อ่านละคร อาญารัก ตอนที่ 3 วันที่ 26 มี.ค. 56


อ่านละคร อาญารัก ตอนที่ 3 วันที่ 26 มี.ค. 56

“ได้ยินเสียงหวานๆ ของผู้หญิงคุยกันกระหนุงกระหนิงมาแล้วพี่หนัก”
ถึงจุดนัดช้อยสะกิดสน สบตากัน ช้อยพยักหน้ากระซิบ
“ได้เวลาชะตาร่วงของมันแล้วเจ้าค่ะ คุณสน”
สนเริ่มแผนทันที “โอ๊ย ข้า ปวดท้อง”
“ตายจริง คุณสนหน้าซีดมาก หยั่งกับจะเป็นลม” ช้อยเล่นอย่างสมบทบาท
“เนียนพัดให้เจ้าค่ะ”

“ไม่ต้อง คุณสนปวดท้องเพราะกินแกงอ่อมเผ็ดๆเข้าไปแน่ๆ
“โอ๊ย ปวดท้องทนไม่ไหวแล้ว ข้าจะไปถ่ายทุกข์”



“เนียนพาไปนะเจ้าคะ”
“ไม่เอา ข้าจะไปกับช้อย เนียนนั่งรอตรงนี้ เดี๋ยวข้าก็กลับมา”
“อย่าไปไหนนะ เดี๋ยวจะหลงทาง” ช้อยกำชับ
“จ้ะ”
ช้อยลากสนออกไป สนรีบเดินตัวปลิวเหมือนไม่ได้ปวดท้อง สองคนยิ้มย่องให้กัน เนียนนั่งลงกับขอนไม้ ถือปิ่นโตรอเงียบๆ ตามองตามสนกับช้อย

หนักกับโพล้งเห็นเหตุการณ์ตลอด หันมามองหน้ากันกระซิบ
“เนียน”
“มันจ้างกูมาฉุดน้องกูเอง” หนักแค้น
“อีนางสองคนนั่นรู้เห็นเป็นใจ” โพล้งบอก
“ไอ้เหิมชาติชั่ว มันให้กูมาฉุดคร่าน้องกูไปข่มขืน กูจะไปฆ่ามัน”
“เย็นไว้พี่หนัก คิดกลับตาลปัดสิ โชคดีแค่ไหนที่มันโง่มาจ้างพี่ โดยที่มันไม่รู้ว่าเนียนเป็นน้องของพี่ ถ้ามันไปจ้างคนอื่น โอย ไม่อยากจะเดาอนาคตเนียน”
“ป่นปี้แน่น้องกู ดีละ หนามยอกต้องเอาหนามบ่ง ตามอีนางคนชั่วสองคนนั่นไป ไอ้โพล้ง”

สองคนแอบย่องตามสนกับช้อยไป
ฝ่ายเนียนนั่งสงบเสงี่ยมรอสองคนเงียบๆ พลางแหงนหน้ามองดวงอาทิตย์ เห็นว่าตะวันกำลังจะตรงหัวแล้ว

“ดวงอาทิตย์จะตรงหัวแล้ว จะไปทันพระฉันเพลหรือ”
เนียนลุกขึ้นชะเง้อหาวัด

ทางด้านสนกับช้อยกำลังวิ่งลัดเลาะหนีไปทางท่าเรือ
“เร็วช้อย รีบไปขึ้นเรือหนีไปให้พ้นจากที่นี่ให้ไวที่สุด”
“สะใจสาแก่ใจแล้วใช่ไหมเจ้าคะ คุณสน นางเนียนเจอวันวิปโยคโศกศัลย์แล้ว”
“อีเนียนมันรู้จักคุณสนลูกกำนันแสงน้อยไปซะแล้ว”
จู่ๆ หนักกับโพล้ง โพกหน้าด้วยผ้าขาวม้าโผล่พรวดออกมาขวาง กระโดดเข้าใส่สองคน
“มึงก็รู้จักกูไอ้เสือหนักน้อยไปอีสนใจดำลูกไอ้กำนันแสง” หนักคำราม
“อีช้อยนายว่าขี้ข้าพลอย กูจะสั่งสอนมึงให้จำกูไปจนตาย” โพล้งว่า
สนกะช้อยร้องลั่น “ ว๊าย”
“เอ็งเป็นใคร” สนงง
“กูเป็นคนที่จะมาข่มขืนมึง” หนักบอก
สนกะช้อยมองหน้าอย่างตื่นตกใจ
“เอ็งเข้าใจผิด แกต้องไปข่มขืนโน่นอีเนียนไม่ใช่พวกข้า” สนบอก
“กูไม่ข่มขืนอีคนไหนทั้งนั้น นอกจากมึงสองคน” หนักพูดใส่หน้า
“ไปให้พ้นนะ”
“กูจองมึงอีสน” หนักบอก
“กูจองมึงอีช้อย” โพล้งว่า
สองคนยกมือไหว้ปลกๆ
“อย่าทำอะไรข้านะ ข้าเป็นเมียขุนภักดีภูบาล” สนบอก
“เมียใครกูไม่กลัว คนชั่วใจอำมหิตอย่างมึงต้องเจอกับกู”
“เอ็งอยากได้สร้อย อยากได้อะไรข้าให้หมดเลย” สนทำท่าจะแกะสร้อยข้อมือให้
“กูไม่ต้องการ ฉุดมัน” หนักสั่งโพล้ง
สนกะช้อยตาเหลือก “ว๊าย”
สองคนโดดเข้าล๊อคคอปิดปากสนกับช้อย ที่ดิ้นรนตาเหลือกตาปลิ้นลากหายเช้าไปในรกในพง

ฝ่ายเนียนเดินสะเปะสะปะหาวัด มองไปยังไกลๆ เพื่อหาหลังคาโบสถ์
“ไหนล่ะ หลังคาโบสถ์”
เนียนหาเท่าไหร่ก็ไม่เจอ เดินขาลากจนหลงทาง จากเพลจนดวงอาทิตย์บ่ายคล้อย

ด้านขุนภักดีกระสับกระส่ายจะให้เนียนมาตอบรับรัก เดินวนเวียนไปมา เมียและแม่ดูอาการออก
“พี่เทพ เดินเหมือนหนูติดจั่น”
“อย่างพ่อเทพเขาต้องเรียกว่า ราชสีห์ติดบ่วงนายพราน”
“คุณแม่กับเรียมช่วยกันหยอกผมเป็นปี่เป็นขลุ่ยทีเดียว ก็นี่มันบ่ายสามแล้ว ทำไมเนียนยังไม่กลับมาจากทำบุญ”
“นั่นสิคะ พระฉันเพลกรวดน้ำก็เสร็จพิธีแล้ว ทำไมหายไปนานนัก” เรียมเองก็แปลกใจ
“กบ เอ็งไม่ต้องมาแอบฟัง ไปตามไอ้เอกไอ้แทนมาเดี๋ยวนี้” ขุนภักดีสั่ง
กบโผล่หน้ามารับคำ ทำหน้าอายๆ
“เจ้าค่ะ”
กบค่อยๆ คลาน ไม่ทันใจท่านขุนเอาเลย
“สนิมสร้อยจริงๆ นางกบเดี๋ยวเถิดพ่อจะปาหัวร้างข้างแตก”
ขุนภักดีเองกลับพรวดออกไปก่อนกบ เรียมกับทองจันทร์เหลียวมองหน้ากัน

ครู่ต่อมาขุนภักดีอยู่ที่ลานบ้านออกคำสั่งให้เอกกับแทนไปตามหาเนียน
“ไอ้แทน ไอ้เอกรีบแยกย้ายกันไปตามหาเนียน เดี๋ยวนี้”
“ ขอรับ ท่านขุน”
สองคนประสานเสียง แล้ววิ่งปรู๊ดออกไปทันที ขุนภักดีออกอาการห่วงเนียนจนนอกหน้า

ตรงบริเวณป่ารกชัฏที่หนักเอาสนมาข่มขืน สนโดนมัดมือ มัดเท้ามัดปาก โดนหนักขย้ำขยี้จนหมดแรง ร้องขอให้หนักปล่อยพูดรอดผ้าออกมา
“ปล่อย ปล่อยข้า ไหว้ละ”
“กูไม่ปล่อย มึงใจดำอำมหิตนัก มึงหลอกคนอื่นมาให้โดนกูข่มขืน ทีนี้มึงรู้แล้วใช่ไหม ว่าโดนข่มขืนมันเป็นยังไง”
สนน้ำตาท่วมตา ไหลเป็นเผาเต่าพยายามยกมือไหว้ หนักจิกหัว
“ไม่ต้องมาร้องขอให้กูปล่อยมึง กูยังไม่สาสมอิ่มเอมในตัวมึง ไป”
หนักลากสนออกไปจากที่นั่น

เนียนเดินถือปิ่นโตวนเวียน จนหมดแรงไปวัดก็ไม่ถูกแถมกลับบ้านก็ไม่เป็น เนียนได้เรียกหาช้อยกับสน
“เกิดอะไรกับคุณสนหรือเปล่านะ ทำไมหายไปนานมากอย่างนี้คุณสนเจ้าขา ช้อย คุณสน ช้อย คุณสน”


หนักกำลังลากสน โพล้งกำลังลากช้อย สองคนสภาพยับเยินน้ำตาไหลพราก
“เอามันสองคนไปใส่เรือ” หนักบอก
“เอางั้นหรือพี่”
“เอางี้แหละ ไปเรือของมัน จะได้ไม่มีใครผิดสังเกต”
สนกะช้อยโดนลากไปต่อ เสียงเนียนเรียกหาสองคน
“คุณสนเจ้าขา ช้อย คุณสนเจ้าขา อยู่ไหนเจ้าคะ ได้ยินเนียนไหมเจ้าคะ เนียนเป็นห่วง”
ทั้งสนกับช้อยมีสีหน้าดีใจ สบตากันพยายามจะตะโกน สนแหกปากจนผ้ามัดปากหลุด
“ช่วย...”
หนักตบปากสน เอาผ้ายัดปากไว้
“กูไม่ยอมให้เขาช่วยมึงดอก มึงเห็นหรือยังว่าผู้หญิงคนนั้นน้ำใจงามแค่ไหน เขาใจดีห่วงมึง แต่มึงใจร้ายใส่ทำร้ายเขา”
เสียงเนียนดังเข้ามาอีก “คุณสนเจ้าขา เป็นอะไรหรือเปล่าเจ้าคะ ได้ยินเนียนแล้วตอบด้วย เจ้าค่ะ”
สนจะอกแตกตาย หนักชี้ไปที่เรือ
“เรืออยู่นั่น เร็วเอานางสองคนไปสั่งสอนในเรือ”

หนักกับโพล้งแบกสนกับช้อยไปตามที่หนักชี้
เรือเบนหัวออกจากท่า โดยมีโพล้งกับหนักเอาผ้าคลุมหัวตวัดมาปิดตั้งแต่ดั้งจมูกเอาไว้เพื่อพรางตัว โพล้งพายเรือออกไปจากท่า เนียนมาถึงที่ท่าเรือเห็นท้ายเรือไวๆ และเห็นคนพายคลุมหน้าไม่รู้ว่าใคร ไม่คิดว่าเป็นโพล้งกับหนัก

หนักกมองไปเห็นน้องก็อุทานออกมา “เนียน”
“เอาไงดีล่ะ ดูท่าเนียนจะหลงทาง” โพล้งว่า
ระหว่างนั้นเอกกับแทนวิ่งมาพอดี เรียกพร้อมกัน
“เนียน”
เนียนดีใจ “พี่เอก พี่แทน”
“หากันเกือบตาย” เอกบ่น
“หาไม่เจอท่านขุนเอาตายแน่” แทนว่า
“ท่านขุนห่วงจะแย่ รีบกลับไปเถิด” เอกบอก
“แต่คุณสนกับช้อย” เนียนกังวล
“ช่างเถิดสองคนนั่นเขาเอาตัวรอด”
สองคนรีบพาเนียนไป

หนักมาจิกหัวสนกับช้อยยกขึ้นให้มาดูเนียน
“มึงสองคนเห็นไหมว่าคนดีผีคุ้ม คนชั่วผีไม่ปราณี ผู้หญิงคนนั้นเขาต้องเป็นคนที่ท่านขุนอยากได้เป็นเมียแน่ๆ แล้วมึงก็ริษยาเขากูจะให้มึงซมซานกลับไปเหมือนนกปีกหักอีกเจ็ดวันข้างหน้า”
สนกับช้อยน้ำตาไหลพราก ไม่สำนึก แต่กลับเกลียดชังเนียนมากขึ้น

เนียนมองเรือที่ลอยห่างออกไป ก่อนหันกลับไปกับสองคน แทนหิ้วปิ่นโตให้เนียน
เนียนเดินออกไปช้าๆ แทนเดินห่างอยู่ด้านหน้า
เอกรีบเกลี้ยกล่อมเนียน “เนียน อย่าว่าพี่ยุ่งกับชีวิตของเนียน ตกลงใจกับท่านขุนเถิด เนียนก็เหลือตัวคนเดียว รังแต่จะโดนคนรังแก ถ้ามีท่านขุนคอยปกป้อง เนียนก็จะรอดปลอดภัย ท่านขุนถือตัวหนักหนา แต่กับเนียนท่านไม่เคยสักครั้งเดียว ตลอดเวลา ท่านห่วงใย ดีต่อเนียนแค่ไหน ใยไม่ตอบแทนสนองความดีของท่านเล่า ท่านรอเนียนอยู่รู้ไหม”
สีหน้าเนียนคิดหนัก

ขุนภักดีมองใบหน้าเนียนใต้แสงจันทร์ ผุดผาดสวยงาม
“เนียน”
“เจ้าคะ”
“ตอบสิว่าเนียนพร้อมจะให้ชั้นปกป้องดูแลเนียน”
“เอ้อ... ท่านขุนปกป้องดูแลเนียนมาตลอดแล้วเจ้าค่ะ เนียนขอบพระคุณเจ้าค่ะ”
“ชั้นไม่ต้องการขอบพระคุณบ่อยๆ ของเนียน ชั้นต้องการให้เนียนตอบรับความรักความห่วงใยของชั้น”
ขุนภักดีมองไปที่หน้าของเนียน
“ถ้าเนียนตอบว่าไม่ ชั้นก็จะไม่รบกวนเนียนอีก และเนียนก็สามารถอยู่ที่นี่ต่อไปในฐานะน้องสาวของคุณเรียม ตอบสิเนียน ตอบอย่าทำให้ชั้นคลั่งใจอีกต่อไป ชั้นพร้อมเสมอสำหรับคำตอบของเนียน”
เนียนผละถอยมา แล้วก้มลงกราบ
“เนียนยินดีรับการปกป้องดูแลของท่านขุนเจ้าค่ะ”
“เนียน” ขุนภักดีดีใจรุกต่อ “เนียนตอบไม่หมด เนียนยังไม่ได้ตอบรับ รักชั้น เนียนตอบ ให้ตรงคำถามสิจ้ะ” ท่านขุนเริ่มใจมา
เนียนอายมาก “เจ้าค่ะ”
“เจ้าค่ะ อะไร รักหรือไม่รัก”
“เอ้อ...”
“อายมากก็ไม่ต้องออกเสียง แค่ขยับปากก็พอ”
เนียนเงยหน้าดูพระจันทร์ ขุนภักดีรอคำตอบเนียน เห็นเนียนขยับปาก ไม่กล้าส่งเสียง
“รักเจ้าค่ะ”
ขุนภักดีดึงเนียนมากอดไว้แนบอก
“ชื่นหัวใจของชั้น”
ขุนภักดีจูบเนียนที่หน้าผาก เนียนหลับตาพริ้มไม่กล้าลืมตา ท่านขุนกระซิบ
“นี่คือจูบมัดจำ เนียนออกทุกข์เมื่อไหร่ ชั้นจะรับขวัญเนียนประกาศให้ทุกคนในบ้านรู้ว่าเนียนคือคุณนายของบ้านนี้”
เนียนน้ำตาซึมในอ้อมกอดของขุนภักดี

ฝ่ายหนักกับโพล้ง ลากสนกับช้อยออกมาโยนลงบนพื้นเรือน
“เอาผ้าพันปากมันออกทั้งสองคน”
โพล้งเอาผ้ามัดปากออกทั้งสองคน สองคนอ้าปากจะร้องแต่แทบจะหมดเสียงได้แต่ร้องกรี๊ดๆๆ อย่างอ่อนแรง
“เชิญมึงสองคนแหกปากร้องให้สาแก่ใจ ร้องได้ร้องไป เจ็ดวันเจ็ดคืน”

สองคนกลับร้องไม่ออกได้แต่กลอกตาส่ายหน้าร้องไห้ใส่กันอย่างแค้นใจ
ทางด้านแดงน้อยซึ่งยังป่วยหนัก อยู่ในอ้อมแขนของแพร ที่กำลังยืนละล้าละลัง และจำใจต้องเดินออกมาจากโรงพยาบาล พร่ำบ่นกับหลาน

“แดงน้อยเอ๊ย เงินที่แม่เอ็งให้ป้ามาหมดแล้ว แต่เอ็งก็ยังไม่หาย ถ้าป้าขายตัวเอาเงินมาจ่ายค่ารักษาเอ็งได้ป้าจะทำ แต่มันจนใจ ใคร้จะมาลงทุนซื้อผู้หญิงไม่สาวไม่สวยแม้จะสดอย่างป้า”
ระหว่างนั้นโพล้งซึ่งสภาพดูโทรมมาก ทำหลบๆ ซ่อนๆ เข้ามาทางด้านหลัง
“กระตู้วู้ ยายแพร”
แพรขันขวับมา “ว๊าย ไอ้โพล้ง เอ็งหายหัวไปไหนมา หลานป่วยจนหมดเงินรักษา ต้องพามันออกจากโรงบาน เอ็งยังมาทะลึ่งใส่ ข้าจะคลั่งใจตาย”
“เอ็งไม่ต้องคลั่งใจตาย รีบพาแดงน้อยกลับเข้าไปโรงพยาบาลเดี๋ยวนี้”
“ไอ้โพล้ง ข้าเพิ่งออกมาเพราะหมดเงิน จะกลับเข้าไปได้ยังไง นึกว่า ข้าเป็นแม่เจ้าของโรงพยาบาลรึ เดี๋ยวถีบหน้าเอ็งหงาย”
“ถีบมาเลยอยากเห็นขาอ่อนเก่าๆ ของเอ็งเหมือนกัน”
แพรยกเท้าค้าง
“หยุดหยอกข้าไม่ใช่เวลามาตลก” แพรบิดหูโพล้งเต็มๆ “บอกแล้วว่าไม่มีเงินจ่ายค่ารักษาไอ้แดงน้อย”
“แล้วใครว่าไม่มีเงินจ่าย”
พลางโพล้งดึงแดงน้อยมาอุ้ม สอดเงินใส่ชายผ้าที่ห่อแดงน้อยเอาไว้
“สามชั่ง พอค่ารักษาไหม”
แพรตะลึงด่าเอาอีก “สามชั่ง ไฮ้ มึงริอ่านเป็นโจร มึงไปปล้นใครมา”
โพล้งเลยเซ็ง “จะเอายังไงกัน ไม่มีเงินก็ด่า มีเงินก็ว่า อย่าปากสว่าง ไม่ต้องถาม ข้าจะรีบไปหาเมีย”
แพรฉงน “เมีย”
“ตกใจเร๊อะ อกหักใช่ไหมนางแพร ข้าไม่แลปากร้ายอย่างเอ็งร๊อก”
แดงน้อยร้องไห้พอดี แพรหันไปหาแดงน้อย
“แดงน้อย หลานเอ๊ย เอ็งรอดตายแล้ว ไอ้โพล้งบอกมานะว่ามึง”
แพรหันมาอีกที โพล้งหายไปแล้ว

เวลาผ่านไป
วันนี้ขุนภักดียิ้มย่องอยู่บนเรือน แล้วยิ้มหวานให้เนียน
“เจ็ดวันนานเหมือนเจ็ดปีสำหรับพี่ ออกทุกข์กันทีนะเนียน”
“เจ้าค่ะ”
“คุณเรียมจะเรียกช่างมาตัดเสื้อผ้าให้เนียน เตรียมตัวเป็นคุณนายของพี่”
“เจ้าค่ะ”
“พี่สั่งให้เขาจัดห้องให้เนียนใหม่ อยู่บนเรือนไม่ใช่ห้องเก็บของเล็กๆ ข้างล่างเหมือนเมื่อก่อน”
เนียนไหว้ชดช้อย “ขอบพระคุณเจ้าค่ะ”
“เลิกเจ้าค่ะได้แล้ว ใช้คำพูดเสียใหม่ว่าค่ะ พี่ขุน”
“เจ้าค่ะ ท่านขุน”
“เอ หัวดื้อจริงแฮะ ใครรู้ว่าพี่ให้เมียพูดเจ้าค่ะ เจ้าคะเจ้าขาด้วยเสียชื่อหมด เขาจะหาว่าพี่หลงอำนาจยศฐา”
“เนียนไม่กล้าอาจเอื้อมหรอกเจ้าคะ”
“ต้องแก้ลำความไม่กล้าของเนียนซะบ้าง ยื่นแก้มมาให้หอมทีสิจ้ะ”
เนียนอ้าปากค้าง เขินอาย
“อย่าเจ้าค่ะ”
“ยังพูดเจ้าค่ะอยู่อีก พูดว่า ค่ะพี่ขุนเดี๋ยวนี้”
ขุนภักดีหัวเราะชอบใจยื่นจมูกไปหอมแก้มเนียนเบาๆ เนียนสะดุ้ง
“อุ๊ย” เนียนอายม้วน
“จะเรียกพี่ขุนแทนที่จะเรียกท่านขุนหรือยัง ถ้ายังจะหอมแก้มให้ช้ำทั้งสองข้าง”
เนียนยิ้มเงอะงะแต่ดูน่ารักไปหมดในสายตาท่านขุนที่ยื่นหน้าไปที่แก้ม เนียนเอามือดันไว้เบาๆเบนแก้มหนี
“เรียกแล้วค่ะ พี่ขุน”
“ดีมาก” ขุนภักดีหอมอีกฟอด
“พอเถิดค่ะ พี่ขุน”
“พอสำหรับวันนี้ หลังพิธีแต่งงานเมื่อไหร่พี่เรียกคืนบวกดอกเบี้ยทบต้น”
ขุนภักดียิ้มอย่างเอ็นดูหลงใหลเนียน

ครบ 7 วัน หนักกับโพล้งยังคงโพกหน้าเอาสนกับช้อยมาปล่อยไว้ที่ท่าเดิม
“กูเป็นโจรมีสัจจะ กูบอกว่าจะเอามึงเป็นเมียเจ็ดวันก็เจ็ดวันจริงๆ จำไว้อย่าริอ่านทำชั่วๆ แบบนี้อีกเด็ดขาด” หนักใช้นิ้มทิ่มหน้าผากสนแรงมาก “กูจะมาฉุดมึงอีกคราวนี้เจ็ดปีเลย”
สนกับช้อยร้องไห้กระซิกๆ บอบช้ำหมดทั้งกายและใจ
“กูเกลียดมึง...กูขยะแขยงมึง ฆ่ามึงได้กูจะฆ่ามึง ไอ้คนชั่ว”
“มึงกับกูก็ชั่วเสมอกัน กูรู้คนอย่างมึงฆ่าใครก็ได้ทั้งนั้น กระทั่งผู้มีพระคุณ ระวังเถิดท้องไส้ขึ้นมา มึงจะมีหน้ากล้าบอกผัวว่าลูกใคร”
สนกับช้อยตกใจได้ยินเรื่องมีลูก

อ่านละคร อาญารัก ตอนที่ 3 วันที่ 26 มี.ค. 56

ละครเรื่อง อาญารัก บทประพันธ์ : จำลักษณ์
ละครเรื่อง อาญารัก บทโทรทัศน์ : วรพันธ์ รวี
ละครเรื่อง อาญารัก กำกับการแสดง : จรูญ ธรรมศิลป์
ละครเรื่อง อาญารัก แนว ดราม่า
ละครเรื่อง อาญารัก ผลิต : บริษัทดีด้าวิดีโอ โปรดักชั่น จำกัด
ละครเรื่อง อาญารัก ควบคุมการผลิต : สยม สังวริบุตร
ละครเรื่อง อาญารัก ออกอากาศทุกวันจันทร์ และวันอังคาร เวลา 20.25 น. ทาง ช่อง 7 สีทีวีเพื่อคุณ
ที่มา manager