อ่านละคร อาญารัก ตอนที่ 5/6 วันที่ 2 เม.ย. 56


อ่านละคร อาญารัก ตอนที่ 5/6 วันที่ 2 เม.ย. 56

ขุนภักดีนั่งนิ่งเสียใจเจ็บใจไม่หายทั้งรักทั้งแค้นแน่นอกไปหมด จึงเอาแส้ฟาดๆ ๆ ระบายลงไปใส่ข้าวของในห้องตกแตกกระจาย ภาพที่ตนแสดงความรักใคร่เนียน โอบประคองเนียน ก็ผุดขึ้นมาหลอกหลอน
ขุนภักดีคิดแล้วก็ยิ่งแค้น เหวี่ยงแส้ลงกับพื้น มายืนหอบ
“ทำไม ทำไม จะให้รักมากมายแค่ ไหนกัน ถึงจะจงรักภักดีไม่ไปมีชู้ ช่างไม่รู้บ้างหรืออย่างไรว่ารักกว่าใครๆ ในบ้านนี้ทั้งสิ้น ทำไมต้องทำให้พี่เจ็บพี่อาย พี่เสียหายถึงเพียงนี้ ทำไม ทำไมๆๆๆ”

ขุนภักดีตะโกนดังลั่นบ้าน แถมเตะเอาแจกันแก้วที่ตกพื้นจนเท้าเลือดสาด
ทองจันทร์กับเรียมเข้ามาเห็นก็ตกใจ
“พี่เทพ ตายแล้ว เท้าพี่เทพ”
“พ่อเทพ ระงับอกระงับใจเรื่องแค้นนั่นไว้บ้าง ดูสิห้องหับพังพินาศหมดแล้ว”
“เรียมจะไปเอายามาทำแผลให้นะคะ”
“ไม่ต้องแผลที่นี่มันนิดเดียว แต่แผลที่นี่สิ มันยิ่งใหญ่สุดประมาณ ผู้หญิง หนอผู้หญิง ช่างปลิ้นปล้อนสิ้นดี”
“พี่เทพขา เรียมเอ้อ...”
เรียมจะเอ่ยเรื่องเนียน แต่พูดไม่ทันจบคำ ขุนภักดีก็สวนออกมา “ออกไปเลยเรียม อย่าได้มาเอ่ยถึงนางกากีนั่นอีก คุณแม่ก็ด้วย ผมให้ชีวิต มันแก่คุณแม่แล้ว ขอเถิดอย่ามาทำให้ผมคลั่งมากกว่านี้อีกได้โปรดเถิดครับ”


ทองจันทร์พยักหน้ากับเรียม สองคนประคองกันถอยออกไป ขุนภักดีนั่งแปะอยู่บนเตียง เอามือกุมขมับ ปวดร้าวชอกช้ำหนัก
“กูจะต้องไม่อกหักเพราะนางทรยศนั่นเด็ดขาด”
แต่ท่าทีขุนภักดีกลับเสียใจมากมาย ไม่เป็นดังคำพูดตน

ขณะที่เนียนกำลังนั่งหั่นหยวกกล้วย แต่งตัวทรุดโทรมหมาราศี หน้าตาอิดโรย ยายอ่อนเลียบเคียงเข้ามาหา
“คุณเนียนจ๊ะ”
“ยายอ่อน เอ้อ อย่าเรียกเนียนว่าคุณ ยายอ่อนจะมีอันตรายจ้ะ”
“เมื่อวันก่อนที่เกิดเรื่อง ยายไม่อยู่ กลับไปหาลูกชาย กลับมาตกใจหมดเลยจ้ะ คุณเอ้อ...แม่เนียน ยายเชื่อว่ามีคนป้ายสีแม่เนียนนะจ๊ะ”
“ไม่มีใครป้ายสีเนียนดอกจ้ะยาย เนียนทำตัวเนียนเองทั้งนั้น”
“คนบางคนนั่นสิคะพยายามทำคนอื่นเสมอ พูดก็พูดเถิด” ยายอ่อนกระซิบ “ฟังแล้วเหยียบนะ คือว่าไม่มีมนุษย์คนไหนที่จะท้องสิบสองเดือนดอก”
เนียนร้องห้าม “ยาย พอเถิด”
“ยายเองก็ต้องระวังตัวแจ ก็ไอ้เรื่อง ยาหม้อบำรุงเลือดลมวันก่อนน่ะ ใคร้ดันเอายาพิษไปใส่ ยายบอกก็ได้ว่าใครกันแน่”
ช้อยมาถึงพอดี
“ยายอ่อน มาช่วยคนตกทุกข์ได้ยากรึ โถเนียนคนเคยสวยจ้ะ คุณสนฝากขนมมาให้กินจ้ะ เธอว่าเนียนคงจะอดอยากปากแห้ง เธอก็เลยเวทนา”
ช้อยส่งขนมมาให้ เนียนอึ้ง ยายอ่อนส่ายหน้า แล้วแกล้งทำเหมือนปัดมือเนียนให้ของตก ช้อยตาเขียวใส่

ฝ่ายเรียมทุกข์ใจเรื่องเนียนกับขุนภักดี หารืออยู่กับทองจันทร์
“พ่อเทพไม่ยอมออกมาจากห้อง สามวันสามคืนอาหารก็ไม่ยอมแตะ แม่เรียมไม่ไปเคาะเรียกสักหน่อยรึ”
“เรียมไม่กล้าดอกค่ะ คุณแม่ ลูกชายคุณแม่ รักแรงเกลียดแรง เรียมทราบค่ะว่าพี่เทพเสียใจมาก พี่เทพน่ะรักเนียนมากกว่าเรียมกับสนซะอีก”
สนเข้ามาทันได้ยินพอดี แอบไม่พอใจ
“สนทราบค่ะ สนยังแปลกใจ ว่าทำไมพี่ขุนถึงคิดเช่นนั้น เพราะคนที่พี่ขุนสมควรรักมากที่สุดคือคุณเรียม แท้ๆ”
“แล้วอย่างไรจ้ะ จะมีอะไรพิสดารพันลึกมาเล่าสู่กันฟังอีกรึ”
สนยิ้มย่องควักรากไม้นารีพิฆาตออกมาจากชายพก
“สนเจอนี่ค่ะ ในห้องเนียน ตอนที่สนไปหยิบเสื้อผ้ากะว่าจะเอาไปให้เนียนเข้าใส่”
เรียมกับทองจันทร์มองอย่างแปลกใจ
“แล้วมันคืออะไรเล่าแม่สน”
“นั่นสิ เป็นแค่รากไม้รูปร่างคล้ายคน”
“นั่นสิคะ แต่มันซุกอยู่ใต้หมอนของเนียนนะคะ” สนย้ำ
“อ้าว ไหนว่าไปเอาเสื้อผ้า แล้วทำไมไปค้นหมอนเขาได้” ทองจันทร์ซักไซ้
“เอ้อ ก็สน สน จะ หยิบหมอนไปให้เนียนเขาด้วย มันหล่นลงมาสนก็ต๊กกะใจ”
“เลยหยิบกลับเรือนไปงั้นรึ” เรียมย้อนถาม
“ค่ะ สนจะเอาให้ดูวันนั้นแล้ว แต่พี่ขุนกำลังอาละวาด สนกลัวพี่ขุนไปฆ่าเนียนสนจึงเฉยเสีย”
“อนุโมทนาด้วยนะย่ะ ที่ไว้ชีวิตเนียนเอาไว้หลายครั้งหลายคราย่ะ” ทองจันทร์เหน็บ
ขุนภักดีเหมือนได้ยิน เปิดประตูพรวดออกมา
“สนจะมาบอกว่านางเสนียดแพศยานั่น มันทำเสน่ห์ให้พี่หลงใหลได้ปลื้มมันใช่ไหม”
“หัวปักหัวปำเลยแหละค่ะ สนไม่ได้จะมาฟ้องนะคะ สนแค่จะเล่าสู่กันฟัง”
ขุนภักดีโกรธจนตัวสั่นไปหมด
“มันเลวจนผมนึกไม่ถึงจริงๆ คุณแม่ ผมจะไปเฉดหัวมันไปจากบ้านนี้”
“โถพี่ขุนขาอย่าวู่วาม” สนทำเป็นแสนดี
“มันจนตรอกขนาดนั้นยังจะเอากันให้ถึงตาย ดีรึพ่อเทพ”
“พี่เทพต้องการให้เนียนไปจากที่นี่จริงๆ รึ” เรียมจ้องหน้าสามีถาม
“สู้เอาไว้ในสายตาไม่ดีกว่าหรือคะพี่เทพ เฉดหัวไปแล้วไปมีชู้ใหม่อีก พี่เทพจะยิ่งอับอาย ว่าเลี้ยงเมียคนเดียวให้ดีไม่ได้ ปล่อยไปมีชู้ถึงสองถึงสาม” สนว่า
“ไม่ยักรู้ว่าแม่สนเป็นหมอดู รู้อนาคตว่าเนียนจะมีชู้ถึงสามคน” ทองจันทร์ประชด
ขุนภักดีหันกลับไป ปิดประตูดังปัง
“คนก็ล้มจนยืนไม่ขึ้นแล้ว อย่าเหยียบซ้ำเลยนะจ๊ะสน” เรียมบอก
“สนขอโทษค่ะ จะไม่พูดอีกแล้ว ไม่ว่าจะเห็นอะไรไม่ดีตำหูตำตาอีก” สนรับปาก
“ดีแล้วจ้ะ”
สนยกมือไหว้ พอหันหลังกลับ ก็พึมพำกับตัวเองอย่างชิงชังแม่ผัว

“อีแก่ สักวันเถิด”
เวลาผ่านไปอีก วันนี้ที่บ้านหลังหนึ่งในบางกอก ซึ่งอยู่ติดถนน ด้านหน้าทำเป็นร้านค้า ด้านหลังเป็นบ้านพักอาศัยขนาดเล็กๆ ด้านในบ้านหลังนั้น หนักส่งแดงน้อยให้แพร พลางบอกกำชับแพรกับโพล้ง

“ขายอาหารดีที่สุด ไอ้โพล้งเอ็งมันมีฝีมือในการทำอาหารนี่นา”
“ก็ฝีมือแบบชาวบ้าน ใครจะมากินเล่า” โพล้งว่า
“ก็ทดลองทำไปเถิด บังหน้า ว่าไม่ทำมาหากินแต่ดันมีกิน”
“อีกสักหน่อยพอไอ้แดงน้อยโตขึ้นมันเข้าโรงเรียน ข้าจะช่วยเอ็งอีกแรง ข้าก็พอมีฝีมือเรื่องอาหารเหมือนกัน” แพรบอก
“ถามนิดนึงนะพี่หนัก” โพล้งเผลอเรียกชื่อ
“อย่าเรียกข้าชื่อนี้อีก” หนักด่า
“แล้วจะให้เรียกชื่อไร”
“ยังคิดไม่ออก ก็อย่าเอ่ยชื่อสิวะ ไอ้หนักน่ะตายไปแล้ว ท่องให้ขึ้นใจ”
“ถามจริงพี่ ไปเอาเงินที่ไหนมาซื้อบ้านหลังนี้ นี่มันบางกอก ถึงจะเล็กแต่มันต้องแพงพอสมควร”
หนักส่งหนังสือพิมพ์ให้สองคนอ่าน
แพรกะโพล้งอ่านพาดหัวข่าว “ ปล้นบ้านเศรษฐีบางปลาม้า กวาดไปห้าหมื่น”
สองคนมองหน้าหนักอย่างตื่นเต้น หนักพยักหน้า

ไม่ว่าจะผ่านไปนานแค่ไหน ขุนภักดียังคงยืนอยู่ที่หน้าต่างห้อง มองไปทางหลังบ้าน รำพึงรำพันถึงเนียนไม่เลิก
“ทำไม ทำไม ต้องทำกับพี่ถึงเพียงนี้”
เนียนยังคงทำงานหนัก ตัดกิ่งต้นไม้ ดายหญ้า ให้อาหารหมู จนเนื้อตัวมอมแมมไปหมด

วันต่อมาสนกับช้อยคุยกัน
“ช้อย ข้าทำสารพัดแล้วแต่พี่ขุนกลับไม่เป็นดังที่ข้าต้องการ”
“เป็นสิเจ้าคะ ทูนหัวของช้อย เวลานี้ หาใครใหญ่คับบ้านเท่าคุณสนเป็นไม่มีเดินไปทางไหนบ่าวไพร่หลบตาหลีกห่างกันเป็นแถว”
“แต่พี่ขุนกลับไม่ตื่นเต้นกับข้า ข้าต้องการความรัก ไม่ต้องการแค่ความยิ่งใหญ่เพียงประการเดียว”
“เพราะท่านขุน ยังอาลัยอาวรณ์อีเนียน รวมทั้งอีแก่กับอีเรียม มันก็ไม่ลงให้คุณสน”
“ข้าทนไม่ได้ ที่เห็นพี่ขุนยังแอบรักมันอยู่ นี่ขนาดว่าข้ามีลูกชายนะ”
“นี่ถ้าหากว่าวันใดรู้ว่าไม่ใช่…”
สนตบปากช้อยเต็มแรง
“อีช้อย”
ช้อยยกมือไหว้ขอโทษ
“ช้อยขอโทษเจ้าค่ะ คือช้อยไม่เข้าใจว่าความรักทำไมมันปักอกแล้วไฉนถอนไม่ขึ้น คุณสนยังอยากให้อีเนียนมันตายอยู่อีกไหมเจ้าคะ”
“เอ็งถามทำไม ก็ในเมื่อ เอ็งรู้คำตอบแล้ว”
“เมื่อก่อนเหมือนจะยาก ตอนนี้เหมือนจะง่าย แต่กลับยากกว่าเมื่อก่อนอีกเจ้าค่ะ อีเนียนมันถูกล้อมรอบด้วยมวลหมู่คนรับใช้ ที่รักใคร่มัน แม้กระทั่งไอ้แทน”
“มันจะคลอดเมื่อไหร่”
“ใกล้แล้วเจ้าค่ะ ท้องมันทั้งโย้ ทั้งย้อย”
สนพยักหน้ารับรู้

วันต่อมาขณะที่ท่านขุนกำลังกินอาหารเช้ากับเรียมและทองจันทร์ กบแมวอยู่ด้วย เรียมท้องแก่ใกล้คลอดเต็มที ขุนภักดีกลายเป็นคนเงียบขรึม
“คุณแม่ครับ เรียมจ้ะ พี่ต้องเข้าไปทำงานที่บางกอกสักสามวัน”
“จ้ะ พักนี้พ่อเทพไปทำงานที่บางกอกบ่อยจริงนะ”
“ผมขอไปทำเองแหละครับ คุณแม่ เรียมดูแลตัวเองดีๆ นะจ๊ะ”
“ขอบคุณค่ะ พี่เทพ”
“อย่าลืมที่พี่บอกไว้ ถ้าลูกพี่เป็นอะไร เราขาดกันจริงๆ” ขุนภักดีบอกเสียงเข้ม
“พี่เทพ” เรียมตกใจ
“ไฮ้พ่อเทพ ทำไมถึงจะไปคิดเอาเองอย่างนั้น มันจะเกี่ยวอะไรกับแม่เรียม มันเป็นเรื่องอะไรจะเกิดมันต้องเกิด”
“ผมจะไม่ยอมสูญเสียอะไรอีกแล้วครับ ผมต้องปกป้องของทุกสิ่งที่เป็นของผมไม่ให้หลุดลอย”
“พ่อเทพไม่มีเหตุผล” คุณนายทองจันทร์ตัดพ้อลูกชาย
“คุณแม่ครับ เรื่องของรักของหวง หาเหตุผลมาอธิบายไม่ได้ดอกครับ”
ทองกับเรียมมองหน้ากัน
“เอ้อ...พี่เทพคะ ตอนนี้เนียนท้องแก่มากแล้วเรียมอยากให้หยุดทำงานหนักบ้าง”
เท่านั้นเอง ขุนภักดียกสำรับทุ่มโครมลงพื้นเรือนไป

เวลาต่อมาขุนภักดีอยู่ที่ท่าน้ำ โอบ กอด หอม จูบลาเทิดศักดิ์
“ลูกรักของพ่อ ดีใจไหม จะได้น้องอีก...”
สนสอดขึ้นจงใจยั่ว “สองคนจ้ะลูก”
ขุนภักดีปรี๊ดแตก
“หยุดนะสน”
“อุ๊ย สนขอโทษค่ะ คือสนมักมองคนในแง่ดีอยู่เรื่อย”
“ไอ้เอก เอ็งไม่ต้องไป เอ็งอยู่คอยดูแล เอ้อ คุณนายเรียมให้ดี มีอะไรด่วนให้ส่งสายตะแล๊บแก๊บไปที่กระทรวงคลองหลอด”
“ขอรับท่านขุน”
ขุนภักดีก้าวจะลงเรือไป อดมองไปทางหลังบ้านไม่ได้ แล้วจังหวะนั้นขุนภักดีก็ชะงักงัน
เนียนซึ่งท้องโย้ใกล้คลอด หิ้วถังข้าวหมูจนแขนแอ่น กำลังเดินจะไปเล้าหมู เนียนรู้สึกเหมือนมีใครมาแอบมอง

เนียนหันไปแล้วสะดุ้งตกใจ ปล่อยถังข้าวหมูตกพื้น
ขุนภักดีผวาไปนิดหนึ่ง แต่ชะงักไว้ สนกับเอกมองตามไปที่หลังบ้านเห็นเนียน สนแทบจะคลั่ง แต่เอกแอบยิ้ม ขุนภักดีหันกลับโดยพลัน เพราะทิฐิแรงกล้า ก้าวลงเรือไปไม่เอ่ยปากลาใครทั้งสิ้น

“อีเนียน”
เอกลอบยิ้มสะใจ พูดลอยๆ
“ได้ตัวแต่ไม่ได้ใจ นั่นกระไรแท้ๆ นะขอรับ คุณนายสน”
“ไอ้เอก”
เอกเดินหนีไปแล้ว

เนียนกำลังก้มลงโกยข้าวหมูใส่ถัง หันหลังอยู่ สนเดินพรวดๆ มาถึงยกเท้าขึ้น จะถีบเนียนให้คว่ำ ยายอ่อนโผล่มาพอดี
“คุณนายสนจะมาช่วยแม่เนียนเก็บข้าวหมูหรือเจ้าคะ”
สนชะงักเท้า เนียนหันมามอง ตกใจ สนหดเท้าลง ยื่นมือมา พลางยิ้มให้เนียน
“ลุกไหวไหมจ้ะ เนียน จับมือข้าสิ”
“เอ้อ ขอบพระคุณค่ะ ที่กรุณา แต่มือเนียนสกปรกมากค่ะ คุณสนจะเลอะเทอะไปด้วยค่ะ”
เอกมาสมทบอีกคน จงใจแดกดันสน
“มือสกปรกดีกว่าใจสกปรกนะเนียน”
“ตามใจนะ ข้าก็เวทนาไม่อยากเห็นนางฟ้าตกกระป๋อง นายเอก เอ็งระวังเรื่องจะงามหน้าเพราะ เอ็งชอบออกนอกหน้าจนเกินงาม”
“ขอบพระคุณขอรับที่คุณนายเตือนกระผม วันก่อนท่านพระครูท่านเทศนาว่า คนเราต้องเตือนใจตัวเองก่อนไปเตือนใจคนอื่นขอรับ”
“เอ็งจะเอาอย่างไรกับข้า” สนฉุน
แมวกับกบวิ่งอ้าวตะโกนนำมาก่อนตัว
“คุณนายเรียมเจ็บท้อง”
“คุณนายเรียมจะคลอดลูก”
ยายอ่อน เนียน และเอกตกใจ สนตื่นเต้น
“ยายอ่อนอยู่นี่ รีบไปสิยายอ่อน” เอกบอก
“รีบไปสิยายจ๋า” เนียนเร่ง ห่วงเรียม
กบกับแมววิ่งมาฉุดยายอ่อนคนละข้าง สนวิ่งตามไปด้วย
ทางฝ่ายเนียนลุกขึ้นยืน แล้วกุมท้องด้วยสีหน้าเจ็บปวด
“เนียน” เอกตกใจ
“เนียนเจ็บท้อง จ้ะ”
เอกหันไปตะโกนเรียก
“ยายอ่อน เนียนก็เจ็บท้องกำลังจะคลอดลูก”
เนียนยืนเซ จุกและเจ็บปวดท้องอย่างหนักหน่วง

ที่พักของเนียนซึ่งเป็นกระท่อมซอมซ่ออยู่ห่างออกมาจากเรือนคนใช้หลังอื่นๆ อยู่ใกล้คอกหมู

สนวิ่งมาตามหาช้อยไปทางเรือนเล็ก ในขณะที่ช้อยวิ่งหน้าตั้งมารายงาน
“คุณสนเจ้าขา”
“นางช้อย นางช้อย”
สองบ่าวนายชนกันตรงจุดใกล้ถึงเรือนสนร้อง “ว๊าย” พร้อมๆ กัน
“นางบ้า เอ็งหายหน้าหายหัวไปไหนมา ข้ามีเรื่องตื่นเต้นจะบอก”
“ช้อยก็มีเรื่องตื่นเต้นมาเล่าเจ้าค่ะ คุณนายเรียมท้องแตกโป๊ะแล้วเจ้าค่ะ”
“ข้ารู้แล้ว ว่ามันกำลังจะคลอดลูก แต่เอ็งนั่นแหละยังไม่รู้ว่า อีเนียนมันก็กำลังจะเบ่งลูกชู้ออกมา”
“นัดกันเบ่งพร้อมกันกับคุณนายเรียมเลยหรือเจ้าคะ”
“เออ เอ็งรีบไปสอดแนมเรื่องลูกอีเนียนมาไวๆ”
“แล้วคุณสนจะไปสอดแนม..เอ้อ”
“ลูกอีเรียม แหม... วันก่อนที่อีเรียมมันบ่นสงสารอีเนียน พี่ขุนไม่น่าแค่ทุ่มสำรับอาหาร น่าจะตบสักฉาด แล้วฟาดด้วยปลายตีนสักเปรี้ยง” สนบ่น
“แล้วตามมาใส่สันมืออีเนียนฉาด แล้วฟาดด้วยส้นตีนอีกเปรี้ยง”
“แต่ดันมานอนเอาตีนก่ายหน้าผากที่เรือนข้า ตัดใจไม่ขาดจากอีเนียน เจ้าประคู้น ขอให้มีเหตุเภทภัยมาตกใส่ลูกพวกมัน”

สองนายบ่าวใจบาป แยกย้ายกันคนละทาง
เอกประคองพาเนียนมาถึงหน้าห้องพัก เนียนมีสีหน้าอดทนต่อความเจ็บปวด ไม่แม้แต่จะปริปากร้อง

“ขอบใจพี่เอกมาก เนียนดูแลตัวเองได้จ้ะ พี่เอกมาดูแลเนียนอย่างนี้เดี๋ยวเราสองคนจะโดนคำครหาเอาได้”
“ไม่ได้ทำ มันก็ครหา จะไปกลัวอะไรอีก ถ้าพี่ไม่ดูแลเนียนแล้วใครจะมาช่วยเนียน ยายอ่อนก็ต้องไปซะทางโน้น” เอกว่า
“เนียนเคยคลอดลูกมาแล้ว เนียนพอจะรู้ว่าดูแลตัวเองอย่างไรจ้ะ”
เอกจึงนิ่งไปพยักหน้า
“เอาเป็นว่า พี่จะไปรอทางโน้นให้ยายอ่อนแกทำคลอดลูกคุณนายเรียมก่อนเนียนกลั้นเอาไว้นะ แล้วพี่จะพายายอ่อนมาทำคลอดลูกเนียน”
เนียนทั้งเจ็บทั้งอดขำไม่ได้
“ถ้าถึงเวลาจะคลอดคงกลั้นไม่ไหวหรอกจ้ะ” เอกว่า
ช้อยโผล่หน้ามาสาระแนทันที
“โง่แท้ๆ นายเอก คนจะคลอดลูกมันกลั้นเอาไว้ได้ที่ไหนกัน มานะ เนียนจ๋า คุณสนสั่งให้ชั้นมาช่วยเนียนจ้ะ
“อย่านะ เนียน อย่าให้เขามาดูแล มาระรานน่ะไม่เอา”
“เอ๊ะ นี่เอ็งกล้าขัดคำสั่งคุณนายสน จนป่านนี้ยังไม่รู้ซึ้งถึงก้นบึ้งหัวอกอีกรึ ว่าบ้านนี้ใครใหญ่” ช้อยเบ่ง
“รู้ซึ้งถึงก้นกบก้นหอยเลยแหละว่า ใครมันคิดร้ายวางแผนร้ายมานานนมถมกัลป์ไม่เลิกรา อาฆาตแรงขนาดนี้ กรรมก็จะแรงเสมอกันหรือยิ่งกว่า”
ช้อยทำท่าวางอำนาจใส่เอก
“ยังไม่จบคำสั่งคุณสน คุณสนสั่งให้เอ็งไปตามท่านขุนที่บางกอก บอกข่าวเรื่องคุณนายเรียมคลอดลูก ท่านขุนคงดีใจมากและรีบกลับมา”
“พี่เอกรีบไปทำตามที่คุณสนสั่งเถิดจ้ะ ช้อยเขาไม่มีปัญหากับเนียนดอกจ้ะ เขามาช่วยเนียนหั่นหยวกกล้วยเลี้ยงหมูบ่อยๆ ไปจ้ะ”
“ได้ยินเจ้าตัวเขายืนยันถนัดถนี่สองหูแล้วใช่ไหมนายเอก”
เอกมองเนียนห่วงๆ แล้วรีบหันไปทางเรือนใหญ่
“ขอบใจมากจ้ะช้อย แต่ไม่ต้องช่วยชั้นดอก”
“อย่าขัดศรัทธาคุณสนสิจ้ะ มาจ้ะชั้นจะช่วยผูกเชือกกับขื่อห้องให้ อย่าห้ามทีเดียว”
เนียนพยักหน้า เพราะตัวเองก็แย่เต็มทนแล้ว

ทองจันทร์หันมาบอกเอกเป็นเชิงหารือ อยู่บนเรือน
“ตอนพ่อเทพยังไม่ขึ้นเรือไปบางกอก ก็ไม่ยอมเจ็บท้องนะแม่เรียม”
“แหมของพรรค์นี้มันกำหนดไม่ได้ดอกขอรับคุณท่าน”
“เอาละ ก็รีบส่งข่าวพ่อเทพให้ไวที่สุด คงดีใจมาก ถ้าเหาะได้คงเหาะมาแน่”
เอกออกไปสวนกับสน ที่วิ่งพรวดมาทำเป็นรายงานเรื่องเนียน
“คุณแม่ขา สนมาส่งข่าวเรื่องลูกชู้เอ๊ย ลูกของเนียนกำลังจะคลอดค่ะ”
“ว่ากระไรนะแม่สน”
“เนียนค่ะ กำลังเจ็บท้องจะคลอดลูกค่ะ สนล่ะก้อสงส้านสงสาร นี่สนก็ส่งนางช้อย ไปคอยประคบประหงบไปพลางๆรอยายอ่อนจัดการทางด้านคุณเรียมเสร็จก่อนค่ะ” สนตีหน้าเศร้า

อ่านละคร อาญารัก ตอนที่ 5/6 วันที่ 2 เม.ย. 56

ละครเรื่อง อาญารัก บทประพันธ์ : จำลักษณ์
ละครเรื่อง อาญารัก บทโทรทัศน์ : วรพันธ์ รวี
ละครเรื่อง อาญารัก กำกับการแสดง : จรูญ ธรรมศิลป์
ละครเรื่อง อาญารัก แนว ดราม่า
ละครเรื่อง อาญารัก ผลิต : บริษัทดีด้าวิดีโอ โปรดักชั่น จำกัด
ละครเรื่อง อาญารัก ควบคุมการผลิต : สยม สังวริบุตร
ละครเรื่อง อาญารัก ออกอากาศทุกวันจันทร์ และวันอังคาร เวลา 20.25 น. ทาง ช่อง 7 สีทีวีเพื่อคุณ
ที่มา manager