อ่านละคร อาญารัก ตอนที่ 4/5 วันที่ 30 มี.ค. 56


อ่านละคร อาญารัก ตอนที่ 4/5 วันที่ 30 มี.ค. 56

สนไม่มั่นใจด้วยว่าท้องหรือเปล่า” สนจีบปาก
ช้อยรีบผสมโรง “คุณสนจึงให้ช้อยไปตามยายอ่อนมายืนยันเจ้าค่ะ”
“จริงอย่างที่แม่สนบอกนั่นแหละ พ่อเทพ แม่จะต้องรับขวัญและปกป้องหลาน เจ้าเอก เอ็งไปนิมนต์ท่านพระครูมาทำสายสิญจน์ล้อมเรือนแม่สนเอาไว้ ให้ เกิดสิริมงคลกับหลานของข้า”
“ขอรับ คุณท่าน”
สนยิ้มระรื่นปรายตาไปมองที่เรียมกับเนียน

“ดีใจกับสนด้วยจ้ะ เราจะช่วยกันดูแลลูกสนนะจ้ะ” เรียมบอก
“เนียนก็ดีใจกับคุณสนค่ะ มีอะไรให้เนียนทำให้ได้ เนียนทำเต็มที่ค่ะ”
สนทำปั้นปึ่งเหมือนไม่ได้ยินสองคนพูด ขุนภักดีกำลังเห่อจึงไม่สนใจ ทองจันทร์หันมองสนอย่างหมั่นไส้นิดหนึ่งแต่ก็ไม่ได้ว่าอะไร


วันต่อมารอบเรือนเล็กของสนมีสายสิญจน์ล้อมอยู่ ทุกคนต่างมีสีหน้ายิ้มแย้ม โดยเฉพาะสนเดินคลอเคลียกับขุนเทพ หรือขุนภักดี ภาคภูมิใจในที่แผนการสำเร็จ

ขุนภักดีแวะมาหาเนียน
“เนียนจ๊ะ อย่าน้อยใจพี่อีกคนล่ะ”
“น้อยใจเรื่องอะไรคะ”
“พี่คงไปดูแลสนเขามากขึ้น อาจจะดูเหมือนละเลยเนียนไปบ้าง”
“เนียนไม่น้อยใจดอกค่ะ พี่ขุนทำถูกต้องแล้วค่ะ”
“ชื่นใจ ขอบใจ จ้ะเนียน บ้านเรานอกจากจะสงบสุขแล้วยังจะมีชีวิตชีวาร่าเริง เพราะมีตัวน้อยๆมาส่งเสียงในบ้าน อีกไม่ช้า”
“ค่ะ พี่ขุน”
ขุนภักดีหอมแก้มเนียนแล้วออกไป เนียนนั่งน้ำตาซึมคิดถึงลูก
“ลูกแดงน้อยของแม่ คนอื่นเขามีพ่อมีแม่เห่กล่อมถนอมเลี้ยง แต่แดงน้อย ของแม่มีแต่ยายแพรกับตาโพล้ง”
เนียนปาดน้ำตาร้องไห้เงียบๆ

ไม่นานต่อมาเรียมยิ้มให้ขุนภักดีที่แวะมาหา
“ตามสบายเถิดค่ะ พี่ขุน สนต้องการการดูแลเอาใจทั้งร่างกายและจิตใจ ใครๆ ในบ้านต่างรอคอยลูกของพี่ขุนกับสนทั้งนั้น”
“พี่หวังมากกว่านั้น หวังว่า จะไม่ได้มีเด็กวิ่งเล่นในบ้านเราเพียงคนเดียว เท่านั้น จะมีลูกของเรียมและเนียนอีกสองคน พี่น้องสามคนจะเล่นกันอย่างมีความสุขไม่มีอื่นใดจะสุขไปกว่านี้อีกแล้ว”
ขุนโอบบ่าเรียมฝันหวาน

ทางด้านเนียนร้องไห้ต่อ เหม่อลอยใจลอยไกลไปถึงแดงน้อย
“ลูกแดงน้อยของแม่ ป่านนี้ลูกคงนั่งได้ เริ่มคืบคลานได้ แม่อยากกอด อยากอุ้มลูกใจจะขาด”
เนียนปาดน้ำตาร้องไห้
ส่วนด้านล่างตรงหน้าต่างห้องเนียน ช้อยแอบมองเหลียวมองขึ้นไปด้านบน
“อีเนียนมันร้องไห้ทำไม อิจฉาคุณสน หรือว่าคิดถึงใคร ดีละ”

“เจ็ดเดือนผ่านไป”
ขณะที่ทองจันทร์กับเรียม และเนียน นั่งปั้นขนมกันอยู่
“นี่เลยเก้าเดือนแล้วนะ ทำไมแม่สนจึงไม่มีทีท่าว่าจะคลอดลูกสักที”
กบกับแมวมองหน้ากัน สองคนนี้แค่ไม่เชื่อใจสนแต่ไม่รู้ว่าทำไม
“นั่นสิคะ คุณแม่ จะเป็นอันตรายหรือเปล่าก็ไม่รู้ เนียนว่ายังไง”
“เอ้อ เนียน ไม่มีความรู้เรื่องนี้ดอกค่ะ ไม่กล้าออกความเห็น”
“ยายอ่อนก็หายหัวไปเลย” ทองจันทร์บ่น
“ได้ยินว่าไม่กลับมาแล้วเจ้าค่ะ” กบว่า
“แปลกนะเจ้าคะ ลูกคนอื่นเขาดิ้นกันตอนสี่เดือนลูกคุณสนเพิ่งจะดิ้นตอนเจ็ดเดือนนี่แหละเจ้าค่ะ” แมวตั้งข้อสังเกตตามประสา
“นางแมวเอ็งปากหาเรื่อง ตาหาเหตุเกินไปแล้ว” ทองจันทร์ดุ
แต่ทุกคนต่างก็พากันแปลกใจไปตามๆ กัน

ช้อยกำลังมาเล่าความที่แอบได้ยินมาให้ให้สนฟัง สนท้องโตเจ็ดเดือนกว่า
“คุณสนเจ้าขา อีพวกปากปลาปากปูปากปลาทูมันแอบซุบซิบกัน”
“เรื่องอะไร”
“มันหาว่าคุณสนท้องสิบเดือนแล้วยังไม่ยอมคลอด มันหาว่าลูกคุณสนไม่ดิ้นตอนสี่เดือน มาดิ้นเอาอีตอนเจ็ดเดือน”
“อุเหม่ ใครกันที่มันว่ากู”
“พวกเรือนโน้นแหละเจ้าค่ะ คุณนายทองจันทร์นั่นแหละตัวการเริ่มเรื่อง มีคุณนายเรียมกับนางเนียนผสมโรงเจ้าค่ะ” ช้อยได้ทีใส่ไฟเรียมกับเนียนใหญ่
สนยิ้มร้ายออกมา
“อีเนียน สักวันกูต้องจัดการมึงให้ตกกระป๋องให้จงได้”
“ช้อยว่าอีนี่มันดูแปลกๆ ช้อยไปแอบดูมันที่หน้าต่างห้องเห็นมันแอบร้องไห้บ่อยๆ เจ้าค่ะ มันร้องทำไมกันนะ”
“แสดงว่าอีเนียนมีความลับคับอก กูต้องเปิดเผยความลับของมันให้ปรากฏ”
สนคลำท้องตัวเองมีช้อยกดเท้าบีบนวดไปมา
“แต่ตอนนี้เอาเรื่องเฉพาะหน้าก่อนเถิดเจ้าค่ะ คุณสนท้องนานเกินไป”

สนพยักหน้า
เย็นนั้น ขณะที่ขุนภักดีขึ้นเรือนมา สนปราดเข้ามาหา ท่านขุนตกใจ

“โอ๊ะ ระวังจ้ะสน เดี๋ยวหกล้ม ลูกเราจะเจ็บ”
“ก็สนทนไม่ไหวแล้วค่ะ พี่เทพ”
“ทนอะไรไม่ไหวรึ”
สนกอดขุนภักดีน้ำตาไหล ออเซาะ
“สนไม่อยากจะพูด”
“พูดมาเถิดพี่จะไปจัดการให้”
สนลอบยิ้มสาแก่ใจ

ไม่นานนัก แส้หางม้าในมือขุนภักดีขยับแกว่งไปมา บ่าวไพร่ทุกคนหน้าเสีย ท่านขุนยืนโอบสนมีช้อยอยู่ด้านหลัง
“จงจำเอาไว้ ไม่ว่าใครทั้งนั้นถ้าข้ารู้ว่าแอบนินทาคุณสนอีกละก้อ โดนแส้ม้านี่แน่ ห้ามใครพูดเรื่องท้องของคุณสนอีกเด็ดขาด เอาไปนอกบ้านก็ไม่ได้”
ทุกคนรับคำ “เจ้าค่ะ” / “ขอรับ”
“ถ้าลูกข้าเกิดมาอ่อนแอเจ็บออดๆ แอดๆ จะถือว่าเพราะปากของพวกเอ็งนั่นแหละ”
ทองจันทร์ เรียม และเนียน ออกมาดูว่าเกิดอะไรขึ้น
“คนที่พูดน่ะหาใช่ใครที่ไหนดอก แม่เองจ้ะ พ่อเทพ พูดเพราะห่วงใย กลัวว่าถ้าท้องนานเกินเก้าเดือนไปแล้วลูกไม่คลอดสักที มันอาจมีอันตราย รึว่าไม่พอใจจะให้พ่อเทพโบยข้า” ทองจันทร์บอก
“ไม่ใช่เช่นดอกครับ คุณแม่ ผมแค่ปรามพวกนี้”
“คุณแม่เปรยว่า น่าจะพาสนไปหาหมอที่บางกอก ใช่ไหมจ้ะเนียน”
“เอ้อ ค่ะ”
“สนไม่ไปนะคะ พี่เทพ สนเกิดไปคลอดกลางทางลูกเราเป็นอะไรไป สนจะผูกคอตายซะ” สนตั้งแง่
“ไม่เอาจ้ะสน สนคนดีไม่เอานะจ๊ะ ขอบคุณมากนะครับคุณแม่ สนจ๋าคุณแม่พูดเพราะท่านห่วงนะจ๊ะ”
“สนเข้าใจค่ะ คุณแม่ สนขอบพระคุณค่ะ สนรักลูกเหมือนแก้วตาดวงใจ ถ้าสนรู้สึกอะไรไม่ดี สนจะไม่ปล่อยไว้ไม่บอกใครดอกค่ะ”
ขุนภักดียิ้มพอใจคำพูดสน ส่วนคนอื่นๆ แอบเหม็นเบื่อ

“แปดเดือนผ่านไป”
ล่วงเข้าเดือนที่ 10 ทองจันทร์มีสีหน้าหนักใจ
“จะหาว่าก็ว่าเถิด นี่สิบเอ็ดเดือนแล้วแม่สนยังไม่คลอดลูก”
เรียมกับเนียนไม่ได้พูดต่อ
“แม่ว่าแม่สนมันนับเดือนผิดหรือเปล่า”
“คงไม่ผิดดอกค่ะ คุณแม่ ถ้าแม่สนจะท้อง ก็ต้องท้องก่อนที่เนียนจะมาค่ะ เอ้อ...เพราะตั้งแต่นั้นมา พี่ขุนไม่เคยไปหาสนเลย” เรียมว่า
เนียนก้มหน้างุด
กบแมวสบตากันทำท่าจะซุบซิบ ทองจันทร์จ้องดุ คาดโทษ
“อย่าเชียวนะ นางแมวนางกบ ข้าพูดได้คนเดียว ไม่เช่นนั้นเอ็งสองคนตาย เพราะแส้ม้าท่านขุนแน่ เฮ้อ แก่อยู่ในท้องคลอดออกมามิฟันฟางเต็มปากรึนั่น”
กบแมวแอบสบตากัน ทองจันทร์ส่ายหน้าสงสัยไม่หาย

“เก้าเดือนผ่านไป”
สนนั่งท้องโย้อยู่ในเรือน ไม่พยายามออกไปไหนให้ผิดสังเกต ช้อยนั่งนวดเท้าสนไปมา
“สิบสองเดือนแล้วนะช้อย ถ้าเด็กไม่คลอดมาตอนนี้ ข้าตายแน่ๆ”
“กรรมเลยแหละเจ้าค่ะ ทั้งของคุณสนกับของช้อย สมรู้ร่วมคิดกันตบตา”
ขุนภักดีเดินขึ้นเรือนมาพอดี
“สนจ๋า รู้สึกว่าเด็กอยากจะออกมาลืมตาดูโลกหรือยังจ้ะ”
“พี่ขุนสงสัยอะไรสนหรือคะ สนก็อยากจะตายเหลือเกิน ทำไมลูกหนอลูก ช่างทรมานให้แม่กับพ่อรอคอย ทำไมช่างใจเย็นให้ผู้คนติฉินนินทา สนจึงไม่กล้าลงไปจากเรือน ไม่อยากจะสบตาผู้คน สนน้อยใจ”
“โอ๋ สนจ๋า สนคนดีอย่าน้อยใจจ้ะ พี่ถามเพราะอยากเห็นหน้าลูกเต็มแก่น่ะจ้ะ”
แล้วจู่ๆ สนก็คิดอะไรขึ้นมาได้ ลุกขึ้นร้องโอดโอย
“มาแล้ว โอ๊ยมาแล้ว แน่ๆ โอ๊ย สนเจ็บท้อง สนปวดท้อง”
“คุณสนจะคลอดลูกแล้วเจ้าค่ะ”
“สนจะคลอดลูก”
ท่านขุนสั่นไปหมด สนก็เอาใหญ่ ความจริงแล้วแกล้ง และสนตั้งใจจะทำเป็นเจ็บท้องต่อไปอีกหลายวัน เพราะรู้ว่า
ครบเก้าเดือนแล้ว ไม่นานคลอดแน่

บ่าวไพร่วิ่งวุ่นจนหัวแทบชนกัน เอะอะโกลาหลไปหมด ทองจันทร์กับเนียน และเรียมพากันมาดูว่าเกิดอะไรขึ้น
“อ้าว อ้าว นั่นไฟไหม้บ้านรึ วิ่งหัวชนกันซะปานนั้น”
“คุณสนจะคลอดลูกเจ้าค่ะ” กบบอก
“คลอดกะทันกันไม่มีปี่มีขลุ่ยเจ้าค่ะ” แมวว่า
ทองจันทร์ยิ้มแย้ม เรียมและเนียนยิ้มดีใจ
“ไปเยี่ยมแม่สนกัน”
“คุณสนบอกท่านขุนว่าอย่าให้ใครมายุ่งกับเธอเจ้าค่ะ” กบบอกอีก
ทองจันทร์ชะงัก
“อุบ๊ะ ก็ข้าเป็นย่านี่นา”
“พี่เทพอยู่ด้วย ไม่กระไรดอกค่ะ คุณแม่รอรับขวัญหลานเถิดค่ะ”
“อืม หน้าตาจะเหมือนย่าไหมหนอ”
แต่ทองจันทร์ก็ยังชะเง้อไปที่เรือนสน

สนร้องโอดโอยไปมา ขุนภักดีละล้าละลังทำอะไรไม่ถูก
“โอ๊ย พี่ขุนขาช่วยสนด้วย”
“พี่ส่งคนไปตามหมอตำแยมาแล้ว พี่ส่งไปตามหมอสุขศาลามาแล้วพี่ให้ตามใครก็ได้ที่รู้เรื่องการคลอดลูก”
ช้อยวิ่งเข้ามาหน้าตาตื่นผสมขำ รู้ทันนาย
“ทุกคนที่ท่านขุนให้ไปตามกำลังมาเจ้าค่ะ”
“ค่อยยังชั่ว”
สนสบตาช้อย
“พี่ขุนขา สน สนอาย สนไม่ อยากไม่ให้พี่ขุนเห็นสน เอ้อ ตอนคลอดลูกค่ะ”
“โบราณถือด้วยเจ้าค่ะ เขาให้พ่อไปรอด้านนอกเจ้าค่ะ” ช้อยรับลูก
“นะคะ พี่ขุน เห็นแก่ลูกเห็นแก่สนนะค่ะ”
ขุนภักดีก้มลงกอดหอมสนที่หยุดดิ้นชั่วขณะ แล้วออกไปท่าทีละล้าละลัง พอท่านขุนพ้นไป
สนกับช้อยถอนใจโล่งอก
“คุณสนเจ็บท้องจะคลอดจริงๆ หรือเจ้าคะ”
“แก้ผ้าเอาหน้ารอดน่ะสิ กูแสร้งร้องโอดโอยมาเป็นชั่วโมง เหนื่อยจะขาดใจ ขอพักสักครู่เถิด”
“นี่ คุณสนแกล้งหรือเจ้าคะ”
“ก็เออน่ะสิ...ก็ทุกคนเริ่มสงสัยว่าทำไมไม่คลอดสักทีก็ต้องทำวิธีนี้แหละ”
“อ้าว แล้วถ้าเด็กยังไม่ยอมคลอดเล่าเจ้าคะ”
“ก็ร้องมันไปเรื่อยๆ ทำทีว่าเด็กคลอดยาก”
“คุณสนขาถ้าหลายวัน แล้วจะร้องไหวหรือเจ้าคะ ถ้าเกิดว่า ยังไม่มาสักที”
“ไหวสิ เอ็งไง แหกปากร้องแทนข้าเข้าไปสิ นางช้อยร้องไป ข้าเหนื่อยแล้ว”
สนตีช้อยเผียะ ช้อยจำต้องแหกปากร้องเจ็บท้องต่อไปสมอ้างเป็นสน
ผู้คนอยู่ตรงมุมไหนก็ได้ยินเสียงร้องเจ็บท้องกันทั้งนั้น ต่างชะเง้อมองซุบซิบ ทองจันทร์ร้อนใจกว่าใคร
“พ่อเทพทำอะไรสักอย่างสิ อย่าปล่อยให้ร้องอยู่แบบนี้ เดี๋ยวก็เหนื่อยจนหมดลมเบ่งดอก”
“ไอ้เอก หมอมาหรือยัง” ขุนภักดีถาม
“มาแล้วหนึ่งรายขอรับ แต่”
“แต่อะไรรึ นายเอก” เรียมแปลกใจ
“คุณสนตะเพิดออกมา”
“อ้าว” ขุนภักดีงง
“คุณสนเธอว่าจะรอหมอที่มาจากศรีประจันต์บ้านกำนันแสงขอรับ”
“แล้วมันจะทันการณ์รึ” ทองจันทร์ส่ายหัวดิก
“หลานคนนี้มันช่างมายากเย็น แถมดื้อมากด้วย”

ทุกคนพูดไม่ออก
ช้อยร้องโอดโอยแทนสนจนเหนื่อยล้า หยุดพักหอบ

“ช้อยหมดแรงแล้วเจ้าค่ะ คุณสน”
“เด็กบ้านี่มันช่างมายากมาเย็นเหลือเกิน คงเป็นเพราะเลือดพ่อมันแรงมันถึงแกล้งกูไม่สาแก่ใจสักที นางช้อยเมื่อไหร่คนของพ่อกำนันจะมาสักที”
“แหมคงต้องรอไปจนถึงพรุ่งนี้ตอนสายๆแหละเจ้าค่ะ”
“งั้นเอ็งก็ร้องต่อไป ร้อง นางช้อย ร้องอย่าหยุด”
ช้อยร้องโอดโอยต่อ

สองบ่าวนาย ผัดกันร้องโอดโอย จนเวลาผ่านไปอีกห้าวัน
ทุกคนนั่งว้าวุ่นกับเรื่องเจ็บท้องของสน
“ทำไมสนเจ็บท้องนานนักครับคุณแม่”
“นั่นสิเกิดมาเพิ่งเคยเจอ ท้องสิบสองเดือน เจ็บท้องร้องโอดโอยมาห้าวันยังไม่มีทีท่าว่าจะคลอด”
จู่ๆ เสียงร้องโอดโอยหยุดไป ทุกคนมองหน้ากัน

สนกำลังจะคลอดของจริง
“ตานี้ของจริงแล้วนะเจ้าคะคุณสน เบ่งเจ้าค่ะ เบ่งให้สุดชีวิต ร้องให้ดัง อย่างไรก็ได้เต็มที่เจ้าค่ะ” หมอบอก
สนกรีดร้องดังลั่นยาวนาน สักครู่หมอก็อุทานออกมาพร้อมทั้งช้อย
“ออกมาแล้ว ออกมาแล้ว”
“เสร็จเรื่องกันที” สนว่าเหงื่อโทรมกาย
“คุณสนเจ้าขา หน้าตาน่ารักน่าชังแท้ๆ เจ้าค่ะ” ช้อยเนื้อเต้น
“แต่ มัน…”
หมอตำแยสวนขึ้น “คุณสนเจ้าขา ดูสิเจ้าคะ ผู้ชายด้วย”
หมอยกให้ดู สนดูไม่ตื่นเต้นเพราะชังเสือหนักเหลือแสน

ไม่นานต่อมาช้อยนั่งอยู่ตรงหน้าขุนภักดีสีหน้ายิ้มย่อง ท่านขุนลุกพรวดดีใจที่สุด
“ผมได้ลูกชาย ผมมีลูกชาย ในที่สุดผมก็มีลูกชายสืบตระกูลภักดีภูบาล”
ขุนภักดีลุกพรวดออกไปทันที อย่างยินดี
“รีบไปรับขวัญลูกสิ พ่อเทพ”
ท่านขุนโกยอ้าว ช้อยตามไปติดๆ แต่ไม่วายหันมายิ้มเยาะเนียน

ฝ่ายสนมองหน้าลูกไม่พอใจ
“ไอ้ลูกเสือ ลูกจระเข้”
ขุนภักดีโผล่เข้ามายื่นมือขออุ้มลูก
“ขอพี่อุ้มลูกชายหน่อยสิสน”
สนสะดุ้ง “พี่ขุน”

ทองจันทร์กับเนียน และเรียม พากันโล่งใจ
“โล่งอกกันที รอกันมาห้าวันห้าคืน แทบไม่ต้องหลับต้องนอนไปพักผ่อนกันซะ เรียม เนียน”
“เจ้าค่ะ” สองคนรับคำ
“ดูสิมัวแต่รอแม่สนคลอด อดหลับอดหนอนจนหน้าตาซีดเซียวเหมือนจะเป็นลมกันทั้งคู่”
เนียนกับเรียมลุกแล้วทั้งสองต่างมีอาการวิงเวียน คลื่นไส้
“เอ๊ะ เวียนหัวจริงๆ” เรียมว่า
“เนียน ก็รู้สึกคลื่นไส้มากค่ะ”
“คุณเรียม” / “คุณเนียน” กบกับแมวเรียกแทบจะพร้อมกัน
“นั่น นั่นเป็นอะไรกัน แมว กบ เอ็งช่วยดูแลหน่อยสิ”
แมวประคองเนียน กบประคองเรียม
“ไม่เป็นไรดอก” เนียนกับเรียมบอก
แต่แล้วสองคนก็ทำท่าล้ม กบกับแมวผวาไปจับสองคนไว้ร้องประสานเสียง
“แย่แล้วเจ้าค่ะ”
เรียมเริ่มก่อน
“แหวะ กบ ใส่น้ำอบอะไรน่ะ ทำไมมันเหม็นอย่างนี้”
“แม่เรียม” ทองจันทร์ตกตะลึง
“แมว ชั้น ชั้นได้กลิ่นอะไรก็ไม่รู้ มัน มัน แหวะ”
“เนียน”
แล้วสองคนก็ตั้งหน้าตั้งตาจะอาเจียน
“เนียน เรียม นี่ๆๆ นางกบ นางแมว เอ็งไปตามท่านขุนมาเดี๋ยวนี้ ลูกอิจฉามาเกิดพร้อมกันสองคนซะแล้ว นี่ข้าจะมีหลานสามคน จริงๆ รึ” หญิงชรายกมือท่วมหัว “ขอบคุณเทวดาฟ้าดินสิ่งศักดิ์สิทธ์เจ้าค่ะ”
ทองจันทร์ปลาบปลื้มจนน้ำตาคลอ

ขณะที่ขุนภักดีกำลังโอบกอดเด็กชายอย่างมีความสุข สนกระอักกระอ่วนแต่ก็ต้องทำหน้าทำตา
ไปตามเพลง
“ช่างน่ารักน่าชังกระไรอย่างนี้ ลูกชายของพ่อ พ่อเทวดาของพ่อ สนดูสิ หน้าตาเหมือนพี่ใช่ไหม”
สนมองแล้วว่าหน้าไม่เหมือนท่านขุน
“เหมือนสนตะหากค่ะ”
“พี่ไม่ยอม ลูกพี่ ก็ต้องเหมือนพี่สิ”
“ก็ได้ค่ะ เอ้อ...พี่ขุนจะตั้งชื่อลูกชายเราว่ากระไรดีคะ”
“ชื่อ...”
ขุนภักดีพูดไม่ทันจบคำ มีเสียงเอะอะดังมาจากด้านล่าง
“นั่นใครมาโวยวายอะไรกันข้างล่าง”
เสียงช้อยดังเข้ามา “ไปให้พ้น ท่านขุนกำลังชื่นชมลูก อย่ามาเห่าแถวนี้”

กบกับแมว พยายามบอกช้อย
“นี่เอ็ง ช่วยไปเรียนท่านขุน ว่าคุณท่านให้รีบไปที่เรือนใหญ่ด่วน มีเรื่องสำคัญจะเรียนท่านขุน”

อ่านละคร อาญารัก ตอนที่ 4/5 วันที่ 30 มี.ค. 56

ละครเรื่อง อาญารัก บทประพันธ์ : จำลักษณ์
ละครเรื่อง อาญารัก บทโทรทัศน์ : วรพันธ์ รวี
ละครเรื่อง อาญารัก กำกับการแสดง : จรูญ ธรรมศิลป์
ละครเรื่อง อาญารัก แนว ดราม่า
ละครเรื่อง อาญารัก ผลิต : บริษัทดีด้าวิดีโอ โปรดักชั่น จำกัด
ละครเรื่อง อาญารัก ควบคุมการผลิต : สยม สังวริบุตร
ละครเรื่อง อาญารัก ออกอากาศทุกวันจันทร์ และวันอังคาร เวลา 20.25 น. ทาง ช่อง 7 สีทีวีเพื่อคุณ
ที่มา manager