อ่านละคร อาญารัก ตอนที่ 20/2 วันที่ 20 พ.ค. 56


อ่านละคร อาญารัก ตอนที่ 20/2 วันที่ 20 พ.ค. 56

ท่านขุนตวาดลั่น “อีเด็กอกตัญญู อีลูกทรพี”
“พอแล้วค่ะ พี่ขุนพอแล้วค่ะ คุณหนูอี๊ดขา แม่ เอ้อ ชั้น ขอโทษ” เนียนมองหน้าทานตะวัน
สุดจะทนแล้วทานตะวันด่าทิ้งทวนแล้ววิ่งหนีเข้าห้องไป
“อย่ามาเอ่ยคำว่าแม่กับชั้น ชั้นไม่มีแม่เป็นลูกชาวนา”
เนียนผวาตาม เรียมกับท่านขุนประคองเนียนไว้
“พี่จะตามไปเฆี่ยนมันให้หลังลาย” ท่านขุนฮึ่มฮ่ำจะเอาเรื่องลูกสาวแสบ

ท่านขุนกระชากแส้ม้ามาแล้ว เนียนก้มลงกราบเท้าขุนภักดีกอดขาดึงไว้ส่ายหน้าน้ำตานอง
“ฆ่าเนียนให้ตายดีกว่าไปเฆี่ยนคุณหนูค่ะ เกิดมาไม่เคยขอสิ่งใดจากพี่ขุนแต่ครั้งนี้ ขอสักครั้งเถิดค่ะ”
“นะคะ พี่เทพไม่ใช้ความรุนแรงนะคะ”
เรียมเกลี้ยกล่อม พลางดึงแส้ม้ามาจากมือท่านขุน


ด้านทานตะวันตกใจ เสียใจช๊อค กับสิ่งที่รับรู้ ร้องไห้โฮๆๆๆๆ แต่ได้ยินเนียนพูดทุกคำ
“ไม่จริง ไม่จริง ชั้นจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน ชั้นจะต้องอับอายมากมายแค่ไหน ทำไมต้องมีแม่เป็นชาวนา ฮือๆๆๆ คุณพ่อ คุณแม่ใจร้าย”
ทานตะวันรับไม่ได้ ร้องไห้ทุบพื้นทุบผนังไปตามเรื่องตามราว อาละวาดไปเรื่อยๆ

ฝ่ายสองคนช่วยกันปลอบใจเนียน
“พี่ต้องบังคับเด็กดื้อคนนั้นให้มันมากราบแทบเท้าเนียนให้ได้เด็กอะไร ต่อให้ไม่ใช่แม่ แต่เขาเคยให้ชีวิตรอดพ้นจากฟ้าผ่าตายยังไม่ระลึกถึงพระคุณ นังเด็กอมนุษย์”
“พี่ขุนขา ไหนว่าจะไม่โกรธเคืองกันแล้วคะ” เนียนบอก
“มันก็น่าโกรธเคืองอยู่นะเนียน” เรียมฉุนไม่หาย
“ให้เวลาแกสักระยะนะคะ แกคงตกใจ ยังไม่ทันตั้งเนื้อตั้งตัว”

ท่านขุนกับเรียมค่อยอารมณ์เย็นลง เริ่มฟังคำขอร้องของเนียน
ส่วนทานตะวันนั่งร้องไห้อยู่หลังประตู ได้ยินเสียงเนียนพูดกับท่านขุนและเรียมทุกคำ

“เนียนทนได้ค่ะ แกไม่ยอมรับว่าเนียนเป็นแม่ก็ช่างแกเถิด ขอเพียงแกรับรู้ ว่าแกเคยอยู่ในท้องของเนียน ก็พอแล้ว เนียนขอเพียงได้ชื่นชมมองลูกอยู่ เช่นนี้ตลอดไปจนตายเนียนก็ทนได้ค่ะ แกไม่ใช่เด็กร้ายกาจอะไร เพียงแค่อาจโดนตามใจมากเกินไป เนียนเองก็มีส่วน เพราะรักแกมากมายจนไม่เคยโต้แย้งสิ่งใดกับแก ทั้งที่รู้ว่าแกทำไม่ถูก พูดไม่ถูก”
เสียงท่านขุนดังตามมา “แต่มันเป็นลูก มันต้องเคารพแม่ของมัน พี่ต้องบังคับมันให้ได้”
“ไม่ได้ดอกค่ะ พี่ขุน เรื่องของความรักความเคารพ ถ้าไม่ได้เกิดจากความรู้สึกของตัวแกเอง เนียนก็ไม้ต้องการดอกค่ะ อย่าไปบังคับให้แกมารักมาดีมาเคารพเนียนเลยค่ะ”
ทานตะวันสงบลง ค่อยรู้สึกดีขึ้นบ้าง ร้องไห้เบาลง แล้วเงี่ยหูฟังต่อ

เนียนเห็นเรียมตั้งท่าจะพูด จึงยกมือขอร้องเรียม แต่เรียมไม่ฟัง
“ใช่ว่าเรื่องฟ้าผ่าคือครั้งแรกที่เนียนช่วยเด็กคนนั้น ยังมีเรื่องที่โดนไอ้แช่มปล้ำ คนที่ไปปกป้องไว้ได้ก็ล้วนเป็นเนียน”
คำพูดนั้นกระแทกเข้าหน้าทานตะวันเต็มๆ จากนั้นภาพโจรคลุมหน้ามาต่อยตีและปลุกปล้ำ กระทั่งเนียนมาช่วยจนโดนตบตีเองผุดขึ้นมาในมโนนึก
ทานตะวันป้ายน้ำตาป้อยๆ ใจอ่อนยวบลงมาอีกนิดหนึ่ง
ส่วนเรียมพูดพร่ำระบายต่อ “เพราะพี่แท้ๆที่สร้างความทุกข์ให้เนียนมายี่สิบกว่าปีมาจนบัดนี้ เพราะความกตัญญูรู้คุณของเนียน เพราะความรักลูกของเนียน เนียนรู้ว่า ลูกอยู่กับเนียน ในช่วงนั้นลูกคงไม่สุขสบายเหมือนกลายเป็นลูกของพี่”
“เนียนขอเพียงเฝ้าดูแกอยู่ห่างๆ ในความทุกข์นั้น มันเป็นความสุขอันยิ่งใหญ่ที่ได้ทำเพื่อลูก ที่ได้เห็นหนูอี๊ดมีชีวิตสวยงาม ไปเรียนเมืองนอก มีร้านเสริมสวย ถ้าเนียนไม่ยกแกให้คุณพี่เรียม มีรึแกจะมีวันนี้ได้ เนียนสิคะ ต้องขอบพระคุณ คุณพี่เรียม”

ทานตะวันนิ่งฟังคำพูดของเนียน จิตใจเริ่มหวั่นไหวไขว้เขวมาทางใจอ่อน
“แต่วันนี้ของชั้นกำลังสูญสลาย ลงไปในพริบตา เพราะความจริงที่โหดร้าย ถูกเปิดเผย” ทานตะวันครวญคร่ำ
เสียงท่านขุนดังเข้ามา “เป็นลูกชาวนา แต่เป็นคนดี ดีกว่าเป็นลูกขุนภักดีแต่เป็นคนเลว”
“คุณพ่อด่าเราเลว คุณพ่อชมเด็กติ๋วว่าดี”
ตามด้วยเสียงเรียม “เนียนคือแม่ที่อดทนเหลือเกิน คำน้อยไม่เคยปริปากบ่นหรือไม่พอใจหนูอี๊ดทั้งด่าว่า ใส่ร้ายดูถูกเหยียดหยามสารพัด”
และเสียงเนียน “เนียนเป็นแม่นี่คะ แม่ไม่มีวันโกรธแค้นชิงชังลูก ต้องอภัยให้ลูก โดยไม่มีข้อแม้”
ทานตะวันสะท้อนใจ “ผู้หญิงคนนี้อดทนเรามากมายถึงเพียงนี้ เชียวหรือ”
“เด็กคนนั้นมันจะรู้สึกบ้างไหมว่า นี่คือความรักอันยิ่งใหญ่ของผู้เป็นแม่” เสียงท่านขุนดังเข้ามาอีก
ต่อด้วยเสียงเรียม “สักวันที่เขาได้ลิ้มรสความเป็นแม่ เขาจะค่อยๆ เรียนรู้เองแหละค่ะฝาแฝดกับหนูติ๋วแท้ๆ แต่นิสัยต่างกันเหลือเกิน”
“ฝาแฝด เราเป็นฝาแฝดกับเด็กติ๋ว โอย มิน่ามันถึงเกิดวันเดียวกับเรา หน้าตาเหมือนเรา นี่ นี่มันบ้าอะไรกัน เราต้องกลายเป็นฝาแฝดกับศัตรู”
ทานตะวันมีท่าทีอ่อนลงอีกอย่างเห็นได้ชัด
ท่านขุน เรียม และเนียนกำลังพูดคุยกันต่อ
“ให้เวลาผ่านไปสักพัก หนูอี๊ดแกคงสบายใจขึ้น อย่าไปบีบคั้นให้แกทำในสิ่งที่แกกำลังเจ็บปวดเลยนะคะ” เนียนขอร้อง
“ลงท้ายก็ยอมแพ้คนอื่นทุกทีสิน่า” เรียมอดต่อว่าไม่ได้
“นี่ถ้าเปลี่ยนจากเนียนเป็นสน หนูอี๊ดเห็นทีจะโดนหาประโยชน์จากเรียมจนย่ำแย่”
“เนียนกลับเรือนก่อนนะคะ เนียนจะไปดูแลอาหารของคุณท่านนี่เช้ามืดแล้ว”
เนียนลากลับ
เสียงเนียนเงียบไป ท่านขุนกับเรียมพลอยเงียบตามไปด้วย
“เราต้องกลายเป็นพี่น้องกับเด็กติ๋ว คุณแม่รู้มาตลอด ถึงได้ทำดีกับมันจะหันหน้าไปหาใครดี อียัยสนบ้าก็เหมือนดังคนเสียสติ มันไม่ยอมลงให้เราอีกต่อไปแล้ว โอย ไม่มีเพื่อน ไม่มีแม้แต่ลูกน้อง”

ทานตะวันรำพึงรำพันนั่งน้ำตาไหลรินอยู่เงียบๆ ไม่ส่งเสียงร้องไห้ดังๆ แล้ว
สองคนเรียม กับท่านขุน มาแอบที่หน้าประตูห้องเงี่ยหูฟังเสียงทานตะวันในห้อง

เรียมกระซิบบอก “เสียงสะอื้นเงียบไปแล้วค่ะ”
“เด็กนั่นมาแอบฟังเราพูดกัน ดีละ คำพูดน่าสงสารของเนียนจะเสียดแทงไปในความรู้สึก ของเด็กคนนี้บ้างสักนิดไหม” ขุนภักดีกระซิบเช่นกัน
“อย่างน้อยแกก็มีเลือดของเนียน เลือดของคนอ่อนโยนจิตใจดีงามแต่มันอาจซ่อนอยู่ในส่วนลึกของหัวใจ สักวันมันก็คงค่อยๆ ผุดขึ้นมาให้ปรากฎสักวัน
ท่านขุนโอบเรียม พยักหน้าให้กลับเข้าห้อง

ค่อนรุ่ง ด้านสนนั่งหลับสัปหงกอยู่คนเดียวในห้อง รอบกายมีทั้งสายสิญจน์ ยันต์เครื่องลางของขลังประดามี วางรายรอบตัว มีเสียงลมพัดอื้ออึงเสียงร้องครวญครางเจ็บปวด
สนลืมตา เห็นเป็นช้อยเดินนำหน้าขบวนผี มือถือมีด มียายอ่อนตามติดถือพาย ส่วนผีตนอื่นๆ ถืออาวุธมาคนละอย่าง
“อีสน อีคนใจสัตว์ มึงไม่ใช่คน นี่ไงผลงานสะสมศัตรูของมึง พวกกูมากันทั้งหมด เพื่อมาทวงชีวิตมึง พวกเรา ลงทัณฑ์ อีสนคนชั่ว” ช้อยคำราม พร้อมกันนั้นผีทุกตัวต่างปรี่มาทุบตีดึงสน บ้างทิ่มแทง ตบตี สนวี้ดว้ายกรีดร้องลั่นระงม

รุ่งเช้าทองจันทร์เดินนำหน้า มีเนื้อทองเนียนเดินตามหลัง กบกะแมวตามมาอีกที ถือข้าวของใส่บาตรมาด้วย จังหวะนั้นเสียงสนหวีดร้องดังมาก ทองจันทร์หยุดเหลียวมองไปทางเรือนสน
“แม่สนเลี้ยงเปรตเอาไว้รึนั่น”
“ไม่ใช่เสียงเปรตดอกเจ้าค่ะ” กบว่า
แมวบอก “เสียงคุณนายสนเจ้าค่ะ”
“ผีเปรตเข้าสิงแม่สนรึ จึงได้ร้องราวกับเปรต”
“คุณนายสนร้องแบบนี้บ่อยๆ แล้วเจ้าค่ะ พวกเราได้ยินจนชินแล้วเจ้าค่ะ” กบว่าอีก
“ผีเปรตไร้เพื่อนคงโดนสิงเอาสินะ น่าสมเพชแท้ๆ” ทองจันทร์ส่ายหัว
“พระพายเรือมาแล้วค่ะ คุณ เอ้อ...” เนียนบอก เรียกหญิงชรา แม่สามีอย่างเก้อเขิน
ทองจันทร์ต่อคำให้เอง “คุณแม่ จำเอาไว้ว่าชั้นคือคุณแม่ แล้วตัวแกน่ะ คุณนายเนียน ลูกแกก็คุณหนู...”
เนียนรีบตัดบท กลัวทองจันทร์จะหลุดปาก “คุณแม่คะ พระท่านจอดเรือแล้วค่ะ”
เนื้อทองฟังแล้วงงๆ แต่ก็รีบกุลีกุจอไปกับเนียน พาทองจันทร์ไปใส่บาตร กบกะแมวแอบซุบซิบกัน
“น้ำมาปลากินมด”
“ตอนนี้...น้ำลดมดกินปลา”
ทองจันทร์ได้ยิน “พวกเอ็งหมายถึงใครรึ”

กบกะแมวประสานเสียง “เปรตเจ้าค่ะ”
เวลานั้นสนนั่งตัวสั่นงันงก พนมมือแต้ กลัวจับจิต

“กลัวแล้ว กลัวแล้ว ไปนรกเสียเถิด อย่าได้กลับมาผุดมาเกิดอีกเลย”
เทิดศักดิ์เปิดประตูห้องเข้ามา มองสภาพแม่ เห็นผมเผ้ายุ่งเหยิงไปทั้งตัวก็อุทานอย่างตกใจ
“อะไรกันนี่ คุณแม่เอาของพวกนี้มาไว้รอบเตียงนอนทำไม”
เทิดศักดิ์เดินเข้าไปใกล้ พยายามเรียกเบาที่สุด กลัวสนตกใจ
“คุณแม่ครับ”
สนหวีดร้องขึ้นมาจนได้ หลุดปากชื่อผีที่ตนฆ่าออกมาทั้งโขยง
“ไปนะ อีช้อย อีอ่อน ไอ้ถม ไอ้สาย ไอ้เสริม ไอ้...”
“คุณแม่ครับ ผมเองเทิดศักดิ์”
สนสะดุ้งแล้วลืมตาโพลงมองมา ดีใจโผกอดลูกชายแน่น
“เทิดศักดิ์ทำไมไม่กลับมาบ้าน ลูกหายไปไหนมาทั้งคืน”
“ผมกลับมาไม่ได้ดอกครับ ผมต้องไปจัดการเรื่องศพยายอ่อน นี่ผมก็กลับมาอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วต้องรีบไปอีก ตายกันบ่อยมากล้วนแล้วแต่ เกี่ยวพันกับบ้านเราทั้งนั้น ถ้าผมสืบเรื่องให้กระจ่างจับตัวคนร้ายไม่ได้ ผมจะไม่ได้รับความเชื่อถือจากนายของผม”
สนหู่ผึ่ง สติฟื้น ถามหยั่งเชิง “เอ้อ แล้ว แล้ว เขาสงสัยใครรึ”
“กำลังหาหลักฐานเพิ่มครับ ต้องสอบปากคำคนที่พบเห็นยายอ่อน ยัยช้อยก่อนตายให้หมด ว่าไปหาใคร พบใครพูดอะไร”
คำพูดดังกล่าวกระแทกเข้าที่หน้าสน เหตุการณ์ที่ทองจันทร์บอกสนว่าช้อยไปเปรยว่าเทิดศักดิ์อาจไม่ใช่ลูกท่านขุน
ผุดขึ้นมาหลอนหลอกสนถึงกับหน้าซีด เทิดศักดิ์เห็นโอบแม่ปลอบ
“คุณแม่อย่ากังวลไปเลยครับ ผมไปก่อนนะครับ”
เทิดศักดิ์เดินออกไป สนมองตาม เดินไปที่หน้าต่างแล้วสนก็เห็นบางอย่าง

ในสายตาสนที่มองมา เห็นทองจันทร์เดินนำหน้ามี เนียน เนื้อทอง กบและแมวเดินตามกันเป็นทิวแถว ดูทุกคนมีความสุขสดชื่นมาก
สนเจาะจงจ้องมองที่ทองจันทร์เต็มๆ ด้วยสายตาอาฆาตแค้น
“ครั้งสุดท้าย และคนสุดท้าย แล้วกูจะวางมือสักที”
สนบอกตัวเองพร้อมกับยิ้มอย่างน่ากลัว ดูโหดร้ายปนบ้าดีเดือด

ฟากเรียมมาเคาะเรียกลูกสาว
“หนูอี๊ด ออกมาทานข้าวกันสิลูก ฝีมือแม่เนียนนะลูก”
เสียงทานตะวันดังแหวดออกมา
“หนูไม่กิน หนูไม่หิว”
“ถ้าเช่นนั้นก็ตามใจหนูเถิดลูก แม่จะตั้งสำรับไว้ หน้าห้องนี่แหละ”
เรียมยิ้มกับตัวเอง
“จะทนหิวอยู่ได้ถึงกี่โมงกี่ยามก็ตามใจ”
เรียมเดินออกไปไม่ลืมวางสำรับไว้หน้าห้อง

ทานตะวันนั่งตาขวางมองไปทางประตูห้อง บ่นบ้าอย่างถือดีตามเคย
“คุณแม่คุณพ่อกำลังบีบให้เราจนแต้ม ไม่มีเสียละที่จะยอมจำนน”

ทุกคนรวมตัวกันอยู่ตรงที่ฝังศพลูกของเรียม บริเวณนั้นมีดงดอกไม้ขึ้นหนาแน่นเหนือเนินดิน เห็นทุกคนยืนรายล้อมกันอยู่ ขุนภักดียืนนิ่ง มีทองจันทร์ เนียน และเรียมน้ำตาคลอ เอกยืนถือธูปกำใหญ่จุดแล้วอยู่ด้านหลังทุกคน
“นี่ถ้าไม่พากันบอกความจริงให้แม่รู้สักครู่นี้ ดีไม่ดีแม่ตายก่อนรู้ความจริง แม่คงไม่ไปผุดไปเกิดดอกนะ”
“คุณแม่อย่าพูดเรื่องนี้สิครับ พูดกับยายหนูสิครับ แกอาจกำลังมองดูเราจากสวรรค์อยู่นะครับ”
ทองจันทร์หันไปรับธูป ทุกคนรับธูปจากเอก
“หลานย่า ขอให้หนูกลับมาเกิดใหม่ เป็นลูก เอ ลูกใครดีล่ะ เอาเป็นว่าลูกใครก็ได้ ที่เกี่ยวดองเป็นญาติของเรา ยกเว้นแม่สนนะหลานนะ ย่าเสียใจ ที่ไม่ทันได้พบหน้าหลาน ตอนที่มีชีวิตอยู่”
“ยายหนูของพ่อ พ่อรักหนูนะ แม้ว่ายังไม่ทันพบหน้ากัน แต่พอก็รอพบหน้าหนูอยู่เก้าเดือน เกิดชาติหน้าฉันท์ใด มาเป็นลูกพ่อและได้ร่วมทุกข์ร่วมสุขกับพ่อไปจนตายจาก นะลูกนะ”
“หนูจ๋า แม่มาเยี่ยม หนูได้ยินแม่ไหม ถึงจะห่างไกลถึงบนสวรรค์ แต่หนูก็คงรับรู้ว่า วันนี้ทุกคนพากันมาแสดงความรักความคิดถึงหนูนะลูก”
เนียนเอ่ยขึ้น
“กลับมาพบกันใหม่ อยู่ด้วยกันให้เนียนได้ดูแลรับใช้นะคะคุณหนู”

ทุกคนปักธูปแล้ว เหนือดงดอกไม้หย่อมเวลานั้น มีควันธูปลอยอ้อยอิ่งขึ้นด้านบนท้องฟ้า
เวลาผ่านไปอีก แดงน้อยมาพบขุนภักดีในห้องทำงาน
“เรื่องยายอ่อน มีความคืบหน้าถึงไหนแล้ว”
แดงน้อยมีทีท่าอึดอัดมากที่จะเอ่ยถึง
“เอ้อ สำนวนอยู่ที่เทิดศักดิ์กับท่านผู้กำกับครับ”
“พ่อก็ถามไปตามฐานะที่ต้องรับรู้ แต่ที่ให้มาพบวันนี้ เป็นเรื่องสำคัญมากที่สุดของชีวิตแดงน้อย”
“หรือครับ” แดงน้อยมีท่าทีตื่นเต้น
“แดงน้อยบอกพ่อให้กระจ่างเรื่อง หนูติ๋ว บัดนี้พ่อกระจ่างทั้งหมดแล้ว ว่าหนูติ๋วคือลูกของพ่อ ถึงคราวที่พ่อจะตอบแทนแดงน้อยบ้าง”
“ไม่ต้องดอกขอรับคุณพ่อ”
“ต้องสิ รึแดงน้อยไม่อยากรู้ว่าใครคือแม่ของแดงน้อย”
“คุณพ่อ ผมอยากรู้ที่สุดในโลกครับ”
“ไม่แปลกใจ ไม่เอะใจบ้างรึ ว่าทำไม เนียนจึงโอนที่นาให้แดงน้อยตั้งแต่แดงน้อยอายุสี่ขวบ ไม่แปลกใจบ้างรึ ที่เขารักใคร่แดงน้อยมากมาย”
“คุณพ่อ นี่ นี่”
“นี่แหละคนนี้แหละ”
แดงน้อยตะลึงน้ำตาซึม

เย็นนั้น เรียมยิ้มย่องมองสำรับอาหารที่หมดเกลี้ยงไปแล้ว
“จะพยศต่อไปอีกสักมื้อไหม ยัยหนูเอ๊ย”
ท่านขุนเดินยิ้มขึ้นมาพร้อมกับทองจันทร์
“พี่พาคุณแม่มาดูเด็กพยศ นั่งครับคุณแม่ นั่ง นั่ง”
เรียมกุลีกุจอประคองพาทองจันทร์มานั่ง ทองจันทร์มองแต่ละคนแล้วยิ้มให้กันพยักเพยิด
“เอ พ่อเทพกับเรียมดูมีนัยกันอย่างไรพิกลนะ จู่ๆ ก็อยากพาแม่มาเรือนนี้ แม่กำลังดูเนียนร้อยพวงมาลัยเพลินๆทีเดียว เลยต้องทิ้งเนียนเขาไว้ลำพัง”
“ทิ้งไว้ลำพังน่ะดีแล้วค่ะ คุณแม่” เรียมบอก
“เดี๋ยวมันก็โดนใครบุกขึ้นมาฆ่าเอาดอก”
สองคนยิ้มสบตากันอีก เรียมกระซิบบอกเบาๆ ทองจันทร์ร้องท่าทีตื่นเต้น
“ไฮ้”
แล้วทองจันทร์ก็เปลี่ยนเป็นยิ้มดีใจ

ด้านเนียนกำลังนั่งร้อยมาลัย แดงน้อยเดินมาคุกเข่าคลานมาแต่ไกล ในมือถือพานพวงมาลัยมาด้วย เนียนมองมาตกใจ
“นายอำเภอ”
แดงน้อยคลานมาก้มลงตรงหน้าเนียน กราบแทบเท้า
“ผมมากราบเท้าแม่เนียน”
เนียนตะลึง มือสั่น มาลัยตกจากมือ
“นายอำเภอ”
“ผมดีใจที่สุดในชีวิต ที่ได้เป็นลูกของแม่เนียน ผมมีความสุขเหลือเกินในที่สุดความฝันความหวังของผมก็กลายเป็นความจริง” แดงน้อยบอกเสียงเครือๆ
ตลอดเวลา เนียนน้ำตาไหลพรากด้วยความตื้นตันใจ เนียนมือสั่นไปหมด ยื่นสองมือมาแตะบ่าแดงน้อยประคองขึ้นมา
“ลูกแดงน้อยของแม่ แม่ ๆ แม่มีความสุข จนสุดที่จะเอ่ยออกมาได้ ลูกรักทูนหัวของแม่”
สองแม่ลูกโผกอดกัน แดงน้อยน้ำตาซึม เนียนน้ำตาไหล
“ทูนหัวของลูก ต่อไปนี้ ลูกจะดูแล จะทดแทนพระคุณไปจนกว่าชีวิตจะหาไม่”

อ่านละคร อาญารัก ตอนที่ 20/2 วันที่ 20 พ.ค. 56

ละครเรื่อง อาญารัก บทประพันธ์ : จำลักษณ์
ละครเรื่อง อาญารัก บทโทรทัศน์ : วรพันธ์ รวี
ละครเรื่อง อาญารัก กำกับการแสดง : จรูญ ธรรมศิลป์
ละครเรื่อง อาญารัก แนว ดราม่า
ละครเรื่อง อาญารัก ผลิต : บริษัทดีด้าวิดีโอ โปรดักชั่น จำกัด
ละครเรื่อง อาญารัก ควบคุมการผลิต : สยม สังวริบุตร
ละครเรื่อง อาญารัก ออกอากาศทุกวันจันทร์ และวันอังคาร เวลา 20.25 น. ทาง ช่อง 7 สีทีวีเพื่อคุณ
ที่มา manage






ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น