อ่านละคร คมแฝก ตอนที่ 3 วันที่ 22 มี.ค.61
“ผมไม่ไปไหนทั้งนั้น ในเมื่อคุณเคยให้ชีวิตกับผมมาแล้วครั้งหนึ่ง คราวนี้ถ้าคิดจะทำลายก็ยิงมาเลย”อัญชันสับสนมาก ทั้งรักทั้งโกรธจนมือสั่นลั่นปืนไม่ลง กัลป์ขยับไปใกล้
“ผมยังรักคุณนะ...อัญชัน”
“คิดว่าฉันจะให้อภัยกับคนที่ฆ่าพ่อฉันและทำลายความหวังในชีวิตฉันด้วยการแต่งงานกับผู้หญิงอื่นงั้นเหรอ”
“ผมรักคุณ” กัลป์สารภาพรักเสียงอ่อน อัญชันชะงักและตบหน้าเขาเต็มแรง
“ถ้าไม่อยากเจ็บตัว อย่าพูดคำนี้กับฉันอีก”
“ผมรักคุณ” อัญชันตบหน้าเขาอีกแต่กัลป์ยังย้ำคำเดิม
“ผมรักคุณ คุณเป็นผู้หญิงคนเดียวที่ผมรัก”
กัลป์สบตาเธอนิ่ง อัญชันสะเทือนใจมาก เงื้อมือจะตบอีกแต่สุดท้ายก็ทำไม่ลง
“ต่อให้คุณเอาปืนมาจ่ออกยิงผมเดี๋ยวนี้...ผมก็จะพูดว่าผมรักคุณ”
ท่าทางจริงจังของเขาทำให้อัญชันลดปืนในมือ น้ำตาไหลอย่างสุดกลั้น
“ได้โปรดเถอะ...อย่าพูดเรื่องรักอีกเลย ฉันทนฟังไม่ได้ คุณรีบไปจากเมืองพลซะก่อนที่พี่แสนจะฆ่าคุณ”
กัลป์ส่ายหน้าไม่รับปาก “ผมไปไม่ได้...เพราะพี่ชายของคุณเขาทำตัวเหนือกฎหมายขึ้นทุกวัน ผมไม่แน่ใจว่าเขาคิดอะไรอยู่ แต่รู้ว่ามันเป็นอันตรายต่อบ้านเมือง...”
ooooooo
อัญชันข่มตานอนไม่หลับอีกคืนเพราะความจริงจากกัลป์เรื่องแสนคิดทำการบางอย่าง กัลป์ไม่คิดปิดบังสาเหตุที่เขากลับมาเมืองพลว่านอกจากจะเพื่อเรียกร้องความยุติธรรมให้ตัวเองก็เพื่อปกป้องบ้านเกิดด้วย
“นายแสนซ่องสุมกำลังคนมาหลายปีแล้ว มือปืนนักฆ่านับร้อยคน พี่ชายคุณเอามาเป็นลูกน้องหมด”
“เอาเรื่องนี้มาบอกฉันทำไม”
“ผมอยากให้คุณจับตาดูเขา ถ้ามีอะไรผิดสังเกตรีบแจ้งไปที่รองเพชรทันที”
“ตำรวจอย่างรองเพชรจะทำอะไรได้”
“ก็ดีกว่าไม่ทำอะไรเลย...อัญชัน...ผมขอร้องคุณในฐานะเพื่อน อย่าปล่อยให้พี่ชายคุณทำลายแผ่นดินเกิดเลย”
กัลป์ไม่ใช่คนเดียวที่รู้ความเคลื่อนไหวของแสน องอาจ ชาตินักรบ พ่อค้าเร่ขายหนังและขายยาก็ลักลอบเข้ามาในบ้านเจ้าพ่อเมืองพลเพื่อสังเกตการณ์ กระรอกเจอเขาทำลับๆล่อๆในครัวก็จำได้
“เข้ามาได้ยังไง เดี๋ยวก็มีคนเห็นหรอก”
“ฉันมาหาลูกพี่จ้ะ...แบบว่าคิดถึง”
องอาจแกล้งทำตลกกลบเกลื่อนก่อนหาทางไปสำรวจในบ้าน กระรอกต้องตามไปรั้งตัวไว้
“นายบ๊อง...นายอยากตายหรือไง นี่บ้านนายแสน ราชสีห์นะ รีบออกไปซะถ้าไม่อยากเดือดร้อน”
“นายแสนเนี่ยโหดมากหรือไง แล้วทำไมลูกพี่ต้องทนอยู่กับเขา”
“ชีวิตฉันไม่มีทางเลือก นายไม่เข้าใจหรอก”
สีหน้าและน้ำเสียงเศร้าๆของเธอทำให้องอาจสงสาร อยากปลอบให้คลายเศร้าแต่ไม่ทันได้ทำก็ต้องเผ่นพรวดออกจากบ้าน เมื่อได้ยินเสียงพวกสมุนของแสนดังมาแต่ไกล...
แสนยังไม่รู้ตัวว่าบ้านถูกสอดแนม มัววุ่นวายซื้อขายอาวุธสงครามที่จะถูกส่งมาจากประเทศเพื่อนบ้านจนเก็บไปฝันร้ายถึงสนพ่อแท้ๆที่ถูกกัลป์วิสามัญเมื่อหลายปีก่อน
“เพราะเอ็งคนเดียว ถ้าเอ็งยอมช่วยงานพ่อแต่แรกมันก็คงไม่เป็นแบบนี้ ตระกูลราชสีห์ต้องพินาศเพราะเอ็ง”
“พ่อ...ฉันขอโทษ”
“ฟังพ่อให้ดีก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป เอ็งต้องสร้างอาณาจักรของเราขึ้นมาใหม่อีกครั้ง เราจะต้องยิ่งใหญ่ เราจะต้องมีอำนาจบนแผ่นดินนี้ จะไม่มีกฎหมายใดศักดิ์สิทธิ์เท่าคำพูดของตระกูลราชสีห์!”
น้ำเสียงเกรี้ยวกราดทิ้งท้ายของสนทำให้แสนสะดุ้งตื่น ภาพพ่อโดนยิงยังฝังใจไม่รู้ลืม เช่นเดียวกับความปรารถนาก่อนตายของพ่อและความแค้นที่มีต่ออดีตเพื่อนรักอย่างกัลป์
“แผนของเราใกล้จะสำเร็จแล้วพ่อ อาวุธที่สั่งไว้กำลังขนเข้ามาทางด่านชายแดน อีกไม่นาน...แผ่นดินเมืองพลและเมืองรอบข้างจะต้องเป็นของเรา!”
ooooooo
แสนเก็บตัวในห้องทำงานซึ่งเป็นสถานที่ต้องห้ามสำหรับทุกคน เร่งดำเนินการเรื่องซื้อขายอาวุธสงครามเพื่อสนองเจตนารมณ์ของพ่อ โดยไม่รู้เลยว่าจะมีใครบางคนแอบฟัง!
อัญชันนั่นเองที่อยากพิสูจน์ความจริงถึงสิ่งที่กัลป์บอกเมื่อวันก่อน แล้วเธอก็ได้เบิกตาโพลงเมื่อได้ยินสิ่งที่พี่ชายพูดกับรูปถ่ายของพ่อถึงแผนการเรื่องค้าอาวุธสงคราม
เสียงขลุกขลักหน้าห้องทำให้แสนชะงัก ถลันไปเปิดประตูแล้วพูดไม่ออกเมื่อเห็นเป็นน้องสาวคนเดียว อัญชันอึกๆอักๆจนมีพิรุธและแสนก็เดาว่าเธอคงได้ยินทุกอย่าง ขยับมาใกล้และแสยะยิ้มร้าย
“ไม่ต้องกลัว...ตระกูลราชสีห์ต้องเชื่อใจกัน เราจะต้องเป็นหนึ่งเดียวกัน...ถูกไหมน้องพี่”
อัญชันขนลุกซู่เมื่อสัมผัสถึงรังสีอำมหิตของพี่ชาย สังหรณ์บางอย่างบอกว่าเขาเป็นตัวอันตรายอย่างที่กัลป์เคยบอก ส่วนแสนมองน้องสาวคนเดียวด้วยแววตาวาววับแปลกๆก่อนผละออกเมื่อได้ยินเสียงดอกไม้จากด้านนอก
ดอกไม้เห็นอัญชันหายเข้าไปในห้องทำงานของแสนก็เป็นห่วงรีบไปช่วยและพาไปส่งที่รถ
“คุณไม่อยู่ที่นี่มานาน คงไม่รู้ว่าห้องทำงานของนายแสนกลายเป็นเขตต้องห้ามไปแล้ว ใครที่ไม่ได้รับอนุญาต จะเข้าไปยุ่มย่ามไม่ได้เป็นอันขาด”
“พี่แสนท่าทางจะเมามาก ฉันขอบใจดอกไม้นะที่เข้ามาช่วยฉันได้ทันเวลา”
“ฉันทำเพื่อพี่กัลป์ ถือเป็นการตอบแทนที่คุณช่วยพี่กัลป์ให้รอดตายเมื่อคืนก่อน”
“ฉันก็แค่ช่วยเพื่อนคนหนึ่ง”
“คำว่าเพื่อนระหว่างคุณกับพี่กัลป์มันควรจบไปตั้งนานแล้ว...ตั้งแต่พี่กัลป์เขาแต่งงานกับฉัน”
อัญชันสะอึก เจ็บแปลบในอกเหมือนมีมีดมากรีด แต่ดอกไม้คงไม่ทันสังเกตเอ่ยต่ออย่างมีความหวัง
“พี่กัลป์เป็นคนจริง...ความรักของเขาไม่มีวันเปลี่ยนแปลง อีกไม่นานเขาจะพาฉันไปจากที่นี่”
ขณะที่อัญชันตามหาความจริงเกี่ยวกับแสน ตะเภาก็เผชิญความจริงอันน่าตกใจเมื่อเห็นเพลิงที่ท้ายรถส่งของ
“เฮ้ยคุณ...มาได้ไงเนี่ย”
“เอ่อ...ไม่รู้เหมือนกัน สงสัยใจสั่งมาเนอะหมวย”
“แล้วไปทำอะไรมา ทำไมทั้งหน้าทั้งตัวถึงได้เยินซะขนาดนั้น”
“ก็ฟัดกับหมากับแมวไปเรื่อย มันเป็นเรื่องของลูกผู้ชาย หมวยคงไม่เข้าใจหรอก”
“ฉันรู้แล้ว...นายแอบติดรถฉันมา ตอนไปบ้านนายแสน นายมีเรื่องกับพวกมันใช่ไหม”
เพลิงไม่ยอมเล่าและตะเภาก็ไม่อยากเซ้าซี้ลากตัวเขาไปทำแผล และเวลาเดียวกันนั่นเอง...องอาจก็มาขอเช่าห้องว่างที่ร้านกาแฟของปานกับแจ้ สามหนุ่มสาวเลยได้ร่วมชายคากันโดยไม่ตั้งใจ
ตะเภาไม่ไว้ใจองอาจ พยายามบอกพ่อแม่ให้ไล่ออกจากบ้าน โดยมีเพลิงผสมโรงเต็มที่และอาสาจะนอนเฝ้าหน้าห้องเธอ ปานกับแจ้ปวดหัวมากที่จู่ๆมีแขกเป็นสองหนุ่มท่าทางกวนประสาทมาอยู่ด้วย แต่ไม่ทันได้แก้ปัญหา ทุกคนในร้านกาแฟก็ต้องอ้าปากค้างเมื่อมีใครบางคนบุกมา!
สมิง สมุนของแสนนั่นเองที่ถูกส่งมาลากตัวเพลิงกลับ เพลิงสู้สุดตัวแต่ทำอะไรไม่ได้มากเพราะสมิงเป็นพวกมีของ กัลป์ผ่านมาเห็นเหตุการณ์จึงตัดสินใจช่วยด้วยการโยนคมแฝกของตนให้เพลิง
“คนมีของต้องซัดด้วยคมแฝก!”
กัลป์ปล่อยให้เพลิงจัดการสมิง ส่วนตัวเองจัดการสมุนคนอื่นของแสน องอาจทนเฉยไม่ไหวโผล่มาช่วยอีกแรงจนเหล่าสมุนล้มกองระเนระนาด สมิงโกรธจัดฮึดสู้อีกครั้งเลยถูกคมแฝกของกัลป์เล่นงานจนหมอบ พร้อมกับเสียงนกหวีดของพวกตำรวจที่เพิ่งมาถึงที่เกิดเหตุ...
ooooooo
รองเพชรพาลูกน้องมาล้อมจับสมิงและสมุนของแสน พร้อมสั่งสำรวจความเสียหายทั้งหมดโดยเฉพาะที่ร้านกาแฟของปานกับแจ้ที่ถูกถล่มจนเละ!
“ลูกพี่ของไอ้สมิงต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายทั้งหมดให้กับเจ้าของร้านนี้”
ปานกับแจ้มองหน้ากันอึกๆอักๆจะไม่เอาเรื่องเพราะกลัวอิทธิพลของแสน รองเพชรต้องประกาศกร้าว
“พ่อปานกับแม่แจ้ไม่เอาเรื่องแต่ฉันเอา”
“แต่ทั้งหมดนี้เป็นคนของนายแสนนะท่านรอง” ปานค้านเสียงอ่อย
“คนของนายแสนก็ให้นายแสนไปประกันที่โรงพัก ฉันจะได้ตั้งข้อหาซ่องสุมผู้คนเพื่อก่อการร้ายอีกกระทง”
จ่ากานพลูลูกน้องคนสนิทของรองเพชรรายงานผลการสอบสวนกัลป์ เพลิง และองอาจว่าเป็นการป้องกันตัว และมีพยานชี้ว่าพวกสมุนของแสนเป็นคนก่อเรื่อง รองเพชรจึงหันไปพูดกับสามหนุ่ม
“คราวนี้ฉันจะไม่เล่นงานพวกนายเพราะเห็นว่าโดนรังแก แต่ขอเตือนไว้ก่อน...คราวหน้าถ้าคิดจะทำอะไร ขอให้นึกถึงตำรวจบ้าง...เข้าใจนะ”
รองเพชรกลับไปแล้วหลังเสร็จสิ้นการตรวจสอบความเสียหาย กัลป์ เพลิง และองอาจยังปักหลักที่ร้าน กาแฟ โดยมีตะเภาคอยดูแลทำแผลให้สามหนุ่ม เพลิง มองท่าทางประคบประหงมของตะเภาที่มีต่อกัลป์ด้วยแววตาหมั่นไส้ แต่กระนั้นก็ซาบซึ้งใจกับความช่วยเหลือของกัลป์
“ต้องขอบคุณอีกครั้ง...สำหรับบทเรียนคมแฝกฉบับเร่งรัด”
“ไม่เป็นไรครับ ใครที่เป็นศัตรูของแสน ราชสีห์... ผมถือว่าเป็นมิตรของผม”
กัลป์คุ้นหน้าคุ้นตาเพลิงอย่างบอกไม่ถูก ไม่แน่ใจว่าใช่คนที่เคยช่วยเขาหนีจากบ้านแสนเมื่อคืนก่อนหรือไม่
“เราเคยเจอกันมาก่อนรึเปล่า”
“ไม่แน่ใจเหมือนกัน เพราะผมนิสัยไม่ดีชอบยุ่งเรื่องชาวบ้าน”
“ถ้าใช่...ผมก็ขอบคุณกับความช่วยเหลือเมื่อคืนก่อน”
เพลิงไม่ตอบรับหรือปฏิเสธ กัลป์จึงมั่นใจว่าเพลิงต้องเป็นชายปริศนาคนนั้น องอาจเห็นเป็นโอกาสดีจะแนะนำตัวกับสองหนุ่ม ปานเฝ้ามองดูสถานการณ์ตรงหน้าด้วยสายตาเป็นกังวล แอบกระซิบกับแจ้เมียรัก
“ชื่อแซ่แต่ละคน...กัลป์ เกรียงไกร...เพลิง กัมปนาท ...องอาจ ชาตินักรบ...ชวนมีเรื่องทั้งนั้น งานนี้เมืองพลมีหวังได้บู๊สนั่นลั่นบาง...”
ooooooo
เพลิงจะกลับไปไร่ของอัญชันเพื่อเก็บของ กัลป์เตือนด้วยความหวังดีว่าแสนคงไม่ปล่อยผ่านเรื่องวันนี้ไปง่ายๆ เพลิงยิ้มเย็นก่อนเผยความลับของแสนที่เพิ่งได้ยินมาเมื่อคืน
“พรุ่งนี้มันจะขนอาวุธสงครามเข้าเมืองพล ถ้ารองเพชรจับได้...แสน ราชสีห์ ต้องกระอักเลือด”
“แต่ถ้ามันรู้ว่านายเป็นคนบอกตำรวจ นายก็เดือดร้อนเหมือนกัน”
องอาจยืนฟังสองหนุ่มคุยกันแล้วเสนอตัวช่วยเต็มที่
“ถ้างั้นปล่อยให้เป็นหน้าที่ของผมเอง งานนี้เราต้องใช้พรายกระซิบ...”
พรายกระซิบขององอาจคือการดัดเสียงตัวเองลงวิทยุสื่อสารส่งข่าวให้รองเพชรรู้เรื่องเส้นทางการขนอาวุธสงครามของแสนเข้าด่านเมืองพลทางทิศเหนือ
รองเพชรไม่มั่นใจนักแต่ไม่ประมาทจัดเตรียมกำลังลูกน้องไปตั้งด่านดักจับ กัลป์ เพลิง และองอาจ... สามสหายรวมตัวกันแบบเฉพาะกิจอีกครั้งและตามไปสังเกตการณ์ปฏิบัติการครั้งนี้ของพวกตำรวจด้วย
มั่นลูกน้องคนสนิทของแสนรับหน้าที่ควบคุมการขนอาวุธสงครามจากประเทศเพื่อนบ้านข้ามชายแดนมาถึงด่านเมืองพล เขาได้รับคำสั่งจากแสนให้เตรียมตลบหลังด้วยการแหกด่านตำรวจ!
รองเพชรหน้าเครียดเมื่อเห็นว่าขบวนรถบรรทุกต้องสงสัยไม่ลดความเร็วและเร่งเครื่องฝ่าด่าน เขารีบสั่งการ ให้ตามจับแต่ไม่ง่ายเลยเมื่ออีกฝ่ายใช้อาวุธสงครามร้ายแรงยิงตอบโต้จนลูกน้องของเขาเสียชีวิตและบาดเจ็บสาหัส
“เราไม่น่าเสียท่าพวกมันเลย ป่านนี้มันขนอาวุธสงครามไปไว้ไหนแล้วก็ไม่รู้”
จ่ากานพลูบ่นด้วยความเจ็บใจแต่คงไม่เท่ารองเพชรที่แค้นแทบกระอัก
“เรื่องภารกิจไม่สำเร็จไม่เท่าไหร่หรอก แต่ที่ลูกน้องต้องมาล้มหายตายจาก...ผมเสียใจ...ไอ้แสน ราชสีห์ กับผมจะอยู่ร่วมแผ่นดินเดียวกันไม่ได้ ผมจะใช้กฎหมายกำจัดมันให้สิ้นซาก!”
กัลป์ เพลิง และองอาจเห็นท่าไม่ดีรีบลงไปช่วยพวกตำรวจ ช่วยกันจัดการสมุนของแสนจนแตกพ่ายและถีบมั่นลงจากรถบรรทุกได้สำเร็จ เมื่อรองเพชรได้รับแจ้งก็รีบมาดูที่เกิดเหตุ
“มีใครอธิบายได้ไหมว่าเกิดอะไรขึ้น”
องอาจรีบรายงาน “อ๋อ...เราเป็นพลเมืองดีครับ พอดีเห็นอาวุธตกเรี่ยราดอยู่ตามถนน ขับตามไปก็มาเจอไอ้รถคันนี้มันจอดเกะกะก็เลยยึดมาแล้วมารายงานท่านเนี่ย”
รองเพชรนิ่วหน้าเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง “อะไรอยู่บนรถ”
เพลิงอดไม่ได้ย้อนถามยิ้มๆ “เอ...ทำไมต้องถามล่ะท่านรอง ท่านน่าจะรู้อยู่แล้วนะว่ามีอะไร”
รองเพชรหน้านิ่ง กัลป์เห็นดังนั้นก็เอ่ยปิดท้าย
“คำตอบของพวกเราไม่สำคัญหรอกครับท่านรอง สำคัญแต่ว่าท่านจะเอาผิดเจ้าของรถคันนี้ได้รึเปล่า...”
ooooooo
กัลป์ เพลิง และองอาจไม่ขอรับความดีความชอบเรื่องดักจับรถบรรทุกขนอาวุธสงครามของแสน ปล่อยให้ทุกอย่างเป็นหน้าที่ของรองเพชร นายตำรวจตงฉินรักษาการณ์เมืองพล
มั่นแค้นใจที่ปกป้องขบวนรถอาวุธของเจ้านายไม่ได้ ต้องหอบร่างบอบช้ำไปรายงานทุกอย่างที่ไร่ราชสีห์ แสนโกรธมากและประกาศกร้าวจะตามหาคนคาบข่าวไปบอกตำรวจให้ได้!
พวกกัลป์แยกย้ายกันหลังเสร็จสิ้นภารกิจส่งของกลางให้ตำรวจ รองเพชรรีบกลับไปโรงพักเมืองพลและเรียกตัวสมิงมาสอบสวนอย่างหนักโดยเฉพาะเรื่องที่มาของอาวุธสงครามในรถบรรทุก
“ผมไม่จำเป็นต้องตอบ กะอีแค่รองสารวัตรง่อยๆบนโรงพักกระจอกๆ ไปตามผู้กำกับเมืองขอนแก่นมาดีกว่ามั้ง”
สมิงตอกอย่างยียวน รองเพชรโกรธมากกระชากคอเสื้อจะเอาเรื่องแต่สมุนเอกของแสนก็ไม่หวั่น
“ทางที่ดีปล่อยตัวผมไปดีกว่า ยังไงซะผมก็รอดอยู่ดี”
“ทำไม...แกจะรอดไปได้ยังไง”
“เดินออกไปเหมือนๆกับตอนที่เดินเข้ามา...ตำรวจไม่มีวันทำอะไรผมได้!”
รองเพชรโมโหวาจาโอหังของสมิงแต่ไม่ทันทำอะไร หมวดนิตย์ก็ให้คนมาตามไปฟังผลการตรวจสอบรถบรรทุก
“สบู่...สบู่เต็มคันรถ กับสารเคมีอีกจำนวนนึงแต่ไม่มีอาวุธสงคราม แล้วท่านรองจะจับนายแสนข้อหาอะไร ขนของหนีภาษีงั้นเหรอ ทางการให้เราจับนายแสนข้อหาค้าอาวุธ ค้ายา และซ่องโจร แต่นี่...มันแหวกหญ้า ให้งูตื่นชัดๆ”
หมวดนิตย์ตีหน้าซื่อหยิบสบู่บนรถบรรทุกมาแสดงตรงหน้า รองเพชรเสียหน้ามากแต่ตอบโต้อะไรไม่ได้ นอกจากกำหมัดแน่นและปฏิญาณกับตัวเองจะตามล่าหาความจริงทั้งหมดให้ได้!
แสนโล่งใจที่จัดการตบตารองเพชรได้แต่กระนั้นก็ยังไม่ไว้ใจ
“ตำรวจจะรู้ไหมว่าเรามีแผนอะไร”
เข้มลูกน้องคนสนิทส่ายหน้า “รองเพชรไม่ฉลาดขนาดนั้นหรอกครับนาย สิ่งที่มันเห็นก็แค่สบู่กับสารเคมี”
“ยังไงก็ต้องหาให้ได้ว่าใครคาบข่าวไปบอกมัน ในอาณาเขตแสน ราชสีห์ ใครที่แปลกหน้ามันคือผู้ต้องสงสัย”
ผู้ต้องสงสัยอันดับหนึ่งของแสนคือ เพลิง กัมปนาท ...คนขับรถคนใหม่ของอัญชันที่ท่าทางไม่ธรรมดา และเพื่อพิสูจน์ข้อสันนิษฐานตัวเอง แสนจึงไปดักรอเพลิงที่เรือนคนงาน
เพลิงสำเหนียกได้ถึงอันตรายรอบตัวตอนกลับถึงเรือนพักคนงานของไร่ราชสีห์ ข้าวของส่วนตัวถูกค้นกระจุยกระจาย ตำรวจหนุ่มในคราบคนขับรถค่อยๆเดินสำรวจทั่วเรือนคนงานที่เงียบเชียบผิดสังเกต ก่อนจะเบิกตาโพลงเมื่อเห็นว่าแสนรออยู่ตรงระเบียงด้านนอกพร้อมคมแฝกคู่ใจ
“เจ้านาย...มาที่นี่ทำไมครับ”
“กูควรจะถามมึงมากกว่า มึงเป็นใคร มึงเข้ามาเป็นคนงานที่นี่ทำไม”
แสนไม่พูดพร่ำทำเพลงสะบัดคมแฝกใส่จนเพลิงตกระเบียงจึงตามไปหมายจะซ้ำ
“พฤติกรรมของมึงน่าสงสัยหลายอย่าง มึงเป็นคนไปบอกตำรวจเรื่องรถบรรทุกใช่ไหม”
เพลิงไม่ตอบพยายามชันตัวขึ้น แสนโมโหมากฟาดคมแฝกใส่อีกรอบ
“ให้โอกาสอีกครั้ง บอกความจริงทั้งหมดมา... เอ็งเป็นใครกันแน่ไอ้เพลิง กัมปนาท!”
ooooooo
อ่านละคร คมแฝก ตอนที่ 3 วันที่ 22 มี.ค.61
ละครเรื่อง คมแฝก ประพันธ์โดย เสนีย์ บุษปะเกศละครเรื่อง คมแฝก บทโทรทัศน์ คฑาหัสต์ บุษปะเกศ/ ณพุทธ สุศรีฯ
ละครเรื่อง คมแฝก ผู้สร้าง เมตตาและมหานิยม จำกัด
ละครเรื่อง คมแฝก ผู้จัด นก ฉัตรชัย เปล่งพานิช
ละครเรื่อง คมแฝก กำกับการแสดง ปิยะพันธ์ ชูเพ็ชร
ละครเรื่อง คมแฝก ออกอากาศทาง สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ