อ่านละคร ฟ้าจรดทราย ตอนที่ 4-5 วันที่ 18 ส.ค. 56

อ่านละคร ฟ้าจรดทราย ตอนที่ 4
นายพลอัสตาฟาอายุมากแล้วทนการทารุณไม่ไหวจำต้องเปิดปากว่านายพลมุสกัตเป็นผู้อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ และยังมีนายทหารชั้นผู้ใหญ่อีกหลายนายที่เกี่ยวข้อง แต่ยังไม่ยอมเปิดเผยรายชื่อ
“คนสำคัญที่เราจะต้องตามจับมันให้ได้ เห็นจะเป็นเจ้ามุสกัตมากกว่าชารีฟเสียแล้วชาอิ๊บ มันจะเอาพระศพองค์อาหเม็ดไปทำไมกัน” องค์โอมานสีหน้าครุ่นคิด

ซาอิ๊บเตือนว่าแม้การหายไปของพระศพจะไม่ใช่ฝีมือชารีฟ แต่ก็ปล่อยไว้ไม่ได้ เขาจะกลายเป็นเสี้ยนหนามในภายหลัง...


องค์โอมานเห็นด้วยกับความคิดของซาอิ๊บ ตรงไปยังตำหนักของเจ้าหญิงสุไบดาอีกครั้งหนึ่งเพื่อคาดคั้นให้บอกที่ซ่อนตัวของชารีฟ แต่ไม่ว่าจะข่มขู่อย่างไร เจ้าหญิงสุไบดาและไบคานก็ไม่ยอมปริปาก

ooooooo

ชารีฟต้องกุมขมับอีกครั้งเมื่อชีคอัสมัน

มีแผนการจะนำม้าและอูฐอย่างดีไปขายที่ตลาดค้าสัตว์ในเมืองซากากาจึงขอให้เขาเป็นผู้นำการเดินทาง ชารีฟทิ้งมิเชลล์ไว้ตามลำพังที่จาอุฟไม่ได้จำต้องพาไปด้วย แต่เธอขี่ม้าไม่เป็น เขาจึงต้องแอบฝึกให้

โชคดีที่เธอหัวไว สอนไม่เท่าไหร่ก็ขี่ได้คล่องแคล่ว...

คืนหนึ่งระหว่างที่ชีคอัสมันเรียกชารีฟไปพบเพื่อจะขอให้ช่วยรักษาอาการป่วยพ่อของยูซุฟ โดยทิ้งให้

มิเชลล์อยู่ลำพังในกระโจมที่พัก โจรขี้เมาสองพี่น้องกาเซ็มและนะหมัดแอบเข้าไปในคอกสัตว์จะขโมยม้า เธอคว้าปืนจากลังใส่อาวุธที่ซ่อนไว้ย่องเข้าไปจะจัดการแต่สองคนนั่นอาศัยความเจ้าเล่ห์หนีรอดไปได้

หญิงสาวยังขาสั่นไม่หายที่ต้องเล่นบทบู๊ ลากปืนยาวกลับไปยังกระโจมที่พัก ชารีฟซึ่งกลับมาเพื่อเอาอุปกรณ์ไปรักษาพ่อของยูซุฟเขาเห็นพอดีปราดเข้ามากระชากปืน ไปถามเสียงเขียวว่ามายุ่งกับของพวกนี้ทำไม เธอจึงเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ฟัง เขากำชับว่าทีหน้าทีหลังห้ามทำแบบนี้อีก

“เธอต้องอยู่ใกล้ๆฉันตลอดเวลาเข้าใจไหม ถ้าฉันไม่อยู่ก็ต้องอยู่ในห้องห้ามออกมา จำไว้อย่าชะล่าใจว่าไม่มีใครรู้ความจริง หรือว่าเธออยากถูกจับไปอยู่ฮาเร็มของชีคอัสมัน”...

ในเวลาเดียวกัน ชีคอัสมันปรึกษากับภรรยาว่าจะทำอย่างไรดีเพื่อไม่ให้ชารีฟไปจากที่นี่ เพราะเขาสร้างประโยชน์ให้พวกเรามากมาย แล้วชีคอัสมันก็คิดแผนการออก โดยจะยกลูกสาวคนโตกับคนรองของตนให้เป็นภรรยาชารีฟ ส่วนลูกสาวคนเล็กจะยกให้ตาฟา ภรรยาเห็นดีด้วย เราจะได้ลูกเขยพร้อมกันทีเดียวสองคน...

หลังจากนำอาวุธไปเก็บเรียบร้อย ชารีฟสั่งให้มิเชลล์เตรียมตัว มีคนเจ็บรายใหม่ให้รักษา เธอทักท้วงว่าจะเอาอะไรไปรักษา ยากับเครื่องมือแพทย์ก็ไม่มี มีแค่ท่อนเหล็กกลวงที่ดัดแปลงไว้ใช้แทนหูฟังของหมอ ชารีฟกลับไม่มีความกังวลให้เห็น แถมกระเซ้าเย้าแหย่มิเชลล์สนุกสนานจนเธอชักเคืองเตือนไม่ให้เขาพูดแบบนี้อีก

“ฉันยั่วเล่นน่า โกรธมากหรือ” ชารีฟพูดจบก้มหน้าเข้าไปใกล้มิเชลล์ที่หน้าแดงใจเต้นไม่เป็นส่ำ เตือนเขากลบเกลื่อนความเขินอายว่าอย่ามัวแต่พูดเล่น ป่านนี้คนไข้รอแย่แล้ว...

ชารีฟตรวจอาการพ่อของยูซุฟแล้วลงความเห็นว่าป่วยด้วยโรคตับอักเสบ สั่งห้ามกินของมันของทอดทุกชนิด ให้กินน้ำตาลมากๆจะช่วยปรับระบบในร่างกายให้เป็นปกติ ยูซุฟเห็นพ่อขยับตัวได้ดีใจมาก ชมชารีฟไม่หยุดปากว่าเป็นหมอวิเศษรักษาคนด้วยมือเปล่าได้ หมอผีซึ่งยืนสังเกตการณ์อยู่มองชารีฟด้วยแววตาเคียดแค้น

ooooooo

ไม่กี่วันต่อมา งานเลี้ยงฉลองที่เรียกว่า “ตับซี” ก็ถูกจัดขึ้น พ่อครัวยกถาดใส่ตัวกีบัสซึ่งคล้ายแพะนำมาย่างไฟทั้งตัวมาเสิร์ฟ ชีคอัสมันเห็นมิเชลล์ในคราบตาฟาตัวเล็กเหมือนผู้หญิง จึงตัดเนื้อกีบัสติดมันชิ้นใหญ่ให้กินจะได้ตัวโตและแข็งแรง เธอต้องกล้ำกลืนกิน แต่พองานเลิก มิเชลล์รีบแอบไปอาเจียนออกจนหมด

ชารีฟเป็นห่วงตามมาดู เห็นเธอเดินหมดเรี่ยวแรง รีบเข้าไปช่วยพยุงพากลับมานอนพักที่กระโจม มิเชลล์บ่นอุบเมื่อไหร่จะหมดจากฝันร้ายเหล่านี้เสียที เขาทำ ไม่รู้ไม่ชี้ทิ้งตัวลงนอนใกล้ๆ หญิงสาวเขยิบหนี ก่อนจะ บอกว่าเหตุการณ์สงบเมื่อไหร่ จะกลับไปบวชชีที่ฝรั่งเศส ชารีฟว่าเป็นไปไม่ได้ โหรหลวงทำนายดวงชะตาของ เธอไว้ว่า

“ผู้หญิงที่เดินทางเข้ามาในวังหลวงตามฤกษ์ยามที่กำหนดไว้จะให้ลูกชายถึงหกคนกับสามีของนาง และตามตำรายังบอกอีกว่า เธอผู้นั้นเป็นหญิงงามที่สวยแปลกไม่เหมือนใคร ใครได้เป็นสามีของเธอจะรักลุ่มหลงเธอมากและมีเธอเป็นเมียเพียงคนเดียว ไม่มีหญิงอื่นอีกเลย” ชารีฟว่าพลางขยับเข้าไปจนตัวชิดกัน มิเชลล์ซึ่งรู้สึกหวั่นไหว ใจเต้นรัว เขาค่อยๆโน้มตัวเข้าไปจะจูบ

ทันใดนั้นมีเงาวูบผ่านที่ผ้าม่าน ชารีฟหันขวับไปมอง เห็นหลังใครบางคนวิ่งหนีไปไวๆ รีบวิ่งตาม

ooooooo

อ่านละคร ฟ้าจรดทราย ตอนที่ 5


ไม่นานนัก ชารีฟไล่ตามชายลึกลับจนทัน ตะคอกใส่ว่ามาแอบดูตนทำไม ชายคนนั้นละล่ำละลักว่าไม่ได้มาแอบดู ชีคอัสมันสั่งให้ตนมาเชิญท่านไปพบเป็นการด่วน คนของเราปะทะกับพวกโจรตูอิคที่จะมาขโมยม้าและอูฐจากกองคาราวาน มีคนได้รับบาดเจ็บจากกระสุนปืนจำนวนมาก ชารีฟกระชากคอเสื้อเขาเข้ามาใกล้

“แล้วทำไมไม่เข้าไปบอกดีๆ เจ้าแอบฟังข้าพูดกันหรือ”

ชายคนนั้นปฏิเสธว่าไม่ได้ยินอะไร ยังไม่ทันจะโผล่เข้าไปชารีฟก็เห็นเสียก่อน หมอหนุ่มเตือนว่าทีหน้าทีหลังอย่ามาทำลับๆ ล่อๆ แบบนี้อีก จะบอกอะไรก็มาบอกให้ถึงตัว แล้วรีบกลับไปยังกระโจมที่พัก สั่งให้มิเชลล์เตรียมตัว มีคนเจ็บรอการรักษาหลายราย เนื่องจากถูกพวกโจรตูอิคที่เร่ร่อนปล้นฆ่าเอาม้ากับอูฐ...

กลิ่นคาวเลือดจากผู้ที่ได้รับบาดเจ็บคลุ้งไปทั่วตึกใหญ่ ทำให้มิเชลล์คลื่นเหียนวิงเวียนจะอาเจียนเสียให้ได้ ชารีฟต้องเตือนสติว่าเธอคือตาฟา ผู้ช่วยของเขา ต้องช่วยกันรักษาคนพวกนี้ มิเชลล์จำต้องกัดฟัน เดินตามชารีฟตรวจอาการของผู้ได้รับบาดเจ็บ หมอหนุ่มเห็นสภาพพวกนั้นแล้วถึงกับส่ายหน้า หันไปบ่นกับชีคอัสมันว่าเราไม่มียาและเครื่องมือแพทย์ มีเพียงสองมือของเขาเท่านั้น ชีคอัสมันเชื่อมั่นว่าชารีฟจะรักษาพวกนี้ได้

“ถ้าอย่างนั้น หามีดใหม่เอี่ยมกับผ้าสะอาดๆ แล้วข้าก็ต้องการแอลกอฮอล์จำนวนมาก”

ชีคอัสมันครุ่นคิดหนักจะไปหาแอลกอฮอล์ที่ไหนมาใช้ฆ่าเชื้อ แล้วนึกถึงสองพี่น้องขี้เมากาเซ็มกับนะหมัดขึ้นมาได้ สั่งให้ยูซุฟไปเอาเหล้าทั้งหมดของพวกนั้นมา...

ครู่ต่อมา ยูซุฟกับลูกน้องกรูกันเข้าไปขนเหล้าของสองพี่น้องขี้เมามาหมดบ้าน กาเซ็มโวยวายลั่นว่าเอาเหล้าของพวกตนไปทำไม แล้วเข้าไปขวางทาง ยูซุฟผลักกระเด็นลงไปกองกับพื้น แล้วชี้หน้าอย่างเอาเรื่อง

“ไอ้คนนอกศาสนา ไอ้พวกขี้เหล้า ขี้ขโมย กูไม่ฆ่ามึงก็นับว่าบุญแล้วโว้ย เฮ้ยเร็ว นายแพทย์อวีเซ็นน่าบอกให้ขนไปให้หมด” ยูซุฟเสียงเข้ม นะหมัดกับกาเซ็มแค้นใจมาก หมายหัวคนที่สั่งการเรื่องนี้...

หลังจากผ่าตัวเอาหัวกระสุนออกจากคนไข้สำเร็จไป หลายราย ชารีฟทั้งเหนื่อยทั้งร้อนเหงื่อท่วมตัวจึงถอดเสื้อคลุมตัวนอกออก แล้วถลกแขนเสื้อตัวในขึ้นอีก จากนั้นก็ลงมือผ่าตัดคนไข้รายต่อไป ขณะที่เขาลงมีดกรีดเอาหัวกระสุนออก สร้อยห้องเหรียญตราประจำราชวงศ์โผล่ออกมาจากคอเสื้อ หมอผีที่คอยสังเกตการณ์มองเหรียญตราอย่างสนใจ อากัปกิริยาของเขาไม่พ้นสายตาจ้องจับผิดของมิเชลล์ไปได้...

กว่าชารีฟจะจัดการคนเจ็บรายสุดท้ายเสร็จ ฟ้าเริ่มสว่างแล้ว เขากลับไปยังกระโจมที่พักทิ้งตัวลงบนที่นอนอย่างหมดเรี่ยวแรง มิเชลล์ถือเสื้อคลุมตัวนอกตามมาทรุดตัวลงนั่งข้างๆ รู้สึกเป็นห่วงเป็นใยที่เขาต้องเหน็ดเหนื่อยมาทั้งคืน บอกให้นอนพักได้แล้ว ชารีฟชมเธอเป็นการใหญ่ที่อดทนอยู่ช่วยจนถึงคนสุดท้าย ไม่เป็นลมเป็นแล้งไปเสียก่อน มิเชลล์ออกตัวว่ากลัวแล้วกลัวอีกเลยกลายเป็นความชินชาไปโดยปริยาย

“เก่งมาก...แต่เราไม่มียาแก้อักเสบหรือยาแก้ติดเชื้อเลย สงสารคนพวกนั้น คงต้องปล่อยไปตามพระประสงค์ของพระผู้เป็นเจ้า”

“เอ่อ หมอผีเฒ่าคนนั้น เขามองท่านแปลกๆ แล้วเขาก็รีบออกไปไหนไม่ทราบ”

ชารีฟขอร้องให้เลิกฝังใจกลัวตาแก่คนนั้นได้แล้ว เขาเกิดที่นี่ เขาต้องซื่อสัตย์ต่อแผ่นดินแม่ของตัวเอง มิเชลล์แดกดันว่าที่รบกันโครมๆบนโลกใบนี้ไม่ใช่เพราะคนในประเทศทรยศต่อแผ่นดินเกิดตัวเองหรือ อีกทั้งกษัตริย์โอมานก็เกิดที่นี่ยังคิดคดทรยศต่อแผ่นดิน ชารีฟนิ่งเงียบไปเลย

“เถียงไม่ได้ใช่ไหมล่ะ...ดิฉันกลัวหมอผีเฒ่าจะเอาข่าวของเราไปบอกตำรวจทะเลทราย” มิเชลล์หันมองอีกที ชารีฟหลับปุ๋ยไปเรียบร้อย

ooooooo

มิเชลล์กับชารีฟนอนยังไม่ทันอิ่ม ชีคอัสมันให้ยูซุฟมาเชิญตัวไปพบ อ้างว่ามีธุระสำคัญจะคุยด้วยโดยไม่รู้ว่าหลังม่านด้านในสุดของที่พักภรรยาของชีคอัสมันกำลังชี้ชวนให้ลูกสาวทั้งสามคนดูหน้าว่าที่เจ้าบ่าวของพวกเธอ ลูกคนโตและคนรองพอใจชารีฟที่ทั้งสง่าและองอาจสมชาย

ลูกสาวคนเล็กกลับติมิเชลล์ในคราบเด็กหนุ่มว่าหน้าตาหล่อก็จริงแต่เหมือนผู้หญิงไปหน่อย แต่เธอก็พอใจที่จะได้เป็นภรรยาของเขา เด็กสาวทั้งสามคนอยากจะพบว่าที่เจ้าบ่าวของตนใจจะขาด แต่จะทำได้ก็ต่อเมื่อชายหนุ่มทั้งคู่ตกปากรับคำเป็นลูกเขยของชีคอัสมันและภรรยาเสียก่อน

“เมื่อไหร่พ่อจะพูดเสียที ลูกใจเต้นเต็มทนแล้ว” ลูกสาวคนเล็กมองมิเชลล์ผ่านม่านกั้นอย่างพึงพอใจ...

ในที่สุดชีคอัสมันก็เอ่ยปากบอกชารีฟว่าจะยกลูกสาวสองคนให้แล้วจะแถมตำแหน่งผู้นำเผ่าให้อีกด้วยเขาปฏิเสธโดยไม่ต้องคิดว่ายังไม่พร้อม มีงานต้องทำอีกมาก เกรงจะดูแลลูกสาวของชีคอัสมันได้ไม่เต็มที่ ชายผู้สูงวัยกว่าสีหน้าผิดหวัง ก่อนจะรีบปรับสีหน้าเป็นปกติ หันไปบอกมิเชลล์ว่าจะยกลูกสาวคนสุดท้องให้

อ่านละคร ฟ้าจรดทราย ตอนที่ 4-5 วันที่ 18 ส.ค. 56

ละครฟ้าจรดทราย ประพันธ์โดย โสภาค สุวรรณ
ละครฟ้าจรดทราย บทโทรทัศน์โดย ศัลยา สุขะนิวัตต์
ละครฟ้าจรดทราย กำกับการแสดงโดย สยาม สังวริบุตร
ละครฟ้าจรดทราย ผลิตโดย ค่าย ดาราวิดีโอ
ละครฟ้าจรดทราย ออกอากาศทุกวันจันทร์ และวันอังคาร เวลา 20.30 น. ทางช่อง 7 สี
ละครฟ้าจรดทราย เริ่มตอนแรกวันจันทร์ที่ 12 สิงหาคม 2556
ที่มา ไทยรัฐ