อ่านละคร ชาติเสือพันธุ์มังกร ตอนที่ 2 วันที่ 15 พ.ย.61

อ่านละคร ชาติเสือพันธุ์มังกร ตอนที่ 2 วันที่ 15 พ.ย.61

ปิ่นมุกเดินใจลอยเข้าห้อง สมองอื้ออึงไปด้วยคำพูดประกาศของทรงวาดว่าจะแต่งงานกับเธอทันทีที่เรียนจบ ทรงวาดก็นั่งไม่ติดสุดท้ายต้องไปเคาะประตูห้องสาวน้อยในอุปการะขอปรับความเข้าใจ

“อั๊วกลัวลื้อเข้าใจผิด ที่อั๊วคุยกับอาเจ็ก...คืออั๊วไม่ได้คิดแต่งงานกับลื้อจริงๆหรอกนะ อั๊วก็แค่พูดเอาตัวรอดไปเท่านั้นเองแต่อั๊วจะอ้างคนอื่นก็ไม่ได้ เกิดอาเจ็กอีไปตามสืบขึ้นมาความก็แตกอีก อั๊วก็เลยอ้างลื้อเพราะกว่าลื้อจะจบปริญญาตรีก็อีกหลายปี ป่านนั้นอาไต้เกียวอีก็คงแต่งงานไปแล้ว...ลื้อเข้าใจอั๊วนะ”

ทรงวาดแก้ตัวยาวเหยียด ปิ่นมุกอึ้งไปอึดใจก่อนแกล้งหัวเราะกลบเกลื่อน


“อั๊วรู้อยู่แล้วว่าเฮียต้องโกหก อย่างเฮียจะมาแต่งงานกับอั๊วได้ยังไง”

“ลื้อรู้ก็ดีแล้ว อั๊วค่อยสบายใจหน่อย กลัวลื้อเข้าใจผิด อั๊วกังวลจนนอนไม่หลับแล้วเนี่ย”

พูดจบก็ผละไป ทิ้งสาวน้อยในอุปการะให้มองตามอึ้งๆ สับสนในใจอย่างบอกไม่ถูกว่าควรดีใจหรือเสียดายที่เขาบอกว่าคำประกาศแต่งงานด้วยเป็นแค่ข้ออ้างส่งๆ...

เม่งฮงไม่ได้บอกเรื่องทะเลาะกับหลานชายให้ฮุ่ยเซี้ยงรู้ ไต้เกียวเลยยังมีความหวังแวะไปทำอาหารให้ทรงวาดเหมือนเคย แต่เมื่อรู้ว่ากิมเอ็งมาทำหน้าที่แม่ครัวประจำจึงรู้ตัวว่าถูกทรงวาดปฏิเสธ

ฮุ่ยเซี้ยงรู้เรื่องไต้เกียวหลานสาวคนสวยถูกทรงวาดปฏิเสธก็ของขึ้น

“อาโฮ่วทำอย่างนี้หมายความว่าอะไร!”

ไต้เกียวถอนใจพรึด เอ่ยเสียงเครียด “จะต้องตีความหมายอะไรอีกอาแปะ เฮียโฮ่วไล่อั๊วทางอ้อมน่ะสิ เห็นอั๊วไปทำกับข้าวให้กินบ่อยๆเลยหาคนมาทำแทนซะเลย แถมกำชับยัยแก่นั่นอีกว่าห้ามใครทำให้กินเด็ดขาด”

“หลานสาวอั๊วทั้งสวยทั้งดีอย่างนี้มันจะเอาอะไรอีกวะ”

“อั๊วเบื่อเต็มทนแล้วนะอาแปะ อั๊วบอกแล้วว่าเฮียโฮ่วไม่สนใจอั๊วหรอก อาแปะก็ไม่เชื่ออั๊ว”

“ใจเย็นๆน่าอาไต้เกียว นึกถึงโรงสีแล้วก็ทรัพย์สมบัติต่างๆที่ไอ้เก๋าเจ้งนั่นมีสิ ไหนจะมีพ่อบุญธรรมเป็นคนใหญ่คนโตอีก ถ้าลื้อได้เป็นเมียอีสบายไปทั้งชาติเลยนา”

ฮุ่ยเซี้ยงเล็งเห็นผลประโยชน์ที่จะได้จากการจับหลานสาวดองกับทรงวาดเลยตะล่อมให้อดทน ไต้เกียวคร้านจะเถียงว่าคงไม่มีทางเป็นไปได้ ได้แต่ยืนหน้าเซ็งกระทั่งเม่งฮงแวะมาหา ฮุ่ยเซี้ยงจึงหันไปโวยวายใส่

“ลื้อมาก็ดีแล้ว รู้เรื่องหลานชายอวดดีของลื้อหยามน้ำหน้าอั๊วกับอาไต้เกียวรึยัง อั๊วหากินมาค่อนชีวิตยังไม่เคยมีใครกล้าหยามอั๊วอย่างนี้มาก่อน”

เม่งฮงอึดอัดใจมากแต่ทำได้แค่ปลอบแกนๆ “ใจเย็นๆก่อนตั่วเฮีย ไม่ใช่แค่ตั่วเฮียอั๊วก็โดนอาโฮ่วอีหยามมาเหมือนกัน ดูเอาเถอะ...อีจะเอาอีเด็กขอทานนั่นมาเป็นเมีย ไม่ติดว่าเป็นหลานได้ตายกันไปข้างแล้ว”

ท่าทางหนักใจของเม่งฮงทำให้ไต้เกียวเหลืออด แหวใส่ฮุ่ยเซี้ยงผู้เป็นลุง

“อั๊วบอกอาแปะแล้วใช่ไหมว่าเฮียโฮ่วไม่สนใจอั๊วอาแปะก็ไม่ฟัง ให้อั๊วแส่หาความอัปยศจนได้”

ฮุ่ยเซี้ยงเห็นหลานสาวอับอายก็เจ็บใจ “ลื้อดูอาฮง หลานสาวอั๊วผิดอะไรต้องโดนยังงี้ ลื้อรับปากอั๊วว่าจัดการจับคู่ให้ได้แน่ๆ แล้วนี่อะไร...หลานชายลื้อเห็นอีเด็กไม่มีหัวนอนปลายตีนดีกว่าหลานสาวอั๊ว ลื้อมันไม่ได้เรื่อง เก่งแต่ปาก”

เม่งฮงหน้าเสีย เกรงใจฮุ่ยเซี้ยงในฐานะหุ้นส่วนใหญ่ของแก๊งจึงรับปากแบบขอไปที

“ตั่วเฮียไม่ต้องเป็นห่วง อั๊วจะรับผิดชอบเรื่องอาไต้เกียวเองไม่ให้ใครมาดูถูกอีได้หรอก!”

ไต้เกียวไม่ได้เบาใจกับคำสัญญาของเม่งฮง ในใจเดือดพล่านทั้งอับอายและแค้นใจที่ถูกทรงวาดปฏิเสธ ไหนจะปิ่นมุกสาวน้อยในอุปการะของทรงวาดที่ด้อยกว่าเธอทุกเรื่องแต่เขาก็เลือกจะแต่งงานด้วย...สงสัยเธอจะนิ่งนอนใจไม่ได้ คงต้องลงมือทำสักอย่างให้เขาเป็นของเธอให้ได้!

ooooooo

ทรงวาดไม่ยี่หระอารมณ์โกรธเคืองของเม่งฮงกับฮุ่ยเซี้ยง ดำเนินชีวิตตามปกติ ทั้งบริหารโรงสีที่ขายดีวันดีคืนและทำงานบางอย่างให้การันต์กับชาญยุทธพ่อกับพี่ชายบุญธรรม

อย่างเช่นวันนี้ที่เขาให้เฮ้งเตี๋ยงลูกพี่ลูกน้องหนุ่มพามาดูที่ดินของลูกหนี้บ่อนของแก๊งหกห้อง

“ถ้าเฮียอยากได้ที่แถวนี้จริงๆก็ไม่ยากหรอก เจ้าของที่ติดหนี้บ่อนอั๊วท่วมหัว น่าจะดีใจเสียอีกที่เฮียซื้อ ว่าแต่...เฮียจะซื้อไปทำไม อั๊วไม่เห็นมีอะไรดีเลย มีแต่หญ้ากับดินลูกรัง”

“อั๊วไม่ได้เอาไว้เองหรอก พี่บุญธรรมอั๊วสั่งให้มาซื้อเพราะอีกไม่นานจะมีการสร้างมหาวิทยาลัยที่นี่ ก็เลยกว้านซื้อไว้ก่อนตั้งแต่ที่ดินยังถูกๆอยู่”

“จริงเหรอเฮีย...มีอำนาจมันก็ดีอย่างนี้ล่ะนะ หาเงินง่ายจริงๆ”

ทรงวาดไม่ตอบหรืออธิบาย โชคดีที่พริ้มเพราหญิงสาวโรงน้ำชาที่เฮ้งเตี๋ยงคบหามาตามไปกินข้าว พริ้มเพราแยกไปรออีกทาง ทิ้งทรงวาดให้เปิดอกถามเฮ้งเตี๋ยงอย่างจริงจัง

“อาเจ็กรู้รึเปล่าว่าลื้อกับพริ้มเพราคบหากันอยู่”

“รู้ได้ไงล่ะเฮีย พริ้มเพราเป็นผู้หญิงโรงน้ำชาถ้าแค่มีอะไรด้วยอาป๊าไม่ว่าหรอกแต่ถ้าจริงจังอาป๊าเอาตายแน่”

“แล้วลื้อจริงจังรึเปล่า”

“อั๊วรักอาพริ้มเพราจริงๆ ไม่เคยรู้สึกอย่างนี้กับผู้หญิงคนไหนมาก่อนเลยนะเฮีย”

คำสารภาพของลูกพี่ลูกน้องหนุ่มทำให้ทรงวาดถอนใจยาว หนักใจแทนอนาคตอีกฝ่ายเพราะรู้นิสัยเม่งฮงดีว่าคงไม่ยอมให้ลูกชายลงหลักปักฐานกับผู้หญิงโรงน้ำชาอย่างพริ้มเพรา

เฮ้งเตี๋ยงก็คิดไม่ต่างกัน ถอนใจหนักหน่วง “บางทีอั๊วก็อยากเป็นได้สักครึ่งของเฮียนะ เฮียรู้ไหมว่าตั้งแต่เกิดมาอั๊วไม่เคยเห็นใครกล้าขัดใจอาป๊ามาก่อนเลย มีเฮียเป็นคนแรกนี่แหละ”

ทรงวาดไม่ได้ภูมิใจกับความกล้าของตัวเองนัก รู้ดีว่าเป็นแค่คำโกหกให้พ้นการจับคู่ของเม่งฮงกับฮุ่ยเซี้ยง แต่เฮ้งเตี๋ยงไม่รู้ เช่นเดียวกับคนอื่นๆในบ้านยกเว้นก๊กไช้กับปิ่นมุกที่ได้ยินกับหูเมื่อวันก่อน

ปิ่นมุกทำตัวปกติเพราะคุยกับทรงวาดแล้วถึงข้ออ้างเพื่อปฏิเสธไต้เกียวแต่ก๊กไช้ไม่รู้และปากสว่างบอกทุกคนในบ้านว่าปิ่นมุกเป็นว่าที่เถ้าแก่เนี้ยของทรงวาด!

กิมเอ็งเป็นคนแรกที่ปิ่นมุกหรือเตียงจูจับได้ถึงความผิดปกติ ทิเหล็งมือขวาของทรงวาดเป็นคนต่อมาที่ทำท่านอบน้อมกับเธอเกินกว่าเหตุ ปิ่นมุกทนอึดอัดไม่ไหวเปิดฉากถามตรงๆ

ทิเหล็งบ่ายเบี่ยงไม่ยอมบอก ปิ่นมุกโมโหจะคาดคั้นเอาเหตุผลจริงๆ โชคดีที่ป่วยซังกับสุเทพเดินเข้าบ้านพอดีพร้อมสายตากรุ้มกริ่มไม่ต่างจากกิมเอ็งกับทิเหล็ง ปิ่นมุกเลยเดาได้ว่าก๊กไช้เป็นต้นตอข่าวลือบอกทุกคนเรื่องทรงวาดประกาศจะแต่งงานกับเธอทันทีที่เรียนจบ

ปิ่นมุกอายจัดจะเอาเรื่องก๊กไช้ที่ปากสว่าง

สองหนุ่มสาวรุ่นราวคราวเดียวกันวิ่งไล่กันรอบบ้าน เรียกรอยยิ้มได้จากทุกคนทั้งกิมเอ็ง ทิเหล็ง ป่วยซังและสุเทพ โดยไม่รู้เลยว่าความสงบอาจอยู่ไม่นาน...

ooooooo

ฮุ่ยเซี้ยงร้อนใจที่ทรงวาดปฏิเสธหลานสาว เม่งฮงไม่อยากมีปัญหากับหุ้นส่วนใหญ่ของแก๊งเลยคิดจับคู่ไต้เกียวให้เฮ้งเตี๋ยงลูกชายคนโตแทน เฮ้งเตี๋ยงประสาทเสียมาก ไม่เต็มใจแต่ขัดใจพ่อไม่ได้

พริ้มเพราหญิงสาวโรงน้ำชาคู่ขาของเฮ้งเตี๋ยงรับฟังเรื่องเขาถูกพ่อจับคู่ให้หลานสาวของหุ้นส่วนใหญ่ของแก๊งหกห้องด้วยสีหน้านิ่งสงบ เฮ้งเตี๋ยงเสียอีกเป็นเดือดเป็นร้อนจนต้องโวยวาย

“ลื้ออย่าเอาแต่เงียบสิอาพริ้มเพรา อั๊วกลุ้มใจจะแย่อยู่แล้ว”

“แล้วพี่เตี๋ยงจะให้ฉันพูดอะไรล่ะจ๊ะ เรื่องเรามันก็ต้องลงเอยอย่างนี้อยู่แล้ว หรือว่าพี่เตี๋ยงจะพาฉันหนี”

“นี่ไม่ใช่เวลามาพูดเล่นนะ อั๊วไม่ได้อยากหมั้นกับอาไต้เกียวเลย อั๊วรักลื้ออยากอยู่กับลื้อคนเดียว”

“ฉันก็รักพี่เตี๋ยงจ้ะ แต่ฉันเป็นผู้หญิงขายตัวแล้วฉันก็มีพ่อแม่ มีน้องให้ดูแล แค่เราได้รักกันฉันก็ถือว่าโชคดีที่สุดแล้ว มันเป็นไปไม่ได้มากกว่านี้หรอกจ้ะพี่เตี๋ยงเองก็รู้”

เฮ้งเตี๋ยงถอนใจยาว ดึงคู่ขาสาวมากอดแน่น พริ้มเพรากอดตอบพลางยิ้มบางๆ

“ฉันเคยเห็นไต้เกียว เขาเป็นคนสวย ท่าทางจะนิสัยดีด้วย พี่อยู่กับเขา...”

พูดไม่ทันจบเฮ้งเตี๋ยงก็โพล่งขัด “หยุดพูดได้แล้ว คนเดียวที่อั๊วรักคือลื้อ อั๊วเกลียดตัวเองที่ทำอะไรเพื่อลื้อไม่ได้เลย ถ้าอั๊วมีความกล้าสักนิดเราสองคนก็คงไม่ต้องเป็นแบบนี้”

เฮ้งเตี๋ยงตัดพ้อด้วยความน้อยใจในโชคชะตา พริ้มเพราได้แต่นอนน้ำตาไหล ช้ำใจเหลือเกินที่เส้นทางรักของตนกับเขาต้องสิ้นสุดแบบนี้...

ไม่ใช่แค่เฮ้งเตี๋ยงที่กลุ้มใจเรื่องถูกจับคู่ ไต้เกียวร้อนรนไม่ต่างกันเมื่อรู้เรื่องจากฮุ่ยเซี้ยง

“นี่น่ะเหรอที่อาแปะเรียกว่าดีแล้ว จากเถ้าแก่โรงสีเหลือแค่แมงดาคุมซ่องเนี่ยนะ”

“ลื้อก็พูดเกินไปอาไต้เกียว ยังไงอาเตี๋ยงอีก็เป็นลูกชายคนเดียวของอาฮง ต่อไปก็ต้องขึ้นมาแทนที่อาฮง แล้วทรัพย์สมบัติทั้งหมดจะไปไหน ก็ต้องตกเป็นของลื้อนั่นแหละ”

“ถึงยังไงก็เป็นแค่นักเลงคุมโรงน้ำชาอยู่ดีถ้าอาแปะหาดีกว่านี้ให้อั๊วไม่ได้อั๊วก็ไม่เอา”

“อั๊วจะไปหาที่ไหน อั๊วก็หากินกับบ่อนกับโรงน้ำชาเหมือนกัน แล้วลื้อเป็นหลานสาวอั๊วคิดว่าจะมีอาเสี่ยที่ไหนมาชอบลื้อรึไง...อาฮงอีมีเงินไม่น้อยนะ รวยกว่าอั๊วอีก ถึงอาเตี๋ยงมันจะไม่ดีเท่าอาโฮ่วแต่ตอนนี้ก็ถือว่าดีที่สุดเท่าที่อั๊วจะหาให้ลื้อได้แล้วล่ะน่า อั๊วช่วยลื้อได้แค่นี้แหละ”

จบคำก็ผละหนี ทิ้งไต้เกียวให้มองตามด้วยความเจ็บใจ พึมพำไล่หลัง “ก็เพราะมีปัญญาคิดแก้ปัญหาได้แค่นี้น่ะสิถึงไม่ได้เป็นใหญ่อย่างคนอื่นเขาซะที...เพราะลื้อแท้ๆอาโฮ่ว ลื้อทำให้อั๊วต้องเป็นยังงี้!”

ooooooo

ไต้เกียวจมปลักกับความโกรธแค้น พาลพาโลว่าทุกอย่างเป็นเพราะทรงวาดหรือบุ่นโฮ่วที่ปฏิเสธจะแต่งงานด้วย กระนั้นหลานสาวคนสวยของฮุ่ยเซี้ยงก็ยังหาทางออกไม่ได้จำต้องหมั้นหมายกับเฮ้งเตี๋ยงไม่กี่วันต่อมา

ทรงวาดไปร่วมงานหมั้นหมายระหว่างเฮ้งเตี๋ยงกับไต้เกียว แต่ก่อนไปเขาแวะซื้อของรับไหว้เป็นแหวนคู่ราคาแพงระยับ ปิ่นมุกที่มาด้วยกันมองด้วยความหมั่นไส้จนทรงวาดอดดุไม่ได้

“ลื้อทำหน้าอย่างนี้คนไทยเขาเรียกหน้างอเป็นตวัก”

“อั๊วไม่เข้าใจว่าทำไมเฮียต้องเสียเงินเสียทองซื้อของพวกนี้ไปรับไหว้น้องเฮียด้วย ยังกะบ้านนั้นดีกับเฮียนักนี่”

“ส่วนตัวอาเตี๋ยงอีก็ดีกับอั๊ว ส่วนอาเจ็กถึงจะไม่ใช่คนดีสำหรับลื้อหรือคนอื่นๆแต่อีก็รักอั๊วจากใจจริงไม่อย่างนั้น อั๊วขัดใจอีขนาดนี้โดนยิงทิ้งไปนานแล้ว ที่อาเตี๋ยงอีต้องหมั้นก็เพราะอั๊วปฏิเสธอาไต้เกียว แล้วของรับไหว้แค่นี้จะเป็นไรไป อธิบายขนาดนี้แล้วยังมีอะไรไม่เข้าใจอีกไหม”

“เข้าใจแล้วเจ้าค่ะเถ้าแก่ ปกป้องญาติพี่น้องตลอด แตะต้องไม่ได้เล้ย”

ปิ่นมุกหรือเตียงจูบ่นกระปอดกระแปด ทรงวาดไม่ถือสาแถมควักเงินค่าขนมให้เพื่อปลอบใจกึ่งเอาใจที่เธอต้องนั่งรอเขาซื้อของรับหมั้นตั้งนานสองนาน

งานหมั้นหมายระหว่างเฮ้งเตี๋ยงกับไต้เกียวถูกจัดอย่างใหญ่โตกลางเยาวราช มีแขกเหรื่อและพันธมิตรของแก๊งหกห้องมาร่วมงานมากมาย ของหมั้นและของรับไหว้ตามธรรมเนียมถูกวางเรียงอย่างเป็นระเบียบเป็นหน้าเป็นตาให้ทั้งฝ่ายชายและฝ่ายหญิง โดยมีเม่งฮงกับฮุ่ยเซี้ยงเป็นเจ้าภาพหลักคอยรับแขกและควบคุมงานให้ดำเนินด้วยดี

บรรยากาศชื่นมื่นมากในสายตาเม่งฮง แต่ในสายตาไต้เกียวกลับมองเป็นงานระดับกระจอกที่มีแต่พวกพ้องกันเองมาร่วมงาน ทรงวาดมาร่วมงานในฐานะญาติของฝ่ายชายและถือโอกาสให้ของรับไหว้ที่เตรียมมา

แหวนคู่ประดับเพชรทองราคาแพงถูกวางตรงหน้าสองหนุ่มสาวคู่หมั้นหมาดๆ ไต้เกียวตาวาวด้วยความชอบใจ ต่างจากเฮ้งเตี๋ยงที่คิดว่าลูกพี่ลูกน้องหนุ่มต้องสิ้นเปลืองเกินกว่าเหตุ

“งานหมั้นอั๊วให้แค่นี้ก่อนนะ เอาไว้แต่งงานยกน้ำชาเมื่อไหร่อั๊วจะให้มากกว่านี้”

“แค่นี้ก็มากเกินไปแล้วเฮีย อย่างมากก็ให้เงินนิดหน่อยตามธรรมเนียม อั๊วไม่เคยเห็นใครให้ของแพงอย่างงี้เลย”

“ลื้อเป็นน้องอั๊ว แพงยังไงอั๊วก็ให้ลื้อได้”

ลี่เง็กน้องสาวคนเดียวของเฮ้งเตี๋ยงมองมาด้วยความอิจฉา ตาลุกวาวด้วยความโลภเช่นเดียวกับฮุ่ยเซี้ยง คงมีเพียงเม่งฮงที่ยังเคืองทรงวาดจนไม่อยากมองหน้า

“อาเตี๋ยงพูดถูกแล้ว ของแพงเกินไป พวกอั๊วรับไว้ไม่ได้หรอก ลื้อเอาคืนไปเถอะ”

ไต้เกียวหน้าเสียอยากได้แหวนเพชร ฮุ่ยเซี้ยงก็เช่นกันรีบพูดแทนหลานสาว

“ยังไงอาโฮ่วก็ให้แล้ว ไม่รับไว้จะเสียธรรมเนียมนาอาฮง”

“เสียธรรมเนียมก็ดีกว่าเสียศักดิ์ศรี คนมันดูถูกเรา เห็นผู้หญิงไม่มีหัวนอนปลายตีนสำคัญกว่าครอบครัวแล้วมาทำดีเอาของมีค่ามาให้แบบนี้มันตบหัวแล้วลูบหลังชัดๆ ขืนรับไว้ก็เท่ากับยอมให้มันดูถูกซ้ำซาก ใครไม่อายแต่อั๊วอาย”

ทรงวาดถอนใจหนักหน่วง จำต้องเก็บของรับไหว้คืนเพราะไม่อยากทำให้เสียบรรยากาศ เขาหยิบเงินสดจำนวนหนึ่งให้แทนแล้วผละไป ทิ้งไต้เกียวให้มองตามด้วยความเสียดายทั้งแหวนเพชรและทรงวาด!

ooooooo

ปิ่นมุกหรือเตียงจูไม่ได้ไปร่วมงานหมั้นแต่แวะไปแสดงความยินดีกับอรุณรุ่งหรือฮุ่ยหลิง รุ่นพี่สาวคนสนิทที่สอบติดแพทย์ อรุณรุ่งหัวเราะชอบใจที่รุ่นน้องสาวมีอาการตื่นเต้นและทำท่าจะประกาศทั่วเยาวราชจนอดไม่ได้จะเย้าคืนเรื่องอีกฝ่ายอาจได้เป็นเถ้าแก่เนี้ยโรงสีของทรงวาด

“นี่แจ้ก็รู้เหรอ ไอ้ไช้! ไอ้ปากกระโถน! กลับไปนะอั๊วจะเอาเลือดหัวอีออก”

“อย่าไปว่าอาไช้เลยน่า อีเป็นห่วงลื้อนะ แต่พอรู้ว่าไม่จริงอีก็ดีใจยิ่งกว่าตอนอั๊วสอบแพทย์ได้เสียอีก”

กระนั้นปิ่นมุกก็หน้าหงิกงอจนอรุณรุ่งต้องเลิกแกล้ง “แต่จะว่าไปผู้ปกครองลื้อใช้วิธีนี้ก็ไม่ถูกนะ ทำลื้อเสียหายไปด้วย นี่ล่ะน้าวิธีคิดของพวกนักเลง...คิดถึงแต่ตัวเองไม่คิดถึงคนอื่นเท่าไหร่”

“ตอนนั้นมันฉุกละหุก จะโทษเฮียโฮ่วก็ไม่ได้หรอก ช่างเถอะแจ้เดี๋ยวคนก็ลืม”

“ช่างไม่ได้หรอก เราเป็นผู้หญิงนะ มีแต่เสียกับเสีย นี่ล่ะ...อั๊วถึงไม่ชอบพวกนักเลง”

อรุณรุ่งพูดจากใจจริงเพราะไม่เคยชอบพวกนักเลงและชาวแก๊งมาแต่ไหนแต่ไร ปิ่นมุกไม่เถียงเพราะรู้จักนิสัยอีกฝ่ายดี สองสาวนั่งคุยและออกไปซื้อของด้วยกันพักใหญ่จึงแยกย้าย โดยปิ่นมุกต้องรอทรงวาดมารับส่วนอรุณรุ่งจะนั่งรถลากแยกกลับบ้านตามลำพัง

ปิ่นมุกไปส่งรุ่นพี่สาวขึ้นรถลาก แต่แวบเดียวก็ร้องโวยวายเมื่อเห็นว่าคนลากรถมีท่าทางน่าสงสัยและอาจทำให้รุ่นพี่สาวอยู่ในอันตราย ทรงวาดมารับเธอพอดีเลยคว้าจักรยานใกล้ตัวกวดตามไปช่วยอรุณรุ่ง

อรุณรุ่งตกใจเมื่อรู้ว่าคนขับรถลากคืออดีตคนงานร้านทองที่พ่อไล่ออกเมื่อไม่กี่วันก่อน โชคดีที่ทรงวาดตามไปช่วยทันเธอเลยรอดมาได้ ความกล้าหาญและเด็ดเดี่ยวของทรงวาดทำให้เธอมองเขาเปลี่ยนไป...ไม่ใช่แค่พวกนักเลงและชาวแก๊งผู้ทรงอิทธิพลในเยาวราชแต่เป็นผู้ชายคนหนึ่งที่อบอุ่นและพึ่งพาได้

ทรงวาดกับปิ่นมุกพาอรุณรุ่งไปส่งบ้าน ฮกไช้พ่อของอรุณรุ่งยกน้ำชากับขนมมาขอบคุณเป็นการใหญ่ ทรงวาดแค่พยักหน้ายิ้มๆแล้วถือโอกาสมอบแหวนเพชรซึ่งถูกเม่งฮงปฏิเสธให้อรุณรุ่งเป็นรางวัลเมื่อได้ยินว่าเธอเพิ่งสอบติดแพทย์ อรุณรุ่งไม่กล้ารับเพราะเห็นว่ามากเกินไป ปิ่นมุกช่วยพูดอีกแรง หว่านล้อมสารพัดจนรุ่นพี่สาวต้องรับไว้เพราะคิดเองแบบเด็กๆว่าให้อรุณรุ่งดีกว่าให้ไต้เกียว

ทรงวาดมอบแหวนเป็นรางวัลให้ด้วยความยินดีจากใจจริง แต่อรุณรุ่งกลับหวั่นไหวและอดคิดไม่ได้ว่าแหวนที่เขาให้มาเหมือนเป็นของแทนใจ...หรือเขาจะคิดอะไรกับเธอ

ooooooo

งานหมั้นหมายระหว่างเฮ้งเตี๋ยงกับไต้เกียวผ่านไปสามเดือนกว่า ทรงวาดหรือเสือใช้ชีวิตตามปกติ เข้าโรงสีและเก็บส่วยให้พ่อบุญธรรม ทุกอย่างราบรื่นยกเว้นเรื่องรถของชาญยุทธถูกวางระเบิดที่ยังหาตัวการใหญ่ไม่ได้...

อ่านละคร ชาติเสือพันธุ์มังกร ตอนที่ 2 วันที่ 15 พ.ย.61

ละครเรื่อง ชาติเสือพันธุ์มังกร บทประพันธ์โดย ปราณธร
ละครเรื่อง ชาติเสือพันธุ์มังกร บทโทรทัศน์โด: บทกร
ละครเรื่อง ชาติเสือพันธุ์มังกร กำกับการแสดงโดย กิตติศักดิ์ ชีวาสัจจาสกุล
ละครเรื่อง ชาติเสือพันธุ์มังกร ผลิตโดย บริษัท ทีวีซีน แอนด์ พิคเจอร์ จำกัด
ละครเรื่อง ชาติเสือพันธุ์มังกร ออกอากาศทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ