อ่านละครเรื่อง ชั่วโมงต้องมนต์ ตอนที่ 4 วันที่ 6 ก.พ.61

อ่านละครเรื่อง ชั่วโมงต้องมนต์ ตอนที่ 4 วันที่ 6 ก.พ.61

วิญญาณณฤทธิ์ผ่านร่างบุญสิตาพูดถึงอดีตที่ตนทะเลาะกับพ่อแล้วทำเป็นไม่สนใจ แต่ที่แท้เขารู้สึกผิดมาตลอด เพราะเขาอยากเอาชนะเลยไม่เคยขอโทษพ่อเลย มองสมบัติเต็มตาบอกว่า “จริงๆมาร์ครักและแคร์คุณพ่อมากนะคะ” นอกจากนี้ยังมอบดอกลีลาวดีให้บอกว่า “หนูคิดว่ามาร์คคงอยากให้ดอกไม้นี้เพื่อให้กำลังใจคุณพ่อค่ะ”

สมบัติรับดอกลีลาวดีไปด้วยความซึ้งใจเพราะเป็นดอกไม้ในความทรงจำ เวลานั้นณฤทธิ์ในวัย 17 เขานั่งดูต้นลีลาวดีที่โดนสมบัติตัดทิ้งด้วยความโกรธที่พ่อตัดต้นไม้ของแม่ทิ้ง วรรณนาบอกว่าที่พ่อตัดทิ้งเพราะไม่อยากให้มาร์คยึดติดกับแม่ที่เสียไป ณฤทธิ์เสียใจมากตะโกนว่า “ผมเกลียดพ่อ” แล้วทุบดินระบายอารมณ์รุนแรง



สมบัติเข้าไปกอดณฤทธิ์ด้วยความรู้สึกเจ็บปวดไม่ต่างกัน บอกเขาว่า

“แกจะเกลียดฉันฉันไม่ว่า แต่แกอย่าทำร้ายตัวเองแบบนี้...แกเห็นดอกไม้นั่นไหม” สมบัติชี้ต้นลีลาวดีที่กำลังแตกใบใหม่ “ขนาดฉันตัดมันทิ้ง มันควรจะตายไปแล้ว แต่สุดท้ายมันก็ยังพยายามกลับมามีชีวิต ออกดอกออกผลให้ลมหายใจกับเราอีกครั้ง แกก็ต้องพยายามมีชีวิตต่อไป เหมือนกับต้นไม้ของแม่แก มันอาจจะยาก แต่เวลาผ่านไปต้นอ่อนนี้มันก็จะแข็งแกร่งเหมือนต้นไม้อื่น”

ให้ดอกลีลาวดีในความทรงจำแล้ว บุญสิตาขอกอดสมบัติแทนมาร์คสักครั้ง สมบัติอนุญาตด้วยความยินดี วิญญาณณฤทธิ์ได้กอดพ่อชื่นใจแล้วจึงขอตัวกลับบอกว่าจะมาเยี่ยมใหม่ แล้วรีบออกไปเลย

สมบัติมองบุญสิตาที่เดินออกไป ขำๆกับท่าทางที่ผู้หญิงก็ไม่ใช่ผู้ชายก็ไม่เชิงของเธอ

วิญญาณณฤทธิ์พาร่างบุญสิตาไปที่บริษัทอ้างว่ามาสมัครงาน ศรันย์พาไปเขียนใบสมัคร บุญสิตาถือโอกาสถามสภาพบริษัท ได้ยินข่าวว่าจะขายบริษัทหรือ ศรันย์แปลกใจว่าเธอรู้เรื่องบริษัทมาก

บุญสิตาแก้เกี้ยวว่าจะมาสมัครงานก็ต้องศึกษาข้อมูลบริษัท เมื่อกรอกใบสมัครเสร็จศรันย์บอกว่า

แล้วยังไงจะติดต่อกลับไป ระหว่างนั้นเอง จัสตินวิ่งเข้ามาบอกศรันย์ว่าเมธกับกันต์ทะเลาะกันรีบไปห้ามเร็ว แต่พอศรันย์จะวิ่งไปก็ถูกบุญสิตาตัดหน้าไปก่อน ศรันย์กับจัสตินมองงงๆ แล้ววิ่งตามไป

นาฬิกาที่ผนังห้องบอกว่า อีกสิบนาทีจะบ่ายสองแล้ว!

ooooooo

พุฒิเมธทะเลาะกับกันต์เรื่องที่กันต์จะขายบริษัทว่าเขาไม่มีสิทธิ์ คิดจะทำอะไรต้องผ่านตนก่อนเท่านั้น กันต์อ้างว่าตนมีสิทธิ์เพราะเป็นหุ้นส่วน พอดีศรันย์เข้ามาขอให้ใจเย็นๆ ค่อยๆพูดกัน

กันต์หาว่าพุฒิเมธเป็นแค่ลูกและน้องบุญธรรมคิดจะฮุบบริษัท วิญญาณณฤทธิ์ในร่างบุญสิตาทนไม่ได้

ด่ากันต์ว่าให้ระวังแผนชั่วๆของตัวเองไว้ แล้วบรรยายถึงการร่วมกับพนักงานทุกคนสร้างบริษัทมาด้วยความยากลำบาก บอกว่านี่ไม่ใช่แค่บริษัทแต่เป็นบ้านของทุกคนเป็นความทรงจำ เป็นลมหายใจของมาร์ค

“แกเป็นคนที่รู้ดีที่สุดว่ามาร์คทุ่มเทให้บริษัทแค่ไหน แต่แกกลับทรยศมาร์คคิดจะขายบริษัททิ้ง แกควรจะเป็นคนพยายามรักษาบริษัทนี้ไว้ให้มาร์คด้วยซ้ำ”

กันต์ถูกวิญญาณณฤทธิ์ในร่างบุญสิตาสาวไส้ก็โกรธโต้ว่ามาร์คตายไปแล้วเหลือแค่ชื่อบริษัท อีกหน่อยถ้าบริษัทถูกขายก็คงไม่เหลือแม้แต่ชื่อ

วิญญาณมาร์คในร่างบุญสิตาโกรธจัดจะเข้าเล่นงานกันต์ พุฒิเมธพยายามดึงออกมา แม้ตัวจะถูกกันออกมาแต่ปากบุญสิตาก็ยังด่าไม่หยุดจนได้ยินเสียงนาฬิกาจากมือถือดังขึ้นเธอจึงหยุดกึก เหลือบดูนาฬิกายังเหลือเวลาอีกห้านาที เธอกดปิดโทรศัพท์ แต่ยังแค้นพุ่งเข้าไปจิกหัวกันต์หมายเอาเลือดหัวออก

นาฬิกาลูกตุ้มในห้องเตือนว่าครบชั่วโมงแล้ว เป็นจังหวะที่กันต์ผลักบุญสิตาออกพอดี ร่างเธอล้มลงกองกับพื้น ทุกคนตกใจ กันต์รีบบอกว่าตนยังไม่ได้ทำอะไรเลย

ทุกคนงงว่าบุญสิตาเป็นใครทำไมรู้เรื่องบริษัทดีและแรงเว่อร์ขนาดนี้

พอหมดชั่วโมง วิญญาณณฤทธิ์ก็ออกจากร่างบุญสิตา เขาออกมาหน้าบริษัทบีบมือบ่นเสียดาย...

“ทำไมต้องหมดเวลาตอนนี้ด้วย ยังไม่ได้เอาเลือดหัวคนทรยศออกเลย”

ooooooo

ระหว่างที่บุญสิตาเป็นลมนั้น คนที่บริษัทอยากเช็กว่าเธอเป็นใคร โทร.หาทั้งสมศรี ทราย และซัน สามคนโทร.ไม่ติดบ้าง ไม่รับสายบ้าง สัญญาณไม่ดีบ้าง หาเบอร์ล่าสุดที่ติดต่อกันเป็นเบอร์ของแนนซี่

พอแนนซี่รู้เรื่องก็รีบไปหาถามว่าเพื่อนตนเป็นยังไง พุฒิเมธบอกว่ายังไม่รู้สึกตัว แนนซี่บอกว่าน่าสงสารช่วงนี้เป็นลมบ่อย กันต์โพล่งว่าตนสิน่าสงสารโดนทำร้ายร่างกาย แนนซี่กลัวเพื่อนมีความผิดรีบบอกว่านางเป็นไบโพลาร์ อย่าถือสาเลย

พอดีบุญสิตารู้สึกตัวถามแนนซี่ว่าเกิดอะไรขึ้น แนนซี่ผสมโรงบอกว่านางจำอะไรไม่ได้แบบนี้แหละ

“งั้นก็รีบพาไปพบจิตแพทย์เถอะ เดี๋ยวจะกลายเป็นปัญหาสังคม” พุฒิเมธเป็นห่วง

ooooooo

บ่ายแก่ๆ บุญสิตาออกจากห้องน้ำก็เจอพุฒิเมธมายืนกอดอกรออยู่ เขาถามอย่างจับผิดทันทีว่าเธอเป็นอะไรกับเฮียมาร์คถึงรู้เรื่องทุกอย่างของเขาอย่างละเอียดแบบนี้ บุญสิตาอึกอัก บอกว่าเป็นเพื่อน

พุฒิเมธไม่เชื่อ เธอจึงเฉไฉไปว่าเป็นเพื่อนที่สายด่วนบำบัดทุกข์ เขาโทร.มาเล่าเรื่องเวลาเครียดเลยสนิทกัน รีบพูดแล้วจะเดินหนี ถูกเขาเดินไปดักหน้าถามว่าสายด่วนบำบัดทุกข์อะไร บุญสิตาจึงหยิบนามบัตรให้ เขารับไปดู “สายด่วนบำบัดทุกข์ รับปรึกษาทุกข์ปัญหาชีวิต โทร.5555”

ให้นามบัตรแล้วบอกว่าว่างๆก็ลองโทร.ไปดู ช่วงนี้ดูเขาเครียดๆน่าจะไปบำบัดสักหน่อย พูดแล้วรีบลากลัวถูกซักมากกว่านี้ พุฒิเมธดักไว้อีกแต่บอกอย่าลืมไปหาหมอ เตือนว่าก่อนที่จะช่วยบำบัดใครก็บำบัดตัวเองเสียหน่อยก็ดี แต่ถ้าไม่มีเงินก็มาเบิกกับตนได้ เพราะ “คุณช่วยชีวิตพ่อผมไว้ ที่พูดนี่เพราะเป็นห่วงหรอกนะ”

พุฒิเมธจ้องหน้าอย่างเป็นห่วงจริง บุญสิตาเห็นสายตานั้นก็เขินสะเทิ้นใจบอกไม่ถูก

พอเดินมาหน้าบริษัทเจอแนนซี่รออยู่ แนนซี่กระซิบถามว่าเธอถูกวิญญาณคุณมาร์คสิงอีกแล้วใช่ไหม เขาอยู่แถวนี้หรือเปล่า แน่ใจหรือว่าจะให้เขายืมร่าง บุญสิตาบอกว่าสงสารเขา แนนซี่ถามว่าแล้วไม่สงสารตัวเองหรือ แค่ตัวเธอคนเดียวก็ใช้ชีวิตยากจะแย่แล้ว

“ฉันรู้ แต่ถ้าฉันเป็นเขา ถ้าต้องตายไปแบบนี้ ฉันก็คงอยากได้โอกาสกลับมาหาคนที่ฉันรักเหมือนกัน” แนนซี่ติงว่าเขาตายไปแล้ว เป็นผีก็น่าจะทำใจได้แล้ว “ถึงเขาจะเป็นผีแต่เขาก็มีจิตใจ มีจิตวิญญาณเหมือนเรานะ ตอนฉันเสียพ่อกับแม่ไป ฉันมีเรื่องมากมายอยากจะพูดกับพวกท่าน แต่ฉันก็ทำไม่ได้ ฉันรู้ว่ามันทุกข์ใจขนาดไหน ฉันก็แค่อยากให้โอกาสเขาน่ะ”

“ขอบคุณมากนะ ฉันสัญญา ฉันจะทำให้ชีวิตเธอดีขึ้นเพื่อตอบแทนเธอ” ณฤทธิ์ที่แอบฟังอยู่พูดเบาๆ อย่างซึ้งใจ

ครู่ใหญ่ เมื่อบุญสิตามานั่งใกล้หอนาฬิกาที่สวนสาธารณะ ณฤทธิ์ตามมารายงานเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นวันนี้ให้ฟังตามสัญญา เขาเล่าซึ้งๆว่า

“หลังจากฉันตาย วันนี้เป็นวันแรกที่ฉันได้สูดอากาศหายใจบนโลกอีกครั้ง ฉันได้ใช้ชีวิต กลับไปเยี่ยมพ่อที่โรงพยาบาล ฉันซื้อของไปให้พ่อ ได้คุยกับพ่อ ได้จับมือ ได้กอดพ่ออีกครั้ง ฉันได้กลับไปที่บริษัทแล้วก็ได้เจอเพื่อนๆ เจอทุกคน ฉันรู้สึกเหมือนได้มีชีวิตอีกครั้งเลย”

“ฉันก็ดีใจที่ทำให้คุณกับพ่อมีความสุข”

“ถึงแม้จะเป็นเวลาแค่สี่ชั่วโมง แต่มันก็เป็นชั่วโมงต้องมนต์ที่ฉันรู้สึกว่าเป็นเวลาที่มีค่ามาก...ขอบคุณมากนะ ที่ให้ฉันยืมร่างไปหาพ่อ” ณฤทธิ์จับมือบุญสิตาแม้จะไม่ได้สัมผัสกันก็ตาม “มันคงเป็นสี่ชั่วโมงที่ดีกว่านี้ ถ้าไม่มีเรื่องกับไอ้กันต์”

“เขาถึงบอกไงว่า 1 นาทีที่โกรธ เท่ากับคุณได้สูญเสียเวลาความสุขบนโลกไป”

ณฤทธิ์บ่นแค้นๆว่าเพราะไอ้กันต์คนเดียวทำให้ตนเสียเวลาดีๆไป บุญสิตาว่าตนไม่ยิ่งกว่าเหรอ ต้องเสียเวลาถึงสี่ชั่วโมง ซ้ำยังเกือบโดนจับเข้าคุกอีก อย่านึกว่าตนไม่รู้นะ แนนซี่เล่าให้ฟังหมดแล้ว ไปทำผิดกฎทำให้ตนเป็นที่น่ารังเกียจในสังคม ณฤทธิ์ขอโทษแต่ไม่มีใครรังเกียจเธอหรอกเพราะเธอช่วยพูดแทนทุกคนในออฟฟิศ บุญสิตาถามว่าแล้วที่บ้านล่ะ เขาพูดอะไรกับคนในครอบครัวตน เพราะตนคุยกับซัน เห็นพูดจาแปลกๆ

พุฒิเมธโกหกตาใสว่าเปล่า ตนแค่ทักทายทำความรู้จักแล้วก็ยืมชุดจากพี่ทรายมาใส่เท่านั้น

บุญสิตาก้มมองตัวเองจึงรู้ว่าตัวเองใส่ชุดของทรายมาถามว่าใครเปลี่ยนชุดให้ตน พอรู้ว่าณฤทธิ์เป็นคนเปลี่ยนให้เธอก็ทั้งอายทั้งโกรธจนเกือบร้องไห้ ณฤทธิ์บอกว่าตอนเปลี่ยนตนปิดไฟไม่เห็นอะไรเลยจริงๆ

บุญสิตาหน้าแดงลุกเดินหนีไปเลย ณฤทธิ์ไม่เข้าใจว่าเธอจะอายไปทำไม แต่ก็แอบรู้สึกผิด

อ่านละครเรื่อง ชั่วโมงต้องมนต์ ตอนที่ 4 วันที่ 6 ก.พ.61

ละครเรื่อง ชั่วโมงต้องมนต์ บทประพันธ์โดย : ติณณา
ละครเรื่อง ชั่วโมงต้องมนต์ บทโทรทัศน์โดย : ตฤณณา
ละครเรื่อง ชั่วโมงต้องมนต์ กำกับการแสดงโดย : กิตติศักดิ์ ชีวาสัจจาสกุล
ละครเรื่อง ชั่วโมงต้องมนต์ ผลิตโดย : บริษัท ทีวีซีน จำกัด
ละครเรื่อง ชั่วโมงต้องมนต์ ออกอากาศเร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ