อ่านละคร ชาติเสือพันธุ์มังกร ตอนที่ 11 วันที่ 13 ธ.ค.61

อ่านละคร ชาติเสือพันธุ์มังกร ตอนที่ 11 วันที่ 13 ธ.ค.61

ที่เหลือในบ้านยกเว้นทรงวาดให้ขโมยข้าวในโรงสีไปขาย!

ชาญยุทธไม่สะทกสะท้านกับความเห็นแก่ตัวของตัวเอง สาแก่ใจยิ่งนักเมื่อรู้จากวิสูตรว่าข้าวสารที่กักตุนไว้จะทำกำไรให้มหาศาล แถมได้สั่งสอนพันเดชกับบรรดาหัวหน้าแก๊งที่แปรพักตร์ไปในตัว

พันเดชแทบคลั่งเมื่อรู้จากฤทธิ์ว่าบรรดาหัวหน้าแก๊งที่เพิ่งย้ายข้างเบี้ยวค่าคุ้มครองตั้งแต่เดือนแรกเพราะสภาวะข้าวยากหมากแพง ไต้เกียวได้แต่ปลอบให้ใจเย็นเพราะดิ้นรนเวลานี้ก็ไม่มีประโยชน์



ไม่มีใครรู้เรื่องแผนของชาญยุทธจะใช้วิกฤติน้ำมันโลกล้างแค้นพันเดชนอกจากทรงวาด ความรู้สึกผิดเกาะกุมหัวใจเขาจนแทบข่มตาไม่ลงในแต่ละคืน แปะฮ้อเห็นแล้วทนไม่ไหวช่วยเตือนสติ

“พี่บุญธรรมเถ้าแก่รวยด้วยวิธีนี้มันรวยบนเสียงสาปแช่งของคน ข้าวมันจะติดคอเอานะ”

“ก่อนที่ข้าวจะติดคอพี่อ้ายบาปกรรมมันคงถมทับอั๊วตายก่อน”

“แล้วเถ้าแก่จะยอมถูกบาปกรรมทับตายทั้งที่รู้อย่างนี้น่ะเหรอ”

“แปะเคยบอกอั๊วไม่ใช่เหรอ...ในโลกไม่มีเรื่องดีพร้อมทั้งสองทาง อั๊วเลือกทดแทนบุญคุณก็ต้องยอมเป็นคนเลว”

“ความกตัญญูที่ไม่ได้ยืนอยู่บนคุณธรรมมันก็แค่ความงมงายเท่านั้น เราไม่จำเป็นต้องทดแทนบุญคุณด้วยการทำร้ายคนอื่นไม่ใช่เหรอเถ้าแก่”

“ความกตัญญูที่ไม่ได้ยืนอยู่บนคุณธรรม ไม่รู้อาจูพูดเหมือนแปะหรือแปะพูดเหมือนอาจูกันแน่”

“ไม่สำคัญหรอก...สำคัญว่าพูดถูกรึเปล่ามากกว่า”

คำพูดเตือนสติของแปะฮ้อทำให้ทรงวาดคิดหนัก ทบทวนสิ่งที่ตัวเองทำแล้วตัดสินใจได้ เมื่อปิ่นมุกทำตามแผนร่วมกับสมาชิกคนอื่นในบ้านขโมยข้าวในโรงสีไปขายเขาจึงไม่แย้งแถมช่วยจัดระเบียบลูกค้าให้อีกต่างหากคือซื้อได้คนละห้ากิโลกรัมเพื่อกระจายข้าวให้ทั่วถึงทุกคน

ปิ่นมุกแปลกใจมากเพราะทรงวาดไม่ต่อว่าใครเลย กระทั่งเธอแอบได้ยินเขาคุยกับทิเหล็งคืนเดียวกันว่ากำไรที่ได้จากการแบ่งข้าวไปขายน้อยกว่าที่ชาญยุทธต้องการจึงช่วยทรงวาดรับผิดชอบด้วยการบุกบ้านชาญยุทธเช้าวันต่อมาแล้วยื่นข้อเสนอจะยกตึกหกห้องให้แลกกับการให้เขาเลิกยุ่งกับทรงวาด

ชาญยุทธโกรธจัด “อวดดี! คิดว่าทำแค่นี้แล้วจะจบเหรอ เสือไม่ได้เล่าให้เธอฟังรึไงว่าพวกเราทำงานอะไรกัน”

“เล่าค่ะ แล้วฉันก็ทราบว่ากฎของคนเป็นนักเลงเมื่อขัดคำสั่งนายก็ต้องรับโทษ ไม่อย่างนั้นจะเสียการปกครอง ฉันถึงได้เสนอที่จะยกตึกแถวให้คุณนี่ไงล่ะคะ”

“เธอก็ส่วนเธอ เสือก็ส่วนเสือ มันแทนกันไม่ได้หรอก แล้วที่ฉันต้องลงโทษเสือก็เพราะความโง่เง่าไม่มีหัวคิดของเธอนั่นแหละ เธอทำให้เสือขัดคำสั่งฉันดึงเสือให้ตกต่ำลง เงินทองมากขนาดไหนก็ชดเชยไม่ได้ทั้งนั้น”

“ฉันยอมรับค่ะว่าเป็นต้นเหตุให้เฮียขัดคำสั่งคุณ แต่ฉันไม่เคยดึงเฮียให้ตกต่ำลง ตรงข้ามฉันทำให้เฮียหลุดพ้นจากการเป็นเครื่องมือของคุณต่างหาก!”

ooooooo

วิสูตรนับถือความใจกล้าของปิ่นมุก สงสารและไม่อยากให้ชาญยุทธทำเรื่องรุนแรงกับเธอจึงโทร.บอกทรงวาด ทรงวาดร้อนใจมากผลุนผลันไปบ้านพี่ชายบุญธรรมพร้อมทิเหล็ง

ปิ่นมุกไม่กลัวชาญยุทธ ต่อปากต่อคำกับเขาเพื่ออิสรภาพของทรงวาด

“คุณไม่เคยรักเฮียอย่างน้องเลยสักนิด คนเราถ้ารักกันจริงก็ต้องคำนึงถึงจิตใจของอีกฝ่ายด้วยแต่คุณฝืนใจเฮียทุกอย่างเพื่อให้ได้สิ่งที่คุณต้องการ คุณก็แค่หลอกใช้เฮียไปวันๆเท่านั้นแหละ”

“ฉันน่ะเหรอหลอกใช้เสือ เธอจะรู้อะไร ตอนที่ฉันเจอเขาเขายังเป็นเด็กตัวนิดเดียว ฉันรู้จักเขามากกว่าเธอซะอีก สิ่งที่ฉันให้เขาทำมันเป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเขาแล้ว เธอต่างหากที่ทำให้เขาไขว้เขว”

“คุณเคยเห็นเฮียตัวสั่นเพราะความกลัว เคยเห็นเฮียร้องไห้เสียใจกับสิ่งที่ทำลงไปไหมคะ ถ้าไม่เคยอย่ามาบอกว่ารู้จักเฮียดีกว่าฉันเลยค่ะ”

ชาญยุทธสะอึก รู้สึกผิดเล็กๆแต่ยังโต้ไม่ลดละ “ฉันนับถือความกล้าของเธอ ไม่เคยมีใครชี้หน้าด่าฉันแล้วรอดไปได้ แต่เธอกล้ามาด่าฉันถึงในบ้าน”

“ฉันไม่ได้ด่าค่ะ ฉันพูดตามที่ฉันเห็น สิ่งที่คุณทำมันก็แสดงให้เห็นชัดเจนอยู่แล้วว่าคุณคิดกับเฮียยังไง”

“หยุดพูดเดี๋ยวนี้เลย! ฉันไม่อยากได้ชื่อว่าฆ่าผู้หญิง เธอกลับไปได้แล้ว ฉันต้องการพบเสือเท่านั้นไม่ใช่เธอ”

“ไม่ค่ะ ฉันจะไม่กลับจนกว่าคุณจะรับปากว่าจะไม่ลงโทษเฮียโฮ่ว” ปิ่นมุกยืนกราน ชาญยุทธโมโหควักปืนจ่อแต่เธอไม่กลัว ท้าเสียงเข้ม “ถ้าคุณจะยิงก็ยิงเลย แต่หลังจากฆ่าฉันแล้วคุณต้องไม่ทำร้ายเฮียโฮ่วอีก ฉันหมายถึงคุณต้องปล่อยเฮียให้เป็นอิสระ อย่าอ้างเรื่องบุญคุณมาบีบให้เฮียต้องทำตามใจคุณอีก”

“เขาเป็นน้องชายฉัน เธอไม่มีสิทธิ์มาต่อรองแทน!”

ทรงวาดโผล่มาขวาง ชาญยุทธเลยเสนอให้เขายิงขาตัวเองและยกข้าวในโรงสีทั้งหมดให้เพื่อไถ่โทษ ปิ่นมุกอ้าปากจะค้านแต่ช้ากว่าทรงวาดที่ตวัดปืนคืนให้ชาญยุทธ

“อาจูพูดถูกครับ ผมทำเพื่อพี่อ้ายมามากแล้ว บุญคุณได้ใช้ไปหมดสิ้นแล้ว ที่เหลือก็คือค่าเสียหาย เมื่อผมมาเป็นน้องพี่แต่ตัวผมก็จะจากไปแต่ตัว บ้าน โรงสี ทรัพย์สมบัติทั้งหมด ผมคืนให้พี่อ้าย”

ชาญยุทธหน้าเจื่อน เอ่ยถามเสียงเครียด “แกจะทรยศฉันงั้นเหรอเสือ”

ปิ่นมุกสะใจมากถือโอกาสตอบแทน “เฮียไม่ได้ทรยศหรอกค่ะแต่ไม่มีบุญคุณที่ใช้ไม่หมด และที่สำคัญคุณได้แสดงให้เห็นแล้วว่าคุณไม่เคยรักใครจริง คุณเหมาะที่จะอยู่คนเดียวโดยที่ไม่เหลือใครเลย!”

การตัดสินใจของทรงวาดทำให้เขาต้องพาสมาชิกในบ้านรวมทั้งแปะฮ้อย้ายไปอยู่ตึกหกห้องของปิ่นมุก โรงสีข้าวถูกปิดชั่วคราว ทรงวาดโอนทุกอย่างคืนให้ชาญยุทธและเลือกมาเป็นพ่อครัวให้ร้านข้าวต้มของปิ่นมุก

ทุกคนในบ้านทรงวาดสบายใจขึ้น แม้ไม่ได้อยู่บ้านใหญ่โตเหมือนเคยแต่ก็สุขใจ ช่วยกันเตรียมงานจนถึงวันเปิดร้านข้าวต้มวันแรก อรุณรุ่งเตรียมตัวถือของขวัญไปแสดงความยินดีกับร้านข้าวต้มของปิ่นมุกแต่ชาญยุทธซึ่งตัดขาดจากทรงวาดและไม่เหลือใครคบก็แวะมาสารภาพรักกับเธอ

“ฉันพอดูออกว่าคุณคิดกับฉันยังไง แต่พูดตอนนี้หรือก่อนหน้านี้ก็คงไม่ต่างกัน ฉันรู้สึกว่าคุณไม่จำเป็นต้องมีฉัน การมีครอบครัวไม่น่าจะใช่เป้าหมายในชีวิตของคุณ”

“แต่ครอบครัวก็มีส่วนช่วยส่งเสริมให้เราไปถึงเป้าหมายได้นะครับ”

“จะมีฉันหรือไม่มีคุณก็ไปถึงเป้าหมายได้เหมือนกัน”

“แต่มันก็ดีกว่าถ้ามีคุณไปกับผมด้วยไม่ใช่เหรอครับ”

“ในฐานะอะไรคะ...เครื่องประดับที่ทำให้ชีวิตคุณสมบูรณ์ขึ้นเหรอคะ ผู้หญิงอย่างฉันต้องการมากกว่านั้นค่ะ ขอโทษนะคะฉันคงให้คุณได้แค่ความเป็นเพื่อนเท่านั้นล่ะค่ะ”

ooooooo

ชาญยุทธตัดขาดทรงวาดรวมทั้งอรุณรุ่งที่ปฏิเสธไมตรีจากเขาอย่างเย็นชา พันเดชสบช่องจะดึงทรงวาดมาเป็นพวก ฤทธิ์อิจฉาทรงวาดคิดแผนทดสอบความสามารถด้วยการลอบทำร้ายอีกฝ่ายระหว่างที่กำลังปิดบัญชีร้านข้าวต้ม

ทรงวาดป้องกันตัวเองได้ดีเป็นที่ประทับใจ

พันเดชมากจึงเปิดฉากเจรจา ปิ่นมุกกับทิเหล็งไม่อยากให้ทรงวาดอยู่ตามลำพังกับพวกพันเดชจะอยู่เป็นเพื่อนแต่ทรงวาดก็ไล่ทั้งสองออกไป

พันเดชยิ้มเยาะชอบใจเอ่ยกับทรงวาด “ขอบใจนะที่ไว้ใจฉัน”

“ถ้าคุณอยากจะฆ่าผมเมื่อกี้คงยิงทิ้งไปแล้ว ไม่จำเป็นต้องทำแบบนี้หรอกครับ”

“ที่จริงฉันก็ไม่ได้สงสัยอะไรแกหรอก แต่ฤทธิ์มันอยากทดสอบดูก่อนว่าแกยังใช้การได้อยู่ไหม”

“ทดสอบ...คุณคงไม่ได้คิดจะดึงผมไปเป็นพวกหรอกนะครับ”

“ฉันชอบฝีมือแล้วก็ความฉลาดของแก ยังไงตอนนี้แกกับไอ้ชาญยุทธก็จบกันแล้วไม่ใช่เหรอ มันเฉดหัวแกทิ้งแถมยังยึดทรัพย์สมบัติแกไปจนหมด แกไม่คิดจะเอาคืนเลยรึไง”

“ผมไม่ได้ความจำเสื่อม คุณอยู่เบื้องหลังการตายของอาเจ็กผม”

พันเดชยักไหล่ไม่ยี่หระ “จะสนใจทำไม คนตายก็คือคนตาย มองที่ผลประโยชน์ที่แกจะได้จากฉันดีกว่า ฉันจะให้แกมากกว่าที่ไอ้ชาญยุทธเอาไปเป็นร้อยเท่า!”

ทรงวาดไม่ลังเลจะปฏิเสธข้อเสนอของพันเดชเพราะรู้ว่าอีกฝ่ายแค่อยากหยั่งเชิง หากเขาตอบรับก็ดีแต่หากหวนหาชาญยุทธทุกคนในตึกหกห้องจะมีอันตราย ปิ่นมุกโล่งใจมากแต่ไม่วายกังวล

“ถ้าอย่างนั้นเฮียจะทำยังไงล่ะ”

“อั๊วก็ไม่กลับไปสิ อั๊วไม่เลือกใครทั้งนั้น ใครอยากจะชิงอำนาจแก่งแย่งกันก็ทำไป อั๊วจะไม่ยุ่งด้วยอีกแล้ว”

“ได้ยินเฮียพูดยังงี้อั๊วค่อยสบายใจ อั๊วกลัวว่าเฮียจะอดเห็นแก่พี่ชายเฮียไม่ได้แล้วเฮียจะกลับไปช่วยเขาอีก”

“อย่ากลัวไปเลยอาจู ตั้งแต่เกิดมานี่เป็นช่วงชีวิตที่อั๊วมีความสุขมากที่สุด ชีวิตที่มีลื้อมีทุกคนที่อั๊วรักอยู่กับอั๊ว แล้วอั๊วจะทิ้งความสุขเพื่อกลับไปทนทุกข์เหมือนเมื่อก่อนอีกทำไม”

“แล้วความแค้นที่อาเจ็กเฮียถูกฆ่าล่ะ”

“อั๊วไม่มีวันลืมแต่อั๊วเลือกจะให้อภัยแทนการล้างแค้น”

ปิ่นมุกฟังแล้วปลื้มโถมตัวกอดเขาแน่น...มั่นใจที่สุดจะฝากชีวิตกับเขาได้

ooooooo

กิจการร้านข้าวต้มยี่สิบสี่ชั่วโมงของปิ่นมุกเจริญรุ่งเรืองตลอดสองปีที่ผ่านมา ทรงวาดเลิกทำโรงสีและไม่ข้องเกี่ยวเส้นทางการเมืองของชาญยุทธอย่างเด็ดขาด ทุกอย่างดำเนินด้วยดีกระทั่งเฮ้งเตี๋ยงได้ออกจากคุก

พริ้มเพราตื่นเต้นกว่าใครที่เฮ้งเตี๋ยงได้กลับบ้าน แม้เขาจะต้องรายงานตัวทุกเดือนอีกพักใหญ่เธอก็ไม่หวั่นและมารอรับเขาหน้าเรือนจำด้วยตัวเอง เฮ้งเตี๋ยงดีใจได้เจอเมียรักแต่เจ็บใจไม่หายที่ฆาตกรฆ่าเม่งฮงยังลอยนวล พริ้มเพราได้ยินผัวเปรยถึงคดีเม่งฮงก็หน้าเสียกลัวใจเขาจะล้างแค้น

เฮ้งเตี๋ยงไม่อยากให้เมียรักเป็นกังวล เฉไฉกลบเกลื่อน “ลื้อคิดมากไปแล้วอาพริ้มเพรา อั๊วไม่ทำอย่างนั้นหรอก ในคุกมันสอนอะไรอั๊วหลายอย่าง อั๊วไม่อยากกลับเข้าไปข้างในอีกแล้ว”

ทรงวาดที่มารับเฮ้งเตี๋ยงด้วยไม่อยากให้สองผัวเมียเสียบรรยากาศรีบไกล่เกลี่ย

“ดีแล้วล่ะที่ลื้อคิดได้ อั๊วรู้ว่ายังไงลื้อก็ต้องแค้น อั๊วก็แค้นแต่การแก้แค้นมันไม่ใช่ทางแก้ปัญหา มันมีแต่จะทำให้ทุกอย่างเลวร้ายลงไปอีก แล้วที่สำคัญมันทำให้คนที่รักเราต้องเสียใจด้วย”

พูดจบก็ชวนสองผัวเมียไปพักตึกหกห้อง พริ้มเพราเดินตามทรงวาด ทิ้งเฮ้งเตี๋ยงให้มองตามเมียรักนิ่งๆก่อนหันมองป้ายสถิตวิญญาณของเม่งฮง...แววตาเคียดแค้นเหมือนเฮ้งเตี๋ยงคนเดิมไม่มีผิด!

นอกจากเฮ้งเตี๋ยงจะได้ออกจากคุกหลังผ่านไปสองปี อรุณรุ่งก็เรียนแพทย์ปีสุดท้ายและเลือกไปใช้ทุนโรงพยาบาลต่างจังหวัด ปิ่นมุกอดทึ่งไม่ได้ที่คุณหนูร้านทองอย่างอรุณรุ่งจะสละความสุขส่วนตัวไปใช้ทุนไกลบ้าน

“อั๊วนับถือใจแจ้จริงๆนะ ผู้หญิงตัวคนเดียวกล้าไปได้ยังไง”

อรุณรุ่งส่ายหน้าขำๆ “คนเดียวที่ไหน กานต์ก็ไปกับอั๊วด้วย จริงๆว่าที่เกียรตินิยมอันดับหนึ่งเลือกโรงพยาบาลได้ตามใจชอบเลยนะแต่เขาก็ยังไปกับอั๊ว”

ปิ่นมุกนิ่วหน้าไม่เคยคิดเรื่องอรุณรุ่งกับกานต์

รุ่นพี่หนุ่มที่เคยจีบเธอจะรักกัน แต่ดูท่าทางเขินๆของอรุณรุ่งแล้ว เรื่องทั้งคู่จะพัฒนาความสัมพันธ์ให้เป็นมากกว่าเพื่อนคงมีความเป็นไปได้...

ooooooo

ขณะที่ทุกคนในร้านข้าวต้มมีชีวิตดี ทรงวาดกลายเป็นเถ้าแก่ของร้าน ปิ่นมุกใกล้เรียนจบและก๊กไช้ ได้เป็นบัณฑิตเต็มตัว ชาญยุทธกลับเจอวิกฤติเมื่อพันเดช ได้รับเลือกเป็นรัฐมนตรีในรัฐบาลสมัยนี้

ชาญยุทธโกรธมากปรี่ไปคาดคั้นเหตุผลจากหัวหน้าพรรคที่คุ้นเคยกันตั้งแต่สมัยการันต์ยังมีชีวิต

“มันจำเป็นน่ะคุณชาญยุทธ เลือกตั้งคราวนี้ผู้สมัครในกลุ่มคุณก็มีคุณคนเดียว แต่กลุ่มคุณพันเดชมีตั้งยี่สิบแปดคนแล้วจะไม่ให้เขาได้เก้าอี้ได้ยังไง”

“งั้นที่ผมช่วยงานพรรคมาตลอดก็ไม่มีความหมายเลยใช่ไหมครับ”

หัวหน้าพรรคหน้าตึงก่อนยื่นข้อเสนอแบบขอไปที “มันมีตำแหน่งประธานกรรมาธิการว่างอยู่ คุณไปนั่งตรงนั้นพลางๆก่อนก็แล้วกัน รอไว้ปรับคณะรัฐมนตรีค่อยว่ากันอีกที”

“ฟังดูเหมือนซื้อเวลาเลยนะครับท่าน”

“ได้น้อยก็ยังดีกว่าไม่ได้เลยนะคุณชาญยุทธ ลองกลับไปตัดสินใจดูอีกทีก็แล้วกัน”

ชาญยุทธเจ็บใจมาก ระบายอารมณ์กับวิสูตรอย่างเหลืออดเมื่ออีกฝ่ายแนะนำให้อดทนรอโอกาสเหมาะสม

“ทนๆ...ฉันทนมากี่ปีแล้ว ต้องทนไปจนตายรึไง!”

“แต่ถึงอิทธิพลและฐานะในพรรคคุณอ้ายจะแย่ลงแต่ธุรกิจคุณอ้ายกำไรพุ่งทุกตัวเลยนะครับ มองในแง่นี้ก็ถือว่าไม่เลวเท่าไหร่ เอ่อ...ถ้าคุณอ้ายถอนตัวตอนนี้ก็อยู่ได้สบายเลยนะครับ”

วิสูตรพูดตามที่คิดและเห็นสถานการณ์ของชาญยุทธมาตลอดสองปี หลังยึดกิจการโรงสีคืนจากทรงวาดรวมกับขายสินค้าที่กักตุนตอนเกิดวิกฤติน้ำมันขึ้นราคาทำให้ชาญยุทธได้เงินเป็นกอบเป็นกำ แต่ชาญยุทธไม่พอใจและคิดว่าวิสูตรไม่เชื่อมือเขาว่าจะตามรอยการันต์ได้

“อย่าพูดคำว่าถอนตัวให้ฉันได้ยินอีก ถ้าแกแก่จนหมดเขี้ยวเล็บแล้วก็อยู่เฉยๆไป”

ชาญยุทธมุ่งมั่นจะยิ่งใหญ่แบบพ่อและเอาชนะพันเดช วิสูตรได้แต่เฝ้ามองด้วยความหนักใจก่อนบากหน้าไปหาทรงวาดที่กำลังวุ่นวายช่วยปิ่นมุกบริหารเงินและกำไรที่ได้จากร้านข้าวต้ม

ทรงวาดมีหัวการค้าและมองเห็นโอกาสหากปิ่นมุกนำกำไรจากร้านข้าวต้มไปลงทุนซื้อที่ดินและทำตึกแถวให้เช่า วิสูตรได้เห็นและได้ยินสิ่งที่ทรงวาดคิดก็อดเปรียบเทียบกับชาญยุทธไม่ได้

“นายพันเดชรุกหนักขึ้นทุกที อิทธิพลเราก็เสื่อมลงเรื่อยๆจน...จะกลายเป็นแค่คนรวยธรรมดาอยู่แล้ว”

“ผมว่าพี่อ้ายดื้อรั้นเองด้วยล่ะครับ ตั้งแต่ที่กลุ่มต่างๆเลือกไปเข้ากับทางพันเดชก็บอกลางแพ้แล้ว ถ้าถอยตอนนั้นก็คงไม่เสียหายมากเหมือนตอนนี้”

“ไม่มีใครเข้าใจคุณอ้ายดีเท่าคุณเสือเลยนะครับ ถ้าวันนึงไม่มีผมแล้วคุณกลับไปหาคุณอ้ายก็คงจะดี”

“ไม่มีวันนั้นหรอกครับ ผมออกมาแล้วจะไม่กลับไปอีก”

“คุณเสือไม่ห่วงคุณอ้ายเลยเหรอครับ ถึงคุณอ้ายไม่บอกแต่ผมรู้ว่าคุณอ้ายยังรักแล้วก็คิดถึงคุณเสือเสมอ”

วิสูตรเป็นห่วงชาญยุทธอยากให้ทรงวาดไปช่วยแต่ทรงวาดปฏิเสธเพราะไม่อยากไปเดินทางเดิมอีก...

ooooooo

ปิ่นมุกเห็นวิสูตรมาหาทรงวาดก็ไม่ไว้ใจ กลัวเถ้าแก่หนุ่มจะหวนหาพี่ชายบุญธรรม ทรงวาดเข้าใจความกังวลใจของเธอ ดึงมากอดและปลอบให้คลายใจ

“อั๊วไม่ไปอีกแล้ว จะต้องให้อั๊วพูดอีกกี่ครั้งลื้อถึงจะมั่นใจ คนที่รักอั๊วและอั๊วรักอยู่ที่นี่ อั๊วจะไปทำไม”

ทรงวาดเลือกมีชีวิตสงบสุขล้อมหน้าล้อมหลังด้วยทุกคนที่รัก ทุกอย่างปกติดีกระทั่งก๊กไช้รับปริญญาสำเร็จการศึกษาได้เป็นทนายความเต็มตัว ทุกคนในบ้านปลื้มใจมากปิดร้านข้าวต้มฉลอง บรรยากาศเต็มไปด้วยความสุข ต่างจากสถานการณ์ของชาญยุทธที่เครียดจัดเพราะเหล่าลูกน้องลาออกไปอยู่กับพันเดช

ชาญยุทธหัวเสียมาก ประกาศกร้าวกับวิสูตร

“ถ้ามันกล้าไปก็ฆ่ามันทิ้งซะเลย คนอื่นจะได้ไม่เอาเยี่ยงอย่าง”

“ไม่ได้หรอกครับคุณอ้าย คนที่จะตีตัวออกห่างไม่ได้มีแค่คนเดียวแต่มีเป็นสิบ จะให้ฆ่าหมดก็ไม่ไหวหรอกครับ”

“ทำไมวะ ฉันเลี้ยงพวกมันไม่อิ่มรึไงถึงทิ้งฉันไปหาไอ้พันเดช”

“เราไม่มีงานใหญ่มานาน อิทธิพลก็น้อยลงทุกที ถ้าเงินได้เท่ากันแต่มีทางไปได้ไกลกว่า เป็นใครก็ไปครับ”

“งั้นก็ต้องกำจัดไอ้พันเดช ชีวิตเดียวจบทุกปัญหา”

“ทำไม่ได้หรอกครับคุณอ้าย มือดีที่ทำได้ไม่เหลือแล้ว ส่งพวกปลายแถวไปก็มีแต่ไปตาย เดือดร้อนถึงเราอีก”

“ไอ้โน่นก็ไม่ได้ ไอ้นี่ก็ไม่ได้ หรือจะรอให้ไอ้พันเดช มาฆ่าฉันก่อน”

“คุณอ้ายไม่ลองทบทวนอีกทีเหรอครับ ทรัพย์สินเงินทองคุณอ้ายมีแต่มากขึ้น ถ้าตัดเรื่องแย่งอำนาจคุณอ้ายก็อยู่ได้สบายๆ หรือถ้าห่วงว่านายพันเดชมันจะมาทำร้าย คุณอ้ายก็หลบไปอยู่ต่างประเทศสักพักก็ได้ครับ”

คำแนะนำของวิสูตรทำให้ชาญยุทธโกรธจัดชกอีกฝ่ายเต็มแรง

“ถ้าแกจะไปก็ไปได้เลยแต่อย่ามาบอกให้ฉันหนี แกมันขี้ขลาด แก่จนไร้น้ำยา คุณพ่อไม่น่าให้คนอย่างแกมาช่วยงานฉันเลย ถ้าแกไม่คิดจะสู้ ฉันจะทำเอง อย่างมากก็แค่ตาย ดีกว่าต้องทนอยู่อย่างไร้ศักดิ์ศรี”

วิสูตรถอนใจยาวคร้านจะเถียงด้วย “ไม่ต้องหรอกครับ ถ้าคุณอ้ายจะทำให้ได้ผมจะจัดการให้เอง วิญญาณท่านจะได้ไม่ตำหนิผมว่าผมทิ้งลูกชายคนเดียวของท่าน”

ooooooo

อ่านละคร ชาติเสือพันธุ์มังกร ตอนที่ 11 วันที่ 13 ธ.ค.61

ละครเรื่อง ชาติเสือพันธุ์มังกร บทประพันธ์โดย ปราณธร
ละครเรื่อง ชาติเสือพันธุ์มังกร บทโทรทัศน์โด: บทกร
ละครเรื่อง ชาติเสือพันธุ์มังกร กำกับการแสดงโดย กิตติศักดิ์ ชีวาสัจจาสกุล
ละครเรื่อง ชาติเสือพันธุ์มังกร ผลิตโดย บริษัท ทีวีซีน แอนด์ พิคเจอร์ จำกัด
ละครเรื่อง ชาติเสือพันธุ์มังกร ออกอากาศทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ