อ่านละครเรื่อง ชั่วโมงต้องมนต์ ตอนที่ 5 วันที่ 8 ก.พ.61

อ่านละครเรื่อง ชั่วโมงต้องมนต์ ตอนที่ 5 วันที่ 8 ก.พ.61

เวลาเดียวกันเจนนี่ก็สร้างภาพคู่รักตนกับพุฒิเมธให้เป็นกระแส นัดพุฒิเมธไปเดินห้างโชว์ตัวกันเขาก็ปฏิเสธ เจนนี่เลยเอาดอกไม้ที่แฟนคลับให้ดนุดลมาถ่ายลงไอจี รูปตัวเองกำลังดมดอกกุหลาบพร้อมแคปชั่นว่า

“ตัวมาไม่ได้แต่ก็ส่งกำลังใจมา ขอบคุณนะคะ # loveu4ever”

พุฒิเมธอ่านแล้วส่ายหน้าที่เจนนี่ทำถึงขนาดนี้

คืนนี้บุญสิตาถูกณฤทธิ์ใช้ให้ไปเอาของที่ซื้อไว้เตรียมขอโทษพ่อที่ออฟฟิศ เธอไปเอาให้เจอพุฒิเมธจับได้ถามว่ามาทำอะไรที่นี่ บุญสิตาอึกอักแก้ตัวว่าตนลืมของไว้เลยมาเอา เขาถามว่าของเธอทำไมมาไว้ที่ห้องเฮีย บุญสิตาตะแบงว่าตนไว้ที่ห้องแม่บ้านต่างหาก แต่พุฒิเมธอ้างกล้องวงจรปิดจนเธอดิ้นไม่หลุดเลยเล่าความจริงให้ฟังแต่บิดตอนท้ายว่า



“ฉันคิดว่าถ้าพ่อคุณได้ของชิ้นนี้จะอาการดีขึ้นฉันเลยอยากเอาของนี้ไปให้พ่อคุณ ก็เลยแอบเข้ามาเอา” ถูกพุฒิเมธซักหนักเข้าก็ตัดบทฝากของนี้ไปให้คุณพ่อเขาด้วยก็แล้วกัน

พุฒิเมธบอกว่าตนคงเอาไปให้ไม่ได้หรอกเพราะพอเห็นของ ท่านจะทำใจไม่ได้อีก แต่ถ้าอาการท่านดีขึ้นเมื่อไหร่ก็จะเอาให้ท่านเอง วิญญาณณฤทธิ์ฟังอยู่ลุ้นอย่างมีความหวังที่จะให้ของนี้กับพ่อ

แต่เช้าวันรุ่งขึ้น พุฒิเมธเดินถือของที่บุญสิตาฝากมา เห็นสมบัติออกกำลังอยู่ก็ลังเลว่าจะให้ดีหรือไม่ วรรณนาเดินมาบอกว่าไม่ต้องห่วง พ่อเขาสดใสอาการดีขึ้นเยอะแล้ว เขาถามว่าเห็นคุณพ่อบ่นว่าน้าเก็บของของเฮียจนหมดเลย

“น้าไม่อยากให้พ่อคิดถึงมาร์คอีกน่ะ เข้าใจเลยว่าทำไมเมื่อก่อนคุณพี่เขาถึงตัดต้นไม้ของแม่มาร์ค”

ฟังวรรณนาพูดแล้ว พุฒิเมธมองของในมือ ลังเลว่าจะให้ดีหรือไม่ให้ดี...

ooooooo

ที่คอนโดของณฤทธิ์ เช้านี้กันต์เตรียมตัวจะไปทำงานก็ได้รับโทรศัพท์จาก “ที่รัก” โทร.มาบอกว่าคิดถึง กันต์บอกว่าตนก็คิดถึง ปลอบให้รอเวลาอีกสักพัก เพราะเราก็เจอกันที่ออฟฟิศทุกวันอยู่แล้ว

ณฤทธิ์ฟังอยู่คำรามว่า “ฉันต้องรู้ให้ได้ ใครมันสวมเขาให้ฉัน” เหลือบดูนาฬิกาเป็นเวลาแปดโมงสิบห้า เมื่อไปเจอบุญสิตา วิญญาณณฤทธิ์ให้เธอแอบดูโทรศัพท์กันต์ว่าเวลานี้ใครโทร.มา บุญสิตาทนการขอร้องของณฤทธิ์ไม่ได้ จึงทำทีเข้าไปเสิร์ฟน้ำแอบดูโทรศัพท์กันต์ขณะเขาลุกเดินออกไป

เจ้ากรรม! จำรหัสไม่ได้ สุ่มกดสามครั้งจึงเปิดได้ แต่กันต์เข้ามาพอดี โชคดีที่ตัวเธอบังอยู่กันต์จึงไม่เห็นว่าเธอแอบดูโทรศัพท์ตน

ทันใดนั้น เสียงเวลาดังไปมาในหัวบุญสิตาไม่หยุดเหมือนเกิดเรื่องอะไรขึ้น แล้วเวลาก็บอกว่า

“หมดเวลาแล้ว”

บุญสิตาตกใจแปลกใจเพราะยังไม่ครบสี่ชั่วโมง แต่เธอเห็นวิญญาณณฤทธิ์ที่ซ้อนในร่างตนกำลังจะออกจากร่าง ในที่สุดเธอก็ล้มลง “เป็นอะไร นี่ๆตื่นสิ” กันต์ ตกใจเข้ามาดู

วิญญาณณฤทธิ์ยังดูอยู่ใกล้ๆ เสียงเวลาบอกว่า “หมดเวลาของเธอแล้ว” ณฤทธิ์แปลกใจว่าเกิดอะไรขึ้น

เมื่อณฤทธิ์ปรากฏตัวที่ห้องกาลเวลา เวลาบอกว่าภารกิจแรกของเขาสิ้นสุดแล้ว เวลาของเขาหมดแล้วเช่นกัน

“เพราะอะไร”

“ไปดูด้วยตาตัวเอง” เวลาบอก

เสียงนาฬิกาในห้องต่างๆดังขึ้น เข็มนาฬิกาย้อนกลับไปสามสิบนาทีก่อนหน้านี้ทันที...

 ooooooo

เวลาย้อนไปสามสิบนาที...สมบัตินั่งจ้องถุงของขวัญอยู่ที่ม้านั่งสนามหญ้าหน้าบ้าน กำลังชั่งใจว่าจะเปิดดูหรือไม่ เขานึกถึงคำพูดของพุฒิเมธที่ว่า

“ผมอยากให้คุณพ่อเปิดของขวัญชิ้นนี้ ในวันที่คุณพ่อคิดว่าตัวเองทำใจเรื่องเฮียได้แล้ว วันที่คุณพ่อแข็งแกร่งพอที่จะไม่กลับไปเป็นเหมือนเดิมอีก”

สมบัติรวบรวมความกล้าเปิดดู มันเป็นกล่องดนตรีที่ตุ๊กตาพ่อกำลังอ่านหนังสือให้ลูกฟังที่สนามเด็กเล่น เขาอ่านการ์ดขอโทษก่อนที่จะไขลานกล่องดนตรี

สมบัติเหมือนต้องมนตร์สะกดของเสียงกล่องดนตรี คิดถึงความทรงจำในอดีต...

วันนั้น เขานั่งอ่านนิทานให้มาร์คในวัยเด็กฟัง

มีโทรศัพท์เรียกเข้าจึงไปรับ บอกให้มาร์คอ่านคนเดียวไปก่อน มาร์คทำน้ำแดงหกใส่หนังสือพอสมบัติกลับมามาร์คเอาหนังสือซ่อนข้างหลังกลัวถูกดุ สมบัติดูรู้ถามว่าท่าทางแบบนี้แอบทำอะไรผิดมาใช่ไหม

มาร์คถามกลัวๆว่าถ้าตนทำอะไรผิด คุณพ่อจะยกโทษให้ไหม สมบัติบอกว่าถ้ามาร์คยอมรับผิด พ่อก็ยกโทษให้ จึงเป็นสัญญาใจระหว่างพ่อลูกว่า ถ้าโตไปวันไหนตนทำผิดทำให้พ่อโกรธอีกพ่อต้องไม่โกรธตน

“มาร์คต้องสัญญาด้วยเหมือนกัน ถ้าวันไหนพ่อดุลูก ลูกก็ห้ามโกรธพ่อเหมือนกัน”

“โอเคครับ ผมสัญญา”

“เราสัญญากันแล้วนะ”

ของขวัญชิ้นนี้จึงเป็นการเตือนสัญญาใจที่พ่อลูกให้แก่กัน สมบัติฟังเพลงจากกล่องดนตรี พูดกับกล่อง

“ลูกไม่โกรธพ่อใช่ไหม พ่อเองก็ไม่เคยโกรธลูกเหมือนกัน พ่อรักลูกนะ” สมบัติน้ำตาไหลคิดถึงอดีตเหมือนตกอยู่ในชั่วโมงต้องมนต์ พูดกับกล่องดนตรีเหมือนพูดกับมาร์คว่า “ขอบคุณนะที่เกิดมาเป็นลูกพ่อ พ่อจะเก็บลูกไว้ในความทรงจำตลอดไป ถึงเวลาแล้วที่พ่อต้องอยู่ให้ได้โดยไม่มีมาร์ค”

วิญญาณณฤทธิ์ที่นั่งดูพ่ออยู่ข้างๆ ยิ้มอย่างมีความสุข

เมื่อช่วยให้พ่อหายเป็นปกติได้แล้ว ณฤทธิ์ถามเวลาว่าเช่นนี้แล้วตนก็จะไม่สามารถเข้าร่างบุญสิตาได้แล้วใช่ ไหม เวลาบอกว่าถึงเวลาที่เขาต้องหาเป้าหมายรายต่อไปแล้ว

ooooooo

เมื่อวิญญาณฤทธิ์ออกจากร่างบุญสิตาเธอก็เป็นลมล้มพับไป ณฤทธิ์บอกตัวเองว่าต้องหาวิธีออกจากร่างให้เนียนกว่านี้ ขืนเป็นแบบนี้ต่อไป สักวันต้องมีคนสงสัยแน่

พอบุญสิตารู้สึกตัว เธอดีใจเมื่อณฤทธิ์บอกว่าพ่อได้รับของขวัญตนแล้ว ตอนนี้ชั่วโมงทุกข์ทรมานของท่านก็จบลงแล้ว ชั่วโมงต้องมนต์ของตนก็หมดลงแล้ว...

ถึงเวลาที่พ่อจะต้องยอมรับความจริงและปล่อยวางจากความรู้สึกผิด...ทิ้งอดีต หันกลับมามองคนที่ยังอยู่ คนที่ยังอยู่ข้างๆและรักท่าน”

สมบัติมองรอบห้องของณฤทธิ์อย่างอาลัยอาวรณ์ก่อนเดินออกไปบอกแก้วตาให้ล็อกห้องของมาร์คด้วย ตนจะไม่เข้ามาที่นี่อีก จะเก็บเรื่องราวของมาร์คไว้ในความทรงจำและจะทิ้งทุกอย่างของมาร์ค

วรรณนาถามว่าแล้วจะปิดบริษัทของมาร์คด้วยหรือเปล่า ทุกคนมองลุ้นคำตอบ แต่สมบัติกลับนิ่ง

บุญสิตาดีใจที่ณฤทธิ์ได้เคลียร์ใจกับพ่อแล้ว เขาบอกว่า

“ตอนนี้รู้ซึ้งเลย ว่าทำไมเราควรรักษาน้ำใจคนที่เรารักก่อนจะสาย เราควรดูแลกันและกันให้ดีที่สุด ในวันที่เรายังมีโอกาสได้อยู่ด้วยกัน ถ้าฉันคิดได้ก่อนหน้านี้ เธอคงไม่ต้องวุ่นวายเพราะฉัน”

“อย่างน้อยตอนนี้คุณก็ยังมีโอกาสได้ดูแลท่านนะ”

“ตอนนี้ฉันสบายใจเรื่องพ่อแล้ว ภารกิจต่อไปคงต้องหาทางจัดการเรื่องบริษัท ที่สำคัญฉันต้องรู้ให้ได้ว่าใครสวมเขาให้ฉัน”

บุญสิตาถามว่าเขาสงสัยใคร? ณฤทธิ์บอกว่าในบริษัทมีผู้ชายที่สนิทกับกันต์อยู่สี่คน คือดล ศรันย์ ป้าโหน่งและจัสติน แต่เมื่อพิจารณาแต่ละคนแล้วไม่น่าใช่ โดยเฉพาะจัสตินเพราะเป็นเพื่อนสนิทของตนและส่วนใหญ่ทำงานอยู่ต่างประเทศ ที่สำคัญกว่านั้นคือ กันต์ไม่รู้ว่านางชอบผู้ชาย

บุญสิตาตกใจคาดไม่ถึง ณฤทธิ์บอกให้เงียบไปเลย เรื่องนี้ไม่มีใครรู้นอกจากศรันย์กับตน แต่ยังไงตนก็ต้องสืบเพื่อจะได้ล้างแค้น ตนอยากรู้ว่าใครเป็นพวกกันต์

จะได้ระวังตัวถูกว่าใครเป็นหนอนบ่อนไส้!

ooooooo

วันนี้ ศรันย์ ผู้จัดการทั่วไปของบริษัท เตรียมชุดให้ดนุดลออกโชว์ตัว พอแต่งตัวเสร็จโหน่งก็เข้ามาบอกว่างานวันนี้โดนเทอีกแล้ว  ดนุดลหน้าเสียบ่นว่าโดนยกเลิกงาน ไม่มีงานมาเป็นอาทิตย์แล้ว

โหน่งปลอบว่าไม่เป็นไรยังมีงานอื่น ศรันย์ให้กำลังใจว่าจะได้มีเวลาฟิตร่างกายให้พร้อมรับงานที่ใหญ่กว่า ถือโอกาสไปโมหน้าด้วยเลย ดนุดลทำเข้มแข็งบอกว่าตนโอเคจะได้ไปเที่ยวกับแฟนบ้าง แต่ที่แท้เจ็บปวดและทุ่มเทเวลาไปออกกำลังกายที่ห้อง วิ่งๆๆจนเหงื่อท่วมหน้า แต่ที่แท้บนใบหน้าเขามีทั้งเหงื่อและน้ำตา

บุญสิตาทำความสะอาดอยู่แถวนั้น แอบมองดนุดลด้วยความสงสารและเห็นใจ

ในภาวะที่บริษัทจะอยู่หรือขายนี้ ดารานางแบบหลายคนก็คิดจะย้ายสังกัด แต่ดนุดลมุ่งมั่นแน่วแน่ที่จะอยู่กับบริษัทเพราะมาร์คเป็นคนปั้นตนขึ้นมา ถึงตนอยากจะได้งานแต่จะไม่ยอมโดนใครว่าอกตัญญูเด็ดขาด

เวลาเดียวกันนั้น กันต์ก็กำลังคุยโทรศัพท์ด้วยสีหน้าตื่นเต้นว่า

“ตอนนี้ผมโทร.ไปยกเลิกสัญญากับที่เกาหลีเรียบร้อย...นี่ผมยอมถอนตัวเพื่อบริษัทคุณเลยนะ...คุณเตรียมติดต่อไปที่เกาหลีได้เลย...แล้วยังไงผมจะติดต่อกลับไป”

พอวางสายกันต์ก็ตามโหน่งเข้ามาสั่งงาน พักใหญ่ โหน่งก็ประกาศแก่ทุกคนว่าพรุ่งนี้กันต์จะพาทุกคนในออฟฟิศไปเลี้ยงข้าว เห็นว่ามีเรื่องสำคัญจะประกาศทุกคน ต่างคาดเดาไปต่างๆนานาว่าจะเป็นเรื่องอะไร

ณฤทธิ์คุยกับบุญสิตาสงสัยว่ากันต์มีแผนอะไร ตนต้องรีบหาทางเข้าร่างเธอเพื่อไปงานพรุ่งนี้ เผื่อกันต์คิดทำอะไรชั่วๆ ตนจะได้ขวางทัน บุญสิตาติงว่าชั่วโมงต้องมนต์สี่ชั่วโมงของเขาหมดไปแล้ว ให้รีบหาเป้าหมายใหม่ แค่ช่วยคนที่ไม่อยากอยู่บนโลกก็เข้าร่างได้แล้วไม่ใช่หรือ

“แล้วฉันจะไปหาคนที่มีความทุกข์จากที่ไหนล่ะ” ณฤทธิ์หนักใจ

บุญสิตาจึงพาไปหาแนนซี่ซึ่งคงได้ฟังคนที่มีความทุกข์กระทั่งอยากตายมากมาย  แต่พอปรึกษาแนนซี่ ที่ยึดมั่นซื่อสัตย์ต่อจรรยาบรรณวิชาชีพก็ปฏิเสธบอกว่านั่นเป็นความลับของลูกค้า ณฤทธิ์มืดแปดด้านเลยถาม เธอสองคนไม่อยากตายบ้างหรือ สองสาวทำหน้าสยองตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า ไม่! ไม่!!

ooooooo

รุ่งขึ้นกันต์จัดเลี้ยงที่ร้านอาหารในโรงแรม  ทุกคน ที่เข้าประชุมต่างคาดเดากันไปต่างๆนานาว่ากันต์จะประกาศอะไร พอกันต์มา ทุกคนบอกกันอย่างตื่นเต้นว่าพี่กันต์มาแล้วและต่างเงียบกริบคอยฟัง

“ทุกคนฟังทางนี้...” กันต์ประกาศด้วยมาดผู้บริหารว่า หลังจากเสียมาร์คไป อะไรๆในบริษัทก็เปลี่ยนไป   งานก็ลด พูดอย่างปรารถนาดีว่า “ในฐานะที่ผมเป็นหุ้นส่วนใหญ่ของบริษัทและถ้าบริษัทเรายังไม่มีอะไรดีขึ้น ผมอาจจะขายหุ้นบริษัทเร็วๆนี้” เห็นทุกคนตกใจก็พูดดักว่า “ผมเองก็ไม่อยากปิดทุกคน เพื่อปิดกั้นโอกาสหรอกนะ เมธเองก็คงไม่อยากปิดพนักงานเหมือนกันใช่ไหมว่าสถานการณ์บริษัทเราเป็นยังไง”

พุฒิเมธไม่พอใจจะค้านแต่พอนึกถึงคำพูดของสมบัติที่ว่า “จะเก็บเรื่องราวของมาร์คไว้ในความทรงจำและจะทิ้งทุกอย่างของมาร์ค” ก็เปลี่ยนใจไม่พูด เจนนี่กับศรันย์กระซิบถามว่าเขาดูแลบริษัทแทนคุณพ่ออยู่ไม่ใช่หรือ ปล่อยเขาพร่ำอยู่ได้ยังไง พุฒิเมธตอบว่า

“เขาก็พูดถูก และถ้ามันเป็นความต้องการของคนที่ถือหุ้น เราจะไปทำอะไรได้”

เมื่อพูดจบกันต์บอกว่าที่เรียกมาวันนี้ก็เพื่อจะบอกให้ทุกคนเตรียมใจหางานเอาไว้เนิ่นๆ เพราะถ้าเกิดสถานการณ์ที่ว่า พวกเขาจะได้มีทางออกกัน วิญญาณ ณฤทธิ์ฟังอยู่ตลอดเวลา แต่เขานิ่งไม่โวยวายจนบุญสิตาแปลกใจ แล้วจู่ๆเขาก็ออกจากห้องประชุมไปเลย บุญสิตา ตามไปถามว่าจะยอมเขาง่ายๆอย่างนี้หรือ อยากจะค้านอะไรไหม ให้ตนพูดแทนก็ได้

“ไม่ต้องหรอก บางทีกันต์อาจจะทำถูกแล้วก็ได้ ฉันพยายามรั้งบริษัทไว้โดยที่ไม่คิดถึงเด็กๆ ปากท้องของพนักงานในบริษัทเลย ทุกคนมีภาระ มีค่าใช้จ่าย ฉันเห็นแก่ตัว คิดถึงแต่ตัวเอง ทั้งที่ฉันไม่มีแม้แต่ร่างจะไปช่วยทำอะไรได้เลย...ถึงเวลาแล้ว ที่ฉันต้องยอมรับความจริงว่าบริษัทไม่มีฉันแล้ว อะไรมันก็เปลี่ยนไป”

“คุณมาร์ค...แล้วคุณจะทำยังไงต่อไป”

“ตอนนี้ก็คงแล้วแต่ทุกคน ใครสมัครใจจะอยู่ จะไป ก็แล้วแต่เถอะ...ฉันขออยู่คนเดียวสักพักนะ”

พูดจบณฤทธิ์ก็หายตัวไปเลย บุญสิตาได้แต่เห็นใจและสงสารเขามาก

ooooooo

ดนุดลตามออกมาต่อว่ากันต์ว่าปิดบริษัทอย่างนี้โปรเจกต์ของตนจะว่ายังไง กันต์บอกว่าก็ต้องยกเลิกทั้งหมด ดนุดลผิดหวังโวยวาย กันต์บอกว่าเอาเวลาที่โวยวายนี้ไปหางานใหม่ดีกว่า

ระหว่างนั้น แพตตี้คนรักของดนุดลโทร.มา เขาดีใจมากบอกว่าตนกำลังอยากเจอมีหลายเรื่องอยากเล่าให้ฟัง แต่ที่แท้แพตตี้โทร.มาเพื่อจะบอกเลิกเขาเพราะยามที่เธอต้องการเขา เขากลับไม่มีเวลาให้เพราะมุ่งมั่นแต่จะเป็นซุปตาร์ เวลานี้ตนมีคนที่มีเวลาให้แล้วจึงมาบอกเลิก

ดนุดลเสียใจมาก เสียทั้งงานเสียทั้งคนรัก หมดหวังในชีวิตจนคิดว่าตัวเองไร้ค่าจะฆ่าตัวตาย

ฝ่ายกันต์เมื่อประกาศขายบริษัทกับพนักงานแล้วก็ไปหาซาร่าที่แอบคบกันอยู่ ซาร่าคาดว่าดนุดลคงเสียใจกว่าเพื่อน กันต์บอกว่าอย่างน้อยก็ทำให้พนักงานเสียขวัญ แต่แปลกที่เมธไม่โวยวายอะไรตนเลย

ซาร่ากลัวว่ากันต์ขายบริษัทแล้วตนจะตกงาน กันต์หอมแก้มเธอถามว่า

“จะกลัวอะไร คุณเป็นเมียผมก็ต้องได้ส่วนแบ่งอยู่แล้ว”

ณฤทธิ์รู้ความจริงถึงกับอึ้ง พึมพำแค้น “ทำไมแกถึงเลวขนาดนี้ คอยดู ฉันจะแก้แค้นแก ไอ้ชั่ว!”

ฝ่ายดนุดลหมดหวังในชีวิตขึ้นไปที่ดาดฟ้าโรงแรมหมายฆ่าตัวตาย ณฤทธิ์ตามขึ้นไปปลอบแต่ช่วยอะไรไม่ได้จึงลงมาบอกบุญสิตาให้ไปช่วยดนุดลที่กำลังจะฆ่าตัวตาย ทั้งบุญสิตา พุฒิเมธ เจนนี่และจัสตินต่างพากันวิ่งขึ้นไปที่ดาดฟ้าเพื่อช่วยดนุดล

บุญสิตาพยายามหว่านล้อมดนุดลให้คิดถึงคนที่ตัวเองรักและรักเขา เล่าบทเรียนของตัวเองให้ฟัง ทั้งเรื่องถูกคนรักทิ้งและชีวิตที่ถูกแม่เลี้ยงกับลูกสับโขกจิกหัวใจตลอดมา ดนุดลฟังแล้วสงบลงบ้าง บอกเขาว่า

“ลงมาเถอะดล ความตายมันน่ากลัวกว่าที่ดลคิดนะ ดลตายไป ดลจะไม่ได้อยู่กับคนที่รักอีกเลยนะ ดลจะไม่สามารถทำอะไรหลายๆอย่างได้อีกแล้วนะ...คิดถึงพ่อแม่ที่กำลังรออยู่ที่บ้าน คิดถึงแฟนคลับดลสิ กว่าพ่อแม่จะเลี้ยงมาจนโต กว่าดลจะดังขนาดนี้ มันใช้เวลาขนาดไหน ไม่เสียดายหรือ”

ดนุดลฟังแล้วร้องไห้ “พ่อ...แม่...เอฟซีวีไอพีของผม” เมื่อบุญสิตาเห็นดนุดลเริ่มใจอ่อนก็เรียกให้กลับเข้ามาเถอะ พลางทำเนียนออกไปดึงมือดนุดลเข้ามา แต่โดยไม่คาดคิดดนุดลเสียการทรงตัวกำลังจะร่วงลงไป

บุญสิตาคว้าไว้ พุฒิเมธเข้ามาช่วยดึงดนุดลเข้ามาได้ ดนุดลกลัวตายร้อง “ผมยังไม่อยากตาย”

นาทีที่ดนุดลรักชีวิตไม่อยากตายนั้น วิญญาณณฤทธิ์ก็หลุดจากร่างบุญสิตาทันที

“ถ้าคนที่ฉันกำลังช่วยเหลือพ้นขีดอันตรายหายจากการซึมเศร้า รักชีวิต อยากมีชีวิต ฉันจะไม่สามารถ เข้าร่างได้เหรอ” ณฤทธิ์ฉุกคิดแต่วิญญาณเขาออกจากร่างบุญสิตาไปแล้ว ทำให้บุญสิตาโงนเงนจะตกตึก

พุฒิเมธคว้าร่างบุญสิตาไว้ทันแต่ทำให้ทั้งสองตกตึกไปพร้อมกัน

ดนุดล ศรันย์ จัสตินหันไปมองสองร่างที่ร่วงดิ่งลงจากตึก ทุกคนช็อก!

ooooooo

แต่ที่แท้ทั้งสองตกลงมาที่ถุงลมของหน่วยกู้ภัยรองรับอยู่ เมื่อนำตัวส่งโรงพยาบาลทั้งสองจึงปลอดภัย แต่เหตุการณ์ครั้งนี้ที่พุฒิเมธช่วยชีวิตบุญสิตาไว้ทำให้มีความรู้สึกดี และเมื่อสบตากันก็เกิดอาการเขิน

จัสตินกับดนุดลไปเยี่ยมพุฒิเมธกับบุญสิตาที่โรงพยาบาล ดนุดลร้องไห้เสียใจที่ตนเป็นต้นเหตุ นอกจากตัวเองจะกลัวตายขึ้นมาแล้วยังกลัวพุฒิเมธกับบุญสิตาจะตายด้วย

“ไม่ต้องร้อง ทุกคนปลอดภัยแล้ว” เมื่อพุฒิเมธขับรถไปส่งดนุดลที่หน้าบ้าน เขาบอกว่ามีอะไรให้โทร.หาตน อย่าเครียด บุญสิตาก็บอกอย่าคิดมาก จัสตินบอกว่าถ้าเดือดร้อนเรื่องเงินตนช่วยได้นะ

ศรันย์บอกพุฒิเมธว่าไม่ต้องห่วง พวกตนจะอยู่เป็นเพื่อนจนกว่าดนุดลจะหลับ จัสตินก็บอกให้เขาไปส่งซินเถอะ แต่พอพุฒิเมธกับซินไปแล้ว ศรันย์ถามจัสตินงงๆว่า

“ยัยซินมันรู้เรื่องของพวกเราได้ยังไง”

ทั้งสองคิดถึงที่บุญสิตาหว่านล้อมดนุดลโดยยกตัวอย่างว่า “อย่างจัสติน มีคนรัก แต่ก็มีพวกแอนตี้แฟนตามมา จะทำอะไรก็ทำไม่ได้ ไม่มีชีวิตส่วนตัวแถมยังมีความลับบางอย่างที่ต้องปกปิดกับมวลมหาประชาชนอีก”

ศรันย์ จัสตินสงสัยว่า “นางรู้ได้ยังไงว่าฉันเป็นพญานกฟินิกซ์”

“ใช่ มันรู้ความลับของฉันด้วยนะแก” จัสตินหลุด พอเห็นดนุดลมองอยู่ก็แอ๊บแมนทันที

ระหว่างนั่งรถไปด้วยกัน พุฒิเมธถามบุญสิตาว่าเธอคงรักแฟนเก่ามากสินะ

“ตอนนั้นก็รักนะคะ แต่ตอนนี้ฉันลืมไปหมดแล้ว ล่ะค่ะ”

“ผู้ชายเลวๆแบบนั้น ดีแล้วล่ะที่ออกไปจากชีวิตคุณ”

อ่านละครเรื่อง ชั่วโมงต้องมนต์ ตอนที่ 5 วันที่ 8 ก.พ.61

ละครเรื่อง ชั่วโมงต้องมนต์ บทประพันธ์โดย : ติณณา
ละครเรื่อง ชั่วโมงต้องมนต์ บทโทรทัศน์โดย : ตฤณณา
ละครเรื่อง ชั่วโมงต้องมนต์ กำกับการแสดงโดย : กิตติศักดิ์ ชีวาสัจจาสกุล
ละครเรื่อง ชั่วโมงต้องมนต์ ผลิตโดย : บริษัท ทีวีซีน จำกัด
ละครเรื่อง ชั่วโมงต้องมนต์ ออกอากาศเร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ