อ่านละคร ริมฝั่งน้ำ ตอนที่ 7 วันที่ 30 ก.ย.61

อ่านละคร ริมฝั่งน้ำ ตอนที่ 7 วันที่ 30 ก.ย.61

วีนัสยิ่งเครียด อยู่ในภาวะน้ำท่วมปาก พูดอะไรไม่ได้

เย็นนี้ไตรทศแวะมาหาพฤกษ์ที่มหาวิทยาลัย พฤกษ์ถามว่าเห็นหน้าคนที่ขับรถชนพ่อหรือยัง ไตรทศ บอกว่ายังแต่ไม่ได้นิ่งนอนใจ บ่นว่าทุกอย่างมันกดดันไปหมด แต่มั่นใจเถอะว่าไม่ว่าจะนานแค่ไหนกฎหมายจะทำให้คนผิดต้องมารับโทษ

จากนั้นพฤกษ์เข้าโรงยิมในมหาวิทยาลัย วีนัสไปดักพบที่นั่นบอกเขาว่าสัญญาของอาจารย์ทำให้ตนต้องปิดบังคุณป้า ตนทำให้คุณป้าเข้าใจผิดเพราะอาจารย์คนเดียว กดดันให้พฤกษ์บอกความจริงกับคุณป้าเสีย



“ไม่ คนที่ทำให้พ่อผมตายมันยังไม่ได้มากราบศพพ่อผม”

“แล้วถ้าหาตัวคนคนนั้นไม่เจอ อาจารย์ก็จะยอมให้คุณป้าทรมานใจ รู้สึกว่าตัวเองไม่มีค่า เพราะการกระทำของคนไม่รับผิดชอบคนเดียว” พฤกษ์ฟังแล้วไม่พอใจแต่ไม่พูด วีนัสบอกว่าถ้าเขาไม่กล้าพูดตนจะพูดเอง

“อย่าพูด!” เสียงพฤกษ์เกือบเป็นตวาด วีนัสบอกว่า มันผิด เรากำลังทำผิด “ผมยอมเป็นคนผิด”

“แต่ฉันไม่ยอม รู้ไหม พ่อแม่ฉันตายตั้งแต่ฉันเด็กๆ ฉันเข้าใจว่าอาจารย์เสียใจแค่ไหน กลัวแค่ไหน แต่อาจารย์ต้องรู้ ความกลัวของอาจารย์กำลังทำร้ายแม่”

“ผมยอมเป็นลูกเลวที่ไม่ยอมพูดความจริงเพราะจากตายสำหรับแม่ มันทรมานกว่าจากเป็น วีนัสคุณลืมเรื่องพ่อผมได้ไหม”

วีนัสบอกว่าตนลืมไม่ได้และก็เชื่อว่าต่อให้นานแค่ไหนคุณป้าก็ไม่มีวันลืมผู้ชายที่ท่านรัก พูดแล้วหันหลังไปเลย พฤกษ์ตะโกนตามหลังไปอย่างโมโหสุดขีดว่า “ไหนคุณบอกว่าสัญญา”

“สัญญาแล้วไง...โว้ย!!” วีนัสตะโกนใส่แล้ววิ่งไปเลย พฤกษ์ทุ่มลูกบาสลงพื้นปึงๆๆอย่างกดดัน

พอพฤกษ์ออกจากโรงยิมเจอวีนัสยังนั่งรออยู่บอกว่า ตนรอเคลียร์กับเขา พฤกษ์ถามว่าจะให้เขาทำอะไร

“ต่อไปนี้อาจารย์ไม่มีสิทธิ์ห้าม ฉันต้องไปหา

คุณป้าได้ตลอดเวลา” พฤกษ์ถามเสียงขุ่นอย่างระแวงว่าจะไปหาแม่ตนทำไม “ฉันจะไปทำให้คุณป้าไม่เหงา ฉันคิดว่าฉันทำให้คุณป้าหัวเราะได้ ตกลงตามนี้ ห้ามปฏิเสธ สัญญาสิ”

พฤกษ์ถูกวีนัสรวบรัดหักคอก็ยอมสัญญา วีนัสยิ้มในหน้าบอกว่าดีแล้วเลี้ยงข้าวตนด้วย แล้วเดินนำไป

ooooooo

อานัสกับเนมกลับมาที่โรงแรม เนมยุว่าเขาต้องคิดแผนเข้าหาปู่ให้เนียนกว่าเดิมและช่วงนี้ห้ามเขามีเรื่องกับคนที่บ้านร่มไม้ฯเด็ดขาด ต้องพิสูจน์ให้ปู่เห็นว่าเขามีความสามารถให้ได้

มาถึงเคาน์เตอร์เห็นแขกกำลังโวยกับพนักงานที่ไม่ได้ห้องพักคืนนี้เพราะเซิร์ฟเวอร์ล่มชื่อไม่เข้าระบบ เนมเห็นลูกค้าวีไอพีแบรนด์เนมทั้งตัวก็เข้าไปบอกว่า

อานัสเป็นหลานเจ้าของโรงแรมเดี๋ยวเขาจัดการให้ได้

เนมพาอานัสไปคุยกับผู้จัดการโรงแรมเจ้ากี้เจ้าการบอกให้ผู้จัดการเปิดห้องสวีตให้ลูกค้า ส่วนต่างอานัสจัดการเอง อานัสบอกให้จัดการตามนั้นและดูแลลูกค้าให้ดีด้วย ผู้จัดการกลัวอินทิรารู้ อานัสเสียงเข้มว่าตนสั่ง กับอาอินสั่งต่างกันตรงไหน เนมผสมโรงขู่ว่าจะรอให้ลูกค้าดิสเครดิตโรงแรมก่อนหรือยังไง

“เรื่องคนอื่นไม่ต้องห่วง ฉันเคลียร์ได้ รีบจัดการซะก่อนที่ลูกค้าจะเอาเรื่องไปลงโซเชียล” อานัสสั่ง

“ถ้าคุณปู่รู้ว่าพี่เอิร์ธจัดการเรื่องโรงแรมได้ ทางก็สะดวกขึ้นไปสเต็ปนึง” เนมฝันเฟื่อง

อานัสไปหาปู่ที่บ้านร่มไม้ชายคาเพื่อโชว์ผลงาน พอเจอปู่ก็ถามทันทีว่าลูกค้าวีไอพีของโรงแรมโทร.มาหาปู่หรือเปล่า เขาบอกหรือเปล่าว่าหลานเจ้าของโรงแรมเป็นคนแก้ปัญหาเรื่องที่เซิร์ฟเวอร์ล่มทำให้ไม่ได้ห้องพัก ชาญชัยมองอย่างรู้ทันถามว่า “แกจะเอาอะไรพูดมาตรงๆ”

อานัสรีบเปิดโทรศัพท์ยื่นรูปให้ชาญชัยดูบอกว่าพ่อบอกว่าที่ดินผืนนี้เป็นของปู่ ตนก็เลยอยากขอที่ดินผืนนี้ไปสร้างเวิร์กกิ้งสเปซ เนมรีบเสริมว่าช่วงนี้โลกโซเชียลกำลังฮิตเวิร์กกิ้งสเปซ ถ้าพี่เอิร์ธทำรับรองกำไรเห็นๆ

ชาญชัยเห็นด้วยว่าเวิร์กกิ้งสเปซกำลังติดเทรนด์ แต่ตนไม่อนุมัติ เพราะที่ดินผืนนี้มีราคามันควรจะไปอยู่ในมือคนที่บริหารธุรกิจเป็น ขืนอยู่ในมืออานัสรับรองไม่เกินสามเดือน...เจ๊ง!

อานัสไม่พอใจลุกพรวด ชาญชัยลุกเดินไป อานัสตามไปถามว่าปู่ไม่ให้ตนแล้วจะให้ใคร

ฝ่ายวีนัสพาพฤกษ์กลับไปที่บ้านเขา สอนบุษกรถักโครเชต์และชวนไปวัด บุษกรจึงชวนพฤกษ์ไปด้วย พฤกษ์ไปวัดด้วยระแวงกลัววีนัสจะพูดเรื่องพ่อให้แม่ฟัง ถามว่าทำไมต้องพาแม่ไปวัด

“ธรรมะจะทำให้คุณป้าเข้าใจ ยอมรับธรรมชาติของโลกได้นะคะ คนเรามีเกิด ก็ต้องมีเจ็บ มีแก่แล้วก็...ตะ...”

พฤกษ์รีบเอามือปิดปากวีนัสไว้ บุษกรมองพฤกษ์อย่างแปลกใจ พอดีมือถือเขาดังขึ้น พฤกษ์รับสายแล้วบอกว่าตนจะรีบไป บุษกรบอกว่ามีงานก็ไปเถอะ ตนมี วีนัสอยู่ด้วยไม่ต้องห่วง พฤกษ์พยายามจะให้แม่กลับ วีนัสถามว่าคุณป้าอยากไปให้อาหารปลาตรงท่าน้ำไหม บุษกรบอกพฤกษ์ว่ามีธุระก็ไปเถอะ พฤกษ์กันแม่ให้ห่างวีนัสไม่สำเร็จจึงโทร.เรียกไตรทศมาช่วยกันท่าไว้ แล้วตัวเองก็รีบออกจากโบสถ์ไป

ที่แท้ชาญชัยเป็นคนโทร.เรียกพฤกษ์ให้ไปหา บอกอานัสที่ยังพยายามตื๊ออยู่ว่าตนจะยกที่ดินให้พฤกษ์

อานัสหาว่าพฤกษ์ประจบปู่ให้ยกที่ดินผืนนี้ให้ พฤกษ์ขอบคุณชาญชัยแต่ตนรับที่ดินผืนนี้ไว้ไม่ได้

“คุณพฤกษ์ ผมรู้ว่าคุณบุษกรกำลังลำบาก แต่

ไม่รู้จะตอบแทนคุณยังไง อย่างน้อยถ้าที่ดินอยู่ในมือคุณ คุณจะได้เอาไปทำให้เกิดประโยชน์” อานัสโวยวายว่าพฤกษ์ทำดีหวังผล “ก็ดี...คุณพฤกษ์ทำดีกับฉัน ฉันจะได้ยกมรดกให้เขา ทีนี้จะได้ตายตาหลับ”

เนมช่วยอานัสติงว่า แต่พี่เอิร์ธเป็นหลาน ชาญชัยย้อนถามว่าหลานแล้วยังไง คนนึงติดยา อีกคนติดผู้หญิง ตนยกมรดกให้คนนอกก็ไม่แปลก อานัสตะโกนว่าตนไม่ยอม ชาญชัยพูดอย่างไม่ไยดีว่า

“เรื่องของแก เพราะถ้าฉันยังไม่ตาย ใครก็ตัดสินใจแทนฉันไม่ได้”

อานัสจ้องพฤกษ์อย่างอาฆาต เนมบอกให้ใจเย็นๆค่อยคุยกันวันหลังอย่าให้ปู่โกรธอีก แล้วลากอานัส ออกไป พอทั้งสองออกไปแล้ว ชาญชัยขอร้องพฤกษ์ว่า

“ช่วยผมด้วยนะคุณพฤกษ์ รับที่ดินผืนนั้นไปทำประโยชน์ ดีกว่าให้ตกไปในมือคนอย่างเอิร์ธ...คุณจ่ายค่าเช่าผมก็ได้ มากน้อยแล้วแต่คุณ ขอให้ผมได้ตอบแทนน้ำใจคุณ ได้ช่วยเหลือเพื่อนอย่างคุณบุษกรบ้างเถอะครับ”

พฤกษ์เกรงใจ แต่เมื่อฟังเหตุผลของชาญชัยแล้วก็พูดไม่ออก

ไตรทศตามบุษกรกับวีนัสไปให้อาหารปลา พอดีพฤกษ์โทร.มา เขาบอกว่ากำลังประกบวีนัสอยู่ บอกว่าจะรีบพาแม่กลับ แต่พอบอกบุษกรว่าตนจะไปส่งที่บ้านส่วนวีนัสจะกลับบ้านร่มไม้ฯเลยก็ได้ แต่บุษกรบอกว่า

“แม่ชวนหนูวีนัสเขากินข้าวเย็นด้วยน่ะทศ”

“ไปค่ะ กลับบ้านค่ะคุณป้า” วีนัสรีบบอก ยิ้มเยาะไตรทศอย่างรู้ทัน ไตรทศเลยเซ็งพูดไม่ออก

พอกลับถึงบ้านเจอพฤกษ์รออยู่แล้ว วีนัสเดินเข้าไปต่อว่าทันทีว่าเขาไม่ไว้ใจตนให้เพื่อนมาประกบ พฤกษ์ย้อนถามว่าแล้วเธอชวนแม่ไปวัดทำไม

“คุณป้าต้องมีกิจกรรมนอกบ้าน ไม่งั้นท่านจะวนเวียนคิดถึงแต่เรื่องสามี...หรืออาจารย์กลัวว่าฉันจะพูดความจริงกับคุณป้า”

“ถ้าแม่ผมรู้ความจริงเรื่องพ่อ ต่อให้เป็นคุณ ผมก็ไม่ให้อภัย”

พฤกษ์กับวีนัสต่างจ้องหน้าอย่างรู้ทันและไม่ยอมกัน

กลับถึงบ้านร่มไม้ฯวีนัสเข้าห้องทุบหมอน ปากก็ระบายอารมณ์ ยายพิกุลเลยบอกคณิตาว่าหมอนใบเดียวไม่พอหรอก ให้เอามาอีกสิบใบเลย ทั้งยายพิกุลและ

คณิตาหัวเราะเบาๆกับอาการจี๊ดของวีนัส

“คนอะไรใจหินใจแข็ง คอยดูนะหนู ไม่ยอมแพ้หรอก หนูจะทำให้อาจารย์พฤกษ์ยอมรับว่าเขาคิดผิด!!”

วันนี้ขณะพฤกษ์จะไปทำงานเขาเห็นแม่กำลังจะถอดแหวนแต่งงานที่นิ้วออก เข้าไปกอดแม่บอกว่า

“แม่ครับ...ผมรักแม่นะครับ”

“แม่ก็เหลือพฤกษ์คนเดียวที่เป็นความรัก เป็นทุกอย่างในชีวิตแม่”

“แม่ครับ...อย่านึกถึงเรื่องพ่ออีกเลยนะครับ เราอยู่กันสองคนแค่นี้ก็พอ ผมจะดูแลแม่ให้ดีที่สุดครับแม่”

“แม่กับพ่อใช้ชีวิตร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมาเกือบ 50 ปี...ไม่นึกเลยว่าความรักของแม่จะไม่มีค่าให้พ่อคิดถึงเลยสักนิดเดียว”

“แม่มีผมนะครับ...แม่มีผม”

บุษกรกอดพฤกษ์พยายามกลั้นสะอื้น บอกว่า “แม่รู้ แม่มีลูก แต่แม่คิดถึงพ่อ” พฤกษ์ถึงกับน้ำตาร่วง

บุษกรปลอบพฤกษ์ทั้งที่ตัวเองก็ร้องไห้ว่า “ไม่ร้องนะลูก ...ไม่ร้อง”

“แม่ครับ...ผมขอโทษ”

“พฤกษ์ ลูกไม่ผิดอะไร แม่รู้ลูกรักแม่” บุษกรเช็ดน้ำตาให้พฤกษ์แต่ปล่อยให้น้ำตาตัวเองไหลไม่หยุด

ooooooo

เนมยังพยายามช่วยอานัสเพื่อสร้างภาพเป็นคนดีมีผลงาน พาไปพบมนูญ นักธุรกิจใหญ่พ่อของแพรวเพื่อนตัวเอง อานัสบอกว่าตนสนใจธุรกิจนำเข้าของคุณอา เนมเสริมทันทีว่าพี่เอิร์ธอยากร่วมธุรกิจกับคุณอา

แต่แล้วทุกอย่างก็พังอย่างหมดท่าเมื่ออานัสบอกว่า พรุ่งนี้ตนจะไปเซ็นสัญญาเลย มนูญถามว่าแน่ใจนะว่าจะไม่มีปัญหากับทางบอร์ดบริหารโรงแรม อานัสหน้าตึง ลุกขึ้นตบโต๊ะปังบอกว่าพูดแบบนี้เท่ากับดูถูกตน

อย่างนี้เราอย่าทำธุรกิจด้วยกันเลย มนูญไม่พอใจเดินออกไปทันที

เนมตกใจถามว่าทำไมพูดกับคุณอาแบบนี้ อานัสว่าพูดดูถูกตนทั้งที่ตนเป็นเจ้าของโรงแรมอยู่

แพรวต่อว่าเนมว่าทำไมแฟนเธอพูดกับพ่อตนแบบนี้แล้วเดินตามพ่อออกไป เนมไม่พอใจตำหนิอานัสว่าทำไมไม่รู้จักควบคุมอารมณ์บ้าง อย่างนี้เมื่อไหร่จะทำให้คุณปู่ภูมิใจได้สักที อานัสถามว่ามันพูดถึงอาอินทำไมทั้งที่ตนอยู่ตรงนี้

“ก็พี่เอิร์ธเป็นเด็กไงล่ะ ทำตัวเป็นเด็กเอาแต่ใจ...

คุยกับคนโง่ยังให้อภัยได้เพราะเรารู้ว่าเขาโง่ แต่คุยกับคนที่ไม่ยอมรับว่าตัวเองโง่เนี่ย...ทุเรศเกินทนค่ะ หาทางเป็นหลานรักคุณปู่เอาเองแล้วกัน เนมไม่ช่วยแล้ว”

เนมสะบัดเดินออกไปเลย อานัสตะโกนไล่หลังอย่างขาดสติว่า

“ไม่ง้อหรอกโว้ย ฉันใคร อานัสโว้ย ฉันไม่ต้องเชื่อคนกระจอกๆอยู่แล้ว”

อ่านละคร ริมฝั่งน้ำ ตอนที่ 7 วันที่ 30 ก.ย.61

ละครเรื่องริมฝั่งน้ำ บทประพันธ์โดย ธุวดารา
ละครเรื่องริมฝั่งน้ำ บทโทรทัศน์โดย เป่ากุ้ย
ละครเรื่องริมฝั่งน้ำ กำกับการแสดงโดย ภูธเนศ หงษ์มานพ
ละครเรื่องริมฝั่งน้ำ ฝึกสอนการแสดงโดย อริศรา วงศ์ชาลี
ละครเรื่องริมฝั่งน้ำ ผลิตโดย บริษัท เป่าจินจง จำกัด
ละครเรื่องริมฝั่งน้ำ ควบคุมการผลิตโดย นพพล โกมารชุน
ที่มา ไทยรัฐ