อ่านละคร ริมฝั่งน้ำ ตอนที่ 4 วันที่ 22 ก.ย.61

อ่านละคร ริมฝั่งน้ำ ตอนที่ 4 วันที่ 22 ก.ย.61

วีนัสกลับไปนั่งกอดเข่าด้วยความผิดหวังเสียใจ ยายพิกุลที่กำลังจัดขนมใส่กล่องอยู่กับคณิตาและธนพัตปลอบใจว่าเราทำดีที่สุดแล้ว วีนัสพูดด้วยสีหน้ามุ่งมั่นว่า

“หนูไม่ยอมแพ้หรอกค่ะ...มันต้องมีทางสิ หนูต้องทำให้อาจารย์พฤกษ์ใจอ่อนจนได้”

เช้านี้...ขณะพฤกษ์จะไปทำงาน ดูในตู้จดหมายเห็นจดหมายหลายฉบับ มีทั้งของตัวเองและพ่อ พฤกษ์เปิดดูของพ่อเป็นจดหมายจากธนาคารเตือนให้จ่ายดอกเบี้ยเงินกู้ 5 ล้านที่พ่อกู้มาปรับปรุงสวนกล้วยไม้และส่งตนเรียน



ไตรทศบอกว่าห้าล้านค่อยๆผ่อนไปก็มีทางหมด

ไอลดาบอกว่าเงินเดือนอาจารย์กว่าจะผ่อนหมดหัวหงอกเลยล่ะ ไตรทศถามว่าหรือจะขายสวนกล้วยไม้

“ฉันไม่มีหน้าไปตอบแม่แน่ๆว่าขายสิ่งที่พ่อกับแม่ร่วมสร้างกันมาทำไม”

ไอลดากับไตรทศบอกว่ามีอะไรให้ช่วยบอกมาเลยอย่าเกรงใจ พฤกษ์ขอบใจ แต่ตนยังพอมีทาง ไตรทศถามว่าทางไหน พฤกษ์มองไปที่สวนกล้วยไม้บอกว่า

“ที่นี่ไง ทางหาเงินของฉัน”

ไอลดาถามว่าเขาจะทำสวนกล้วยไม้ต่อจากพ่อหรือ ไหนว่าไม่ชอบไง พฤกษ์บอกว่าไม่ชอบแต่ตอนนี้ไม่มีเวลามานั่งนึกถึงใจตัวเอง ตนต้องรักษาที่นี่ให้ดีเท่าที่พ่อรักษาไว้

เมื่อตัดสินใจแล้ว พฤกษ์ลงมือทำทันทีเขาขอติดรถลุงเพชรไปส่งกล้วยไม้เพื่อจะได้รู้จักลูกค้าทุกคน ลุงเพชรถามว่าจะไปส่งกล้วยไม้เองเลยหรือ

“พ่อผมเคยทำแบบนี้ไม่ใช่เหรอ ผมจะทำสวนกล้วยไม้ของพ่อเอง ลุงเพชรช่วยสอนผมด้วย” ลุงเพชรบอกว่าถ้าคุณเดชาอยู่คงปลื้มใจ “ทุกอย่างที่พ่อสร้างมาด้วยความรักผมจะดูแลให้เท่าชีวิตผม”

พฤกษ์ยิ้มให้กำลังใจตัวเองและลงมือทำทันที เขาห่อกล้วยไม้ไปส่งตามร้านทะมัดทะแมงยิ้มแย้มแจ่มใส จนบรรดาสาวๆต่างมองอย่างประทับใจที่หนุ่มหล่อมาดดีถือกล้วยไม้

วันนี้วีนัสกับคณิตาไปซื้ออุปกรณ์การทำขนม เห็นพฤกษ์ขณะไปส่งกล้วยไม้ก็หลบแอบดูและตามไปอย่างอยากรู้อยากเห็น พฤกษ์เขาไปในวัดก็นึกว่าพ่อเขาคงมาบวชที่นี่รีบตามไปดู

แต่ที่แท้พฤกษ์เอากล้วยไม้ไปไหว้พ่อที่ช่องโกดังเก็บศพ วางกล้วยไม้กราบแล้วบอกว่า

“พ่อครับ...ผมกับแม่คิดถึงพ่อมากนะครับ...ไอ้ฆาตกรคนนั้น...ไม่ว่ามันมุดหัวอยู่ที่ไหน ผมจะเอาตัวมันมากราบศพพ่อให้ได้...ผมจะรักษาทุกอย่างที่พ่อสร้างมา ผมจะดูแลแม่ให้ดีที่สุด พ่อไม่ต้องห่วงนะครับ”

วีนัสกับคณิตาตามไปแต่พฤกษ์หลุดสายตาไปตอนไปกราบศพพ่อ สองสาวมองตามหา แต่คณิตากลัวผีชวนวีนัสกลับ พอสองสาวเดินเลี้ยวออกไป พฤกษ์ออกมาเห็นหลังไวๆ เขาพึมพำสงสัย...วีนัส?

เมื่อกลับไปถึงโรงพยาบาล พฤกษ์บอกไอลดาว่าสงสัยวีนัสจะรู้เรื่องพ่อตนแล้ว กลัวว่าเธอจะไปบอกความจริงกับแม่ ไตรทศบอกให้ใจเย็นๆตนกับไอลดาจะช่วยสืบให้เอาไหม

“ไม่ต้อง ยังไงก็ห้ามวีนัสเจอแม่ฉันอีก ฉันจะไม่ให้วีนัสมาเหยียบที่บ้านฉัน” พฤกษ์โมโหมาก

ooooooo

โตมรให้บรรดา สว.ในบ้านร่มไม้ชายคาพับดอกบัวถวายพระเพื่อทำรายการ “สูงวัยใจเฟี้ยว” ของเขา โดยกำหนดให้นิ่มนวลที่ยังดูสดใสกว่าเพื่อนเป็นคนพูดสโลแกนว่า

“สูงวัยไม่ไร้คุณค่า ชราอย่างมีความหมาย”

แต่พอถึงคิว นิ่มนวลก็พูดตกหล่นทุกที ต้องเริ่มใหม่หลายครั้ง จนครั้งสุดท้ายพอวีนัสนับถอยหลังบอกให้เริ่มพูด นิ่มนวลก็ยิ้มสวย พูดฉะฉานว่า

“สูงวัย ยิ่งชราค่ะ”

โตมรหงุดหงิดบ่นว่าทำไมไม่จำ คุณนิ่มนวลสวยแต่ลืมตลอด นิ่มนวลยิ้มสวยถามว่า

“ลืมอะไร นี่ก็พูดอย่างที่สั่งแล้ว” แต่พอเริ่มพับดอกบัวต่อก็ถาม “แล้วนี่ฉันพับดอกบัวทำไม” ทำเอาวงแตก ทุกคนลุกเดินหนีอย่างหมดอารมณ์ไปเลยเหลือแต่นิ่มนวลนั่งหน้าสวยพับดอกบัวอยู่คนเดียว

วันต่อมานิ่มนวลบอกว่าพรุ่งนี้ตนจะไปเยี่ยมบ้าน โตมรที่ยังเซ็งค้างถามว่าจำได้เหรอว่าบ้านอยู่ไหน นิ่มนวลบอกว่าบ้านตัวเองทำไมจะจำไม่ได้ ตนไม่หลงขนาดนั้นหรอก แต่พอโตมรถามว่าอยู่ที่ไหน นิ่มนวลก็ทำหน้างงนึกไม่ออก พอดีวีนัสเดินมาบอกว่า

“ไม่เป็นไรพรุ่งนี้หนูจะไปส่งคุณยายนิ่มนวลเองค่ะ”

“แน่ะ เห็นไหม หนูวีนัสเขามีน้ำใจ ไม่เหมือนคุณโต ชอบพูดให้ฉันเขว”

“แล้วตกลงบ้านอยู่ไหน” โตมรกับชาญชัยถามพร้อมกัน นิ่มนวลทำหน้ามึนนึกไม่ออกจริงๆ

ooooooo

นิ่มนวลมีลูก 4 คน คือปารมี ลูกสาวคนโตม่ายผัวตาย สารวัตรวีรกิจลูกชายคนที่สอง พาฝันคนที่สามและกันดิศคนสุดท้องเป็นวิศวกรแต่ตกงานตลอด

ปารมีบ่นว่าแม่บอกจะมาป่านนี้ยังไม่เห็น มาแน่หรือเปล่า พาฝันแขวะว่าที่ห่วงเพราะกลัวไปหาผัวเด็กไม่ทันหรือไง ถูกปารมีแหวสวนทันทีว่า

“นังพาฝัน แกไม่มีปัญญาทำได้แบบฉัน มีผัวนั่งหัวโด่เป็นเสาหินอย่างไอ้กฤชก็อย่าอิจฉา”

“มันน่าอิจฉาหรือน่าเอาปี๊บคลุมหัวกันแน่ ตั้งแต่สาวยันแก่เรื่องตัณหาหน้ามืดไม่เคยลด”

ปารมีโมโหคว้ากล่องทิชชูปาเฉียดพาฝันไปนิดเดียว พอดีวีรกิจกับอุ้มกลับมา ปรามทั้งสองอย่างเบื่อหน่ายว่า จะฆ่ากันก็ไปฆ่าที่อื่น ตนขี้เกียจจับพี่จับน้องเข้าคุก อุ้มพูดต่อทันทีว่าหัวร้างข้างแตกไม่มีเงินประกันติดคุกหัวโตนะ ปารมีเลยหันมาแหวใส่อุ้มว่า

“เงียบเลยนังคุณนายอุ้ม แกหาเงินใช้เองเหรอ วันๆฉันเห็นเอาแต่ขอเงินผัวไปละเลงในวงไพ่”

“เผอิญผัวรวยนี่คะ ผัวรักด้วย เลยไม่ต้องเป็นหญิงเปลี่ยวสายเปย์คอยซื้อความรักจากเด็กหนุ่มๆให้มันหัวเราะเยาะลับหลัง”

วีรกิจห้ามเมียตัวเองให้หยุด พี่สาวตนจะมีรสนิยมแบบไหนก็เรื่องของเขา อุ้มสวนทันควันว่า

“ค่ะ ตราบใดที่ไม่ยุ่งกับเงินของคุณแม่”

“ดีแล้วที่พูดขึ้นมา เดือนนี้แม่มาอยู่กับฉันเพราะฉะนั้นเงินค่าดูแลที่จ่ายให้บ้านร่มไม้ชายคาก็ต้องเป็นของฉันคนเดียว!!!” พาฝันฉวยโอกาสประกาศต่อหน้าทุกคนทันที

วีนัสพานิ่มนวลนั่งแท็กซี่มาส่งที่หน้าโรงงาน “ขนมเปี๊ยะนิ่มนวล” พอดี นิ่มนวลบอกอย่างตื่นเต้นว่า

“ส่งแค่ตรงนี้แหละหนูวีนัส พวกลูกๆยายน่ะเขาคงมารอกันแล้ว พอยายบอกว่าจะกลับบ้านทีไรดีใจกันน่าดู”

แต่พอวีนัสเข้าไปในบ้าน ได้ยินลูกๆของนิ่มนวลกำลังทะเลาะกันเอาเป็นเอาตายเรื่องเงินทองที่จะได้จากแม่และการช่วยกันจ่ายค่าเลี้ยงดูแม่ที่บ้านร่มไม้ชายคา กันดิศถูกพาฝันบ่นว่าไม่ช่วยค่าใช้จ่ายของแม่ กันดิศอ้างว่าตนตกงาน วีรกิจถามว่าตกงานแต่เห็นถ่ายรูปร่อนกินของแพง

“โธ่พี่กิจ ผมไม่สร้างภาพแล้วใครจะมาจ้างผมทำงาน” พาฝันด่าว่าต้องสร้างภาพไปจนหัวหงอกรึไง เป็นวิศวกรประสาอะไรทำงานแป๊บๆครึ่งปีออก กันดิศเถียงไม่ออกเลยย้อนเอาว่า “ผมว่าพี่ฝันลำเอียง ทำไมไม่หารผัวพี่ด้วย” กฤชหน้าเสียที่ถูกลากไปเล่นงานด้วย

ทั้งลูกตัวและลูกสะใภ้โต้เถียงกันเรื่องเงินทองและค่าใช้จ่ายในครอบครัวโดยเฉพาะค่าเลี้ยงดูแม่ นิ่มนวลกับวีนัสเข้ามายืนฟังครู่หนึ่งพวกนั้นจึงเห็น ปารมีทักขึ้นว่าแม่มาตั้งแต่เมื่อไหร่ แล้วนั่นใครยืนบื้อทำไม วีนัสโดนลูกหลงไปด้วย

วีนัสบอกว่าตนมาจากบ้านร่มไม้ชายคานั่งแท็กซี่มาส่งยายนิ่มนวล ก็ถูกพาฝันกับวีรกิจโวยว่าพาแม่ตนนั่งแท็กซี่เกิดมันพาไปปาดคอชิงทรัพย์จะว่ายังไง วีนัสบอกว่ารถตู้ที่บ้านร่มไม้ฯเสีย วีรกิจถามว่าทำไมไม่บอกตน สั่งคำเดียวมีรถไปรับแม่ถึงที่ ด่าว่าไม่รับผิดชอบ เงินค่าเลี้ยงดูแม่ตนเอาไปไหนหมด

นิ่มนวลอายมากบอกให้วีนัสกลับไปก่อน พาฝันพาลว่าให้บอกเจ้าของบ้านร่มไม้ฯด้วยว่าถ้าดูแลแม่ตนไม่ดีเดือนหน้าตนไม่จ่าย วีนัสบอกว่าเราลดให้ได้แต่ถ้าจะให้อยู่ฟรีคงไม่ได้

ลูกๆและสะใภ้โต้เถียงและเกี่ยงกันเรื่องค่าใช้จ่ายในบ้านร่มไม้ฯจนนิ่มนวลอายมาก เมื่อออกมาส่งวีนัสก็ขอร้องเธอว่า “หนูวีนัส อย่าบอกใครเรื่องที่มาเจอวันนี้นะ”

นิ่มนวลขอบใจวีนัส เบาใจที่เธอบอกว่าจะไม่พูดเรื่องนี้ ตนแค่มาส่งยายแล้วกลับเท่านั้น บอกนิ่มนวลว่า

“คุณยายอยากกลับบ้านร่มไม้ฯวันไหนโทร.เรียกหนูมารับนะคะ”

พอวีนัสกลับไปแล้ว นิ่มนวลหันมองบ้านอย่างอับอายที่วีนัสมาเห็นความจริงวันนี้

ooooooo

อานัสต้องการให้ปู่ชาญชัยเห็นว่าตนทำงานหวังทำคะแนน วันนี้เอาบัญชีมาให้ปู่ดู ชาญชัยเปรยว่า หวังว่าพ่อแม่เขาจะไม่เอาไปใช้ในทางที่ผิด อานัสรับรองว่าไม่แน่นอน

พอดีพฤกษ์กับไตรทศเข้ามา พฤกษ์บอกว่าตนมาหาวีนัส ชาญชัยบอกว่าไม่อยู่ ไปส่งคุณนิ่มนวลที่บ้าน

พฤกษ์บอกว่าจะรอเพราะสงสัยว่าวีนัสจะรู้เรื่องพ่อ ไตรทศติงว่าให้ตนกับไอลดาช่วยสืบดีกว่า

“ว่างมากเหรอแก งานราชการไม่มีใช่ไหม แล้วไอ้ไอแค่เคสห้องฉุกเฉินมันก็วุ่นใกล้ตายอยู่แล้ว”

พฤกษ์ย้อนจนไตรทศก็พูดไม่ออก

วันเดียวกันธนพัตก็ไปที่โรงพยาบาลเพื่อถามไอลดาเรื่องป้าบุษกร ไอลดาดี๊ด๊าดีใจอ่อยจนธนพัตเขิน แล้วบอกว่าถ้าอยากรู้เรื่องป้าบุษกรก็ให้ไปที่บ้าน ธนพัต บอกว่ากลัวพฤกษ์จะไม่พอใจ

“ช่วงนี้พฤกษ์ไม่มีเวลาไล่งับใครหรอก ทำงานตัวเป็นเกลียว นอกจากงานสอนแล้วยังมีงานสวนกล้วยไม้ของพ่อด้วย” ธนพัตถามว่าป้าบุษกรคงมีพยาบาลดูแลใช่ไหม “มีค่ะ พฤกษ์มันจ้างมาอย่างแพง ถึงต้องหาเงินตัวเป็นเกลียวหัวเป็นนอต”

ธนพัตฟังอย่างเก็บข้อมูล พอเงยหน้าเห็นไอลดาทำหน้าสวยมองตาเยิ้มก็ชะงัก

ส่วนวีนัสกลับมาเจอพฤกษ์ก็ดีใจถามว่าเปลี่ยนใจแล้วใช่ไหม คุณป้าบุษกรล่ะ? พฤกษ์บอกว่าตนยังไม่เปลี่ยนใจ บอกให้ไตรทศไปรอที่รถตนจะคุยกับวีนัสเอง วีนัสหนาวๆร้อนๆกับท่าทางขึงขังของพฤกษ์ ถอยห่างออกไปอย่างระวังตัว

พฤกษ์ย่างสามขุมตามไปจับแขนถาม “คุณตามผมไปที่วัดทำไม มายุ่งกับเรื่องส่วนตัวผมทำไม!” วีนัสไม่ทันตอบ พฤกษ์ก็รุกไม่ให้ตั้งตัวปรามว่า “เลิกตาม เลิกยุ่ง เลิกอยากรู้เรื่องผม” พอวีนัสบอกว่าตนหวังดีก็ตัดบทว่า “ผมไม่เคยขอความหวังดีจากคุณ” พอวีนัสบอกว่าตนเป็นห่วงป้าบุษกรก็เสียงดังใส่ว่า “ไม่ต้อง! ครอบครัวผมไม่ต้องการคุณ”

พฤกษ์ปล่อยแขนวีนัสหันเดินไปทันทีจึงค่อยรู้สึกว่าตนพูดแรงไป ส่วนวีนัสยกมือปาดน้ำตาอย่างกดดัน พฤกษ์หันกลับมามอง วีนัสไม่มีน้ำตาแล้ว ทั้งสองสบตากันนิ่งเพียงอึดใจ แล้วพฤกษ์ก็หันเดินอ้าวไปเลย

ooooooo

นิ่มนวลกลับมาอยู่บ้านที่ยกให้พาฝันแล้ว บรรดาลูกๆที่แยกย้ายกันอยู่บ้านตัวเองก็แห่กันมาปะเหลาะ

นิ่มนวลกอดหอมแสดงความรักความห่วงใยกันดิศลูกคนสุดท้องมากจนถูกปารมีถามประชดว่าแม่มีลูกคนเดียวหรือ นิ่มนวลบอกว่ามีหลายคนแต่อยากกอดคนเดียว ถามกันดิศว่าทำงานเป็นยังไงบ้าง เขาบอกว่าถูกหัวหน้าคอยแกล้งตนเลยลาออก นิ่มนวลถามว่าแล้วมีเงินใช้หรือเปล่า

“คุณแม่ขา” อุ้มรีบแทรกขึ้นเรียกความสนใจบอกว่าตนเตรียมผลไม้มาให้อย่างดี นิ่มนวลตอบหน้านิ่งว่าเอาไว้ตรงนั้นแหละถ้าอยากกินเดี๋ยวไปแกะเอง วีรกิจอวยเมียตัวเองว่าอุ้มบ่นคิดถึงอยากให้แม่กลับมาอยู่บ้าน

พาฝันร้อนตัวถามว่าไปอยู่บ้านพี่กิจใช่ไหม วีรกิจอ้างว่าบ้านตนยังไม่เรียบร้อยไกลด้วยใครมาหาก็ไม่สะดวก พาฝันพูดอย่างรู้ทันว่าพอจะให้แม่ไปอยู่ด้วยสารพัดจะอ้างทุกที

“นี่...พวกแกจะคุยกันดีๆสักครั้งได้ไหม ฉันกลับมาหาความสบายใจนะ ไม่ใช่มาฟังพวกแกทะเลาะกัน” พอปารมีได้ยินก็ผสมโรงถามพาฝันว่าแม่กลับมาทั้งทีมีอะไรกินมั่ง

“ก็ไม่ซื้อติดมือมาด้วยล่ะ ฉันต้องทำงาน ขายของทุกวัน ลูกก็ต้องเลี้ยง ไม่มีเวลามานั่งเตรียมประเคนป้อนถึงปากใครหรอกนะ”

นิ่มนวลรำคาญลุกพรวดไปเข้าห้องครัวทำอาหารของโปรดของลูกๆ พอตั้งโต๊ะเสร็จ ลูกๆก็รุมกันมากินอย่างเอร็ดอร่อย นิ่มนวลออกไปยืนดูลูกๆ ปาดเหงื่อยิ้มเมื่อเห็นลูกกินข้าวกันเงียบกริบ

แต่พอกินอิ่มพาฝันกับปารมีก็กระแนะกระแหนกันเรื่องค่าใช้จ่ายอย่างไม่ยอมเสียเปรียบกันอีกตามเคย แต่อุ้มมาเหนือเมฆกว่า อ้อนนิ่มนวลว่าวีรกิจไม่ได้เลื่อนตำแหน่งทั้งที่เพื่อนๆไปกันลิ่วแล้วทั้งที่ทำงานดีแต่เส้นสายไม่มี

วันต่อมานิ่มนวลเห็นว่าน้ำไหลอ่อน กลัวจะไม่มีน้ำใช้ จึงเปิดน้ำไว้และเอาถังมารอง แต่ลืมมาดูน้ำเลยล้นนองพื้น ต้องเช็ดถูเป็นการใหญ่

นิ่มนวลถามว่าแล้วเมื่อไหร่จะได้เลื่อน เข้าทางอุ้มพอดีคร่ำครวญว่าเดี๋ยวนี้ถ้าอยากได้ตำแหน่งต้องรู้จัก หาทางลัด ถ้าไม่มีเงินไม่มีของขวัญก็ไม่มีใครนึกถึงเรา นิ่มนวลถามว่าต้องใช้เงินเท่าไหร่

“ประมาณแสนนึงก็พอค่ะ...” เห็นนิ่มนวลชะงักก็บอกว่า “แค่ยืมก่อนนะคะคุณแม่ พอพี่กิจเป็นใหญ่เป็นโตแล้ว อุ้มจะคืนให้คุณแม่หลายๆเท่าเลยค่ะ”

นิ่มนวลฟังแล้วคิด

วีนัสไปแอบดูพฤกษ์ทำงาน เห็นเขาทุ่มเททำจนไม่เหลือมาดอาจารย์อยู่เลยก็เห็นใจ กลับมาเปรยกับคณิตาว่าอาจารย์พฤกษ์ทำงานหนักมากเราน่าจะช่วยอะไรเขาได้บ้างนะ

คณิตาถามว่ายังไม่เข็ดหรือเดี๋ยวก็ถูกเขาพูดใส่หน้าอีกหรอก วีนัสตัดพ้อว่าเพิ่งรู้ว่าเธอเป็นคนใจดำ

“เราไม่ใจดำหรอก แต่เราเลือกช่วยคนที่เขาเห็นค่าเราต่างหาก หรือว่า...วีชอบอาจารย์พฤกษ์ วีทำทุกอย่างเพราะชอบอาจารย์พฤกษ์”

“ไม่นะ ไม่ใช่” วีนัสปฏิเสธพัลวันแล้วเดินหนีสายตาของคณิตา ถามแก้เกี้ยวว่า “คนเรารู้จักกัน ช่วยเหลือกันผิดตรงไหน”

“ก็ไม่ผิดที่จะช่วย แล้วก็ไม่ผิดด้วยถ้าจะช่วยเพราะความรัก” คณิตาแซะอีก วีนัสตัดบทว่าตนอยากช่วยคุณป้าบุษกรต่างหาก พลันก็คิดอะไรออก

“กล้วยไม้สวยๆควรจะเป็นตัวแทนความรักความคิดถึงใช่ไหม” คณิตามองหน้าสงสัย วีนัสยิ้มสวยบอกว่า “เราจะสั่งกล้วยไม้ให้คุณตาชาญชัย”

แล้วเช้าวันต่อมาพฤกษ์ดูรายชื่อที่ต้องไปส่งกล้วยไม้แล้วถามลุงเพชรว่าตรงนี้ไม่ได้จดผิดใช่ไหม

“ลูกค้าสั่งกล้วยไม้ ไปส่งที่บ้านร่มไม้ชายคา”

พฤกษ์ไปส่งกล้วยไม้ที่บ้านร่มไม้ชายคา ถามวีนัสเสียงกระด้างว่า

“คุณสั่งกล้วยไม้ของผมทำไม ไปรู้เรื่องอะไรมา” วีนัสทำหน้าซื่อตาใสถามว่าแค่สั่งกล้วยไม้ต้องรู้เรื่องอะไรด้วยหรือ “คุณคิดว่าจะใช้เงินซื้อความรู้สึกผม”

“ทำไมมองโลกในแง่ร้ายนักล่ะคะ” อธิบายว่าตนรู้ว่าอาจารย์ขายกล้วยไม้ก็อยากอุดหนุน เห็นใจที่อาจารย์ต้องทำงานหนัก รับภาระคนเดียวในบ้านที่หัวหน้าครอบครัวหายไปไหนก็ไม่รู้

“ไม่รู้ก็ไม่มีสิทธิ์มาพูดถึง เรื่องพ่อผมไม่ใช่เรื่องสนุกปากของคุณ!!”

พฤกษ์ระเบิดอารมณ์ออกมาจนวีนัสน้ำตาร่วงอย่างสุดกลั้น

ooooooo

วีนัสร้องไห้เสียใจที่ถูกพฤกษ์ด่าว่ารุนแรงและห้ามมายุ่งกับแม่ตน กลับถึงบ้านร่มไม้ชายคายังทำใจไม่ได้ ชาญชัยถามว่าใครมาขโมยรอยยิ้มหนูวีนัสไป วีนัสบอกว่าคนดุๆ ทำดีแค่ไหนเขาก็มองไม่เห็น

ชาญชัยถามว่าแล้วหนูจะเลิกทำดี เลิกหวังดีเลยหรือ วีนัสตอบทันทีว่าไม่ ตนไม่เลิก พูดปนสะอื้นว่า

“คุณตาขา...หนูคิดถึงคุณป้าบุษกร”

ชาญชัยหันไปตัดกล้วยไม้ส่งให้วีนัสบอกว่า ถ้าไม่ลำบากฝากไปบอกคุณบุษกรด้วยว่าตนก็คิดถึง วีนัสรับดอกกล้วยไม้ประคองไว้ด้วยความดีใจและขอบคุณที่ชาญชัยช่วยตนเต็มที่

วีนัสเอาดอกกล้วยไม้ไปให้บุษกรทันทีบอกว่าทุกคนที่บ้านร่มไม้ฯคิดถึงคุณป้ามาก ถามว่าคุณป้าสบายดีไหม บุษกรบอกว่าตนก็คิดถึงทุกคน สุขบ้างเหงาบ้าง มองปฏิทินบอกวีนัสว่า

“วันพระ ป้าอยากทำบุญบ้าง เมื่อคืนป้าฝัน...ฝันถึงคุณเดชา”

“คุณพ่ออาจารย์ใช่ไหมคะ” บุษกรพยักหน้า วีนัสกระตือรือร้นขึ้นทันที

วันเดียวกัน...พฤกษ์เข้าห้องเรียนในมหาวิทยาลัยประกาศผลสอบ เขาชูกระดาษคำตอบขึ้นประกาศว่า

“ผลสอบออกมาแล้ว พวกคุณทุกคน สอบตก”

เสียงฮือไม่พอใจดังขึ้น นักศึกษาชายคนหนึ่งโวยว่าอาจารย์จะโหดไปถึงไหน พฤกษ์บอกว่าตนไม่ได้โหดแต่เมื่อพวกเขาไม่สนใจจะเรียนรู้ตนก็ไม่มีอะไรจะสอนต่อ

“ล้าหลังชะมัด เขามีแต่ ‘จ่ายครบ จบแน่’...”

“ผมจะไม่ปล่อยให้นักศึกษาของผมจบไปอย่างไม่มีความรู้ติดตัว ไม่มีสมองคิด ไม่มีสำนึก ไม่มีความรับผิดชอบต่อสังคม”

อ่านละคร ริมฝั่งน้ำ ตอนที่ 4 วันที่ 22 ก.ย.61

ละครเรื่องริมฝั่งน้ำ บทประพันธ์โดย ธุวดารา
ละครเรื่องริมฝั่งน้ำ บทโทรทัศน์โดย เป่ากุ้ย
ละครเรื่องริมฝั่งน้ำ กำกับการแสดงโดย ภูธเนศ หงษ์มานพ
ละครเรื่องริมฝั่งน้ำ ฝึกสอนการแสดงโดย อริศรา วงศ์ชาลี
ละครเรื่องริมฝั่งน้ำ ผลิตโดย บริษัท เป่าจินจง จำกัด
ละครเรื่องริมฝั่งน้ำ ควบคุมการผลิตโดย นพพล โกมารชุน
ที่มา ไทยรัฐ