อ่านละคร ไฟหวน ตอนที่ 9 วันที่ 4 มิ.ย. 56


อ่านละคร ไฟหวน ตอนที่ 9 วันที่ 4 มิ.ย. 56

แต่แล้วเกิดเรื่องไม่คาดฝัน ตาเถากลับมาเห็นทั้งคู่กำลังนัวเนียกัน เขาโวยวายด่าทอน้องชายและตบตีผลักไสบุปผาออกจากบ้าน ถิ่นเข้าช่วยเลยโดนลูกหลงไปด้วย แต่ที่ซวยสุดๆก็ตรงที่ขณะเกิดชุลมุนกันนั้น บุปผาทำขวดน้ำมันพรายหล่นลงพื้น ตาเถาเห็นเข้าก็เดือดดาลหนักขึ้นอีก

บุปผาเห็นท่าไม่ดีวิ่งหนีไปทันที ส่วนถิ่นโดนตาเถาเอาของแข็งขว้างโดนเข้าจุดสำคัญบริเวณศีรษะทั้งเจ็บทั้งมึนไปครู่หนึ่ง ก่อนจะวิ่งตามบุปผาออกไป...ทั้งคู่วิ่งหนีมาไกลพอสมควรก็หยุดพัก จู่ๆนายถิ่นมีเลือดกำเดาไหลออกมา แถมท่าทางจะยืนไม่อยู่ ร่างโงนเงนไปมาก่อนฟุบลงล้มกลิ้งต่อหน้าต่อตาบุปผา


บุปผาตกใจเข้าไปเขย่าตัวเขาอยู่ครู่หนึ่ง แต่เขาไม่ตอบสนอง ลองเอานิ้วมืออังปลายจมูกถึงรู้ว่าเขาไม่หายใจแล้ว...บุปผาสำรวจบริเวณข้างกกหูนายถิ่นเห็นรอยยุบที่โดนตาเถาขว้างของแข็งใส่ คิดว่าสาเหตุนี้เอง ทำให้เขาตาย

“ถ้าไปแจ้งตำรวจ ตำรวจก็คงต้องซัก แล้วทีนี้คนอื่นๆก็ต้องรู้ว่าเราเล่นคุณไสยเพื่อจับหมอไอศูรย์ ไม่ได้... จะให้ใครรู้เรื่องนี้ไม่ได้”

บุปผาพึมพำแล้วมองซ้ายมองขวาจนแน่ใจว่าแถวนี้ไม่มีใครก็รีบวิ่งหนีไปทันที ทิ้งร่างไร้ลมหายใจของนายถิ่นนอนตาค้างอยู่ริมถนนอย่างโดดเดี่ยว น่าสังเวชเป็นอย่างยิ่ง!

ooooooo

บุปผารีบร้อนกลับบ้านเทพบริบาลโดยไม่รู้ว่าก่อนที่เธอจะเข้าไปภายในรั้วบ้านมีชายสองคนจับตามองอย่างจดจำ เพื่อหาโอกาสจัดการกับเธอตามที่สร้อยรับคำสั่งคุณหญิงมณีมาจ้างวาน...

เมื่อไม่ได้น้ำมันพรายแถมยังต้องเสียตัวฟรีๆให้นายถิ่นซึ่งบัดนี้ก็หมดลมหายใจไปแล้ว บุปผาหงุดหงิดอารมณ์เสียเป็นการใหญ่เลยมากระแทกกระทั้นลงที่นายสิน

“เป็นไงบ้างล่ะวันนี้...ความจริงฉันก็ไม่ได้อยากจะมาเยี่ยมแกนักหรอกนะ ธุระปะปังฉันก็เยอะ อะไรๆก็ไม่ได้ดั่งใจสักอย่าง แต่ถ้าฉันไม่มาดูแกบ้าง คนในบ้านก็จะสงสัยเอาได้ เอ้า ป้าทับทิมเขาทำข้าวต้มมาให้แกแน่ะ กำลังร้อนๆเลย”

บุปผาจะป้อนข้าวต้มให้นายสิน แต่เขาเม้มปากแน่นไม่ยอมกิน ทำให้เธอโมโห หาว่าเขาเรื่องมาก แล้วเอาข้าวต้มร้อนๆราดบนตัวเขาจนสะดุ้งเฮือกตาเหลือกลานด้วยความแสบร้อน จ้องหน้าเธออย่างโกรธเกลียด

“เกลียดฉันนักเหรอไอ้สิน อยากเกลียดก็เกลียดไปเถอะ แต่ฉันไม่เกลียดแกหรอก เพราะแกเป็นตัวประกันของฉันที่ทำให้หมอไอศูรย์ต้องแวะเวียนมาหา ฉันได้แต่งงานกับหมอเมื่อไหร่ แกก็หมดประโยชน์เมื่อนั้น”

ว่าแล้วเธอหมุนตัวกลับออกไป ส่วนนายสินเริ่มขยับตัวหลังจากข่มใจให้นอนนิ่งมาตลอดทั้งๆที่แสบร้อนแทบทนไม่ไหว เขาคำรามออกมาเป็นคำๆ จับใจความได้ว่าจะเปิดโปงความชั่วร้ายของเธอ เธอไม่มีวันได้สมหวังกับหมอไอศูรย์...

เช้าตรู่วันถัดมา คุณหญิงแจ่มจันทร์และไอศูรย์เตรียมตัวไปใส่บาตรร่วมกับครอบครัวมัทนา โดยมีโฉมจัดการเรื่องอาหารคาวหวานให้เสร็จสรรพ อิ่มรู้เห็นจึงขอติดตามไปด้วยเพราะอยากพบนายพลเทพ ซึ่งไอศูรย์ก็ไม่ขัดข้อง แต่เมื่อไปถึงเป็นเวลาที่นายพลเทพนั่งรถออกนอกบ้านสวนกับรถไอศูรย์พอดี
อิ่มเหลียวมองตามนายพลเทพด้วยความเสียดาย แต่พยายามทำตัวปกติไม่ให้ใครสงสัย เมื่อได้พบคุณหญิงมณีกับมัทนาที่รอใส่บาตรอยู่ อิ่มก็นอบน้อมอย่างเจียมตัว แต่พอเห็นสร้อยกลับตกใจจนเป็นลมเพราะจำได้ แม่นว่าผู้หญิงคนนี้แทงอุ่นน้องสาวของตนตายอย่างโหดเหี้ยมคากองไฟ!

คนอื่นๆพากันตกใจเมื่อจู่ๆอิ่มก็วูบไป ไอศูรย์กับมัทนาเยียวยาอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่แกจะฟื้นคืนสติ คุณหญิงแจ่มจันทร์สงสัยจนอดกระซิบถามลูกชายไม่ได้ว่า

“ไหนว่าป้าอิ่มแกหายดีแล้วไงจ๊ะลูกต้น”

“หายครับ แต่ยังไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่แกไม่เป็นอันตรายกับใครหรอกครับ”

“แล้วเมื่อกี้แกตกใจอะไร จนถึงกับเป็นลมเป็นแล้งไปอย่างนี้น่ะ”

ไอศูรย์ส่ายหน้าแทนคำตอบ คุณหญิงแจ่มจันทร์พยายามคลี่คลายบรรยากาศชวนคุณหญิงมณีกับมัทนาไปรอใส่บาตร มัทนาจึงฝากบุปผาดูแลป้าอิ่มแทน...สร้อยเดินรั้งท้ายตามคนอื่นๆออกไป พลางเหลียวกลับมามองอิ่มอีกครั้งอย่างคุ้นหน้า แต่นึกไม่ออกว่าเคยเห็นที่ไหนมาก่อน...

ขณะอยู่กันสองคน อิ่มถามบุปผาว่าคนที่เดินรั้งท้ายเป็นใคร บุปผาบอกชื่อสร้อยเป็นคนสนิทของคุณหญิงมณีและเป็นหัวหน้าแม่บ้านที่นี่

“ว่าแต่ป้าถามทำไม รู้จักเขาเหรอ”

“ไม่รู้จัก...ฉันไม่รู้จัก”

“ไม่รู้จักก็ดีแล้ว อย่าไปรู้จักเลย อีนี่มันร้ายจะตายไป...ป้าหิวน้ำมั้ย เดี๋ยวฉันไปเอาน้ำมาให้นะ”

ทันทีที่บุปผาลับกาย อิ่มก็พึมพำกับตัวเองอย่างหวาดกลัวและกลัดกลุ้ม “ฉันรู้ว่ามันร้าย...ร้ายขนาดฆ่าคนตายได้เลยทีเดียว”

หลังจากใส่บาตรพระเสร็จแล้ว มัทนากับไอศูรย์กรวดน้ำร่วมกัน โดยมีสองคุณแม่เฝ้ามองอย่างปลาบปลื้ม และคงจะสบายใจมากขึ้นหากลูกๆใส่บาตรครบเก้าครั้งตามที่คุณชไมบอกมา

บรรยากาศกำลังชื่นมื่น แต่พอคุณหญิงแจ่มจันทร์ถามถึงนายพลเทพ คุณหญิงมณีก็นิ่งไปอย่างกลุ้มใจ ไม่รู้ว่าเขามีงานอะไรนักหนาถึงต้องออกจากบ้านแต่เช้ามืด...

ความจริงนายพลเทพไม่ได้ไปทำงานแต่มุ่งหน้าไปที่โรงพยาบาลเก่าที่ผกาเคยรับทารกน้อยลูกของอุ่นไว้อุปการะเลี้ยงดู คราวนี้นายพลเทพกับดำเกิงมีรูปถ่ายของผกาที่ให้นิกรถ่ายไว้มาให้หมอดูด้วย ซึ่งหมอยืนยันว่าใช่เธอแน่ ถึงเวลาจะผ่านมานานแต่ความสวยของเธอยังไม่เปลี่ยน

เวลานั้นที่บ้านเทพบริบาล คุณหญิงแจ่มจันทร์กับลูกชายยังไม่กลับ คุณหญิงมณีมีท่าทีแปลกๆ เรียกสร้อยมาพูดคุยกันเบาๆครู่หนึ่งก่อนที่สร้อยจะถอยออกไป... ไม่กี่อึดใจเสียงโทรศัพท์ในบ้านดัง มัทนาอาสารับเอง ปรากฏว่าคุณชไมโทร.มาพูดแปลกๆ ฝากมัทนาช่วยเตือนแม่ด้วยว่าให้ตั้งใจมั่นอยู่ในศีลธรรม อย่าคิดทำเรื่องอะไรที่ไม่ดี เพราะยิ่งคิดไม่ดีเท่าไหร่ เรื่องไม่ดีก็ยิ่งย้อนกลับเข้าตัวเท่านั้น

มัทนารับปากก่อนวางสายอย่างงงๆ แล้วมาถ่ายทอดคำพูดของชไมอย่างครบถ้วน คุณหญิงแจ่มจันทร์ฟังจบก็เอ่ยปากอย่างไม่เข้าใจเช่นกัน

“โถ...คนอย่างพวกเราจะทำอะไรไม่ดีคะ นี่เราก็เพิ่งจะใส่บาตรเสร็จ แล้วช่วงนี้ก็วุ่นอยู่กับงานฉลองกึ่งพุทธกาล วันๆทำแต่เรื่องงานบุญ งานกุศลกันทุกวันเลย”

“จริงค่ะคุณพี่” คุณหญิงมณีตอบรับอย่างเห็นด้วย ไม่เข้าใจในสิ่งที่ชไมพยายามเตือน...เหมือนหยั่งรู้

ครู่ต่อมา สร้อยสั่งบุปผาให้ออกไปซื้อของที่ตลาด บุปผาเข้าใจว่าสร้อยกีดกันไม่อยากให้ตนอยู่ใกล้ไอศูรย์ แต่ความจริงแล้วสร้อยมีแผนอื่นต่างหาก เธอนัดแนะกับเพิ่มและขจรเอาไว้ให้จัดการบุปผาในวันนี้!

ระหว่างทางไปตลาด บุปผาสังเกตเห็นตำรวจและชาวบ้านกำลังมุงดูศพนายถิ่น เธอแอบมองอยู่รอบนอกแต่ก็เกือบเป็นเป้าสายตาเมื่อตาเถาที่รวมอยู่ในกลุ่มนั้นหันมาเห็นเธอแล้วตะโกนลั่น

“อีนังผู้หญิงหยำฉ่า น้องกูต้องตายก็เพราะมึง!”

บุปผาตกใจมากรีบวิ่งหนีไปก่อนที่ใครๆจะพุ่งเป้ามา ตาเถาจะวิ่งตามแต่เพชรรวบตัวเอาไว้ได้ ถามเขาว่าเป็นพี่ชายคนตายหรือ ตาเถาไม่ตอบเอาแต่ดิ้นรนเพื่อจะหนี ขณะที่บุปผาซึ่งวิ่งไปไกลก็โล่งใจ แต่เดี๋ยวเดียวก็หน้าตาตื่นเมื่อเห็นชายสองคนย่างสามขุมเข้าหาด้วยสีหน้าแววตาประสงค์ร้าย
เพิ่มกับขจรฉุดกระชากลากบุปผาเข้าพงหญ้าข้างทางหมายปลุกปล้ำ มันถลกผ้าถุงเธอจนเห็นปานแดงที่ต้นขาแต่ยังไม่ทันลงมือก็มีอันต้องเผ่นหนีเพราะได้ยินเสียงผู้หญิงคนหนึ่งยืนตะโกนปาวๆว่าตำรวจมา!

เดือนนั่นเอง...เดือนเป็นเพื่อนร่วมอาชีพในหอโคมแดงของบุปผา เธอผ่านมาเห็นเหตุการณ์โดยบังเอิญ บุปผาท่าทางยังไม่หายหวาดกลัวแต่ก็ขอบคุณเดือนที่มาทันเวลา

“ทำไมไอ้พวกบ้านั่นมันกล้าลงมือกลางวันแสกๆ เลยนะ บ้านเมืองเดี๋ยวนี้น่ากลัวขึ้นทุกวัน แต่ฉันก็ดีใจนะที่ได้เจอเธอน่ะ บุปผาหายไปไหนมา”

“ฉันเบื่อที่จะขายตัวต่อไปแล้วน่ะสิเดือน ยิ่งเห็นพี่มุก พี่พิกุล ที่พอเริ่มอายุมากหาแขกไม่ค่อยได้ วันๆได้แต่นั่งแต่งตัวสวยรอแขกเรียกขึ้นห้อง มันน่าสมเพชมากน่ะเดือน แล้วฉันก็ไม่อยากเป็นอย่างนั้น”

“แล้วบุปผาออกไปอยู่ที่ไหน ทำอะไรอยู่ล่ะตอนนี้”

“ฉัน...ไปเป็นคนใช้เขา คนไม่มีความรู้อย่างเราจะไปทำมาหากินอะไรได้มากไปกว่านี้ล่ะเดือน”

“เออนี่บุปผา คุณกำพลเขาอยากพบเธอมากเลยนะ ทำไมเธอไม่โทร.หาเขาล่ะ ฉันเชื่อว่าเขาจะต้องเลี้ยงดูเธอ ไม่ยอมให้เธอไปเป็นคนใช้ใครแน่ๆ”

“แต่คนอย่างเขาถ้าจะแต่งงานก็คงเลือกแต่งกับผู้หญิงมีชาติตระกูล ส่วนผู้หญิงอย่างเราน่ะก็เป็นได้แค่เมียเก็บเท่านั้นละ ไม่ใช่เมียออกหน้าออกตาหรอก”

อ่านละคร ไฟหวน ตอนที่ 9 วันที่ 4 มิ.ย. 56

ละครเรื่อง ไฟหวน บทประพันธ์โดย ฐา-นวดี สถิตยุทธการ
ละครเรื่อง ไฟหวน บทโทรทัศน์โดย ฐา-นวดี สถิตยุทธการ
ละครเรื่อง ไฟหวน กำกับการแสดงโดย มารุต สาโรวาท
ละครเรื่อง ไฟหวน ผลิตโดย บริษัท มาสเคอเรด จำกัด โดย มารุต สาโรวาท
ละครเรื่อง ไฟหวน เป็นละครแนว ดราม่าเข้มข้น
ละครเรื่อง ไฟหวน ออกอากาศทุกวันศุกร์ - เสาร์ - อาทิตย์ เวลา 20.25 น. ทางช่อง 7 สี
ที่มา ไทยรัฐ






ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น