อ่านละคร ประกาศิตกามเทพ ตอนที่ 3 วันที่ 24 ก.ย.61

อ่านละคร ประกาศิตกามเทพ ตอนที่ 3 วันที่ 24 ก.ย.61

“อาไม่คิดอะไรหรอก เราพี่น้องกัน ใครได้ตำแหน่งไป ก็ช่วยงานของบริษัทได้เหมือนกัน เราเป็นครอบครัวเดียวกันต้องรักกันไว้ เรื่องแทงกันข้างหลัง อาไม่เคยเชื่ออยู่แล้ว”

ปราการยิ้มให้หลานทั้งสองเครียดๆ ผาณิตากับทศนาถมองไม่ออกคิดว่าเขาไม่คิดมากอย่างที่พูดจริงๆ แต่ที่ทั้งสองคิดไม่ถึงคือปราการเป็นคนโหดเหี้ยมและเลือดเย็นกว่าที่คิด มีเพียงลาวัลย์ที่รู้ฤทธิ์พ่อตัวเองดีเพราะเวลานี้เธอไม่ได้อยู่ในห้องนอนแต่ถูกพ่อจับขังไว้ในห้องใต้ดิน

“รู้ใช่ไหมว่าพ่อเกลียดการโดนหลอก”



ลาวัลย์หน้าซีดละล่ำละลักสัญญาจะไม่ทำตัวแบบนี้อีก ปราการหรี่ตาเหมือนไม่ค่อยเชื่อ

“อย่าหนีพ่ออีก พ่อจะให้เรียนที่เมืองไทย ปู่อยากให้หลานทุกคนรับปริญญา ลูกทำเพื่อพ่อได้ใช่ไหม”

“หนูทำได้...หนูจะพยายามทำให้ดีที่สุดเพื่อคุณพ่อ”

“แม่ฝากพ่อไว้ก่อนตายให้ดูแลลูกดีๆ พ่อจึงต้องเข้มงวดกับลูกทั้งที่ไม่อยากทำเลย...พ่อรักลูกนะ”

“คุณพ่อ...หนูขอโทษ ปล่อยหนูออกไปเถอะนะคะ หนูจะกลับไปเรียน หนูจะไม่เหลวไหลอีกแล้ว”

ปราการไม่พูดอะไรและออกจากห้องใต้ดิน

ลาวัลย์ร้องไห้คร่ำครวญไม่ขาดปากก่อนหยุดฉับเมื่อมั่นใจว่าพ่อเดินพ้นระยะแล้ว มือล้วงหูฟังจากกระเป๋าเปิดเพลงฟังตามปกติ...ไร้วี่แววคนกลัวพ่อหงออย่างสิ้นเชิง

ooooooo

หริทธ์เจ็บใจที่ถูกลาวัลย์หลอกต้องไปต่อยมวยระบายอารมณ์ที่ค่ายมวยของอู๋ เอมพยายามเตือนสติแต่เขาไม่ฟัง เหมันต์ต้องมาตามกลับบ้านและอธิบายให้ฟังถึงความเป็นห่วงของชาญ

ชาญเป็นห่วงหริทธ์แต่โกรธมากกว่าที่เขาก่อเรื่องจนเหมันต์เดือดร้อน หริทธ์อารมณ์เย็นลงแล้วจึงเสนอตัวช่วยพ่อเมื่อเห็นอีกฝ่ายตั้งหน้าตั้งตาซ่อมวิทยุที่มีคนฝากมา

“พ่อให้ริทช่วยไหมครับ”

“เรียนบ้างไม่เรียนบ้างจะมาช่วยอะไรได้”

ถ้อยคำประชดแดกดันของพ่อทำให้หริทธ์น้อยใจผละไป เหมันต์ต้องช่วยพูดกับพ่อให้น้องชาย

“พ่อครับ...ที่หริทธ์โดดเรียนเพราะจะไปทำรถเข็นคันใหม่ให้พ่อนะ”

ชาญอึ้งไปนิดแล้วเขย่าวิทยุไปมา “สงสัยซ่อมไม่ตรงจุด ซ่อมยังไงก็ไม่ติด เฮ้อ...มันก็เหมือนสอนเด็ก สอนแบบไล่แก้ปัญหาให้มันซะทุกเรื่องมันก็ไม่รู้จักโต เขาเรียกว่ารักไม่ตรงจุด...รักแบบผิดๆ”

เหมันต์สะอึกคำพูดของพ่อ เช่นเดียวกับหริทธ์ที่แอบได้ยินทุกอย่าง ชาญไม่สนใจท่าทางจ๋อยๆของสองพี่น้องซ่อมวิทยุเสร็จก็เข้านอนโดยมีเหมันต์ตามไปส่งเหมือนเคย

“พ่อยังโกรธผมอยู่หรือครับ”

ชาญถอนใจหนักหน่วง “นี่แกยังไม่เข้าใจอีกเหรอว่าพ่อโกรธตัวเองมากกว่าที่เป็นพ่อแท้ๆแต่ช่วยอะไรลูกตัวเองไม่ได้เลย...แกเอาเงินที่ไหนไปใช้หนี้ให้พวกนักเลง”

เหมันต์อึกอัก ตัดสินใจโกหกเพราะไม่อยากให้พ่อคิดมาก “ผมไม่ได้ให้ทั้งหมดหรอกพ่อ ขอต่อรองผ่อนเป็นงวดๆไป พอดีมันมีเรื่องตีกันเองก็เลยยอมปล่อยหริทธ์มา”

“แกไม่ได้โกหกพ่ออีกนะ”

“ผมไม่กล้าแล้วครับ ผมไปทำงานนะครับ”

ชาญไม่ได้เอะใจว่าลูกชายตกงานแต่คิดว่าอาจมีส่งของ เหมันต์ตีหน้านิ่งส่งพ่อเข้านอนแล้วออกจากบ้านไปเป็นวินมอเตอร์ไซค์รอบดึกหาเงินค่าหน่วยกิตให้น้องชาย และค่ารักษาพยาบาลของพ่อ

ooooooo

เรวัติไม่ได้คิดถึงเหมันต์อีกเพราะกำลังจะได้งานใหม่ในบริษัทเหมทองกรุ๊ปตามข้อเสนอของผาณิตาแลกกับการทำให้เหมันต์ตกงาน แต่แล้วเขาก็สำนึกได้เมื่อเห็นของขวัญจากเหมันต์

“เฮียเป็นคนเดินลงน้ำหนักเท้าไม่เท่ากันทำให้มีปัญหาฝ่าเท้าข้างซ้ายเจ็บบ่อยๆ ผมเลยเย็บรองเท้าคู่ใหม่ให้เป็นพิเศษเสริมให้พื้นข้างซ้ายหนากว่าข้างขวาจะได้ไม่มีปัญหาฝ่าเท้าเจ็บอีก...ขอบคุณมากครับที่เฮียชวนผมมาทำงานด้วยทำให้ผมมีเงินส่งน้องเรียน”

ของขวัญเป็นรองเท้าเย็บด้วยความใส่ใจทำให้เรวัติรู้สึกผิดมาก และตัดสินใจไปสารภาพบาปกับชาญ ทั้งเรื่องข้อเสนอของผาณิตาและเรื่องทำให้เหมันต์ตกงาน

“ผมผิดไปแล้วพี่ ผมมันโลภเอง”

ชาญโมโหเอ็ดลั่น “เหมันต์มันช่วยแกสร้างไอ้บริษัทซิ่งสายฟ้าจนแกมีรถ มีบ้าน มีเสื้อผ้าดีๆใส่ ความโลภของแกมันทำลายความเป็นคนในตัวแกไปแล้วเหรอไอ้วัติ”

“ยัยนั่นมันเป็นปีศาจ มันร่ายมนต์อะไรใส่ผมก็ไม่รู้ทำให้ผมลืมตัวเห็นเงินกองโตมารออยู่ตรงหน้า”

“มันเป็นเพราะความไม่รู้จักพอของแกเอง ยัยปีศาจที่ว่ามันเป็นใคร ทำแบบนี้เพื่ออะไร...”

ยัยปีศาจของชาญกับเรวัติหรือผาณิตาไม่ได้รู้ตัวว่าแผนจะถูกแฉ วุ่นวายกับงานที่เหมทองกรุ๊ปเพราะเหมทองเร่งงานผลิตซ่อมรองเท้ารุ่นใหม่ ไหนจะทศนาถที่คิดแทงข้างหลังเธอตลอด อย่างเรื่องเหมันต์ที่ตกลงจะบอกเหมทองว่าเป็นการร่วมมือกันแต่เขาก็ดันทุรังจะเอาหน้ากับปู่คนเดียว

ผาณิตาเห็นสถานการณ์ไม่ดีจะรีบนัดเหมันต์มาพบปู่แต่ชาญกับเรวัติก็ขัดจังหวะ และแฉแผนเธอทุกอย่าง เหมันต์โกรธมากโพล่งอย่างเหลืออด

“พวกคุณนี่มันร้ายกาจกว่าที่ผมคิด ผมยอมก้มหน้าเห็นโลกแคบๆในแบบของพวกเรามากกว่าทำตัวปลิ้นปล้อนอยู่ในโลกแบบคุณ...กลับเถอะครับพ่อ”

เหมันต์พาชาญกับเรวัติกลับแล้ว เหมทองมาถึงพอดีตามคำเชิญของผาณิตากับทศนาถที่บอกว่าพาตัวช่างซ่อมรองเท้าเจ้าปัญหามาพบ ทศนาถฉวยโอกาสนี้ เอาหน้าขอรับผิดเพียงผู้เดียว แต่เหมทองรู้ทันมารยาหลานชายตลบหลังด้วยการสั่งย้ายเขาไปทำงานที่โรงงานผลิตรองเท้า

“อย่าคิดว่าฉันโง่ไม่รู้อะไร แกเคยทำอะไรเองได้ ดีแต่อาศัยเกาะกระโปรงผู้หญิง แล้วอย่างนี้จะเป็นผู้นำของเหมทองกรุ๊ปได้ยังไง พรุ่งนี้ไปรายงานตัวกับผู้จัดการโรงงานได้เลย”

ทศนาถหน้าเสีย ผาณิตาสงสารพยายามช่วยพูดแต่เหมทองไม่เปลี่ยนใจ

“อีกากับเหยี่ยวมองปราดเดียวก็รู้ว่าใครจะจับเหยื่อได้ไวกว่า ไม่จำเป็นต้องคิดซ้ำให้เสียเวลาหรอก...ออกไป!”

ooooooo

คำสั่งของเหมทองมีผลทันที ทศนาถเสียหน้าที่โดนสั่งย้ายไม่ทันตั้งตัว ผาณิตาหรือน้ำตาลสงสารตามไปปลอบแต่ถูกเขาเหวี่ยงเสียงเข้ม

“เพราะไอ้เหมันต์พี่ถึงถูกคุณปู่ลงโทษ พี่ต้องสั่งสอนให้มันรู้สำนึก”

“เราเป็นนักธุรกิจนะคะไม่ใช่มาเฟีย”

“ตาลก็พูดได้สิ ตาลลอยตัวแล้วนี่ เอ๊ะ...หรือว่าตาลสมคบกับไอ้เหมันต์แกล้งพี่”

“ตาลจะทำอย่างงั้นทำไม”

“ตาลอยากกำจัดพี่กับพ่อให้ลุงหนึ่งกับตาลได้กุมตำแหน่งบริหารในเหมทองกรุ๊ปอย่างที่ป้าผกาบอกใช่ไหมล่ะ”

“พี่ทศ...พี่ทศไม่ควรพูดแบบนี้ พนักงานได้ยินเข้ามันจะไม่ดี”

“ได้ยินก็ช่างสิวะ มันจะได้รู้กันว่าเจ้าของบริษัทนี้มันลำเอียง...ไม่ยุติธรรม!”

องุ่นแม่บ้านช่างเม้าท์ประจำบริษัทแอบได้ยินเรื่องทศนาถถูกสั่งย้ายจึงเอาไปบอกผกาซึ่งดีใจมากเพราะผาณิตาจะมีโอกาสทำคะแนนกับเหมทอง แต่ไม่ทันเริ่มแผนประจบอย่างที่ถนัด  ผกาก็ต้องวีนแตกเมื่อมีคนโทร.บอกว่าเห็นประกิตหรือเสี่ยหนึ่งสามีของเธอก่อเรื่องฉาวหิ้วสาวเข้าโรงแรมม่านรูด

ผกาวิ่งวุ่นปิดข่าวสามีไม่อยากให้ถึงหูเหมทอง ส่วนผาณิตาเหนื่อยใจมากและตัดสินใจไม่ยุ่งเรื่องพ่ออีก เช่นเดียวกับชาญที่ทำท่ามึนตึงกับเหมันต์ลูกชายคนโต

เหมันต์ต้องง้อ “ถ้าไม่ยืมเงินเขาผมก็ช่วยริทออกมาไม่ได้นะพ่อ”

“แล้วทำไมปิดพ่อเรื่องตกงาน แกยังคิดว่าพ่อเป็นพ่อหรือเปล่า”

“ผมไม่อยากให้พ่อกังวลใจ”

 “แล้วแกแบกปัญหาทั้งหมดไว้คิดว่าพ่อสบายใจเหรอ เราครอบครัวเดียวกันสุขทุกข์ต้องแบ่งปันกันสิวะ อดก็ต้องอดด้วยกัน สมัยแกยังเด็กเราเคยต้องกินแต่น้ำข้าวทุกวันมาแล้ว ลำบากกว่านี้ทำไมเราจะทนไม่ได้”

“ผมจะทนเห็นพ่อกับน้องอดได้ยังไง ผมเป็นลูกคนโต เป็นพี่คนโตนะครับ”

“แต่ไอ้ริทมันไม่ใช่เด็กๆ มันก่อเรื่องได้ก็ต้องแก้ปัญหาได้ ไม่ใช่ให้แกคอยช่วยมันจนตัวเองเดือดร้อนแบบนี้”

“ผมไม่เคยคิดว่าตัวเองเดือดร้อน ปัญหาของน้องก็คือปัญหาของผม พ่ออย่าโกรธเลยความดันจะขึ้นนะครับ”

“แล้วนี่ไอ้ริทมันไปเหลวไหลที่ไหนอีกป่านนี้ยังไม่กลับ”

“เห็นว่าต้องทำงานส่งอาจารย์ครับ คงกลับดึกหน่อย ไม่ต้องห่วงนะครับ ถ้าริทเหลวไหลอีกผมจะจัดการเอง”

เหมันต์พูดตามที่ได้ยินแต่ที่เขาไม่รู้คือหริทธ์ไม่ได้ไปเรียนแต่ตามเอมไปทำงานพิเศษหาเงินช่วยค่ารักษาพ่อและช่วยไถ่หนี้สินที่เหมันต์ยืมจากผาณิตา

ooooooo

เหมันต์ไปช่วยงานที่วัดแต่เช้าและถือโอกาสปรับทุกข์กับหลวงพ่อเรื่องชาญกับหริทธ์ หลวงพ่อคุ้นเคยกับเหมันต์ดีเพราะเขามาช่วยงานเสมอจึงให้ข้อคิดเตือนใจให้คิดถึงใจคนในครอบครัวมากๆ การมีความลับกับคนในครอบครัว...บางทีก็ไม่ใช่ทางแก้ปัญหาแต่อาจเป็นบ่อเกิดของความกินแหนงและขัดแย้ง

เช้าวันเดียวกันที่บ้านเหมทอง...ประกิตหรือเสี่ยหนึ่งหอบสภาพเมาแอ๋กลับมาถึง ปราการกับทัศนัยหรือเสี่ยสองกับเสี่ยสามช่วยพยุงแต่ดันเกิดปากเสียงเพราะประกิตควบคุมตัวเองไม่อยู่เอ่ยถึงเหมวัต

“พวกมึงก็ดีใจที่เหมวัตออกจากบ้านไปซะได้ พวกมึงอิจฉาเหมวัตทำไมกูจะไม่รู้”

ทัศนัยร้อนตัวด่ากลับประกิตเพราะรู้เช่นเห็นชาติกันดี

“มึงนั่นแหละที่เกลียดเหมวัต มึงแช่งให้เหมวัตตายโหงตายห่าอย่ากลับมา กูได้ยินกับหู”

“เออสิวะ บ้านนี้มีใครอยากให้มันกลับมา ไอ้สองก็ด้วยแหละ”

ชื่อเหมวัตที่ดังจากปากสามพี่น้องบุญธรรมทำให้มนตราชะงัก สติที่เลอะเลือนเห็นแต่ภาพหลอนของเหมวัตลูกชายแท้ๆออกจากบ้านเมื่อหลายปีก่อนและเธอก็ไม่รอช้าวิ่งออกจากบ้านไปตามหา...

สถานการณ์ที่บ้านเหมทองวุ่นวายเพราะมนตราหายตัวไป เหมทองยังไม่รู้เรื่องเพราะตรวจโรงงานผลิตอยู่กับผาณิตา เหล่าคนงานซึ่งถูกปฏิเสธการบรรจุแม้จะผ่านการทดลองงานพากันมาประท้วง เหมทองแสร้งช่วยไกล่เกลี่ยและรับปากจะตรวจสอบแต่ลับหลังก็บอกความจริงกับผาณิตาว่าทำแบบนี้เพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย

ผาณิตานิ่วหน้าไม่ค่อยเข้าใจ บูรณ์ผู้จัดการโรงงานดูแลคนงานต้องอธิบาย

“ในภาวะเศรษฐกิจตอนนี้เราต้องลดต้นทุน ท่านเลยให้รับคนงานแบบทดลองงานโดยไม่มีการบรรจุ พอครบเวลาก็ปฏิเสธการจ้างงานแล้วรับสมัครคนงานใหม่ วิธีนี้ช่วยเราเสียแค่ค่าจ้างรายวัน สวัสดิการ โบนัสไม่ต้องมี”

“เท่ากับว่าเราหลอกพวกเขาสิคะ”

บูรณ์พูดไม่ออก เหมทองจึงพูดเอง

“เอาตัวเองให้รอดซะก่อน เหมือนที่ฉันกำลังเลือกวิธีเอาบริษัทฉันให้รอดก่อนเหมือนกัน คนโง่เท่านั้นที่คิดไม่ได้”

ผาณิตาไม่อยากเชื่อหู อยากโต้หรือค้านแต่ไม่ทันพูด กมลก็รายงานเหมทองว่ามนตราหายตัวจากบ้าน ประธาน ใหญ่เหมทองกรุ๊ปหน้าตึง ผลุนผลันจากโรงงานกลับบ้านทันที!

ooooooo

เหมันต์ออกจากวัดก็ไปทำงานส่งสินค้ากับเรวัติ เหมือนเคย เขาพักกลางวันที่สวนสาธารณะแห่งหนึ่งเลยได้เห็นผู้หญิงสองคนเปิดศึกแย่งลูกกัน!

มนตรานั่นเองที่เดินหลงเข้ามาในสวนสาธารณะแห่งนี้แล้วเข้าใจผิดว่าเด็กตรงหน้าเป็นเหมวัต

“วัต...วัตของแม่ อย่าไปนะ กลับมาหาแม่ แม่คิดถึงลูก”

แม่ของเด็กเอาเรื่องและพาเด็กแยกไป เหมันต์ตามมาปลอบ เธอจึงเข้าใจว่าเขาคือลูกชาย

“วัต...วัตลูกแม่ ลูกแม่กลับมาแล้ว”

เหมันต์ผงะเล็กน้อย เริ่มคิดว่าหญิงสาวสูงวัยตรงหน้าคงสติไม่ค่อยดี เขาไม่นึกรังเกียจและตัดสินใจพาเธอไปไว้ที่บ้านระหว่างรอให้คนจากมูลนิธิซึ่งเขาขอเอม ให้ช่วยประสานมารับ มนตรามองชายหนุ่มแปลกหน้าแล้วเกิดภาพหลอนถึงอดีตตอนกล่องดนตรีของขวัญจากเหมวัตหล่นพื้นแตกกระจาย

“ของขวัญที่ลูกให้แม่มันพังแล้ว...ทำไงดี แม่เอามันไปไว้ไหน อยู่ไหน กล่องดนตรีอยู่ไหน”

มนตราเพ้อออกมาโดยไม่รู้ตัว เหมันต์สงสารทั้งปลอบทั้งหลอกล่อเสียงอ่อน

“อาจจะอยู่ที่บ้านก็ได้นะครับ พาผมไปบ้านคุณป้าสิครับ ผมจะได้ไปช่วยหา”

เหมันต์พามนตราออกจากสวนสาธารณะไปแล้ว โดยไม่รู้เลยว่าสถานการณ์ที่บ้านเหมทองร้อนระอุแค่ไหน ผกาที่ตื่นเช้ามาเอาเรื่องประกิตสามีที่เมาแอ๋กลับบ้านมองภาพทุกคนตามหามนตราแล้วหลุดปากค่อนแคะ

“บ้านนี้มีแต่คนพิลึก ขี้ข้าก็หูตึง เจ้านายก็เอาแต่เพ้อถึงคนไม่มีตัวตน ทีลูกชายยืนหัวโด่ตั้งสามคนไม่เคยสนใจ”

ทัศนัยสวนอย่างเหลืออด “อย่าพูดถึงคุณแม่อย่างนี้ รู้ฐานะตัวเองด้วยว่าเป็นแค่สะใภ้”

“พี่สำนึกเสมอว่าเป็นสะใภ้คนโต มีศักดิ์เป็นถึงพี่สาวของทุกคนเลยนะจ๊ะ น้องสามน่ะเอาเวลาไปห่วงลูกชายเถอะ ได้ข่าวว่าโดนเด้งไปอยู่แผนกโรงงานแล้วไม่ใช่เหรอ...ขอแสดงความยินดีด้วยนะจ๊ะ”

บรรยากาศมาคุกว่าเดิม ทัศนัยจะมีเรื่องกับผกาพี่สะใภ้แต่ไม่ทันขยับปากเหมทองก็โผล่มาโวยวายเรื่องมนตราหายตัวจากบ้าน ผาณิตากลับมาด้วยและเสนอให้ตั้งเงินรางวัลให้คนช่วยตามหา ประกิตเห็นหน้าพ่อบุญธรรม แล้วของขึ้น ความเมาทำให้พลั้งปากหลุดความในใจ

“คุณแม่ไปหาเหมวัตไงครับคุณพ่อ คุณแม่คิดถึงเหมวัตก็เพราะคุณพ่อเป็นต้นเหตุไล่น้องวัตออกจากบ้าน คุณแม่เลยล้มป่วย ความผิดเกิดจากคุณพ่อ”

“ไอ้ลูกชั่ว! นอกจากไม่ทำตัวให้เกิดประโยชน์ยังสิ้นคิด คนอย่างแก...ถึงฉันพยายามหยิบขึ้นมาปั้นมันก็ไม่มีวันเป็นรูปเป็นร่างไปได้ เพราะแกมันเป็นแค่ขี้ดินขี้ทรายให้คนเดินเหยียบเท่านั้น...พามันออกไปอย่าให้ฉันเห็นหน้าอีก!”

ผกากับผาณิตาช่วยกันประคองประกิตออกไป แต่กระนั้นเสียงเขาก็ลอยมาเข้าหูทุกคนในบ้าน

“คนอื่นๆมันก็แค่ขี้ดินขี้ทรายให้คุณพ่อเดินเหยียบเหมือนกัน!”

ooooooo

ผาณิตาพาพ่อไปส่งห้อง เธอเก็บความสงสัยไม่ไหวถามแม่ถึงสาเหตุที่ปู่ไล่เหมวัตออกจากบ้าน ผกาถอนใจยาว แม้คิดแล้วว่าจะมีวันนี้แต่เธอก็ไม่รู้อะไรมากเพราะไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์

“ตอนนั้นแม่ยังไม่แต่งเข้ามาแต่ได้ยินคนที่โรงงานเล่าว่าเหมวัตไปเอาสาวโรงงานทำเมีย”

“คุณปู่คงไม่ยอม”

“ใช่...ปู่แกสั่งให้ทิ้งผู้หญิงคนนั้นแต่เหมวัตไม่เชื่อแถมยังขโมยเงินไปหลายล้านแล้วพาเมียมันหนีหายหัวไปทั้งคู่ ปู่แกตัดเป็นตัดตายไม่ยอมให้ใครตามหา”

“อาเหมวัตขโมยเงินด้วยเหรอคะ”

“เสี่ยสองเป็นคนเห็นแต่เสี่ยสามมันหาว่าเสี่ยสองโกหก แม่ถามพ่อแกเขาก็อ้ำๆอึ้งๆไม่เล่าให้ฟัง แต่ก็ดีแล้วถ้าเหมวัตยังอยู่พวกเราก็คือหมาหัวเน่า”

เหมันต์พามนตราไปส่งบ้านตัวเองและฝากเอมให้ช่วยดูแลระหว่างรอรถจากมูลนิธิ ส่วนตัวเองรีบไปโรงพยาบาลเมื่ออู๋โทร.บอกว่าชาญเป็นลมระหว่างทำงานซ่อมรองเท้าจนคนแถวนั้นต้องหามส่งโรงพยาบาล

อ่านละคร ประกาศิตกามเทพ ตอนที่ 3 วันที่ 24 ก.ย.61

ละครเรื่องประกาศิตกามเทพ บทประพันธ์โดย รจเรข
ละครเรื่องประกาศิตกามเทพ บทโทรทัศน์โดย กฤติญา สัมฤทธิ์ประสงค์
ละครเรื่องประกาศิตกามเทพ กำกับการแสดงโดย อนุวัฒน์ ถนอมรอด
ละครเรื่องประกาศิตกามเทพ ผลิตโดย บริษัท ดีวัน ทีวี จำกัด
ละครเรื่องประกาศิตกามเทพ ออกอากาศทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ