อ่านละคร นักสู้มหากาฬ ตอนที่ 10 วันที่ 6 ก.ค. 56

อ่านละคร นักสู้มหากาฬ ตอนที่ 10 วันที่ 6 ก.ค. 56

ชาญไหวตัวต่อสู้กับนักรบพรายพิฆาตและสามารถจัดการกับพวกมันในพริบตา ก่อนจะวิ่งเข้าไปช่วยเหลือพวกโทมัสในคลับ...

เวลานั้น ณัฐชากับเอมี่กำลังออกอาวุธแลกกันอย่างดุเดือด ส่วนอีกทางฤทธิ์จัดการวัฒน์กับยักษ์ลูกน้องของกรณ์จนทั้งคู่สิ้นใจในเวลาไล่เลี่ยกัน กรณ์เห็นดังนั้นก็กระหน่ำยิงฤทธิ์ก่อนวิ่งหนีอย่างลนลานไปสมทบกับลุงโจที่ปลุกผีดิบมาวินขึ้นมาแล้ว

แต่มาวินก็ไม่สามารถเล่นงานฤทธิ์ได้อย่างที่กรณ์คาดหวัง แถมมันยังถูกฤทธิ์เอาระเบิดยัดปากแล้วทุ่มร่างลงไปจากดาดฟ้าจนระเบิดตูมกลางอากาศ ขณะที่ฤทธิ์เองก็โดนแรงระเบิดได้รับบาดเจ็บ ส่วนกรณ์กับลุงโจเผ่นหนีไปจากตรงนั้น


เสียงระเบิดทำให้ตำรวจท้องที่แตกตื่น...แล้วหลังจากนั้นไม่นานผู้กำกับเมธาก็เรียกสารวัตรสิงหามาสอบถาม

“ตำรวจท้องที่โทร.มาโวยกับผมว่าเกิดการยิงต่อสู้กันที่เมมเบอร์คลับ แต่คนของคุณสั่งห้ามไม่ให้เคลื่อนไหวจนกว่าพวกเราจะไปถึง”

“คนของผม ใครเหรอครับท่าน”

“จ่าไมตรีกับหมู่ปรีดาอยู่ในที่เกิดเหตุ เขาบอกว่าแจ้งเรื่องนี้ผ่านทางผู้กองราเมศ”

สิงหาไม่พอใจ ลุยเข้าไปในห้องราเมศแต่ไม่พบตัว หันกลับออกมาถามตำรวจชั้นผู้น้อยก็ไม่มีใครรู้เห็นว่าผู้กองไปไหน เมธาเดินตามมาบอกสิงหาว่า

“จ่าไมตรีกับหมู่ปรีดารายงานว่าเห็นคุณไอริณเข้าไปที่นั่น ผมว่าบางทีเรื่องนี้อาจเกี่ยวพันกับคดีของผู้หมวดณัฐชาก็ได้”

สิงหาเริ่มเอะใจ สั่งลูกน้องรีบจัดกำลังไปเมมเบอร์คลับแห่งนั้นด่วน ส่วนตัวเองติดต่อไปยังราเมศโดยไม่รู้ว่าเขากำลังขับรถมุ่งหน้าไปที่นั่น

ราเมศจำใจรับสาย คำแรกที่ได้ยินคือถ้อยคำตำหนิอย่างฉุนเฉียว

“ผู้กอง คุณทำอะไรอยู่ เกิดเรื่องใหญ่ขนาดนี้ทำไมถึงไม่รายงานผม”

“ขอโทษครับ แต่ผมเกรงว่าจะเป็นหลุมพรางของพรายพิฆาต ก็เลยอยากตรวจสอบดูก่อน”

“ตรวจบ้าอะไรของคุณ เขายิงกันอย่างกับหนังสงครามแล้วคุณไปมุดหัวอยู่ที่ไหน”

ราเมศไม่ตอบแต่ตัดบทด้วยการวางสายและปิดเครื่องอย่างไม่สนใจ

ooooooo

ภายในเมมเบอร์คลับ เอมี่กับณัฐชาห้ำหั่นกันด้วยอาวุธและมือเปล่า ช่วงแรกณัฐชาเพลี่ยงพล้ำถูกเอมี่รัดคอแทบหายใจไม่ออก แต่สักพักหมวดสาวก็กลับมาเป็นต่อ ซ้อมเอมี่สะบักสะบอมแล้วพยายามช่วยสองพ่อลูกในห้องขัง

แต่ไม่ง่ายอย่างที่คิด เพราะเอมี่ติดระเบิดเวลาไว้ตรงประตู ถ้าเปิดมันเมื่อไหร่ได้ตายกันหมดแน่ ขณะที่ณัฐชาตัดสินใจไม่ถูกว่าจะทำยังไง ชาญเข้ามาพอดีเขาขอ จัดการกับระเบิดด้วยตัวเอง ซึ่งใช้เวลาไม่นานก็ช่วยนำชัยกับไอริณออกมาได้ จากนั้นเขาควบคุมเอมี่ไว้เพื่อเป็นตัวประกันในการหนีออกจากที่นี่

กรณ์กับลุงโจเห็นคณะของชาญก็ไล่กวดด้วยกระสุนปืนเป็นระยะ ที่สุดเอมี่ก็หนีรอดมาหากรณ์ได้ณัฐชากับชาญเตรียมปักหลักสู้โดยให้ไอริณพานำชัยหนีไปก่อน พร้อมกันนี้ชาญก็ให้ปืนสำรองแก่ไอริณไว้ป้องกันตัวด้วย

ราเมศมาถึงแล้ว ไมตรีกับปรีดาวิ่งมารายงานเหตุการณ์หน้าตาตื่นว่าอีกสิบนาทีถ้าทางเราไม่จัดการ ตำรวจท้องที่จะลงมือเอง ราเมศฟังแล้วเครียด บอกจ่ากับหมู่ให้รออยู่ตรงนี้ ตนจะเข้าไปตรวจสอบข้างในเอง

ขณะที่ไอริณพานำชัยหลบหนี บอสโผล่พรวดมาดักหน้าแล้วกลายร่างเป็นนักสู้มหากาฬใช้มีดแทง

นำชัยอย่างไม่ปรานี ไอริณกรีดร้องแทบไม่เป็นภาษาก่อนจะหมดสติไปด้วยความหวาดกลัวสุดขีด ชาญกับณัฐชาวิ่งพรวดลงมาเห็นก็ตะลึงงัน แล้วช่วยกันพาไอริณออกไปด้านนอกหลังสำรวจว่านำชัยตายแน่

ฤทธิ์บาดเจ็บเพราะแรงระเบิดแต่ยังมีสติ เขาปรือตามองไปรอบทิศบนดาดฟ้าแล้วเห็นใครบางคนเดินใกล้เข้ามา...ยิ่งใกล้ก็ยิ่งชัดว่าเธอคือใจทิพย์!

“นี่ผมฝันไปรึเปล่า” ฤทธิ์ครางเสียงแผ่ว มองหญิง

สาวไม่วางตา ใจทิพย์น้ำตาคลอ เอ่ยปากว่าเธอคิดถึงเขา “ใจทิพย์ แต่ว่าคุณ...คุณตายไปแล้ว”

“ไม่มีอะไรหยุดพรายพิฆาตได้ แม้แต่ความตาย”

“พรายพิฆาต?”

“พรายพิฆาตให้ฉันมาบอกกับคุณ ว่าในอนาคตคุณกลายเป็นนักรบเอกของเขา”

“แต่เขาเป็นศัตรูกับผม”

“คุณไม่มีทางเอาชนะพระเจ้าได้หรอกฤทธิ์ โลกใบนี้ถึงกาลวิบัติแล้ว โลกใหม่จงมีพรายพิฆาตเป็นพระเจ้า”

“ไม่จริงนะใจทิพย์ เขาล้างสมองคุณ พรายพิฆาตเป็นฆาตกร มันไม่ใช่เทวดา ไม่ใช่พระเจ้าอะไรทั้งนั้น”

“ถึงขนาดนี้ คุณก็ยังปฏิเสธ...ฉันรักคุณนะฤทธิ์ ราวี”

ใจทิพย์เอื้อมมือมาลูบหน้าเขาอย่างอ่อนโยนก่อน จะยื่นหน้าตัวเองเข้ามาใกล้ ฤทธิ์รู้สึกเหมือนตกอยู่ในมนต์สะกด

“เพราะคุณเป็นอมตะ คุณถึงได้กล้าแข็งข้อกับพระเจ้า แต่ถ้าเป็นคนธรรมดา คุณคงไม่ทำแบบนี้”

ฤทธิ์นิ่งงัน ขณะที่ใจทิพย์ประทับรอยจูบ ฉับพลันนั้นร่างกายของฤทธิ์เกิดการเปลี่ยนแปลงบางอย่างพลังงานที่คล้ายมนต์ดำจากร่างใจทิพย์แผ่ซ่านเข้ามาในร่างกายของเขา ร่างกายที่เคยเปี่ยมล้นด้วยพลังของความเป็นอมตะถูกแปรเปลี่ยน เซลล์ทุกอณูในร่างกายถูกจัดเรียง

ใหม่ กลายพันธุ์จากยอดมนุษย์เป็นคนธรรมดา

“โทมัส...คุณโทมัส” เสียงเรียกของชาญทำให้ร่างใจทิพย์เลือนหายไปในพริบตา ชาญกลับเข้ามาอีกครั้ง หลังจากพาณัฐชากับไอริณไปส่งถึงรถแล้ว เขาวิ่งขึ้นมาเห็นฤทธิ์อยู่ในสภาพเลื่อนลอยและบาดเจ็บ

“ผมเห็น...ผมเห็นใจทิพย์”

“คุณเจ็บจนเห็นภาพหลอนต่างหาก มาเถอะ เราต้องเผ่นกันแล้ว” ชาญเข้าประคองฤทธิ์อย่างเร่งรีบ

ooooooo

บรรยากาศด้านหน้าเมมเบอร์คลับวุ่นวาย เจ้าหน้าที่ตำรวจและมูลนิธิทำงานกันขวักไขว่ ส่วนผู้สื่อข่าวโทรทัศน์กำลังรายงานสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

“ขณะนี้ดิฉันอยู่ที่ด้านหน้าอาคารของ the devil เมมเบอร์คลับที่เกิดเหตุระเบิดในช่วงหัวค่ำที่ผ่านมา เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจพบยาเสพติดที่เรียกว่าน้ำสวรรค์ในที่เกิดเหตุ และพบหลักฐานหลายอย่างที่ยืนยันว่าองค์กรลึกลับพรายพิฆาตเกี่ยวข้องกับสถานที่แห่งนี้

ซึ่งจะมีการสืบขยายผลต่อไปว่าผู้บริหารและพนักงานของ the devil รวมถึงสมาชิกของเมมเบอร์คลับแห่งนี้มีส่วนพัวพันกับพรายพิฆาตด้วยหรือไม่”

สารวัตรสิงหากำลังสำรวจที่เกิดเหตุด้านในด้วยสีหน้าตึงเครียด เจ้าหน้าที่เก็บศพนักรบพรายพิฆาตที่ตายเพราะถูกยิงแสกหน้าใส่เปลออกไป

“ทุกคนฟังทางนี้ ผมต้องการรายชื่อพนักงานและลูกค้าของที่นี่ทั้งหมด รวมไปถึงเบาะแสทุกอย่างที่จะโยงใยไปถึงองค์กรพรายพิฆาต ภาพจากกล้องวงจรปิดและหลักฐานอื่นๆขอให้ส่งมอบกับผมคนเดียวเท่านั้น”

จ่าไมตรีกับหมู่ปรีดาเข้ามารายงานตัว กลับถูกสารวัตรสิงหาตอกหน้าอย่างไม่สบอารมณ์

“ผมสั่งพวกคุณแล้วใช่มั้ย ว่าห้ามทำอะไรโดยพลการ”

“แต่มันเป็นคำสั่งของผู้กองราเมศนี่ครับ ผู้กองต้องการให้พวกเราตามจับผู้หมวดณัฐชาครับ พวกเราก็เลยสะกดรอยตามคุณไอริณมาถึงที่นี่”

“แล้วตอนนี้ผู้กองราเมศอยู่ที่ไหน”

“ผู้กองเข้ามาตรวจสอบข้างในนี้ แล้วก็ขาดการติดต่อไปเลยครับ”

สิ้นเสียงของจ่าไมตรี ตำรวจนายหนึ่งก็วิ่งเข้ามารายงานว่าพบผู้กองราเมศแล้ว เขาได้รับบาดเจ็บ...สิงหามองราเมศที่หัวแตกเลือดอาบด้วยความแปลกใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขากันแน่!

เมื่อพากันกลับไปยังกองปราบ สิงหาก็สอบปากคำราเมศหลังได้รับการปฐมพยาบาลเรียบร้อยแล้ว โดยมีผู้กำกับเมธาร่วมสังเกตการณ์

“ตกลงมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ผู้กอง คุณหายไปไหนมา”

“พอได้รับแจ้งจากหมู่ปรีดา ผมก็รีบไปตรวจสอบที่เกิดเหตุเพราะกลัวว่าจะเป็นกับดักของพรายพิฆาต”

“เพราะแบบนี้ใช่ไหมคุณถึงได้สั่งห้ามตำรวจท้องที่เข้าไปในที่เกิดเหตุ”

“ครับผู้กำกับ”

“แล้วตอนที่คุณเข้าไปตรวจสอบข้างใน คุณเจออะไรบ้าง”

“ไม่ครับ เกิดระเบิดขึ้นซะก่อน ผมก็เลยหมดสติไป”

สิงหามองหน้าราเมศอย่างขัดใจ แล้วเดินบ่นออกจากห้องสอบสวนมากับเมธา “เขาไม่รายงานผม ไม่ยอมให้ท้องที่ทำงาน แถมยังฉายเดี่ยว แบบนี้แสดงว่าเขาอยากเป็นฮีโร่ ทำงานเอาหน้าชัดๆ”

“อย่าพูดแบบนั้นสิสารวัตร คราวก่อนที่เขาหลงกลพรายพิฆาตคุณก็โทษว่าเป็นความผิดของเขา คุณเป็นฝ่ายกดดันเขาก่อนนะ”

“สรุปว่าท่านจะไม่เอาเรื่องเขาเหรอครับ”

“สภาพจิตใจของราเมศตอนนี้ดูย่ำแย่มาก ผม ไม่อยากซ้ำเติมเขา เห็นแก่ผลงานที่ผ่านมาของเขา ผมจะสั่งพักงานจนกว่าเขาจะมีสติมากกว่านี้”

สิงหานิ่วหน้าอย่างไม่ค่อยพอใจ ฝ่ายราเมศที่ยัง นั่งนิ่งอยู่ในห้อง เขามองเงาตัวเองในกระจกก่อนเอื้อม มือสัมผัสรอยเลือดตรงผ้าพันแผลบนศีรษะแล้วเอามา แตะที่ปากอย่างสบายอารมณ์ แน่นอนมันไม่ใช่เลือดจริงๆ เขายิ้มกริ่มอย่างมีเลศนัย

ด้านชาญที่กำลังพาพวกฤทธิ์มุ่งหน้ามาที่บริษัทมาดามหลิว เขาติดต่อสื่อสารกับโซเฟียล่วงหน้าทำให้มาดามหลิวรู้ความเคลื่อนไหวและรีบสั่งโซเฟียจัดการณัฐชากับไอริณเพราะพวกเธอจะทำให้ตำรวจกับพรายพิฆาตแห่มาหาพวกเรา

เมื่อคณะของชาญมาถึง ชาญอุ้มไอริณที่ยังไม่รู้สึกตัวเดินนำหน้า โดยมีณัฐชาประคองโทมัสที่ได้รับบาดเจ็บตามหลัง ระหว่างนี้เองณัฐชาตาไวเห็นรอยเลือดสีฟ้าบนเสื้อผ้าของโทมัส เธอสงสัยแต่เก็บพิรุธทำเป็นไม่สนใจ และส่งต่อเขาให้โซเฟียที่ลงมารอรับเพื่อพาไปรักษาตัวในห้องทดลอง ส่วนชาญต้องไปพบมาดามหลิวที่รออยู่ในห้องสมุด
ชาญหน้าเจื่อนเมื่อโดนมาดามหลิวตำหนิที่ครั้งนี้เขาลงมือโดยพลการ

“ผมขอโทษครับมาดาม แต่แผนการนี้มีคุณไอริณกับหมวดณัฐชาร่วมมือด้วย ผมเลยเกรงว่ามาดามจะไม่พอใจ”

“ฉันไม่ใช่คนใจแคบนะชาญ เรื่องที่โทมัสสนิทกับณัฐชาหรือไอริณกับเรื่องงาน ฉันแยกแยะได้ แต่เพื่อยุติปัญหา ฉันว่าเราควรจัดการกับผู้หญิงสองคนนี่ซะที”

ชาญฟังแล้วนิ่งไป ทั้งระแวงและสังหรณ์ใจแต่ไม่กล้าซักถาม

ooooooo

มาดามหลิวตั้งใจกำจัดณัฐชากับไอริณเพราะคิดว่าพวกเธอเป็นอุปสรรคในการแก้แค้นพรายพิฆาต โดยสั่งโซเฟียฉีดยานอนหลับให้ฤทธิ์ขณะนอนรักษาตัวในห้องทดลอง เพื่อป้องกันเขาออกมาช่วยสองสาว แต่แผนไม่เป็นไปโดยง่ายเมื่อชาญล่วงรู้เสียก่อน

ชาญเข้ามาพบฤทธิ์นอนหลับเพราะฤทธิ์ยา จึงรีบ เอายาอีกชนิดมาฉีดทำให้ฤทธิ์รู้สึกตัวไม่ต้องนอนหลับถึงพรุ่งนี้เช้า จากนั้นชาญจะรีบไปที่ห้องสองสาวแต่ถูก มาดามหลิวขัดขวาง ซึ่งเวลานั้นณัฐชามาอยู่ในห้องนอน ของโทมัสเพื่อค้นหาหลักฐานบางอย่างเพราะค่อนข้างมั่นใจว่าเขาคือนักสู้มหากาฬ ส่วนไอริณยังเศร้าเสียใจไม่หายต่อการจากไปของนำชัย และเข้าใจว่าคนที่ฆ่าพ่อของเธอคือนักสู้มหากาฬเพราะเห็นกับตา แต่หารู้ไม่ว่า ที่แท้มันคือบอสสาวกของพรายพิฆาต!

ณัฐชาค้นห้องโทมัสทุกซอกทุกมุมจนเจอช่องลับ หลังตู้เสื้อผ้าซึ่งเก็บซ่อนเครื่องแบบนักสู้มหากาฬและอาวุธเอาไว้ โซเฟียเข้ามาเห็นพอดี หมวดสาวตกใจชักปืนออกมาป้องกันตัว ขณะที่โซเฟียยังคงพูดอย่างใจเย็น

“สิ่งที่มาดามหลิวกังวลมาตลอด ในที่สุดมันก็เกิดขึ้นจนได้”

“นายโทมัสคือนักสู้มหากาฬ พวกคุณช่วยเขาฆ่าสาวกของพรายพิฆาต”

“พวกนอกรีต มันสมควรตาย”

“ไม่! พวกเขาบางคนถูกบังคับให้ทำแบบนี้ พวกคุณมีสิทธิ์อะไรไปตัดสินชีวิตคนอื่น”

“ถ้าเราไม่ทำ แล้วใครจะทำ ตำรวจงั้นเหรอ ถ้ากฎหมายศักดิ์สิทธิ์จริง ทำไมจัดการกับพรายพิฆาต”

ณัฐชาเห็นท่าไม่ดีจะออกไปจากที่นี่ แต่โซเฟียไม่ปล่อยเธอไปง่ายๆแน่ ขณะเดียวกันชาญยังถูกมาดามหลิวขัดขวางไม่ยอมให้ไปช่วยณัฐชากับไอริณ เพราะทั้งคู่คือตัวปัญหา อีกอย่างนำชัยตายไปแล้ว สองสาวก็หมดประโยชน์สำหรับเรา

“แต่คุณไม่จำเป็นต้องฆ่าพวกเธอ”

“ณัฐชากำลังสืบเรื่องงานของพวกเรา ส่วนไอริณก็เป็นตัวล่อตำรวจกับพรายพิฆาต แค่นี้ยังไม่สมควรอีกเหรอ... เธอไม่ต้องพูดแล้ว ถ้าเธอขัดคำสั่ง ฉันจะถือว่าเธอทรยศ”

ชาญตะลึง มองปืนในมือมาดามหลิวอย่างไม่กล้าท้าทาย...ขณะนั้นในห้องนอนโทมัส ณัฐชากับโซเฟียกำลังต่อสู้กัน ไอริณตั้งใจมาตามหาเพื่อนรักที่หายไปจากห้องพัก พอเห็นเหตุการณ์ก็แตกตื่นตกใจ ณัฐชาตะโกนลั่นให้เธอหนีไปแต่ไอริณไม่ทิ้งเพื่อน คว้าแจกันดอกไม้ขนาดเหมาะมือฟาดศีรษะโซเฟียจนสลบ และก่อนที่ณัฐชาจะฉุดเธอวิ่งออกมา เธอก็เห็นเครื่องแบบนักสู้มหากาฬเต็มๆตา นี่เองทำให้ไอริณแน่ใจว่าโทมัสคือนักสู้มหากาฬ

ณัฐชาพาไอริณวิ่งออกมาถึงหน้าลิฟต์เพื่อหลบหนีออกจากบริษัทนี้ให้ได้ แต่ไม่ง่ายอย่างใจหวัง ทั้งคู่ถูกคนของมาดามหลิวสกัดไว้ อีกทั้งฤทธิ์โผล่มาขวาง ถามพวกเธอว่าเกิดอะไรขึ้น แทนคำตอบสองสาวกลับตะโกนใส่หน้าเขาว่า ไม่อยากฟังเรื่องโกหกจากนักสู้มหากาฬอีกแล้วไอ้ฆาตกร!

พูดขาดคำ ไอริณแย่งปืนจากมือณัฐชามายิงโทมัสจนล้มหงายหลัง กระสุนปืนถูกบริเวณไหล่ของเขา ณัฐชา ตกใจกระชากไอริณเข้าลิฟต์พร้อมกับต่อว่าเสียงเขียว “เธอจะบ้าหรือไงไอริณ”

“เขาฆ่าพ่อฉัน เขาคือนักสู้มหากาฬ! ใช่มั้ยณัฐชา ใช่รึเปล่า”

“ใช่...โทมัสคือนักสู้มหากาฬ”

ไอริณร้องไห้ออกมาอย่างอัดอั้น ณัฐชาได้แต่พิงผนังลิฟต์ด้วยความสับสน รำพึงไปมาว่ามันเกิดอะไรขึ้น ใครคือมิตร ใครคือศัตรูกันแน่...

ฤทธิ์ถูกยิงแต่ใช้เวลาไม่นานบาดแผลก็สมานตัวเป็นปกติ เหลือไว้แต่ความสับสน จิตใจปวดร้าวกว่าแผลกาย...ทำไมณัฐชากับไอริณถึงเห็นเขาเป็นศัตรู!

ooooooo

กรณ์ เอมี่ ลุงโจ ถูกบอสตำหนิยกใหญ่ที่ประมาทจนฐานทัพพังพินาศย่อยยับ และทำให้พี่น้องของเราต้องล้มตายไปไม่น้อย

“ขอโอกาสผมอีกครั้งเถอะบอส ผมสาบานว่าจะแก้แค้นให้ได้”

“แน่ล่ะ ฉันจะให้โอกาสสุดท้ายสำหรับแก และถ้าแกยังพลาดอีกล่ะก็ ฉันจะฆ่าแกด้วยมือของฉันเอง”

บอสคำรามใส่กรณ์ที่ขอโอกาส ส่วนเอมี่กับลุงโจได้แต่นิ่งเงียบ ท่าทางกลัวเกรงบอสไม่น้อยเหมือนกัน หลังจากนั้นบอสมุ่งหน้าไปยังรังของมาวินที่บัดนี้แหลมได้ขึ้นมาแทนอย่างเต็มตัว บอสให้แหลมดูแลที่นี่ ถ้ามีปัญหาอะไรต้องรายงานตนทันที

ส่วนที่บริษัทมาดามหลิว...ฤทธิ์ไม่พอใจในการกระทำของมาดามหลิวถึงกับยื่นคำขาดว่าถ้าเธอยังแตะต้องณัฐชากับไอริณอีก เราสองคนขาดกัน...พูดจบเขาเดินหนีทันที ทิ้งให้มาดามหลิวกับโซเฟียอึ้งไปอย่างคาดไม่ถึง

ต่อมาเมื่อฤทธิ์บอกชาญว่าเขาจะไปจากที่นี่ ชาญไม่มีท่าทีแปลกใจเท่าไหร่นัก แค่สงสัยว่าถ้าเขาไม่อยู่แล้วใครจะรับมือกับพรายพิฆาต

“ไม่รู้สิ คุณละมั้ง”

“ให้ผมฉีดน้ำตามัจจุราช แล้วแต่งตัวเป็นนักสู้มหากาฬแบบคุณน่ะเหรอ...สงสัยคงดูไม่จืดแน่”

“ทุกอย่างต้องมีจุดจบเสมอ อุดมการณ์ของผมกับมาดามต่างกัน ช้าเร็ว...วันนี้ก็ต้องมาถึง ไว้จัดการกับบอสได้เมื่อไหร่ ผมไปแน่”

ทางด้านสองสาวที่หลบหนีออกไปจากอาณาเขตของมาดามหลิวได้แล้ว ณัฐชาโทร.ตามหมู่ปรีดามารับก่อนจะวานเขาไปส่งที่บ้านพักตากอากาศซึ่งเป็นเซฟเฮาส์ของตำรวจที่เคยใช้ซ่อนตัวพยาน

ตกกลางคืน ไอริณนั่งจับเจ่าไม่ยอมกินอาหารที่ ณัฐชาจัดหามาให้ เธอบอกตรงๆว่ากินไม่ลง เธอรู้สึกผิดมากมายเรื่องที่พ่อตาย ถ้าเธอไม่ขอร้องให้พ่อกลับตัว พ่อก็คงไม่ตายแบบนี้

“ไม่จริงนะไอริณ มันเป็นความผิดของพรายพิฆาต แล้วก็คนที่ฆ่าพ่อเธอต่างหาก เธอต้องคิดหาวิธีจัดการกับพวกมัน ไม่ใช่มานั่งโทษตัวเองแบบนี้”

ไอริณเพิ่งนึกได้ว่าก่อนตายพ่อให้พระองค์หนึ่งไว้ เธอนำมาให้ณัฐชาพร้อมกับถ่ายทอดคำพูดของนำชัยว่าในองค์พระมีความลับของพรายพิฆาต ท่อน้ำเลี้ยงของพวกมัน...ณัฐชาฟังแล้วสันนิษฐานทันทีว่าน่าจะเกี่ยวกับเรื่องเงิน

หลังจากนั้นอีกพักใหญ่ๆ สุชาติลูกน้องคนสนิทของนำชัยก็ขับรถมาที่นี่หลังจากไอริณติดต่อไป สุชาติมาพร้อมเครื่องมือที่สามารถขยายความชัดเจนที่ซ่อนอยู่ในองค์พระ ทำให้เห็นตัวเลขจำนวนไม่น้อย ซึ่งสุชาติบอกว่าเป็นเลขที่บัญชี แต่ละบัญชีมีเงินอยู่หลายสิบล้านซึ่งได้มาจากธุรกิจผิดกฎหมายของพรายพิฆาต รวมทั้งเงินสนับสนุนของสมาชิก

“คุณรู้ได้ยังไง” ไอริณสงสัย

“ท่านนำชัยมอบหมายให้ผมจัดการฟอกเงินพวกนี้ เพื่อให้พรายพิฆาตนำมาใช้จ่าย แต่ตอนนั้นผมคิดว่าเป็นเงินทุนของพรรคการเมืองก็เลยไม่ได้ถามอะไรท่าน”

“แล้วถ้าจะให้สาวไปถึงเจ้าของเงิน คุณพอมีทางรึเปล่า”

สุชาติพยักหน้าก่อนจะมองไปที่ณัฐชา “ผมว่าตำรวจคงมีวิธีจัดการกับคดีประเภทนี้”

“ถ้าเราสั่งอายัดบัญชีเมื่อไหร่ พรายพิฆาตล้มละลายแน่” ณัฐชากล่าวอย่างมั่นใจ...

กลางดึก สุชาตินำเครื่องมือกลับมาคืนที่บ้านนำชัย ไม่นึกว่าจะถูกกรณ์จับผิด โดยมีเอมี่กับลุงโจร่วมด้วยช่วยกันข่มขู่คาดคั้นต้องการรู้ว่าไอริณอยู่ที่ไหน แต่สุชาติไม่ปริปากแถมยังใจเด็ดปลิดชีพตัวเองต่อหน้าต่อตาวายร้ายทั้งสาม!

หลังจากสุชาติฆ่าตัวตายต่อหน้าต่อตา กรณ์ยิ่งระแวงว่าในบ้านของนำชัยอาจมีหลักฐานที่จะทำให้พรายพิฆาตเดือดร้อน และถ้าหลักฐานถึงมือตำรวจเมื่อไหร่บอสต้องเล่นงานเขาแน่ เขาจึงสั่งลุงโจเผาบ้านนำชัยจนวอดทั้งหลัง

วันรุ่งขึ้น ราเมศเก็บของภายในห้องทำงานเตรียมเอากลับบ้านหลังจากโดนสั่งพักงานยาว แต่ไม่ทันขึ้นรถไมตรีกับปรีดาก็เข้ามากระซิบว่าพวกตนมีความลับ

สุดยอดจะบอก แต่ราเมศไม่สนใจ โบ้ยให้ทั้งคู่ไปบอกสารวัตรสิงหาเพราะตอนนี้ตนหมดหน้าที่แล้ว

“ไม่ได้ครับผู้กอง หมวดณัฐชาเธอสั่งไว้ว่าต้องบอกผู้กองคนเดียวเท่านั้น”

ได้ยินชื่อณัฐชา! ราเมศหูผึ่งขึ้นมาทันที ยอมเดินตามไมตรีกับปรีดาออกไป โดยไม่รู้ว่าขณะนั้นสิงหาแอบจับตาอยู่ห่างๆ

ณัฐชาซ่อนตัวอยู่ในห้องน้ำก่อนจะออกมาหลบมุมพูดคุยกับราเมศโดยมีไมตรีกับปรีดาคอยดูต้นทาง เมื่อรู้จากหมวดสาวว่าไอริณมีหลักฐานเล่นงานพรายพิฆาต ราเมศท่าทีตกใจไม่น้อย แล้วนัดแนะบางอย่างกับเธอเสร็จเรียบร้อยก่อนแยกจากมาโดยที่สิงหาจับไม่ได้ไล่ไม่ทัน ที่สำคัญไม่เห็นณัฐชาด้วย...

ooooooo

อ่านละคร นักสู้มหากาฬ ตอนที่ 10 วันที่ 6 ก.ค. 56

บทประพันธ์โดย : ณพุทธ สุศรีฯ
บทโทรทัศน์โดย : ณพุทธ สุศรีฯ
กำกับการแสดงโดย : ธีระศักดิ์ พรหมเงิน
ผลิตโดย : บริษัท มุมใหม่ จำกัด
วันเวลาออกอากาศ : ทุกวันศุกร์ - อาทิตย์ เวลา 20.25 น. ทางช่อง 7 สี
ที่มา ไทยรัฐ






ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น