อ่านละคร อาญารัก ตอนที่ 18/2 วันที่ 14 พ.ค. 56


อ่านละคร อาญารัก ตอนที่ 18/2 วันที่ 14 พ.ค. 56

“ท่านไม่ได้พูดว่ากระไรขอรับ แต่ท่านฟังหนูติ๋ว กับคุณท่านเล่าเรื่องเนียน ท่านทำท่าเหมือนคิดอะไรบางอย่างตามไปด้วย แปลกมากขอรับ ที่ท่านมั่นใจว่าเนียนไม่ผิด” เอกว่า
“ชั้นก็ว่าแปลก แต่แปลกไปในทางที่ดีมาก ขอให้วันพรุ่งนี้ เนียนยอมเปิดเผยกับพี่เทพด้วยเถิดว่าเนียนไปรอพบใครที่ท่าน้ำ”
เรียมมีความหวังว่าเนียนจะได้ประกันตัว

สองคนนั่งกินอาหารประเภทกับแกล้มโดยไม่มีกินเหล้าที่ห้องนั่งเล่นบ้านพักนายอำเภอ
“สรุปว่า เรื่องน้าเนียนยกที่นาให้ชั้นป็นเรื่องแปลกประหลาดที่สุด”
“น้าเนียนรู้จักแกมาตั้งนาน ไม่เคยปริปากหรือทำท่า แย้มพรายอะไรบ้างเลยรึ”
“ไม่มี กันน่ะบ่นเรื่องนี้ให้แกฟังหลายครั้ง แกก็ไม่ยอมบอกว่าแกยกที่ดินให้ใคร กันก็พาลนึกว่าแกยกให้ลูกชายของแกที่พลัดพรากจากกันเมื่อนานมาแล้ว ตอนนี้ยังหาตัวกันไม่พบ”


“ยัยอ่อนน่าจะรู้อะไรดีๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้ ความที่แกอยากได้ที่นานั่น แกไปสืบมาจนได้ ว่าที่แท้แกนั่นเองคือผู้รับมรดก น้าเนียนต้องรู้เรื่องแม่แก พ่อแกตัวแกแน่ๆ แต่ทำไมไม่พูด”
“หรือว่าเหมือนดังนิยาย พ่อแม่กันท่านฝากที่นานี้ไว้กับน้าเนียนก่อนตาย แล้วให้น้าเนียนปิดเป็นความลับ เทิดศักดิ์แกว่ากันควรทำอย่างไรดีกับน้าเนียน อยากจะถาม อยากจะพูด จะเอ่ยปาก แต่กันไม่รู้ว่าน้าเนียนคิดอย่างไร”
“แกก็เอาผ้าขาวม้าปูแล้วกราบขอบพระคุณน้าเนียนแกสิแล้วถามว่า ถ้าน้านียนไม่รู้จักพ่อแม่และผม น้าเนียนยกที่นาให้ทำไม”
“กันยังไม่กล้า รอเวลาให้เรื่องคดีผ่านไปก่อน กันจะถาม ที่อยากถามที่สุด คือน้าเนียนไปพบใคร”
“กันว่าคุณพ่อท่านเอาอยู่ น้าเนียนเปิดปากบอกคุณพ่อแน่ พรุ่งนี้เช้า เราไปฟังด้วยกัน”
“อืม เจอกันวันพรุ่งนี้ ขอให้เป็นวันที่ท้องฟ้าสดใส น้าเนียนปลอดภัย”
“แต่กันหดหู่ลงทุกวัน ตอนนี้คุณย่าเกลียดน้ำหน้ากันมาก กันว่าสาเหตุมาจากคุณแม่ คุณย่าท่านสงสัยว่าคุณแม่ คือคนลงมือฆ่ายัยช้อยแน่ๆ”
“แกปรักปรำแม่ตัวเองหนที่สามแล้ว”
“อะไรหลายอย่างมันบ่งชี้” เทิดศักดิ์ถอนใจ “สุดท้ายคนที่ไม่สบายใจที่สุดอาจเป็นกัน เฮ้อ…”

แดงน้อยตบบ่าเพื่อน ปลอบใจ
ขุนภักดีนั่งมองหน้าสน กินข้าวไปหนึ่งคำ แล้วมองหน้าสนอีก สนดีใจแต่ก็ดูออกว่าท่าทีท่านขุนแปลกๆ ไป

“สนดีใจมากที่พี่ขุนกลับมาถึงปุ๊บ มากินข้าวเรือนสนทันที”
แต่ขุนภักดีกินไปคิดไป ไม่มองหน้าสน
“สน หน้าตาสน...”
“หน้าสนมีอะไรแปลกไปหรือคะ”
ขุนภักดี นึกถึงภาพเหตุการณ์ที่สนทำท่าจะแทงเนียน แต่มีเสียงถมร้องตะโกนแสร้งทำเป็นเสือหนักมาขัดก่อน
“หน้าตาสนดูหวาดระแวง กลัวอะไรอยู่รึ”
“ไม่มี้ ไม่มีดอกค่ะ”
“น่าสงสารไอ้ถมเหลือเกิน เพราะพี่ทีเดียว มันจึงตาย”
“ไม่เกี่ยวอะไรกับพี่ขุนดอกค่ะ มันก็คงไปกำความลับของใครเอาไว้”
“มันจะกำความลับของใครนอกจากเนียน เพราะพี่สั่งให้มันไปส่งเนียน ที่สามชุก รึสนรู้ว่ามันกำความลับใครไว้นอกจากเนียน”
“วุ๊ย สนไม่รู้ดอกคะพี่ขุน อย่ามาดักคอสนสิคะ”
“พี่เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรที่ไม่ดีเอาเลย มีคนในบ้านและคนที่เกี่ยวข้องตายเป็นว่าเล่น ปกป้องคุ้มครองมันไม่ได้สักคน”
“เพราะว่าเนียนนี่มันร้ายลึกมากนะคะพี่ขุน เนียนน้ำนิ่งไหลลึกมากค่ะ”
“สนคิดเช่นนั้นรึ”
“ค่ะ”
“อืม พรุ่งนี้พี่จะไปประกันตัวเนียน”
“พี่ขุนจะไปประกันตัวมัน ก็ไหนเขาว่า ถ้ามันไม่ยอมเปิดปากบอกว่ามารอใคร มันไม่ได้ประกันตัวดอกค่ะ”
“แต่พี่จะไปประกัน เอ้อ สนคิดว่าเนียนมารอใครรึ”
“รอเสือหนักค่ะ” สนบอกทันที โดยไม่ต้องคิด
“อ้อ แต่พี่ฝันตอนที่อยู่บางกอก ว่า…”
“กระไรคะ”
“พี่ฝันถึงสน”
“ฝันถึงสน ตายจริง นี่พี่ขุน ถึงกับเอาสนไปฝันถึง แหมอายจังค่ะ” สนยิ้มเขิน
“พี่ฝันเห็นสนถือมีดคมกริบ”
สนตะลึง “พี่ขุน”
“สนกำลังไล่แทงคน”
“พี่ขุน”
ขุนภักดีหัวเราะเบาๆ “ก็แค่ความฝัน ที่พี่ขออย่าให้มันเป็นจริง”
พอพูดจบท่านขุนก็ลุกขึ้นหน้าตาเฉย
“พี่ขุน จะกลับแล้ว”
“กลับไปหาเรียม กลับมายังไม่ทันได้พูดจาเพราะเรียมไม่อยู่”
“คุณพี่เรียมไปไหนคะ”
ขุนภักดีส่ายหน้า สนสงสัยขึ้นมา
“พี่ขุนยังกินข้าวไม่เสร็จ”
“พี่จะไปกินกับเรียม ที่ผ่านมาพี่ทำเลวกับเรียมไว้มากมาย แต่เรียมไม่เคยเคืองพี่สักครั้ง เรียมอภัยให้พี่ สนับสนุนพี่ทุกอย่าง แม้แต่พี่อยากได้สน เรียมก็เอ่ยปากก่อนที่พี่จะขอด้วยซ้ำ พี่ต้องแก้ตัว พี่ต้องแก้ไขในสิ่งผิดพลาดแต่หนหลัง สนเล่ารักพี่มากไหม”
“มากสิคะ มากที่สุดกว่าใดๆ ในโลกนี้ค่ะ”
“ไฮ้ ...พี่ไม่ต้องการให้สนรักพี่มากที่สุด พี่อยากให้สนรักเทิดศักดิ์ให้มากที่สุด คนเราไม่ควรรักผัวรักเมียมากกว่ารักลูก และพ่อแม่”
“พี่ขุนกำลังจะบอกอะไรสนหรือคะ”
“สนทำสิ่งใดให้นึกถึงเทิดศักดิ์ให้มากๆ ชื่อเสียงของลูก ย่อมขึ้นอยู่กับการกระทำของพ่อแม่ด้วย”
“สนคิดถึงเทิดศักดิ์ตลอดเวลาค่ะ”
“ขอบใจมาก ที่ผ่านมาพี่ไม่รู้ดอกว่าสนเคยทำอะไรผิดหรือไม่ผิดมากน้อยประการใด แต่พี่ขอร้องให้สน ร่วมมือกันทำแต่สิ่งดีงามให้ตระกูลภักดีภูบาลของเรา เลิกเกลียดชังใครที่สนเกลียดชังเสีย ใจสนก็จะสงบ บ้านเราก็จะสงบ ลูกเราก็จะมีแต่ความสุข พี่รักสนไม่น้อย พี่ไม่อยากเห็นสนทุกข์ระทมยามแก่เฒ่า”
สนพูดไม่ออก ท่านขุนลูบหัวสนอย่างเวทนา แล้วหันตัวกลับ ลงเรือนไปทันที
“พี่ขุนพยายามจะบอกใบ้อะไรเรา สายเกินไปแล้วค่ะพี่ขุน สนกลับตัวกลับใจไม่ทันแล้วค่ะ”

สนบอกกับตัวเอง
ไม่นานต่อมา ขุนภักดีอยู่บนเรือนใหญ่ ดึงเรียมมาโอบกอดอย่างแสนรัก

“เรียมจ๊ะ พี่รักเรียมมาก ทั้งรักทั้งเทิดทูน”
“พี่เทพเป็นอะไรคะ จู่ๆ มาบอกรักกันตอนกำลังจะมีหลาน”
“พี่รู้สึกเช่นนั้นกับเรียมจริงๆ ไม่ใช่แค่พี่จะมาตอกย้ำความรักตอกย้ำความเทิดทูนเท่านั้น พี่จะขอโทษเรียมด้วย”
“ขอโทษ เรียมทำไมคะ ไม่เคยถือโทษโกรธพี่ขุนสักครั้ง”
“นั่นแหละยิ่งทำให้พี่ละอายแก่ใจ เรียมจ๋าพี่ขอโทษ ที่ไม่ประพฤติเป็นผัวเดียว เมียเดียว ถึงเรียมจะยินยอม แต่ลึกลงไปในหัวอกคนที่เป็นเมียคนแรก เรียมคงชอกช้ำมากมาย”
“เรื่องราวมันผ่านมานานแล้วค่ะ”
“ยังมีอีกเรื่อง พี่ทำให้เรียมไม่สบายใจเรื่องที่เรียมไม่มีลูก พี่หาเหตุมีเมียอีกเพื่อมีลูก ความจริง ไม่จำเป็นเลย พี่ข่มขู่เรียมว่าอย่าทำให้ลูกพี่ในท้องเรียม มีอันเป็นไปไม่เช่นนั้นเราขาดกัน พี่ผิดจริงๆ”
เรียมเสียวในใจวูบ
“เอ้อ...”
“พี่เห็นแก่ตัวเหลือเกิน”
“ขอบคุณมากค่ะ พี่เทพ ที่พี่เทพแสดงน้ำใจกับเรียม”
“พี่ไปบางกอกครั้งนี้พี่ใช้เวลาไตร่ตรองตัวเอง และได้รับคำสั่งสอนเตือนสติจากท่านเจ้าพระยา พี่เปลี่ยนเป็นคนใหม่โดยแท้จริงแล้ว นะจ๊ะเรียม”
“เรียมดีใจมากค่ะ พี่เทพ พรุ่งนี้เรียมจะรอข่าวดีจากพี่เทพ เรื่องเนียน”
“พูดถึงเนียน พี่ก็มีเรื่องดีๆ จะบอกเขา แต่ไม่ทันได้บอก กลับมาจะบอกก็เกิดเรื่อง พรุ่งนี้เถิดพี่จะบอกเขาเสียที”
“คงเป็นเรื่องดีงามนะคะ พี่เทพ”
“ใช่จ้ะ เรื่องดีงาม แต่ในฐานะที่เรียมเป็นคนสะกิดเรื่องนี้กับพี่เสมอมาพี่บอกเรียมคนแรกก็ได้”
“พี่เทพจะบอกอะไรเรียมคะ”
“พี่เชื่อแล้ว ว่าหนูติ๋วเป็นลูกพี่”
เรียมตกใจระคนดีใจ “พี่เทพ”
“พี่ขอบใจที่เรียมคอยเตือนสติพี่ เอ้อ...แต่พี่ พี่ไม่กล้าจะเอ่ยปากบอกหนูติ๋ว พี่อาย พี่เคยทำไม่ดีกับแกเอาไว้ เรียมแนะนำพี่ได้ไหม ว่าพี่ควรทำอย่างไรกับแกดี”
“ก่อนอื่น พี่เทพไปประกันตัวเนียนมาให้ได้ก่อน พูดจากับเนียนเรื่องนี้แล้วค่อยๆ ไปพูดกับหนูติ๋ว”
“ตกลง ขอบใจเรียมมากจ้ะ”
สองคนดูสบายอกสบายใจ และมีความสุขมาก

ขณะเดียวกันทั้งสองต่างนอนไม่หลับเช่นเดียวกัน เนื้อทองนอนยิ้มน้อยๆ มั่นใจว่าท่านขุนช่วยประกันแม่ได้
นึกถึงใบหน้าเมตตาที่ท่านขุนยิ้มส่งมาให้
เนื้อมทองยิ้มกว้างมากขึ้นไปอีก
“เพราะเหตุใดหนอท่านขุนจึงดูเปลี่ยนไปกับเรา ยิ้มให้เราเหมือนยิ้มให้คุณหนูอี๊ด”
ส่วนทองจันทร์นอนไม่หลับ มองไปบนขื่อด้านบน เห็นแมงมุมอุ้มไข่ ไต่ตีอกชกหัว อยู่ไปมา
“แมงมุมอุ้มไข่ไต่ตีอกชกหัว โบราณถือ”
ขาดคำแมงมุมก็ตกลงมาตาย ตรงหน้าทองจันทร์ร้องลั่น
“ว้าย”
เนื้อทองสะดุ้งรีบมาดู
“คุณย่า ตกใจอะไรหรือคะ”
ทองจันทร์ชี้แมงมุม อุ้มไข่ที่ตกลงมาตายตรงหน้า
“แมงมุมนั่น มันตกลงมาตายตรงหน้าย่า มันคือลางสังหรณ์ไม่ดี”
“ไม่จริงค่ะ คุณย่า แมงมุมนั่นมันตายตามธรรมชาติของมันค่ะ”
“มันตกลงมาตายตรงหน้าย่า ทำไมมันไม่ตกลงมาตายที่อื่น มันกำลังจะบอกอะไรย่า”
“คุณย่าขา ไข่มันหนัก มันก็เลยตกลงมา แค่บังเอิญเท่านั้นค่ะ ที่ตกลงมาตรงนี้ ถ้าคุณย่าไม่สบายใจ พรุ่งนี้ไปทำบุญสะเดาะเคราะห์กับท่านพระครูดีไหมคะ”
“ดี ๆๆ ขอบใจนะ ที่ปลอบใจย่า มีหลานสาวเขาก็ไม่เหลียวแลคนแก่ว่ากันว่า บางทีญาติกันก็สาวไส้กันไอ้กากิน แต่บางคนไม่ใช่ญาติก็ ยิ่งกว่าญาติ”
ทองจันทร์ดึงเนื้อทองมากอด
“เด็กดีของย่า หนูช่างเป็นเด็กดีเหลือเกิน แล้วจะไม่ให้ย่ารักของย่ามากกว่าหลานแท้ๆ สองคนนั่นได้อย่างไร วันนี้ขอย่ากอดให้เต็มที่สักทีนะหนูติ๋วนะ”
“ค่ะ”
เนื้อทองกอดตอบ สองคนกอดกันกลม ทองจันทร์น้ำตาคลอ
“ย่าอยากอยู่เห็นเหลน แต่ย่าไม่รู้ดอกว่า จะอยู่ทันได้เห็นไหม” หญิงชราครวญ
“หนูขอให้คุณย่าสมหวังค่ะ คุณย่าขา หนูรักคุณย่าค่ะ”
“ย่าก็รักหนู รักมากๆ รักจริงๆ”

สองคนกอดกันน้ำตาซึมไปทั้งคู่
เวลาเดียวกันเนียนนั่งนิ่งพยายามข่มใจอยู่ในห้องขัง ภาพลูกสามคน แดงน้อย เนื้อทอง และ ทานตะวันผุดขึ้นในความคิดเนียนสะท้อนใจ น้ำตาไหลริน

“ลูกรักทั้งสามของแม่ ชาตินี้แม่คงไม่ทันได้เห็นลูกทั้งสามรักใคร่ปรองดอง ยอมรับนับถือว่าเป็นพี่น้องกัน”
เนียนวิตกเรื่องลูกทั้งสาม นั่งน้ำตาซึมอยู่อย่างนั้น

สนนั่งหลับอยู่ฝันเห็นช้อยนำฝูงคนตายที่สนฆ่าทั้งหมดพากันเดินดาหกน้ามาหาสน ทุกคนถือมีดในมือ
“อีสนอีคนใจแคบใจดำ กูจะฆ่ามึง พวกเราฆ่าอีสนเชือดเฉือนเนื้อเอาเกลือทาโยนให้อีกากิน”
พร้อมกันนี้คนอื่นดาหน้าพากันทำท่าแทงสน นำโดยช้อย ทุกคนหัวเราะดีใจ มีความสุข
“อีสน มึงตาย”
สนตกใจตื่นกรี๊ดลั่นบ้าน “แอร๊ย”
เทิดศักดิ์เข้ามา “คุณแม่”
สนกำลังพยายามเอามือปัดป้อง
“อย่า อย่านะ พวกมึงอย่ามายุ่งกับกู…”
“คุณแม่พูดถึงใครครับ”
สนตื่นเต็มที่ “เทิดศักดิ์”
“คุณแม่ละเมออีกแล้ว บอกผมนะครับ คุณแม่กำลังกลัวอะไร พวกมึงที่ คุณแม่เอ่ยถึงคือใครครับ”
“แม่เอ่ยหรือ แม่ไม่ได้กลัวอะไร แม่แค่ คิดมากเรื่องเนียน เรื่องคนตาย”
“ถ้าคุณแม่ไม่ได้ทำอะไร เกี่ยวข้องกับพวกเขา คุณแม่ก็อย่าไปกังวลนะครับ”
“แม่อยากอยู่คนเดียว ให้แม่อยู่คนเดียวนะเทิดศักดิ์”
เทิดศักดิ์คร้านจะพูดกับแม่ จึงพยักหน้าเดินออกจากห้อง สีหน้าไม่สบายใจเอาเลย

รุ่งเช้าเรียมกับขุนภักดีเดินตรงมาที่เรือนทองจันทร์ ขณะที่เนื้อทองซึ่งจะไปสอนหนังสือกำลังไหว้ลาทองจันทร์พอดี
“คุณย่าขา หนูไปสอนหนังสือนะคะ”
“ไปเถิดลูก ไปแล้วกลับมาพบข่าวดีของแม่หนูนะลูกนะ”
“ขอบพระคุณค่ะ คุณย่า”
เรียมกับท่านขุนเดินมาถึง สายตามองไปที่เนื้อทอง
“คุณแม่ครับ ผมจะไปประกันตัวเนียนแล้วครับ”
“ให้สำเร็จนะพ่อเทพ”
“ครับ คุณแม่ เอ้อ จะไปสอนหนังสือรึ” ตอนท้ายขุนภักดีถามเนื้อทอง
“เจ้าค่ะ”
ท่านขุนติดอ่างไปเลย “เอ้อ...”
“คุณพ..เอ๊ย ท่านขุนกำลังจะออกไป หนูติ๋วออกไปพร้อมกันสิจ๊ะ” เรียมเกือบหลุดว่า...คุณพ่อ
“เอ้อ หนู ไปเองได้ค่ะ”
“ทำไมถึงไปด้วยกันไม่ได้ เห็นชั้นเป็นยักษ์เป็นมารรึ”
“เกรงว่าน่ะใช่นะพ่อเทพ ใจร้ายกับมันจนมันกลัวลนลาน จู่ๆ มาทำใจดี แต่ก็ดีไปสิหนูติ๋ว” ทองจันทร์บอก
“ขอบพระคุณเจ้าค่ะ”
ทานตะวันตามมาถึงเช่นกัน
“นั่นจะไปไหนกันไม่ทราบค่ะ”
“ไปประกันตัวเนียน ไปส่ง หนู เอ้อ ติ๋วไปสอนหนังสือ หนูอี๊ดจะไปร้านหรือยังไปกับพ่อ พ่อไปส่ง”
“หนูไม่ต้องการนั่งรถคันเดียวกับลูกชู้ลูกฆาตกร”
สามคนโมโห “ยัยอี๊ด”
ทานตะวันบ่นบ้าต่อ
“ร้านทำผมไม่ทำงานเช้านี่คะคุณพ่อ ว่าแต่คุณพ่อจะไปประกันตัวฆาตกรทำไมคะ ไม่อายหรือคะ”
“พ่อไม่มีอะไรต้องอับอาย พ่อมั่นใจว่าเนียนไม่ผิด แต่โดนใส่ร้ายถ้าลูกยังไม่ไปทำงาน พ่อไปก่อน”
“แหม ยัยติ๋วหน้าบานเหลือเกินนะยะ ได้นั่งชูคอในรถเก๋งท่านข้าหลวงไปสอนหนังสือ หอกข้างแคร่แท้ๆ”
“หนูอี๊ด พ่อขอนะ อย่ากระแนะกระแหนใครอีก”
“นี่คุณพ่อเป็นไปแล้วอีกคน คิดว่าจะมีแต่คุณแม่กับคุณย่าเท่านั้นซื้อรถให้หนูขับไปทำงานสักคันนะคะ คุณพ่อ หนูไม่อยากนั่งทับรอยคนบางคน เดี๋ยวฆาตกรก็ต้องนั่งรถคันนี้กลับมา”
“ถามคุณแม่ดูเถิดว่าตกลงไหม ถ้าคุณแม่ตกลง พ่อก็ตกลง”
ทานตะวันหันไปมองเรียมรอฟัง เรียมส่ายหน้า
“ยังไม่ตกลง จะตกลงต่อเมื่อหนูเปลี่ยนนิสัยได้ พี่เทพรีบไปสิคะเสียเวลามากแล้วนะคะ”
ขุนภักดีหันไป เนื้อทองเดินตามหลังต้อยๆ ทานตะวันเดินเบียดใส่เนื้อทองจนเซไปพร้อมกับด่า
“มารความสุข”

ทองจันทร์กับเรียมมองหน้ากัน แล้วส่ายหัวระอาใจเหลือแสน
ฟากเนื้อทองไม่กล้าขึ้นรถที่เอกเปิด ให้ไปนั่งข้างๆ ท่านขุน

“เอ้อ หนูนั่งข้างหน้ากับลุงเอกได้ค่ะ”
“นั่งข้างหลัง แล้วมันเสียหาย หรือไม่สนุกรึอย่างไร”
“เอ้อ เปล่าคะ”
“ถ้าเช่นนั้นก็มานั่งสิ”
เนื้อทองก้าวขึ้นไปนั่ง เอกเดินมาที่นั่งคนขับ พึมพำเบาๆ
“นี่มันอะไรกันหนอ ถึงได้ยุบหนอพองหนอกันยกใหญ่”

รถเคลื่อนตัวมาตามทาง ขุนภักดีลอบมองลูกสาว ส่วนเนื้อทองเอาแต่นั่งก้มหน้า เอกมองกระจกส่องหลังงงๆ
“ถึงโรงเรียนโดยสวัสดิภาพแล้วหนูติ๋ว”
เนื้อทองไหว้ขุนภักดี ท่านขุนทำท่าเหมือนจะมาลูบหัว
เอกร้อง “อะแฮ้ม” ขณะมาเปิดรถให้เนื้อทองลงไป
“ไอ้เอก อะไรติดคอเอ็งรึ”
“เปล่าขอรับ”
“รีบไปโรงพัก”
เอกกุลีกุจอ

ที่หน้าโรงพัก ผู้กำกับเอย ตำรวจน้อยใหญ่ แดงน้อย และเทิดศักดิ์ ต่างมารอรับขุนภักดีกันพร้อมเพรียง รถจอดท่านขุนก้าวลงมา ทุกคนทำความเคารพ แดงน้อยคนเดียวที่ไหว้
“ไม่ต้องมาต้อนรับกันขนาดนี้ดอก ผู้กำกับ ผมมาขอประกันตัวนางเนียน

อ่านละคร อาญารัก ตอนที่ 18/2 วันที่ 14 พ.ค. 56

ละครเรื่อง อาญารัก บทประพันธ์ : จำลักษณ์
ละครเรื่อง อาญารัก บทโทรทัศน์ : วรพันธ์ รวี
ละครเรื่อง อาญารัก กำกับการแสดง : จรูญ ธรรมศิลป์
ละครเรื่อง อาญารัก แนว ดราม่า
ละครเรื่อง อาญารัก ผลิต : บริษัทดีด้าวิดีโอ โปรดักชั่น จำกัด
ละครเรื่อง อาญารัก ควบคุมการผลิต : สยม สังวริบุตร
ละครเรื่อง อาญารัก ออกอากาศทุกวันจันทร์ และวันอังคาร เวลา 20.25 น. ทาง ช่อง 7 สีทีวีเพื่อคุณ
ที่มา manager






ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น