเบิดลงอย่างเดียว”

“ไม่ต้องไปคิดมาก เอางี้...” เอนหยิบยาเสพติดที่ซุกในกระเป๋านักเรียนออกมาให้ ดวลไม่ยอมรับเขาก็เอายายัดใส่กระเป๋าเสื้อเผื่อจะทำให้ลืมเรื่องเครียดๆได้ ดวลปฏิเสธว่าไม่ต้องการลองกลัวจะติด

“กูไม่ได้ให้มึงแดกทุกวันนะ กูห่วงมึง กูช่วยมึงได้เท่านี้แหละ”...

เหตุการณ์ที่ทำให้ดวลแตกหักกับพ่อคือตอนที่ครูใหญ่ยึดยาเสพติดได้จากดวลและเอน จึงเชิญผู้ปกครองของทั้งคู่มาพบ ดวลเห็นว่าถ้าโยนความผิดให้เอนเป็นเจ้าของยาเสพติด เขาก็จะถูกไล่ออกเพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรก ดวลจึงรับสมอ้างว่าเป็นเจ้าของยาเสพติดเพื่อช่วยเพื่อน ดำเกิงโกรธมากกระโจนเข้าไปดึงคอเสื้อลูกจะเอาเรื่อง ครูใหญ่กับสกาวต้องช่วยกันแยกเขาออกจากดวล

ดำเกิงเล่นงานลูกตัวเองไม่พอ ยังตามมาเอาเรื่องเอนอีกด้วย สั่งห้ามไม่ให้มายุ่งกับดวล โทษว่าเป็นเพราะเขาชักจูงลูกของตนไปในทางไม่ดีลูกถึงได้เป็นแบบนี้

แล้วกระชากคอเสื้อเอนจะเอาเรื่อง ดวลมาเห็นพอดีเข้าไปห้าม และสั่งไม่ให้พ่อมายุ่งกับเพื่อนของตน ดำเกิงโกรธมาก

“ไอ้ดวลไอ้ลูกเวร แกพูดอย่างนี้ได้ไง ฉันเป็นพ่อแกนะ แกจะเลือกเพื่อนหรือเลือกใครว่ามาเลย”

ดวลตอบโดยไม่ต้องคิดว่าเลือกเพื่อน ดำเกิงแค้นสุดๆ ไล่ส่งจะไปลงนรกที่ไหนก็เชิญ...

เอนนึกถึงอดีตแล้วก็อดคิดถึงดวลไม่ได้ รู้สึกเหงาที่ไม่มีเขาอยู่ใกล้ๆ มองยาเสพติดในมือก่อนจะเก็บไว้อย่างเดิม เห็นจดหมายทวงค่าเช่าที่ตัวเองขยำทิ้งแล้วนึกถึงโอเล่ขึ้นมาได้ โทร.ไปของานทำ เขายังไม่มีงานให้แต่วันพรุ่งนี้เขาอยากให้เอนไปเป็นเพื่อน

“ได้ครับพี่โอเล่ ไม่เป็นไรครับ...ผมอยากไปอย่างน้อยก็ได้เปิดโอกาสให้ตัวเองครับ” เอนวางสายหงุดหงิดพอสมควรที่นอกจากจะไม่ได้งานยังต้องออกไปทำธุระกับโอเล่อีกต่างหาก...

ในเวลาไล่เลี่ยกัน สวาทวิมลดีใจที่เที่ยงวันลงมากินข้าวด้วย ตักข้าวให้อย่างเอาอกเอาใจ บรรยากาศบนโต๊ะอาหารเป็นไปด้วยดี กระทั่งสวาทวิมลพูดเรื่อง

เดือนสิบขึ้นมาวงแตกทันที เที่ยงวันวางช้อนส้อมลุกออกไปเลย เธอจะตามทูลจับมือไว้ไม่ให้ไป เธอจึงได้แต่มองลูกเดินจากไปอย่างหนักใจ...

เที่ยงวันเดินเข้ามาในห้องตัวเอง ทิ้งตัวลงนอนบนเตียงรู้สึกหดหู่เหลือเกิน อยากจะสนุกอยากมีความสุขเหมือนสมัยเรียนหนังสือ เขาอดนึกถึงวันเก่าๆเพื่อนเก่าๆไม่ได้ เพื่อนกลุ่มที่เขาสนิทด้วยเป็นคนชักชวน

ให้เขาเข้าไปในวังวนของยาเสพติด ตอนแรกก็เป็นแค่สูบกัญชา เมื่อเมาได้ที่เห็นอะไรก็หัวเราะขำกันไม่หยุด เขามีความสุขเมื่อได้อยู่กับเพื่อนๆ จากแค่กัญชา หนึ่งเพื่อนของเขาก็หายาเสพติดตัวที่แรงขึ้นมาให้ลอง

ยาเสพติดตัวใหม่ทำให้เที่ยงวันได้มีช่วงเวลาแห่งความสุขกับเพื่อนกลุ่มนี้ยาวนานขึ้น เขาอยากมีความสุขเหมือนเมื่อวันวานอีก คว้ามือถือขึ้นมาโทร.หาหนึ่ง...

ทางด้านสวาทวิมลเป็นกังวลมากบ่นกับทูลว่ากลัวลูกจะกลับไปหายาเสพติดอีก แม้เธอจะเชื่อใจลูก แต่กลัวว่าสิ่งแวดล้อมที่เราสองคนอุตส่าห์พาลูกออกมาไกลจากมันแล้ว แต่มันก็ยังกลับเข้ามาในชีวิตลูกอีก

“แต่ผมเชื่อ...เชื่อว่าลูกของเราเข้มแข็งพอ”

ooooooo

ณ ออฟฟิศของชีวาตม์ การประชุมกันระหว่างชีวาตม์กับยุพราและนภางค์เริ่มต้นขึ้นไปพลางก่อนโดยมีก้านวงศ์ขอตามนภางค์มาสังเกตการณ์ด้วย แม้โอเล่ซึ่งต้องมาร่วมประชุมด้วยยังมาไม่ถึงก็ตาม

ที่ชีวาตม์นัดมาเจอกันครั้งนี้ก็เพื่อจะคุยเกี่ยวกับการทำทริปไปมาชูปิกชูในเปรู ที่เราจะไปในอีกสองเดือนข้างหน้าซึ่งน่าสนใจมากโดยเฉพาะสำหรับนภางค์เพราะยังไม่เคยเห็นใครไปถ่ายแบบที่นั่นมาก่อน

“จริงด้วยค่ะ น่าสนใจมากนะคะ”

ก้านวงศ์เสนอตัวจะเป็นนายแบบให้ หากนภางค์ยังไม่มีใครในใจ ยุพราตั้งใจขัดเขาโดยเฉพาะ แนะนภางค์ว่าไหนๆก็ได้โลเกชันใหม่ๆ ถ้าได้นายแบบใหม่ๆด้วยจะยิ่งดี ก้านวงศ์แค้นมากที่เธอปัดแข้งปัดขาแทบจะโดดชกหน้าให้รู้แล้วรู้รอดแต่ไม่กล้า การประชุมกำลังดำเนินไปดีๆก็ต้องชะงักเมื่อรื่นเริงพากิ่งคำบุกเข้ามาหาเรื่องด่าว่ายุพราเป็นทำนองว่าจะมาแย่งชีวาตม์ไปจากกิ่งคำ

ยุพราไม่ยอมให้ใครมากล่าวหาโดยที่ตัวเองไม่ได้ทำอะไรผิด ด่ากลับไปบ้าง ทั้งสองฝ่ายมีปากเสียงกันรุนแรงถึงขนาดจะท้าตีท้าตบกัน ก่อนเรื่องราวจะลุกลามไปกันใหญ่ โอเล่เปิดประตูห้องประชุมเข้ามาเสียก่อนทำให้ทุกคนชะงัก เขาไม่ได้มาคนเดียวแต่พาเอนมาด้วย

“น้องเอนน่ะเอง แหม...มาได้ถูกเวลาพอดี พี่ได้นายแบบไปเปรูแล้วค่ะคุณวาตม์”

ก้านวงศ์แทบจะกระอักเลือดตรงนั้น เพราะถูกนายแบบรุ่นน้องแย่งงานไปต่อหน้า ขณะที่กิ่งคำแทบช็อกเมื่อเจอเอนอย่างไม่คาดคิดมาก่อน เขาเองก็ประหลาดใจไม่น้อยที่เจอเธอ...

ขณะที่เหตุการณ์ในออฟฟิศของชีวาตม์เริ่มส่อเค้าวุ่นวาย เที่ยงวันมาเจอกับหนึ่งที่สวนสาธารณะตามนัด หนึ่งเห็นสีหน้าเพื่อนก็เดาออกว่ากำลังมีปัญหา จัดแจงหยิบยาเสพติดในซองพลาสติกใสให้

“เอ้า...เอาเพื่อนเก่าไปแก้เบื่อก่อน กูช่วยมึงได้เท่านี้แหละ”...

ด้านรื่นเริงยังคงสนุกกับการป่วนชีวิตลูกเขยตัวเอง แทนที่จะหยุดเมื่อมีคนไม่รู้จักมักจี่โผล่เข้ามา เธอกลับยิ่งสนุกปากแนะนำให้ทุกคนรู้จักกิ่งคำว่าเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของชีวาตม์ ยุพรารู้ว่าเธอตั้งใจจะแขวะตัวเองก็ยิ่งเดือดดาล กิ่งคำเริ่มอยู่ไม่เป็นสุขที่เห็นเอนอยู่ที่นี่ด้วย ชวนแม่กลับ

“ไม่ไปโว้ย” อาการมึงมาพาโวยของรื่นเริงทำให้กิ่งคำอายมากแถมยังกลัวเอนจะเอาเรื่องของเธอมาแฉ ตัดสินใจเดินหนีออกจากห้อง เอนรีบบอกกับโอเล่ว่าขอตัวไปรอข้างนอกแล้วรีบตามกิ่งคำจนทัน คว้าเอวเธอไว้ เธอตกใจมากกลัวใครจะมาเห็นพยายามดิ้นหนี พลางสั่งให้เขาปล่อย เอนจะปล่อยก็ได้แต่เธอต้องสัญญาก่อนว่าจะไปหาเขา เธอปฏิเสธว่าไม่มีทาง มีเสียงเปิดประตูห้องประชุม กิ่งคำสะดุ้งสุดตัวรีบรับปากจะไปหา

 รื่นเริงถูกชีวาตม์ดึงตัวออกมาหันไปเห็นลูกสาวที่ยืนอยู่กับเอนก็ฟ้องลูกว่าให้ดูสิ่งที่ผัวของลูกทำกับท่าน กิ่งคำไม่รอช้าลากแขนแม่ออกไป เอนแกล้งถามชีวาตม์ว่าที่นี่มีบริการจองตั๋วเครื่องบินใช่ไหม แม้สายตาชีวาตม์จะมองตามกิ่งคำแต่ปากก็ตอบเอนอย่างมีมารยาทว่ามี

“งั้นวันหน้าถ้าผมมีอะไร ผมมาปรึกษาได้

ใช่ไหมครับ”

กิ่งคำชะงัก เหลือบมองกลับมาด้วยความหวั่นใจ ก่อนจะจ้ำพรวดๆพาแม่ออกไป

ooooooo

วันนี้ยังคงเหมือนวันก่อนๆ เงินยวงพยายามพูดคุยกับดวลแต่เขาไม่ให้ความร่วมมือ ลำธารหงุดหงิดและคอยดูนาฬิกาอยู่ตลอดเริ่มทนไม่ไหว ลุกพรวดขึ้นชวนน้องสาวกลับ แล้วหันไปบอกเดือนสิบว่าขอตัวกลับไปทำงานต่อ เธอได้แต่รับคำ ไม่ขยับจะตามไปส่งเหมือนที่เคยทำ

ลำธารเห็นท่าทีเฉยเมยของเดือนสิบก็ไม่พอใจเดินหัวเสียออกไป เงินยวงเห็นสัญญาณอันตรายของความสัมพันธ์ระหว่างทั้งคู่อดเป็นกังวลแทนไม่ได้ สกาวรอจนสองพี่น้องไปพ้นแล้ว จึงเอ่ยปากกับเดือนสิบว่า

ทำแบบจะนี้จะดีหรือ เธอน่าจะเดินไปส่งลำธารสักหน่อย เดือนสิบบอกแม่ว่าไม่เป็นไรไม่ต้องไปกังวล

“เดือน...เดือนทำเหมือนไม่แคร์ความรู้สึกใครทำแบบนี้คนรักก็น้อยใจแย่สิลูก”

“แม่คะ คนรักของเดือนอยู่ที่นี่ต่างหาก แม่กับดวลต่างหากที่เดือนรักและแคร์ ถ้าจะต้องมีอันเลิกกันเดือนก็ยอมแล้วค่ะแม่” คำพูดของเดือนสิบทำให้ดวลตัดสินใจจะเลิกยา สกาวถามย้ำว่าพูดจริงใช่ไหม

“ดวลอยากเลิกไม่ใช่เพราะใครมาพูดให้เลิก แต่ดวลอยากทำอะไรให้คนที่ดวลรักเหมือนกัน” พูดจบดวลเข้ามากอดแม่กับพี่สาวซึ่งกอดเขาตอบน้ำตารื้นด้วยความดีใจ...

ไม่มีมารผจญการประชุมระหว่างชีวาตม์กับยุพราและนภางค์ก็สำเร็จเสร็จสิ้นด้วยดี ก้านวงศ์ โอเล่และเอนต่างเดินมาส่งนภางค์ขึ้นรถ โอเล่ทวงถามถึงเรื่องที่เธอรับปากเรื่องเอน

“ว่างๆส่งหน้าพาสปอร์ตน้องให้เลขาฯพี่เลยจ้ะ”

ก้านวงศ์ไม่พอใจมากนั่นเท่ากับนภางค์เลือกเอนให้ไปร่วมทริปนี้ รอจนเธอขึ้นรถขับออกไปแล้วจึงหันมาต่อว่าโอเล่ที่เอาเด็กสะเหร่อคนละชั้นอย่างเอนมาหักหน้าเขา ทั้งคู่มีปากเสียงกันพอหอมปากหอมคอก่อนจะแยกย้ายกันไป โดยที่ก้านวงศ์ไม่รู้เลยว่าถูกเอนหมายหัวไว้ สักวัน

จะเอาคืนที่เขาหยามให้สาสม...

ด้านชีวาตม์เดินออกมาจากห้องประชุมพร้อมกับยุพรา พลางขอโทษเธอด้วยสำหรับเรื่องที่เกิดขึ้น เธอไม่เห็นต้องขอโทษในเมื่อไม่ใช่ความผิดเขา และที่สำคัญเรื่องแค่นี้ทำอะไรเธอไม่ได้ เขาอาสาจะเดินไปส่งที่รถ

“ไม่ต้องเลย ฉันไม่อยากมีปัญหา ไปดีกว่า” ยุพราเดินลิ่วออกไป อารามรีบร้อนไม่ทันดูทางก็เลยชนเข้ากับเอนที่เดินกดมือถือเล่น ต่างฝ่ายต่างขอโทษกันและกันก่อนจะเดินแยกไปคนละทาง เอนไม่วายหันมองเธออีกครั้ง รู้สึกคุ้นหน้าเหมือนเคยเจอที่ไหนมาก่อน...

เที่ยงวันขับรถมาจอดแถวบ้านเมฆ หยิบห่อยาเสพติดที่ได้จากหนึ่งขึ้นมาดู นึกถึงภาพความสนุกสนานตอนได้เสพยากับกลุ่มเพื่อนๆ เขาตื่นจากภวังค์มองเข้าไปในบ้านเมฆเห็นแม่ของเมฆกำลังพยายามเข็นรถเข็นที่เมฆนั่งอยู่เข้าบ้านอย่างยากลำบากเพราะบ้านไม่ได้ทำมาเพื่อรองรับคนพิการ

ชายหนุ่มรู้สึกผิดและละอายใจเหลือเกินที่เป็น

ต้นเหตุทำให้เมฆต้องเป็นแบบนี้ สัญญากับตัวเองจะ

ไม่กลับไปแตะต้องยาเสพติดอีก ไม่ต้องการเห็นเมฆ

คนที่สองหรือคนที่สาม เขาดีใจที่ตัวเองตั้งสติได้ รีบไปบอกข่าวดีนี้ให้เงินยวงรับรู้ในฐานะที่เป็นที่ปรึกษาพิเศษให้เขา และยังเล่าให้ฟังอีกว่าครั้งนี้เขาเกือบเผลอใจ

กลับไปเสพยาอีกทั้งที่เลิกได้เด็ดขาดมาเป็นปีแล้ว

“ผมได้สติเพราะผมยังมีเรื่องต้องรับผิดชอบ...คนที่ผมทำชีวิตเขาพัง”

“เรื่องที่ผ่านมาอาจจะยากที่คุณเที่ยงจะอภัยให้ตัวเอง แต่ก็อย่าให้สิ่งนี้มาทำลายชีวิตคุณเที่ยงนะคะ”

“ครับ ขอบคุณมากสำหรับวันนี้ ผมรบกวนคุณเงินยวงแท้ๆเลย วันหยุดแทนที่จะได้หยุด”

เงินยวงยินดีให้คำปรึกษาทุกเมื่อ แล้วนึกบางอย่างขึ้นมาได้ถามเที่ยงวันว่าพอจะมีเวลาไหม เธออยากจะชวนให้เขาไปเป็นจิตอาสาช่วยให้คำแนะนำกับผู้ที่คิดจะเลิกเสพยา

ooooooo

นอกจากดำเกิงจะไม่ยอมมาเยี่ยมดวลตั้งแต่เขาตัดสินใจเข้ารับการบำบัด ยังไม่ยอมให้เงินสกาวไว้ใช้จ่ายเป็นค่าเดินทางไปหาลูก ทำให้เธอต้อง

นั่งรถเมล์ แถมไม่ยอมช่วยเดือนสิบออกค่ารักษา

ครั้งนี้อีกด้วย ดวลรู้เรื่องนี้เข้าก็เสียใจมาก โทษตัวเองที่ทำให้พี่ให้แม่ต้องลำบาก สกาวรีบเข้าไปกอดเขาไว้

“ไม่เอา อย่าคิดมาก มันไม่มีอะไรทั้งนั้นนะลูก”...

นาราอยากให้ดำเกิงไปเยี่ยมลูกบ้าง จึงวางแผนกับพ่อว่าเธออยากจะไปเยี่ยมดวลแต่พ่อไม่ว่างพาไป

จึงฝากเธอให้ไปกับดำเกิง ไหนๆเขาก็ต้องไปเยี่ยมลูกอยู่แล้วไม่ใช่หรือ ดำเกิงไม่พอใจ ปฏิเสธแบบไม่มีเยื่อใยว่าไม่ไป ไม่ว่างแล้วเดินหนีเข้าบ้านไปเลย นาราถึงกับเซ็ง

“ดูสิคะคุณพ่อ ขนาดพูดแบบนี้แล้วยังไม่ยอมไปเลย ทำไมใจร้ายแบบนี้ก็ไม่รู้”

พ่อของนาราเองก็ไม่เข้าใจเช่นกันว่าทำไมดำเกิงถึงได้ใจแข็งกับลูกนัก...

แค่เจอกันนับครั้งได้ แต่ลำธารกลับให้ความ

สนิทสนมกับมิถุนาถึงขนาดเอาเรื่องดวลไประบายให้ฟังเธอสบช่องเสนอตัวจะเลี้ยงหนังเขาเผื่อดูแล้วจะคลายเครียดลงได้ เขาตกปากรับคำจะไปดูด้วย เนื่องจากไม่ได้ดูหนังมานานแล้ว เธอดีใจส่งเสียงเฮลั่น ขอตัวไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน

ไม่นานนักมิถุนากลับลงมาพร้อมกับสวมชุด

ที่ดูสวยเซ็กซี่เพื่อยั่วให้ลำธารหลงใหลในตัวเธอมากขึ้น แต่ออกจะสวยมากไปหน่อยสำหรับการไปแค่ดูหนัง...

ขณะที่ลำธารมีใจเอนเอียงไปทางมิถุนาเพิ่มขึ้นเป็นลำดับ รื่นเริงยังคงเล่นงานกิ่งคำไม่เลิกฐานไม่ยอมลุยใส่ยุพราให้รู้แล้วรู้รอด และยังปอดแหกลากตนกลับบ้านอีกด้วย เธอขอร้องแม่ให้เลิกบ่นสักทีน่ารำคาญ

“เออดี รำคาญมากฉันก็จะไม่ยุ่งอีกต่อไป ไม่เอาแล้วใช่ไหมผัวเนี่ย”

กิ่งคำใจหายเมื่อนึกถึงการที่จะต้องสูญเสีย

ชีวาตม์ไปหากเขารู้ว่าเธอไปทำอะไรมา คว้ากระเป๋าถือกับกุญแจรถ บอกแม่ว่าเดี๋ยวมา แล้วพรวดพราดออกไป รื่นเริงยิ้มกริ่มคิดว่าลูกกลับไปลุยยุพราตามที่ตัวเองยุ...

ในเวลาเดียวกัน ที่หน้าโรงหนัง ลำธารถือขนมและเครื่องดื่มเต็มสองมือ มิถุนาจึงหยิบข้าวโพดคั่วป้อนใส่ปากให้ เขากินแบบเขินๆ ยุพราผ่านมาเห็นพอดีรีบหลบมุมเอามือถือขึ้นมาถ่ายคลิปไว้แล้วส่งไปให้เพื่อนรักดู เดือนสิบกำลังนั่งเฝ้าน้องอยู่ในห้องพักฟื้นกับแม่ เห็นมีข้อความจากยุพราก็เปิดดูเจอภาพบาดใจ มีผู้หญิงกำลังป้อนขนมให้ลำธาร ใจกระตุกวูบ สักพักยุพราโทร.เข้ามา

“หนูออกไปคุยข้างนอกนะคะ” เดือนสิบรีบจ้ำออกไป สกาวมองตามรับรู้ได้ว่ามีบางอย่างผิดปกติ...

เดือนสิบไม่อยากให้มีปัญหาจึงบอกกับยุพราว่าคงไม่มีอะไร เธอโวยวายทันทีไม่มีอะไรได้อย่างไร สวีต หวานขนาดนั้น และนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอเจอทั้งคู่ เดือนสิบไม่อยากรับฟังอะไรทั้งนั้นเพราะมีเรื่องให้ต้องคิดมากอยู่แล้วจึงวางสายเพื่อตัดบท แต่ก็อดไม่ได้ที่จะเปิด

รูปนั้นขึ้นมาดูอีกครั้งถึงกับน้ำตาซึม

“เจ็บใจชะมัดเลย เดือนนะเดือน แม่หอยทากเอ๊ยขืนช้าขนาดนี้ก็พอดีล่ะ...รูป! ต้องส่งรูปครั้งก่อนด้วย” ยุพราไล่หารูปในมือถือแล้วนึกขึ้นได้ว่าครั้งนั้นเธอใช้มือถือของชีวาตม์ถ่ายคลิปลำธารกับหญิงอื่นเอาไว้

ooooooo

ณ บ้านโอบอุ้ม มีการรวมกลุ่มของเด็กๆวัยรุ่นที่พยายามเลิกยาซึ่งมีเงินยวงและหมอตามในฐานะอาสาสมัครเข้ามาพูดคุยด้วย โดยมีเที่ยงวันในฐานะผู้เข้ากลุ่มพิเศษที่จะมาเล่าประสบการณ์การเลิกยาได้สำเร็จ

หลังจากเด็กๆในกลุ่มแนะนำตัวเองและบอกเหตุผลที่ต้องการเลิกยาให้ฟัง หมอตามพยักหน้าให้เที่ยงวันเป็นคนพูดบ้าง เขาแนะนำตัวเองแล้วเล่าให้ฟังว่าเลิกยามาได้เกือบปีแล้ว หนึ่งในผู้บำบัดอยากรู้ว่าการเลิกยาทรมานมากไหม เขายอมรับว่าทรมาน แต่เชื่อว่าทุกคนจะผ่านไปได้

“เพราะอะไรรู้ไหมครับ เพราะทุกคนมีจุดมุ่งหมายที่ดีที่จะทำเพื่อคนที่น้องรักและรักน้องจริงๆ ขอให้อดทนนะครับ พี่เชื่อว่าน้องๆทำได้ พี่นับถือหัวใจที่ยิ่งใหญ่ของน้องๆมากเลยครับ”

ทุกคนตบมือให้เที่ยงวันเมื่อพูดจบ เงินยวงรู้สึกประทับใจในตัวเขามาก เขาเองก็รู้สึกดีที่ตัวเองมีค่ากับคนอื่น ขอบคุณเงินยวงที่ชวนมาเป็นอาสาสมัคร ถ้ามีโอกาสเขาขอมาอีก หมอตามยินดีที่เขาเสนอตัว

“การที่ทุกคนรู้สึกว่าคุณเที่ยงเป็นคนที่จิตใจเข้มแข็งเลิกยาได้ มันจะช่วยให้คุณเที่ยงจะไม่หวนกลับไปหายาเสพติดอีกแล้ว เพราะเหมือนเราพูดคำสัญญาออกไป คุณเที่ยงจะไม่กลับไปหายาแล้วใช่ไหมครับ”

เที่ยงวันยิ้มแทนคำตอบ ในเมื่อไม่มีอะไรแล้ว เขาชวนเงินยวงกลับด้วยกัน หมอตามอาสาจะไปส่งเธอเองเพราะเธอต้องกลับไปเอาของที่โรงพยาบาลอยู่แล้ว เงินยวงยังงงๆอยู่ก็เลยไม่ได้เถียงอะไร หมอตามบอกเขาว่าไม่ต้องเป็นห่วงเชิญกลับได้เลย เที่ยงวันลาทั้งคู่แล้วผละจากไป เงินยวงตั้งหลักได้ถามหมอตามไปเอามาจากไหนว่าเธอจะกลับโรงพยาบาล เธอจะกลับบ้านต่างหาก วันนี้มีนัดกินข้าวกับแม่

“ผมส่งบ้านก็ได้น่าทำเป็นเครียดไปได้ ไปๆๆ” หมอตามลากแขนเงินยวงออกไป...

ชีวาตม์กลับถึงบ้านเจอแต่แม่ยายนั่งกินข้าวอยู่หน้าทีวีไม่เห็นกิ่งคำก็ถามหา ท่านเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเธอไปไหน คงเสียใจที่ผัวไม่ปกป้อง เขาถอนใจเซ็งที่ถูกท่านโจมตีตลอด แล้วนี่เขาจะไปตามหาเธอได้ที่ไหน

“ไม่ต้องไปตามหรอก มันคงไปทำสวย ไม่ก็ไปเที่ยวกับเพื่อน เดี๋ยวมันก็กลับมา โทร.หามันรึยังล่ะ”

“ครับ” ชีวาตม์โทร.หากิ่งคำแต่เธอไม่รับสาย พอจะโทร.หาอีกครั้ง รื่นเริงห้ามไว้ โทร.ไปก็ไม่มีประโยชน์เธอคงไม่รับ ไล่เขาไปกินข้าวป่านนี้เด็กรับใช้คงตั้งสำรับเสร็จแล้ว ชีวาตม์วางมือถือไว้แล้วเดินไปที่ห้องกินข้าว รื่นเริงมองมือถือของลูกเขยอย่างสอดรู้สอดเห็นเพราะได้ยินเสียงข้อความเข้ามา ครั้นเห็นว่ามาจากยุพรารีบคว้าขึ้นมาเปิดดู “คุณวาตม์คะ รูปที่เราแอบถ่ายที่ร้านอาหารเมื่อวันก่อน ช่วยส่งให้ยุพได้ไหมคะ”

รื่นเริงพิมพ์ข้อความกลับไปว่า “ได้สิครับ สำหรับคุณยุพได้ทุกอย่างอยู่แล้ว”

ด้านยุพราอ่านข้อความแล้วรู้สึกแปลกๆแต่ก็ไม่ได้เอะใจอะไรส่งข้อความกลับไปเร่งให้เขาส่งรูปที่ว่านั่น มาให้ รื่นเริงส่งข้อความกลับมาอีกสองครั้ง เป็นไปในทำนองชู้สาว แม้ยุพราจะรู้สึกแปลกๆ แต่ก็อดหวั่นไหวไม่ได้ รื่นเริงพิมพ์ข้อความว่านึกถึงแอฟริกาอยากกลับไปอีก พิมพ์ได้แค่นั้นมีเสียงชีวาตม์เลื่อนเก้าอี้แสดงว่าอิ่มแล้ว เธอรีบวางมือถือคว้าจานข้าวขึ้นตักกินทั้งที่หมดแล้ว ชีวาตม์เห็นเข้าก็ร้องทัก

รื่นเริงเสเดินเข้าครัว ชีวาตม์มองตามระอาใจ แล้วเดินขึ้นห้องโดยลืมหยิบมือถือติดไปด้วย รื่นเริงค่อยๆชะโงกหน้ามามองไม่เห็นเขาอยู่ตรงนั้น รีบกลับมาหยิบมือถือของเขาขึ้นมากดลบข้อความ...

ทางฝ่ายสกาวเห็นเดือนสิบกลับมาที่ห้องพักฟื้นของน้องด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก ถามว่ามีอะไรหรือเปล่า เธอเอารูปที่ยุพราส่งมาให้แม่ดู ดวลเหลือบเห็นก็เบ้ปากใส่ นึกแล้วว่าต้องเป็นแบบนี้

“แม่คิดยังไงคะ เดือนควรจะเชื่อสิ่งที่เดือนเห็นในรูปนี้ไหมคะ”

“ป้อนกันขนาดนี้แน่ใจได้เลยพี่เดือน ขืนแต่งกับหมอนี่ชีช้ำตาย”

“รู้ไหมทำไมแม่ถึงอยู่กับพ่อได้ เพราะตลอด 30 ปีที่ผ่านมา พ่อเขาซื่อสัตย์ต่อชีวิตคู่ของเรามาตลอด”

ooooooo

อ่านละคร ข้ามสีทันดร ตอนที่ 6 วันที่ 27 มิ.ย.61

ละคร ข้ามสีทันดร บทประพันธ์โดย กฤษณา อโศกสิน
ละคร ข้ามสีทันดร บทโทรทัศน์โดย กู๊ดโฮป
ละคร ข้ามสีทันดร กำกับการแสดงโดย อัษฎาวุธ เหลืองสุนทร
ละคร ข้ามสีทันดร ผลิตโดย บริษัท จันทร์ 25 จำกัด
ละคร ข้ามสีทันดร ออกอากาศ สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ