อ่านละครเรื่อง ชั่วโมงต้องมนต์ ตอนที่ 13 วันที่ 28 ก.พ.61

อ่านละครเรื่อง ชั่วโมงต้องมนต์ ตอนที่ 13 วันที่ 28 ก.พ.61

วันรุ่งขึ้นเมื่อมาพบกันไผ่สารภาพว่าตนเป็นคนขับรถชนมาร์คเอง พุฒิเมธบอกว่าเรารู้แล้ว ไผ่ถามว่าแล้วทำไมเขาจึงยังช่วยตนอีก ณฤทธิ์พูดว่าต่อให้เขามอบตัวตนก็ไม่ฟื้น ตนให้เวลาเขาอยู่กับลูกดีกว่า บุญสิตาพูดต่อให้ไผ่ฟัง

ไผ่ซึ้งจนน้ำตาคลอยอมรับว่าตั้งแต่เกิดเหตุตนไม่มีความสุขเลย ถึงตนจะหนีกฎหมายได้แต่หนีกฎแห่งกรรมไม่ได้ ลูกตนโดนรถชนในวันที่ตนกำลังจะหนีไปกบดาน ตนเลยไปไหนไม่ได้เพราะห่วงลูก ยอมรับว่า

“ถึงผมจะไม่ติดคุก แต่การที่ต้องอยู่อย่างหลบๆ ซ่อนๆ หวาดระแวงจมกับความรู้สึกผิด มันก็ไม่ต่างกับการติดคุก หลายครั้งที่ผมอยากมอบตัว แต่ก็เลือกที่จะยื้อเวลาเอาไว้เพราะลูก ตอนนี้ลูกผมอาการดีขึ้นแล้ว... ผมเลยอยากมอบตัว แต่ผมขอเวลาจัดการชีวิตตัวเอง ให้อาการลูกดีกว่านี้อีกนิดแล้วผมจะไปมอบตัวทันที ผมอยากขอขมาสิ่งที่ทำไว้กับคุณมาร์ค”



ณฤทธิ์ฟังอยู่ด้วยจึงฝากบุญสิตาบอกไผ่ว่าตนไม่ติดใจอะไร แต่ถ้าเขารู้สึกผิดจริงแค่ช่วยสารภาพว่าใครเป็นคนบงการก็พอ บุญสิตาถ่ายทอดคำพูดของณฤทธิ์ให้ไผ่ฟัง ไผ่นิ่งไปอึดใจจึงบอกว่า

“ผมจะสารภาพความจริงทั้งหมดเองว่าใครเป็นคนจ้างวานผม”

พุฒิเมธ บุญสิตา และณฤทธิ์ยิ้มให้กันอย่างมีความหวังว่าทุกอย่างกำลังจะจบและกำจัดกันต์ได้สำเร็จ

พุฒิเมธกับบุญสิตาไปส่งไผ่ที่โรงพยาบาล แต่พอทั้งสองออกไป กันต์ที่ได้ข่าวเรื่องลูกของไผ่เชื่อว่า พุฒิเมธกำลังจะเล่นงานตน จึงมาดักพบไผ่ เห็นพุฒิเมธกับบุญสิตามาส่งไผ่ก็ยิ่งตกใจ

ooooooo

เมื่อพุฒิเมธกับบุญสิตากลับไปถึงบริษัท บุญสิตาถามว่าเขาจะบอกเรื่องนี้กับพ่อมาร์คไหม พุฒิเมธบอกว่าไม่ดีกว่าไม่อยากให้ท่านฟังเรื่องไม่สบายใจ ณฤทธิ์เห็นด้วยให้ท่านรู้ทีเดียวตอนไผ่มอบตัวเลยดีกว่า

พอดีเอมาบอกว่าคุณธีมามาหา รออยู่ในห้องรับแขก ทั้งสองจึงรีบไปพบ

ธีมาขอบคุณเมธกับซินที่ทำให้ตนคิดได้ ยอมรับว่า

“ลุงทำบริษัทประสบความสำเร็จ แต่ครอบครัวกลับล้มเหลวไม่เป็นท่า ลุงละเลยคนที่ตัวเองรักจนเกือบพลาดเหตุการณ์สำคัญๆในชีวิตไป” พุฒิเมธกับบุญสิตายินดี ให้กำลังใจว่ายังไม่สายเกินไป “ใช่ เราไม่มีทางรู้เลยว่าวันไหนจะเป็นวันสุดท้ายของชีวิต แม้แต่สมบัติที่ทิ้งไว้ให้ลูก สุดท้ายพอตายไป เราก็เอาอะไรไปไม่ได้สักอย่าง แม้แต่สมบัติที่ทิ้งไว้ให้ลูก”

พุฒิเมธรำพึงเบาๆว่า “ใช่ครับ...เงินทองที่ทิ้งให้ลูกสักวันก็หมดไป แต่ความทรงจำดีๆระหว่างคุณลุงกับลูกต่างหากไม่มีทางหมดไปแน่นอนครับ”

ในขณะที่ธีมาพูดปลงๆว่า “สงสัยผมคงต้องปรับเวลาให้ช้าลงแล้วล่ะ จะได้อยู่สร้างความทรงจำดีๆกับคนที่รักไปนานๆ” เอ่ยแล้วมอบนาฬิกาให้ทั้งสอง “นี่เป็นของขวัญเพื่อขอบคุณทุกคน เป็นนาฬิการุ่นพิเศษรุ่นของขวัญครับ”

ทั้งสองรับไปเปิดดูถามว่าไม่เห็นมีเลขบอกเวลาเลย

“นาฬิกาเรือนนี้มีแต่คำว่าปัจจุบัน เอาไว้เตือนสติ ให้เราอยู่กับปัจจุบันไง”

ทั้งสองฟังแล้วยิ้มชอบใจ เมื่อบุญสิตากับณฤทธิ์กลับไป บุญสิตาเอ่ยอย่างสบายใจว่า

“มีแต่เรื่องดีๆนะคะ คุณธีมาก็มีความสุขกับครอบครัว ไผ่เองก็จะมอบตัวเร็วๆนี้”

“อืม...หวังว่าจะไม่มีอะไรผิดพลาดนะ ฉันจะได้หมดห่วงซะที”

“ไม่ต้องกลัวหรอกค่ะ เดี๋ยวไผ่ก็มอบตัวแล้ว”

ทั้งสองยิ้มให้กันอย่างมีความหวังว่าทุกอย่างจะผ่านไปด้วยดี

ooooooo

เช้าวันรุ่งขึ้น ขณะไผ่ออกจากบ้านจะไปมอบตัวนั้น เจอกันต์มาดักพบบอกว่าจะขับรถไปส่ง

แต่เวลาผ่านไปไม่นาน บุญสิตาที่กำลังออกจากบ้านพร้อมณฤทธิ์ก็ได้รับโทรศัพท์จากพุฒิเมธเล่าว่า

“ทนายความโทร.มาบอกผมว่าไผ่เปลี่ยนใจไม่ยอมพูดถึงกันต์ ไผ่สารภาพว่าเป็นอุบัติเหตุ”

บุญสิตารีบไปหาพุฒิเมธที่โรงพัก ส่วนณฤทธิ์จิกตาพึมพำว่ากันต์ต้องทำอะไรแน่ๆ เร่งให้รีบไปกัน

เมื่อพุฒิเมธถามไผ่ว่าเกิดอะไรขึ้น เขาถูกกันต์ขู่ใช่ไหม

“ผมขอโทษ แต่ผมเป็นห่วงความปลอดภัยของลูก และวิธีนี้เป็นวิธีที่ผมจะสามารถออกจากคุกมาหาลูกได้เร็วขึ้น”

ทั้งพุฒิเมธ บุญสิตา และณฤทธิ์ต่างไม่อยากกดดันไผ่ พุฒิเมธจึงเสนอว่า

“ตอนนี้ปัญหาที่น่ากังวลกว่าคือกันต์รู้ทันพวกเราแล้ว มันรู้แล้วว่าเรารู้ว่ามันเป็นคนฆ่าเฮีย มันคงร้อนใจไม่อยู่เฉยแน่”

ณฤทธิ์พูดผ่านบุญสิตาว่าเราจะมัวชักช้าไม่ได้แล้ว จะทำอะไรก็รีบทำ บุญสิตาก็มีความเห็นว่าเราต้องรีบหาทางจัดการก่อนที่กันต์จะทำอะไรเรา

“มันต้องมีสักทางสิ กันต์มันต้องพลาด หลุดหลักฐานอะไรสักอย่าง” พุฒิเมธมั่นใจ

แล้วพุฒิเมธก็ได้ฟังจากสมบัติว่า วันก่อนตนเจอกันต์ที่งานเลี้ยงของคุณธีมา วรรณนาบอกว่าตนได้ยินเขาเม้าท์กันถึงกันต์ว่าเคยคบสาวแก่แม่หม้าย ที่สำคัญเพื่อนพูดกันว่ากันต์เป็นแมงดาเกาะผู้หญิงกินแถมมีดวงกินเมียด้วย มีแฟนกี่คนก็ตายหมด

“เมธจำเจ๊พอลลี่ที่สนิทกับมาร์คได้ไหม” วรรณนาถาม พอพุฒิเมธบอกว่าจำได้ก็เล่าว่า “เขาลือกันว่า เจ๊พอลลี่เป็นแฟนคนล่าสุดของกันต์ แต่เขาแอบคบกันลับๆ... แต่ที่แน่ๆ น้าว่าเรื่องนี้มันแปลกนะ”

ตกค่ำพุฒิเมธคุยกับบุญสิตาโดยมีวิญญาณณฤทธิ์อยู่ด้วย ณฤทธิ์เล่าผ่านบุญสิตาว่า

“เจ๊พอลลี่เป็นพี่สาวที่ฉันสนิทมาก นางโหมงานหนัก จนหัวใจวายเฉียบพลัน...ฉันเจอกันต์ที่งานศพเจ๊พอลลี่นี่แหละ...ฉันไม่เคยเห็นแฟนเจ๊เขาเหมือนกัน เจ๊เป็นแม่หม้าย ต้องแอบคบ เพราะไม่อยากให้ใครรู้”

ณฤทธิ์รอให้บุญสิตาถ่ายทอดให้พุฒิเมธฟังแล้วจึงเล่าต่อว่า

“ก่อนหน้านี้เจ๊พอลลี่มาปรึกษาว่าแฟนขอยืมเงินไปลงทุนธุรกิจว่าจะให้ดีไหม แต่ฉันก็ห้ามเอาไว้เพราะกลัวเจ๊โดนแฟนหลอก หลังจากนั้นไม่นานเจ๊ก็เสียชีวิต”

“งั้นก็เป็นไปได้เลยที่จะถูกกันต์ฆ่า...ผมเจอทางที่เราจะเล่นงานกันต์ได้แล้ว เราจะสืบเงื่อนงำการตายของแฟนกันต์เพื่อเปิดโปงมัน”

ขณะนั้นเอง บุญสิตาก็หน้าซีดเหมือนกลัวอะไรแต่พอทั้งสองถามเธอฝืนยิ้มบอกว่าไม่มีอะไร สงสัยไม่ค่อยสบาย

ooooooo

คืนนี้ที่ห้องกันต์ ซาร่าชวนว่าช่วงนี้เครียดๆ ขับรถเล่นไปพัทยากันไหม กันต์บอกว่าตนไม่ว่าง พรุ่งนี้ครบรอบวันตายพี่ที่ตนรู้จักต้องไปทำบุญให้เขา

ซาร่าถามว่าใคร ปกติไม่เคยเห็นเขาทำบุญให้ใคร กันต์ตัดบทว่าไม่รู้สักเรื่องจะได้ไหม ซาร่าเลยเงียบ

รุ่งเช้า ณฤทธิ์พยายามปลุกบุญสิตาเพื่อจะยืมร่างเธอไปสืบเรื่องกันต์ แต่ปลุกอย่างไรเธอก็ไม่ตื่น แต่จู่ๆวิญญาณณฤทธิ์ก็ถูกดูดเข้าร่างบุญสิตาไปเลย พอเธอตื่นขึ้นมาเห็นตัวเองกลายเป็นณฤทธิ์ก็งงถามตัวเอง

“อะไรเนี่ย...เข้าได้ยังไง”

เมื่อเข้าร่างบุญสิตาได้แล้ว ณฤทธิ์โทร.คุยกับพุฒิเมธบอกว่าวันนี้ครบรอบที่เจ๊พอลลี่ตายพอดีหลานสาวเจ๊ต้องไปไหว้ทุกปี ตนจะลองไปเพื่อหาข้อมูล อีกสี่ชั่วโมงให้มารับเดี๋ยวจะส่งที่อยู่ไปให้

จากนั้นณฤทธิ์ในร่างบุญสิตาก็ไปที่สุสานเห็นหมวยหลานของเจ๊พอลลี่ก็เข้าไปตีเนียนว่าตนเป็นรุ่นน้องของเจ๊แต่สนิทกันมาก ทั้งที่ไม่รู้จักกับหมวยแต่เจ๊พูดถึงหมวยให้ฟังบ่อยๆจนรู้สึกเหมือนรู้จักกันมานาน บุญสิตาพูดเสียจนหมวยตายใจคุยเรื่องน้าพอลลี่ให้ฟังอย่างสนิทใจ

บุญสิตาถามว่าแล้วกันต์ไม่มาหรือ หมวยแปลกใจที่บุญสิตารู้เรื่องนี้ บอกว่าเรื่องนี้เรารู้กันแต่ในครอบครัวเท่านั้น บุญสิตาทำหน้าตายบอกว่ารู้เพราะเจ๊เล่าให้ตนฟังทุกเรื่อง กับกันต์เราก็ซี้กัน หมวยบอกว่าเดี๋ยวพี่กันต์ก็มา

พอรู้ว่ากันต์กำลังมา บุญสิตาใจไม่ดีไม่อยากเจอกันต์ และเวลาของณฤทธิ์ก็ใกล้จะหมดแล้วด้วย จึงขอตัวอ้างว่ามีธุระแล้วจ้ำอ้าวไปเลย พอกันต์มาถึง หมวยเล่าว่าเมื่อกี๊เพิ่งคุยกับเพื่อนน้า กันต์ตกใจถามว่าใคร ชื่ออะไร หมวยบอกว่าไม่ได้ถาม พอกันต์รู้ว่าบุญสิตาเดินไปทางไหนก็รีบตามไป

บุญสิตาเห็นกันต์ตามมาก็รีบหลบ แต่กันต์เห็นหลังไวๆจำได้ว่าใช่ เลยตะโกนไปว่า

“รู้นะว่าคุณอยู่ที่นี่ ถ้ายังไม่เลิกยุ่งเรื่องของผมอีกอย่าหาว่าผมไม่เตือน” พูดแล้วเดินกลับไปเลย

ณฤทธิ์ในร่างบุญสิตาโล่งใจที่กันต์กลับไป แต่ก็หนักใจที่เวลาเกินไปสิบนาทีแล้วทำไมตนยังออกจากร่างเธอไม่ได้

ooooooo

อ่านละครเรื่อง ชั่วโมงต้องมนต์ ตอนที่ 13 วันที่ 28 ก.พ.61

ละครเรื่อง ชั่วโมงต้องมนต์ บทประพันธ์โดย : ติณณา
ละครเรื่อง ชั่วโมงต้องมนต์ บทโทรทัศน์โดย : ตฤณณา
ละครเรื่อง ชั่วโมงต้องมนต์ กำกับการแสดงโดย : กิตติศักดิ์ ชีวาสัจจาสกุล
ละครเรื่อง ชั่วโมงต้องมนต์ ผลิตโดย : บริษัท ทีวีซีน จำกัด
ที่มา ไทยรัฐ