อ่านละคร วันนี้ที่รอคอย ตอนที่ 19 วันที่ 2 ส.ค. 56

อ่านละคร วันนี้ที่รอคอย ตอนที่ 19 วันที่ 2 ส.ค. 56

ขณะที่พันหงปิงกำลังเคลิ้มและจะเคลมเหม่ยอิงนั่นเอง เกาเฟยโผล่มาจ้องจิกราวปีศาจร้าย พุ่งเข้ากระชากพันหิงปิงจนหงายแล้วต่อยหน้าไม่ยั้ง

พันหงปิงไม่ทันตั้งตัวถูกกระทำอยู่ครู่ใหญ่ ก็พลิกสถานการณ์เตะเกาเฟยกระเด็นออกไป แต่เกาเฟยบ้าเลือดเสียแล้วพุ่งเข้าใส่อีก พันหงปิงสู้ไม่ไหวตะโกนยอมแพ้ ยอมรับผิด คราวหลังจะไม่ทำอีกแล้ว

“ไอ้ชั่ว...นี่เหรอวะหุ้นส่วนกัน แกยังมีความเป็นคนอยู่รึเปล่าไอ้พันหงปิง หรือว่าเป็นสัตว์ถึงได้ทำแบบนี้กับพ่อแม่พี่น้องหรือเพื่อนได้ ไม่ถือสา”


“ก็ฉันขอโทษแล้วไง มันเผลอไปเว้ย ไม่ได้วางแผนมาก่อน พอดี...มันมาเจอจังหวะลงตัว เลย...ลืมคิดไป”

ทั้งสองโต้เถียงกันอย่างรุนแรง พันหงปิงเตือนเกาเฟยว่าทีหลังอย่าทิ้งคุณหนูไว้คนเดียว ตำหนิเกาเฟยว่าดูแลเจ้านายยังไงปล่อยให้อัพยานอนหลับขนาดนั้น

เกาเฟยรู้สึกผิด เห็นสมุนพันหงปิงยืนก้มหน้าอยู่ก็ตวาด

“มองอะไร เอาลูกพี่ของพวกนายออกไป ไปให้พ้นหน้าเดี๋ยวนี้เลย ไม่งั้น...”

สมุนพันหงปิงรีบหิ้วปีกลูกพี่ออกไป เกาเฟยจึงเอากระเป๋าบัดดี้แบ็กที่คาดมาเปิดออก ในนั้นเต็มไปด้วยเงิน

“คุณหนู...นี่ไง เงิน...เงินที่ผมเอาทองของคุณหนูไปขายมาได้ ผมทำทุกอย่างเพื่อคุณหนู ผมทิ้งคุณหนูไปไม่กี่ชั่วโมง แค่ไปเดินเร่ขายของเอาเงินมาให้คุณหนู...แต่คุณหนูกลับทำกับตัวเองแบบนี้ แล้วถ้าผมกลับมาไม่ทัน มันจะเป็นยังไง...ถ้าคุณหนูเป็นอะไรไป ผมต้องขาดใจตายแน่ๆ”

เหม่ยอิงยังนอนไม่รู้สึกตัว เกาเฟยโยนเงินไปกองที่ตัวเหม่ยอิง ทรุดนั่งกับพื้นหน้าเตียงร้องไห้อย่างหนัก

ooooooo

ในห้องจ้าวไทไทที่บ้านสี่ฤดู...แม่สี่ยกน้ำชาเข้ามา จ้าวซันรับไปรินน้ำชาให้จ้าวไทไทที่กำลังพูดไปหัวเราะไป

“มันทำตัวเอง...นังเหม่ยอิง...ถึงไม่มีใครทำอะไรมัน มันก็จะทำตัวเอง จนในที่สุด มันก็จะไม่เหลือราคาอะไรอีกเลย”

“ยังไงผมก็ยังหวังที่อยากจะให้เขากลับมาแล้วยอมรับผิด ผ่อนหนักให้เป็นเบา แล้วกลับตัวกลับใจเสีย” จ้าวซันเอ่ย

“มันไปไกลเกินกว่าจะหันหลังกลับแล้ว ถึงอยากกลับก็ไม่มีที่ให้มันยืน...หึๆ จ้าวซัน เจ้านี่มันมีกรรมจริงๆนะ ต้องคอยรับผิดชอบพวกคนบาปหยาบช้ามากมายเหลือเกิน ที่จริงเจ้าควรจะเป็นคนใจโหดเหี้ยมกว่านี้ แล้วชีวิตของเจ้ามันจะง่ายกว่านี้มาก”

“มันจะมีวันสิ้นสุดไหม”

“เราทุกคนต่างมีกรรมเป็นของตนที่ต้องชดใช้ แม่ก็มีกรรมของแม่ เจ้าก็มีกรรมของเจ้า อะไรที่หาสาเหตุไม่ได้ในชาตินี้ ก็คงต้องคิดเอาเองว่ามันเป็นกรรมที่ทำมาจากชาติปางก่อน”

แม่สี่จะลุกไป จ้าวไทไทถามขึ้นว่า “สร้อยเพชรของฉัน อยู่ที่แกใช่ไหม!” แม่สี่ชะงักเย็นวาบไปทั้งตัว “หล่อนก็รู้ใช่ไหมว่ามันเป็นสร้อยเพชรที่มีอาถรรพณ์ หล่อนถึงไม่กล้าจะให้มันไปกะอีนังกาลีนั่น เวลานี้มันก็เลยยังอยู่กับหล่อน!!”

แม่สี่ตกใจตัวสั่นเอาหัวโขกพื้นขอโทษครั้งแล้วครั้งเล่า บอกว่าตนไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดี แม่ใหญ่อย่าลงขอโทษตน อย่าสาปแช่งตนอย่าสาปแช่งลูกตนอีกเลย บอกว่าจะไปเอาสร้อยมาคืนให้เดี๋ยวนี้

“หยุด...อย่าเพิ่งตีโพยตีพาย ฟังก่อน...จ้าวซันฟังแม่แล้วทำตามที่แม่สั่ง...ลูกกำลังพยายามจะสร้างความน่าเชื่อถือให้กับบริษัทฉินเย่ว์กรุ๊ปอีกครั้งใช่ไหม ทำตามที่แม่บอกนะ นี่คือคำสั่ง ใช้สร้อยเส้นนั้นเป็นสัญลักษณ์สิ”

“อะไรนะครับ”

จ้าวซันผงะอึ้ง แต่ไม่กล้าถามอะไรอีก

ooooooo

คำสั่งของจ้าวไทไทเหมือนประกาศิต จ้าวซันลงมือปฏิบัติทันที บรรยากาศในฉินเย่ว์กรุ๊ปคึกคักขึ้นมา ทุกคนมีความเชื่อมั่นกับการฟื้นฟูครั้งนี้ มีความหวังขึ้นมาอีกครั้ง

ก่อนวันเปิดตัว จ้าวซันใส่สูทดูสง่าน่าเกรงขาม ผิงอันแต่งหน้าทำผมอยู่ในชุดราตรีเรียบสีดำเกาะอก ที่สำคัญคือ มีสร้อยจ้าวไทไทประดับที่ลำคอระหง ผิงอันวันนี้ดูเป็นคนที่สมบูรณ์แบบอย่างที่สุด ทั้งสองถ่ายทั้งรูปคู่และเดี่ยวมากมาย

ผู้กองเหลียงได้รับการ์ดเชิญมางานนี้ด้วย ผู้กองดูรูปที่จ้าวซันถ่ายคู่กับผิงอันบนการ์ดเชิญแล้วเอ่ยขึ้นว่า...

“สารภาพมาดีกว่าจ้าวซัน ว่าคุณกำลังจะทำอะไร คุณหนูผิงอันสวมสร้อยเส้นนี้ ซึ่งคุณเหม่ยอิงเคยจับจองเอาไว้แล้วมีคุณยืนประคองขนาดนี้ มันคือแมสเสจที่คุณต้องการส่งถึงใคร”

“ก็ส่งถึงกรรมการบอร์ดของทุกบริษัท นักลงทุน ลูกค้า พนักงานต่างๆว่าบริษัทเราไม่ได้อยู่ในสภาพง่อนแง่นอย่างที่มีข่าวซุบซิบกัน” จ้าวซันชี้แจง

“คุณกำลังวางกับดักต่างหากจ้าวซัน” หมวดจาง ดักคอ

“จะทำอะไร ช่วยปรึกษากันบ้างนะครับ จะได้ช่วยกันคนละไม้คนละมือ” ผู้กองกึ่งติงกึ่งปราม

“ผมปรึกษาอยู่แล้ว ถึงได้ส่งการ์ดไปเชิญผู้กองครับ”

ผู้กองเหลียงยื่นมือออกมา จ้าวซันจับมือกระชับมั่น ต่างสบตากันแบบเอาจริง!

ooooooo

เหม่ยอิงถือการ์ดมือสั่นริกๆ ในที่สุดก็ร้องไห้โฮออกมาอย่างรับไม่ได้ที่ผิงอันใส่สร้อยเพชรของจ้าวไทไท ถามเกาเฟยว่า จ้าวซันเอามาให้ผิงอันใส่ทำเป็นการ์ดงานบริษัทมันแปลว่าอะไร

เกาเฟยดึงการ์ดในมือเหม่ยอิงไปอ่าน “ขอเชิญไปงานมีตติ้งแนะนำตัวทายาทสาวทางธุรกิจของบริษัทในเครือตระกูลจ้าว” อ่านแล้วโพล่งอย่างฉุนเฉียว “สร้างภาพชัดๆ คุณผิงอันไม่มีทางจะทำการทำงานอะไรได้จริงหรอก”

“มีตติ้งแนะนำตัวทายาทสาวเหรอ...น่าสนุกดีเหมือนกันนะ” เหม่ยอิงยิ้มร้ายอย่างกระเหี้ยนกระหือรือ

ooooooo

ยิ่งใกล้เวลาเปิดตัว ผิงอันก็ยิ่งตื่นเต้นขาดความมั่นใจ ทั้งจ้าวซันและบราลีต้องคอยปลุกเร้าให้กำลังใจ บราลีแนะว่า

“เอาอย่างนี้ เดี๋ยวพี่กับพี่ชายใหญ่จะไปยืนที่ประตูทางเข้าตรงข้ามเวทีนะ เวลาที่ผิงอันพูดก็มองไปที่พี่กับพี่ชายใหญ่ที่ยืนอยู่ด้านหลังแล้วกัน ไม่ต้องหันไปมองใคร โอเคไหม” พูดแล้วขอกอดให้กำลังใจ จ้าวซันเองก็ปลุกเร้าน้องให้สู้ๆ

“ค่ะ...สู้ค่ะ หนูก็เป็นน้องสาวของพี่และก็มีเลือดตระกูลจ้าวอยู่เต็มตัว” ผิงอันฮึดขึ้นมา

“จวนได้เวลาแล้วนะครับ” ซ่างกวานซิงเปิดประตูเข้ามาเตือน

ทั้งสามยิ้มให้กำลังใจกัน แล้วผิงอันก็เดินตามซ่างกวานซิงออกไปอย่างมั่นใจ

จ้าวซัน ผู้กองเหลียง หมวดจาง และจ่าหมงขึ้นไปบนดาดฟ้า ผู้กองเหลียงถามว่าจ้าวซันตั้งใจจะให้ตึกชั้นนี้เป็นสมรภูมิใช่ไหม

“หวังว่าจะไม่ถึงขนาดนั้น แต่ผมจะทำให้คนที่ต้องการตัวผม ตามผมออกมาที่ตรงนี้ ไม่ให้แขกในงานต้องมีอันตราย” หมวดจางวางแผนว่า พอพวกที่ไล่ล่าจ้าวซันขึ้นมาเราก็จะปิดประตูนั้น “ใช่...และตำรวจต้องพร้อมที่จะเข้ามาผสมโรงทันทีเมื่อผมให้สัญญาณ”

“ได้...พวกเราจะร่วมกัน ปิดประตูตีแมว” ผู้กองพูดอย่างมั่นใจ

ทุกคนสบตากันอย่างกระตือรือร้น พร้อมที่จะรับกับทุกสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น

ooooooo

ที่บริเวณจัดงาน เทเรซ่าคุยกับบราลีชื่นชมผิงอันว่า โตเป็นสาวแล้วจริงๆ

“ผิงอันจะเป็นผู้นำของตระกูลจ้าวเหมือนที่จ้าว– ไทไทได้เคยกล่าวไว้จริงๆ เร็วกว่าที่คิดเสียอีก” บราลีเอ่ย เทเรซ่าถามว่าจ้าวไทไทเคยบอกเธอหรือ “ใช่ค่ะ จ้าวไทไทเคยบอกว่า ให้ฉันช่วยดูแลผิงอันด้วย แล้วตอนนี้ฉันก็กำลังดูแลผิงอันจริงๆด้วยสิ”

“มาดามของเรา...หยั่งรู้อนาคตจริงๆ” เทเรซ่าพึมพำทึ่ง

บรรดานักข่าวและช่างภาพที่ถ่ายเจาะสร้อยเพชรที่คอผิงอันแล้วพากันมาขอให้บราลีถ่ายรูปคู่กับผิงอัน นักข่าวคนหนึ่งถามว่าตอนนี้เหม่ยอิงอยู่ไหน อีกคนถามว่า ที่ลือกันว่าเหม่ยอิงทำเรื่องทุจริตหลายอย่างกับทางบริษัทเป็นเรื่องจริงไหม

บราลีอึกอักอ้ำอึ้งหน้าถอดสี ดีที่เทเรซ่าอยู่ด้วยจึงช่วยแก้สถานการณ์ว่า

“ขอโทษนะคะ อย่าเพิ่งสัมภาษณ์เวลานี้นะคะ ประเดี๋ยวทางเราก็จะตอบทุกอย่างที่สื่ออยากทราบอย่างละเอียดในงานนะคะ ใจเย็นๆก่อนนะคะ”

พอดีฉินเจียงควงซูหลิงเข้ามาเห็นช่างภาพกำลังถ่ายรูปผิงอันกับบราลี เขาพูดกับซูหลิงอย่างไม่ชอบใจว่า

“โอ้โห...ดังกันใหญ่แล้ว แม่สาวๆพวกนั้น ดูผิงอันสิ ในที่สุดก็ได้ครอบครองเพชรของจ้าวไทไท ไม่ได้นะ! ที่จริงคุณก็มีสิทธิ์เหมือนกันนะซูหลิง เพราะคุณก็เป็นมาดามตระกูลจ้าวแท้ๆคนนึงนี่นา มานี่เร็ว!!” ว่าแล้วก็กึ่งจูงกึ่งลากซูหลิงแหวกนักข่าวและช่างภาพเข้าไป ทักทายผิงอันเสียงดังเรียกความสนใจ

พวกนักข่าวพากันทักทายฉินเจียง เขารีบแนะนำซูหลิงว่าเป็นภรรยาและกำลังมีทายาทให้ตระกูลจ้าว นักข่าวพากันตื่นเต้น ถามกันเซ็งแซ่ว่าจริงหรือ... ผู้หญิงหรือผู้ชาย...ตั้งชื่อให้คุณหนูตระกูลจ้าวหรือยัง?

ช่างภาพหันมาถ่ายรูปซูหลิงกันพรึบพรับ ฉินเจียงยิ้มสมใจ ซูหลิงยิ้มเจื่อนๆตื่นๆ

“เรื่องจอมขโมยซีนเนี่ย...คุณชายรองไม่เป็นรองใครเลย...” เทเรซ่าส่ายหน้าหัวเราะขำๆ

ooooooo

ที่ห้องคอนโทรลของหัวหน้า รปภ.พวกจ้าวซันและพวกผู้กองเหลียงกำลังดูกล้อง ผู้กองชี้บรรดาตำรวจนอกเครื่องแบบที่ปลอมตัวมาในงานให้ดูกัน

ซ่างกวานซิงผิดสังเกตชายสองสามคนที่สวมหมวกใส่แว่นอำพรางใบหน้า บอกว่าท่าทางไม่น่าจะใช่แขกรับเชิญ หัวหน้า รปภ.ถามว่าจะให้การ์ดไปสกัดไหม

“ไม่ต้อง ให้พวกมันเข้ามาเลย แล้วให้ลูกน้องของผู้กองเหลียงจับตาไว้ ประกบเป็นรายตัวไปเลย ไหวไหมครับ”

“จัดไปครับ” จ่าหมงตอบรับแล้วสั่งการทันที

“พวกมันมากันจริงด้วย งานนี้จัดขึ้นมาไม่เสียเปล่าจริงๆ” เต๋อเป่าภาวนาขอให้เกาเฟยมา จ้าวซันติงว่า “ใจเย็น ๆ อย่านึกว่าทุกอย่างจะเป็นไปตามคาด อาจมีหลายอย่างที่เราคาดไม่ถึงก็ได้ อย่าประมาทเด็ดขาด”

งานนี้ พวกอากงต่างพากันใส่สูทดูภูมิฐานเหมือนเถ้าแก่ ทักทายเพื่อนวัยเดียวกันอย่างอารมณ์ดี จู่ๆ ภูสินทรหรือที่แปลงโฉมและเปลี่ยนชื่อเป็นเมืองเทพและคนคีรีรัฐก็โผล่พรวดเข้ามา ทำเอาพวกอากงกลายเป็นเสือปืนไวชักปืนทันที แต่พอเห็นว่าใครเป็นใคร บรรยากาศก็ผ่อนคลาย อากงบอกเมืองเทพว่า

“คุณชายบอกว่า ให้พวกเราอยู่กันในนี้ก่อน แล้วคุณชายจะเป็นคนให้สัญญาณเองว่าจะให้ออกไปตอนไหน”

“ครับ...โอ้โฮ...นี่มาจากแผ่นดินใหญ่กัน

หรือครับ ยินดีครับๆที่จะได้ร่วมงานกัน” เมืองเทพเดินไปจับมือทักทายทุกคนอย่างยิ้มแย้มแจ่มใส

ooooooo

เทเรซ่ารับรองแขกแต่ตาคอยระวังฉินเจียงที่เดินคุยโวในกลุ่มแขกว่าเวลานี้ตนไม่เกี่ยวกับธุรกิจครอบครัวแล้ว กำลังช่วยภรรยาดูแลกิจการร้านขายของเก่าเล็กๆที่ทำกันสองคน

ส่วนบราลีที่คุยกับซูหลิง ก็มองอย่างสำรวจ บอกซูหลิงว่าดูไม่ออกว่ากำลังท้อง ต้นแขนก็เล็ก น้ำหนักก็เหมือนไม่ได้ขึ้นเลย ส่วนผิงอันมองหาจ้าวซันถามว่า “พี่ชายใหญ่หายไปไหนคะพี่บรี”

บราลีบอกว่าหายไปนานแล้วด้วย พลางจะไปตาม ซูหลิงก็เกิดหิวน้ำขึ้นมาทำท่าจะหน้ามืด จนบราลีต้องหันมาประคองพาไปนั่งพักที่โซฟาและจะไปหาน้ำมาให้ ผิงอันก็ตื่นเต้นจนต้องขอไปเข้าห้องน้ำ เลยลืมเรื่อง จ้าวซันไปทั้งสองคน

ขณะผิงอันเข้าห้องน้ำนี่เอง ถูกเหม่ยอิงที่ซ่อนตัวอยู่ในห้องน้ำเอาปืนจี้ สั่งให้ถอดสร้อยเพชรให้ตน ผิงอันตกใจทำอะไรไม่ถูก

“นังโง่เอ๊ย...แกมันก็แค่หุ่นเชิดของพี่ชายใหญ่ นั่นแหละ มานี่!” แล้วเหม่ยอิงก็จับผิงอันถอดสร้อยเพชรเสียเอง

บราลีไปเอาน้ำหวานมาให้ซูหลิงดื่ม ระหว่างนั้นฉินเจียงเดินมากระซิบกระซาบกับบราลี...

“คุณต้องจัดการให้ซูหลิงได้ขึ้นเวทีไปให้สัมภาษณ์ด้วย ถ้าพี่ใหญ่พีอาร์ให้ยัยซายหมุยได้ ฉันก็พีอาร์โฆษณาลูกชายฉันได้เหมือนกัน นี่มันคืองานโฆษณาชวนเชื่อ เราก็รู้อยู่แก่ใจกันทุกคนว่ายัยซายหมุยมันทำอะไรเป็นเสียที่ไหน เพราะฉะนั้น ฉันก็ต้องการจะโฆษณาถึงลูกในท้องของเมียฉันว่าอาจจะเป็นผู้ชายก็ได้ สังคมจะต้องรู้ว่าตระกูลจ้าวตัวจริงยังมีอีกคนเข้าใจไหม”

ไม่เพียงเท่านั้น ยังพูดแกมบังคับให้ซูหลิงขึ้นเวทีเพื่อทุกคนจะได้รู้ว่าเธอก็คือสะใภ้ตระกูลจ้าวคนหนึ่ง บราลีพาซื่อเห็นด้วยมองในแง่ดีว่าสังคมจะได้เห็นว่าครอบครัวนี้เป็นปึกแผ่นมั่นคงและสามัคคีกันน่าจะเป็นภาพที่ดีของธุรกิจ

“นั่นสิ คุณนี่ฉลาดจริงๆบรี สมแล้วที่เป็นคู่ใจของพี่ชายใหญ่” ฉินเจียงยกยอปอปั้นแล้วเอาพัดจากบราลีไปโบกพัดให้ซูหลิงอย่างรักใคร่

เทเรซ่าจับตาดูอยู่ ถอนใจอย่างรู้ทันฉินเจียง ผิดกับบราลีที่มองอย่างชื่นชมในความรักของฉินเจียง แต่ตาก็ยังสอดส่ายมองหาจ้าวซันไปรอบๆ พึมพำกับตัวเอง... “เอ๊...จ้าวซันไปไหน”

งานนี้ ใช่ว่าจะมีแต่ตำรวจที่ปลอมตัวมาเป็นแขกบ้างเป็นพนักงานบ้าง พันหงปิงก็ให้สมุนปลอมตัวเป็นบริกรจัดเลี้ยงที่สั่งมาจากข้างนอกด้วย แม้แต่เกาเฟยเองก็มาในคราบพนักงานเสิร์ฟ เขาเห็นทั้งอเล็กซ์ หมวดจางและจ่าหมงคู่ปรับเก่ามากันครบ สมุนคนหนึ่งถาม “ตำรวจเพียบแบบนี้ จะไหวเหรอ”

อ่านละคร วันนี้ที่รอคอย ตอนที่ 19 วันที่ 2 ส.ค. 56

โดย บทประพันธ์โดย วราภา จากบทละครโทรทัศน์ทางช่อง 7 โดย ปราณศักดิ์สวัสดิ์
กำกับการแสดงโดย : สยาม น่วมเศรษฐี
ควบคุมการผลิตโดย : บริษัท พอดีคำ จำกัด
โดยผู้จัด : ธงชัย ประสงค์สันติ/มณีรัตน์ ประสงค์สันติ
ออกอากาศเริ่มตอนแรก วันพฤหัสบดีที่ 13 มิ.ย. 2556
ที่มา ไทยรัฐ