อ่านละคร ริมฝั่งน้ำ ตอนที่ 2 วันที่ 18 ก.ย.61

อ่านละคร ริมฝั่งน้ำ ตอนที่ 2 วันที่ 18 ก.ย.61

วันนี้วีนัสเดินเข้ามาที่บ้านร่มไม้ทำให้ยิ่งคิดถึงภาพร่างพ่อกับแม่ที่ถูกงมขึ้นจากน้ำ ขณะนั้นเองเหลือบเห็นยายนิ่มนวลเอื้อมมือจะเด็ดดอกบัวในบึง เท้าเหยียบโคลนที่ตลิ่งจมลง ยายนิ่มนวลร้องลั่น

วีนัสวิ่งไปดึงยายนิ่มนวลขึ้นมาจนเกือบลื่นไถลลงบึงไปด้วยกัน แต่ก็ยั้งตัวได้ดึงยายนิ่มนวลขึ้นมา ยายนิ่มนวลขอบอกขอบใจวีนัสที่ช่วยชีวิตตนไว้ ชมว่าน่ารัก มีน้ำใจจริงๆ วีนัสยิ้มเซ็งๆติงว่าวันก่อนยายยังว่าตนจองหอง ยายนิ่มนวลทำหน้างง ถามว่ายายเคยว่าหนูเหรอ บอกว่าตนเพิ่งเจอหนูครั้งแรกนี่แหละ ถามว่าพาใครมาอยู่ที่นี่เหรอ

“คุณยายจำหนูไม่ได้เลยเหรอ”



“จำได้สิ หนูช่วยฉันไว้เมื่อกี้ไง หนูชื่ออะไรนะ”

“วีนัสค่ะ”

“ขอบใจมากนะหนูวีนัส ลูกเต้าเหล่าใครนะ น่ารักจริงๆ” ยายนิ่มนวลกอดวีนัสไว้ แต่วีนัสไม่กอดตอบ มองยายนิ่มนวลที่เป็นคนละคนกับวันก่อนงงๆ

วีนัสเดินดูบริเวณบ้านร่มไม้คิดถึงพ่อแม่ คิดถึงคำเตือนสติของยายพิกุลที่บอกว่าพ่อแม่สร้างบ้านร่มไม้มาด้วยความรัก หนูอย่าทำลายมันด้วยความเกลียด และคิดถึงคำปรามาสของพฤกษ์ที่ว่า จะคอยดูวันที่เธอหาตัวเองเจอและประสบความสำเร็จอะไรสักอย่าง วีนัสคิดแล้วบอกกับตัวเองว่า

“ฉันก็อยากรู้ว่า บ้านร่มไม้ชายคามีดีอะไร ถึงทำให้พ่อกับแม่ยอมสละชีวิตปกป้องคนที่นี่”

ในที่สุดวีนัสตัดสินใจรีโนเวตบ้านร่มไม้ชายคาทุกส่วนให้ดูสวยงามร่มรื่นขึ้น สั่งอ้อยผู้ช่วยสาวจอมถึกให้ติดประกาศรับสมัครพนักงานใหม่ สั่งธงชัย รปภ.หนุ่มจอมทะเล้นให้ดูแลความปลอดภัยอย่างเข้มงวด

ไม่กี่วันผ่านไป บ้านร่มไม้ชายคาก็สวยงามมีชีวิตชีวาขึ้นมาอีกครั้ง...

ทางโรงพยาบาลอนุญาตให้บุษกรกลับบ้านได้แล้ว ลุงเพชรคนเก่าแก่จึงพาน้อยให้มาช่วยดูแลบุษกร พฤกษ์บอกน้อยว่าให้ดูแลแม่ตั้งแต่เช้าถึงเย็นส่วนเรื่องอาหารให้ลุงเพชรไปซื้อให้ ซึ่งน้อยก็ดูแลบุษกรอย่างดีจนพฤกษ์พอใจและวางใจ

ooooooo

เมื่อวีนัสตัดสินใจมาบริหารบ้านร่มไม้ชายคาแล้ว เธอเข้มงวดกวดขันทุกอย่าง เห็นอ้อยกับพิกุลทำอาหารหลายอย่างก็บ่นว่าทำอย่างกับโต๊ะจีน ทำไมไม่ทำอย่างเดียวไปเลยจะได้ประหยัด

อ้อยบอกว่าไม่ได้หรอกเพราะคุณตาคุณยายชอบกินไม่เหมือนกัน วีนัสแย้งว่าทำตามใจทุกคนเราก็ขาดทุนสิ

“ไม่หรอกค่ะ คละๆกันไป กำไรไม่สำคัญเท่าความสุขของทุกคนนะลูก” ยายพิกุลพูดไปทำกับข้าวไปอย่างมีความสุข ในขณะที่วีนัสมองอย่างไม่ค่อยเห็นด้วย

พอถึงเวลาอาหาร ยายนิ่มนวลที่เป็นอัลไซเมอร์ก็ก่อความปั่นป่วนขึ้น บอกว่าตนจะกินแกงป่า วีนัสบอกว่านี่แกงป่าหมู ยายนิ่มนวลเสียงเขียวว่าไม่ใช่นี่มันพะแนง ดุวีนัสว่าพูดไม่รู้เรื่องเด็กมาทำงานใหม่ใช่ไหม สั่งให้เรียกอ้อยมา วีนัสพยายามใจเย็นถามว่าคุณยายอยากกินอะไรเดี๋ยวตนจะไปทำให้

“ไข่เจียว”

พอวีนัสไปเจียวไข่มาให้ก็ถามประชดว่าทำน้ำปลาหกทั้งขวดหรือ วีนัสจึงไปทำให้ใหม่ พอตักเข้าปาก

ก็ถามว่าจะใส่น้ำตาลทำไม ทำกับข้าวเป็นหรือเปล่า วีนัสเริ่มทนไม่ไหวก็พอดียายพิกุลถือจานเข้ามาบอกว่า

“ไข่ดาวสุกๆค่ะคุณนิ่มนวล”

ยายนิ่มนวลเปลี่ยนเป็นยิ้มแย้มแจ่มใสทันที ขอบคุณยายพิกุล บอกว่าไม่มีใครรู้ใจตนเท่านี้อีกแล้ว ชมว่าไข่ดาวน่ากินเชียว ยายพิกุลถามว่าจะเอาอีกฟองไหม

“ไม่ล่ะค่ะ หมอสั่งให้คุมคอเลสเทอรอลต้องกินไข่ขาวมากกว่าไข่แดง” แล้วเหล่ไปทางวีนัส “คนงานใหม่นี่แย่นะพูดไม่รู้เรื่อง”

วีนัสหงุดหงิดมาก เข้าครัวไปบ่นว่าคนพูดไม่รู้เรื่องไม่ใช่ตน แกงป่าบอกพะแนงสั่งไข่เจียวแต่กินไข่ดาว บอกว่าตนไม่อดทนแล้ว ทำไมต้องมาทำงานรับใช้คนเป็นอัลไซเมอร์แบบนี้ด้วย

“ถ้าคิดว่ารับใช้ เราก็จะเหนื่อย คิดว่าเรากำลังสร้างความสุขให้คุณตาคุณยายสิคะ” อ้อยติง

“สุขของเขา นรกของเรา...อดทน อดทนเพื่อเงิน อดทนเพื่อธุรกิจใหม่” วีนัสสูดลมหายใจลึกๆภาวนา

“ยังไงก็ขอเจอแค่ยายนิ่มนวลคนเดียวเทิ้ดดดดด”

ooooooo

ดวงใจอดีตนักร้องคาเฟ่ผู้มีความซาบซ่า

ในสายเลือดหนึ่งในสมาชิกของบ้านร่มไม้ชายคา วันนี้ดีใจจนเนื้อหย่อนๆหนังยานๆกระเพื่อม เมื่อได้ไปถ่ายแบบย้อนยุคโดยมีเฟรดริกศิลปินนักเดินทางชาวอังกฤษที่เดินทางมาตามหาเมียที่ทิ้งไปตั้งแต่วัยหนุ่มเป็น

ช่างภาพให้

ดวงใจเปลี่ยนชุดถ่ายแบบจนสุดท้ายถ่ายชุดเซ็กซี่ถูกไฟที่จัดไว้ด้านหลังหล่นทับจนเกือบเดี้ยง กลับมาถึงร่มไม้ชายคาอารมณ์ค้างยังคว้าท่อนไม้แทนไมค์ทั้งร้องทั้งเต้นจนท่อนไม้หลุดมือกระเด็นไปโดนหัววีนัสที่กำลังหอบผ้าจะเอาไปซักล้มตึงหัวโน

นอกจากยายนิ่มนวลกับดวงใจที่ทำให้วีนัสปวดหัวแล้ว วีนัสยังต้องสู้รบตบมือกับโตมรอดีตอธิบดีกรมการปกครองที่ชอบวิพากษ์วิจารณ์การเมือง พอวีนัสเตือนว่าระวังจะถูกฟ้องก็โต้ว่าตนรู้กฎหมายเคยเป็นอธิบดีตั้งแต่เธอยังไม่เกิด

วีนัสเจอความซ่าบรรดาสมาชิกในบ้านร่มไม้ชายคาจนปวดหัวแล้ว ยังถูกยายม้วนแอบเข้ามาชวนโตมรกับดวงใจไปเล่นไพ่อีกก็ยิ่งเซ็งจนท้อ คณิตาต้องให้กำลังใจจนตัดสินใจสู้อีกครั้ง

ฝ่ายหนึ่งธิดาหรือเนมเรียนไม่ดีจนต้องมาอ้อนให้พฤกษ์ปล่อยเกรดให้ พฤกษ์บอกว่าเรียนไม่ไหวก็ดร็อปไว้ก่อน เนมออดอ้อนให้ช่วยตนสักครั้ง พฤกษ์บอกว่าเธอไม่ต้องสอบซ่อมแล้ว ตนจะให้เธอสอบตก

“มีสติตั้งใจเรียนด้วยหนึ่งธิดา ถ้าคุณมีติดตัวแค่ความสวยแต่ไม่มีความรู้ ไม่มีศักดิ์ศรีในตัวเอง ชีวิตคุณจะเรียกหาคนช่วยอยู่ตลอด แล้ววันหนึ่งคุณจะไม่เหลือคุณค่าอะไรในตัวเองเลย” พฤกษ์อบรมเตือนสติแล้วเดินออกไปเลย หนึ่งธิดาผิดหวังมองตามไปอย่างไม่พอใจ

อานัสหนุ่มเพลย์บอยก็หันมาจีบเนมที่น่ารักสดใสจนถูกวิวพริตตี้สาวสวยที่คั่วกันอยู่ตามมาอาละวาด

จนต้องให้ รปภ.ช่วยลากออกไป

อานัสเป็นหลานปู่ในครอบครัวใหญ่ของชาญชัยที่เป็นเจ้าของโรงแรมหรูแต่ความเสเพลทำให้ชื่อเสียงวงศ์ตระกูลเสื่อมเสีย จึงถูกทั้งลูกตัวและเขยสะใภ้เกือบโหลของชาญชัยที่ต่างก็พยายามดันให้ลูกเป็นหลานรัก

ของปู่แย่งสมบัติกันจนชาญชัยที่กลับจากบ้านร่มไม้ชายคาไล่ให้ไปเอามีดมาแทงกันให้ตายไปจะได้หมดเรื่อง

สิริมาแม่ของอานัสเข้มงวดกวดขันช่วงนี้สั่งห้ามอานัสออกไปไหนเพราะกว่าตนจะวิ่งเต้นคดีได้ก็เสียเงินไปเป็นล้าน อานัสรำคาญบอกแม่ให้เลิกพูดเรื่องนี้เสียที สิริมาฉุนขาดสวนไปทันทีว่า

“ฉันก็อยากเลิกพูดแต่ต้องเตือนให้แกจำก่อน ถ้าไม่อยากให้ใครรู้ว่าแกเป็นฆาตกรขับรถชนคนตายก็ห้ามหาเรื่องใส่ตัวอีก” อานัสโมโหแต่พูดไม่ออกเพราะมีความผิดค้ำคออยู่

ooooooo

พฤกษ์ไว้ใจน้อยที่ดูแลแม่อย่างดี แต่วันนี้เขาจับได้ว่าน้อยไม่ได้เป็นอย่างที่เขาเห็นตอนมาใหม่ๆ เพราะเห็นรอยแดงที่รอบข้อมือแม่ เซ้าซี้ถามจน

รู้ว่าถูกน้อยทำร้ายเพราะแม่ทำอะไรไม่ได้ดั่งใจ

พฤกษ์โกรธมากไล่น้อยออกไปทันทีและดูแล

แม่เองพาแม่เข้านอนแล้วจึงเฟซไทม์เล่าให้ไอลดาฟัง ไอบอกให้เขารีบหาเนิร์สซิ่งโฮมคนแก่ให้แม่อยู่ พฤกษ์ถามว่าจะหาที่ไหนตนไม่รู้จัก

“ไม่รู้ก็เสิร์ชหา ในเน็ตมีเพียบ...แกจะมัวเรื่องเยอะอะไรอีก ถ้าแกรักแม่แกต้องทำเพื่อความสุขของแม่ คิดซิ วันนึงถ้าไม่มีแกแม่จะอยู่ยังไง รีบหาที่อยู่ดีๆ คนดูแลดีๆให้แม่ได้แล้ว”

พฤกษ์เสิร์ชหาและเลือกจนพอใจจึงไปที่ศูนย์ร่มไม้ชายคาเพื่อดูสถานที่ ไปเจอนิ่มนวลกำลังอาละวาดว่าสร้อยคอราคาเรือนแสนของตนหาย ต้องมีคนขโมยไปแน่ๆ จะให้ลูกชายที่เป็นตำรวจมาจัดการ

พฤกษ์ช่วยแก้ไขสถานการณ์ขอให้ยายนิ่มนวลใจเย็นๆ ช่วยกันหาให้ดีเผื่อคุณยายลืม ยายนิ่มนวลมองขวับบอกว่าตนไม่ใช่คนแก่ขี้ลืม พนักงานจึงช่วยกันค้นหาอีก อ้อยไปเจอสร้อยทองเส้นสองสลึงอยู่ในตู้เย็น ยายนิ่มนวลก็ยังหาว่าขโมยเอาไปซ่อนไว้ในตู้เย็น

อ้อยเดินคุยมากับพฤกษ์เล่าว่ายายนิ่มนวลแกเป็นอัลไซเมอร์ของหายทุกวันบางวันก็เจอในตู้กับข้าว ถามพฤกษ์ว่าตกลงเขาจะพาใครมาอยู่ที่นี่

“ผมขอคิดดูก่อนนะครับ ไว้ผมจะมาใหม่ วันที่เจ้าของอยู่นะครับ”

พฤกษ์เดินออกไป คลาดกับวีนัสที่ไปซื้อของกลับมานิดเดียว...

ooooooo

วีนัสมาเห็นยายพิกุลทำขนมลูกชุบอยู่ก็ฉุกคิดที่จะทำให้ขนมไทยชาววังสูตรยายพิกุลนี้ติดตลาดทำเงินได้เป็นล้าน จึงไลน์ไปหาพฤกษ์ขอให้พาไปหาเจ้าของพื้นที่ขายขนมราคาถูก

วีนัสคุยว่าตนมีสูตรเด็ดขนมชาววังทำกำไรได้แน่ๆ จะพาอาจารย์ไปดูโรงงานเล็กๆในบ้าน มีกำลังผลิตเยอะสั่งเท่าไหร่ก็ทำส่งได้ รับรองไม่ทำให้อาจารย์ขายหน้าแน่

เห็นวีนัสรับรองแข็งขันพฤกษ์จึงโทรศัพท์คุยให้ ครู่เดียวก็บอกว่าเจ้าของพื้นที่นัดให้ไปพบพรุ่งนี้ ย้ำว่าอย่าสาย บอกแล้วพฤกษ์เดินไปเลย

“ขอบคุณมากนะคะอาจารย์พฤกษ์ โรบอทใจดี”

พฤกษ์แอบอมยิ้มเขินๆ ไม่ยอมให้วีนัสเห็นให้เสียฟอร์ม

กลับถึงบ้าน วีนัสเล่าให้คณิตาฟังฝันเฟื่องว่าถ้าปีนี้ขายได้กำไรเกินเป้าปีหน้าก็จะขายแฟรนไชส์ทั่วประเทศ ทำเล็กๆ ขายออนไลน์ ทำตลาดเมืองนอก ส่งขายทั่วโลก ฝันเฟื่องจนคณิตาตบหน้าเบาๆ ปลุกให้ตื่น

“เราไม่ได้ฝันนะณิตา เขาเรียกว่าแรงบันดาลใจไปได้ทุกที่”

วีนัสพูดจริงจังราวกับมันเกิดขึ้นแล้ว จนคณิตากับยายพิกุลหัวเราะ

ooooooo

ชาญชัยกลับมาถึงบ้านร่มไม้ชายคาโดยมีอานัสกับสิริมามาส่ง มีต้นหลานชายวัย 17 ลูกเอกยุทธลูกชายคนที่สี่กับสุจิตราประคองมา ตามด้วยอินทิราลูกสาวคนที่สาม พอวีนัสเห็นขบวนที่มาก็กลืนน้ำลาย เอื๊อกถามอ้อยว่าเขาอยู่ที่นี่หรือ

“คุณตาชาญชัยเจ้าของโรงแรมค่ะ ลูกๆมารับกลับไปเดือนนึง”

ต้นกับอานัสชิงกันดูแลชาญชัยเพื่อเอาใจทำคะแนน อินทิรากับสิริมาก็แย่งกันประคับประคองเอาใจแต่ชาญชัยไม่สนใจ เห็นวีนัสก็ถามอ้อยว่ารับพนักงานใหม่มาหรือ อินทิราแจ๋ว่าลูกจ้างใหม่เลยไม่รู้งานไม่รู้จักเอาใจลูกค้า อ้อยจะบอกความจริง วีนัสก็ชิงพูดแทรกว่า ตนเป็นลูกจ้างอยากใช้อะไรว่ามาเลย

อินทิรายังวอแวถามเรื่องงานวันเกิดพ่อ ชาญชัยมองเบื่อๆ วีนัสเลยตัดบทว่า

“เชิญกลับค่า คุณตาชาญชัยอยู่ในความดูแลของบ้านร่มไม้ชายคาแล้ว” สิริมาถามว่าไล่พวกตนหรือ “ฉันต้องไล่ค่ะ เพื่อความสบายใจของคุณตา”

อานัสเห็นวีนัส ถามว่าทำงานที่นี่หรือเธอ

เขาหลีตามเคยว่า “คงได้เจอกันบ่อย”

อ้อยถามว่าคุณน้องแอบไปรู้จักหลานคุณตาตอนไหน วีนัสบอกว่าที่โรงแรมโดยบังเอิญ ชาญชัย มองวีนัสอย่างพิจารณาอีกทีแล้วเอ่ย

“ขอโทษด้วย ถ้าฉันทักหนูผิดไป หนูคงไม่ใช่คนงานใหม่”

วีนัสมองชาญชัยยิ้มให้อย่างเป็นกันเอง พอเข้าไปในห้องนั่งเล่นดวงใจบอกชาญชัยว่า เขาชื่อหนูวีนัสเป็นหลานคุณพิกุล นิ่มนวลถามว่าทำไมทำตัวซอมซ่อไม่สมฐานะ วีนัสบอกว่าตนไม่ใช่เจ้าของแต่มาทำคั่นเวลา

เฟรดริกชมว่าน่ารัก...ถ่อมตัว ฝ่ายโตมรปรามาสว่าดูปั๊บก็รู้แล้วว่าเป็นโรคเหม็นคนแก่ สบประมาทอีกว่า

“เด็กรุ่นใหม่ เพ้อๆ คลิกอากู๋ก็คิดว่ารู้จักทั้งโลกแล้ว จะทนของจริงเหนื่อยจริงลำบากจริงได้สักกี่น้ำ”

วีนัสชักสีหน้าเดินออกไปทันที ชาญชัยมองตามอย่างสังเกต เดินตามไปเห็นวีนัสเตะต้นไม้ระบายอารมณ์ก็พูดอย่างเข้าใจว่า

“หนุ่มๆสาวๆต้องมาอยู่กับคนแก่ก็น่าอึดอัดนะ...อายุอย่างหนูฉันไม่ค่อยเห็นมาทำงานดูแลคนแก่”

“หนูตอบตรงๆก็ได้ค่ะ หนูทำงานหาเงินเอาไปสร้างธุรกิจของตัวเอง” ชาญชัยชมว่าดี วีนัสได้แรงสนับสนุนถามอย่างกระตือรือร้นว่า “คุณตาว่าดีจริงๆใช่ไหมคะ”

“ฉันชอบคนหนุ่มสาวที่มีความคิดแล้วก็ลงมือทำ เพราะนาฬิกาของฉันเดินถอยหลัง ไม่เหมือนนาฬิกาของหนูที่กำลังเดินหน้า”

ชาญชัยยิ้มให้อย่างชื่นชม ทำให้วีนัสฮึดขึ้นมาอย่างมีกำลังใจมาก

ooooooo

วันนี้พฤกษ์ไปหาไตรทศที่สถานีตำรวจถามว่าเจอคนขับรถแล้วใช่ไหม ไตรทศบอกว่าไม่ใช่แต่ปิดคดีแล้วพลางเอาแฟ้มให้ดู

ในแฟ้มมีรูปรถของอานัสจอดอยู่ที่ทาวน์โฮม

หลังหนึ่งมีรูปนายดนตร์ ตรัยสืบศิลป์ เป็นพนักงานบริษัท ในแฟ้มระบุว่านายดนตร์เป็นเจ้าของรถ สาเหตุการตายคือหัวใจวายเฉียบพลัน พฤกษ์ถามว่าตายวันเดียวกับพ่อ

“ใช่ ตำรวจเจ้าของคดีสรุปว่านายดนตร์เสียชีวิตหลังจากขับรถชนพ่อ”

“ฉันไม่ยอมจบแค่คำว่าปิดคดี ทุกอย่างมันง่ายลงตัวไปหมด แกช่วยฉันต่อได้ไหมไตรทศ หาฆาตกรตัวจริงให้ได้”

ไตรทศรับปาก บอกว่าตนก็ไม่ยอมให้พ่อตายฟรีเหมือนกัน พฤกษ์ดูนาฬิกาบอกว่าไว้ค่อยคุยกันต่อ

วันนี้ตนต้องไปก่อน

วีนัสไปรอพฤกษ์ตามนัดถือกล่องขนมไปด้วย เห็นคนมายืนตรงหน้าก็ร้องทัก “อาจารย์” แต่กลายเป็นอานัส เขาหาว่าเธออู้งานไม่ดูแลปู่ของตน วีนัสฉุนกึกอธิบายยาวก่อนบอกว่ามีคนอื่นดูแลอยู่แล้ว

ที่แท้อานัสมารอหนึ่งธิดา พอหนึ่งธิดามาเห็น

ทั้งสองกำลังโต้เถียงกันก็ด่าวีนัสว่าไม่มีมารยาทแต่ตนไม่ถือเพราะคนเราต้นทุนไม่เท่ากัน แล้วเร่งอานัสให้

พาไปสปาที่เขาคุยว่าดีที่สุดในเอเชีย แล้วควงกันไป

พฤกษ์เพิ่งมาถึงเขาขอโทษที่มาสาย วีนัสถามว่าที่นี่หรือที่จะให้ตนเอาขนมมาขาย พฤกษ์บอกว่าใช่

เพราะตนรู้จักกับผู้จัดการที่นี่ วีนัสโพล่งทันทีว่า “ฉันจะกลับ ไม่ขายแล้ว”

พฤกษ์โมโหว่าอย่ามาเล่นเกมตนมีธุระ วีนัสขอโทษที่ทำให้เขาเสียเวลาแต่ตนจะไม่ง้อคนที่ดูถูกตน ว่าแล้วเดินอ้าวไปที่ลานจอดรถ พฤกษ์ตามไปดึงแขนถามว่าใครดูถูกเธอทำให้กล่องขนมตก ขนมกระจายเลยรีบจะช่วยเก็บ วีนัสบอกไม่ต้องเก็บ

พฤกษ์เตือนสติว่ามีเหตุผลหน่อย วีนัสสวนทันทีว่า “เหตุผลฉันคือ ฉันจะไม่ทำธุรกิจกับคนใจแคบ”

“คุณมันเด็ก ความคิดเด็กๆ พอเจอปัญหาก็เอาแต่วิ่งหนี ผมไม่น่าคิดเลยว่าคุณจะเป็นลูกศิษย์ที่สู้ที่สุด...เสียเวลา” พฤกษ์เดินหัวเสียออกไปเลย

วีนัสมองตามพฤกษ์ไปด้วยความรู้สึกเสียใจแล้วก้มเก็บขนมที่หล่นกระจาย อานัสกลับมาเห็นจะช่วยเก็บ วีนัสเสียงเขียวใส่ว่า “อย่ายุ่งของของฉัน”

อานัสเห็นกล่องขนมมีรูปวีนัสยิ้มเป็นโลโก้ก็ประชดอีกว่าเอาเวลาไปทำขนมไม่ดูแลปู่ของตนที่จะได้เงินมากกว่า วีนัสสวนทันควันว่า

“งานสุจริตไม่ว่าจะได้เงินแค่ไหน ฉันก็ทำ”

อานัสเย้ยว่าจนแล้วยังหยิ่ง “ทำไมคะหรือมีแต่คนรวยที่จะหยิ่งได้ มีศักดิ์ศรีได้ มีแต่คนรวยอย่างคุณเหรอคะที่จะทำอะไรก็ไม่ผิด เงินคุณไม่ได้มีค่ากับฉันเท่าไหร่หรอกค่ะ แต่มันคงมีค่ากับคุณมาก เพราะมันต้องเอาไว้ซื้อเปลือกปลอมๆหรูๆ ไว้ปิดไว้ห่อจิตใจหยาบๆของคุณ”

อานัสว่าด่าแรงขนาดนี้เดี๋ยวจะเรียก รปภ.มาจับ โยนออกไป วีนัสโต้เถียงอย่างไม่หวั่นเกรงว่าเขาจะเป็นใคร บอกว่าที่ด่าเพราะเขาไม่มีมารยาทกับตนก่อน ว่าแล้วสะบัดไปเลย

อานัสมองอย่างไม่พอใจที่ลูกจ้างอย่างเธอบังอาจมาโต้เถียงกับตน มองตามอึ้งๆ บ่น

“ผู้หญิงอะไร...เถียงได้ทุกคำ” แต่บ่นแล้วก็อดยิ้มไม่ได้

ฝ่ายวีนัสเมื่อนึกถึงคำตำหนิของพฤกษ์แล้วก็เสียใจ

ooooooo

เมื่อวีนัสเอาขนมกลับมา ยายนิ่มนวลเห็นก็หยิบกินจำได้ว่าเป็นขนมของคุณพิกุล อดคุยไม่ได้ว่าขนมเปี๊ยะของตนขายดีขนาดคนต่อแถวซื้อเลย

แต่ลูกบอกให้เลิกไม่อยากให้เหนื่อย ตนเลยเลิก

วีนัสสนใจถามว่าลูกหลานคุณยายทำขนม

ขายต่อหรือเปล่า

“จะขายให้เหนื่อยทำไมเดี๋ยวเขามาเยี่ยมฉัน เธอจะเห็นแต่ละคนเป็นใหญ่เป็นโตทั้งนั้น ดีกว่าหลานชาย คุณชาญชัยเทียบกันไม่เห็นฝุ่น...ชื่ออะไรนะ...ที่มีข่าวลงหนังสือพิมพ์บ่อยๆ”

“อานัส”

“ใช่ๆ มีแต่เรื่อง มีข่าวตลอด คุณชาญชัยเขาถึงไม่อยากกลับบ้าน”

วีนัสเซ็งขึ้นมาอีกเมื่อได้ยินชื่ออานัส

อ่านละคร ริมฝั่งน้ำ ตอนที่ 2 วันที่ 18 ก.ย.61

ละครเรื่องริมฝั่งน้ำ บทประพันธ์โดย : ธุวดารา
ละครเรื่องริมฝั่งน้ำ บทโทรทัศน์โดย : เป่ากุ้ย
ละครเรื่องริมฝั่งน้ำ กำกับการแสดงโดย : ภูธเนศ หงษ์มานพ
ละครเรื่องริมฝั่งน้ำ ฝึกสอนการแสดงโดย : อริศรา วงศ์ชาลี
ละครเรื่องริมฝั่งน้ำ ผลิตโดย : บริษัท เป่าจินจง จำกัด
ละครเรื่องริมฝั่งน้ำ ควบคุมการผลิตโดย : นพพล โกมารชุน
ที่มา ไทยรัฐ