อ่านละคร ภูผา ตอนที่ 9 วันที่ 9 ก.พ.62

อ่านละคร ภูผา ตอนที่ 9 วันที่ 9 ก.พ.62

เช้าวันนี้เวหาเห็นหมอสุนีย์เก็บข้าวของในห้องทำงานใส่กล่องถือออกมา ถามว่าเกิดอะไรขึ้น หมอสุนีย์บอกว่าตนลาออก ตนอยากไปทำตามอุดมการณ์ บ้านนอกยังขาดแคลนหมอ เวหาถามว่าจะไปเป็นหมอรัฐหรือ?

“ใช่ ใครอาจจะมองว่าฉันทิ้งโอกาสดีๆของการเป็นหมอที่นี่ แต่คิดไปคิดมาฉันถึงรู้ว่าฉันอยากเป็นหมอเพราะอะไรและลำบากในการเรียนมาเพื่ออะไร”

เวหาติงว่าอุดมการณ์กินไม่ได้นะ หมอสุนีย์บอกว่า “ได้สิเวหา วันนึงเธอจะเข้าใจ แต่สำหรับวันนี้เธอไม่ต้องเครียด เพราะเธอเป็นแฟนกับคุณทอรัก ยังไงก็ก้าวหน้า...โชคดีนะ” หมอสุนีย์ถือกล่องข้าวของออกไป



เวหามองตามหมอสุนีย์ พอหันมาเจอทอรักเดินหัวร่อต่อกระซิกมากับหมอประเสริฐจึงขอคุยด้วย ตัดพ้อต่อว่าทอรักที่สนิทสนมกับหมอประเสริฐมากและเดินกันไปทั่วโรงพยาบาล คนอื่นเห็นเขาจะคิดยังไง เธอไม่รักษาหน้าตนบ้างเลยหรือ ใครๆก็รู้ว่าเราเป็นแฟนกัน ทอรักหัวเราะเยาะว่าที่แท้ไม่ได้หึงแต่ห่วงหน้าตาตัวเอง

“หึงสิ ก็เมื่อก่อนเธอเคยจีบอยู่กับมัน จะไม่ให้ฉันหึงได้ยังไง” ทอรักถามว่าไม่ไว้ใจตนถึงขนาดนั้นหรือว่าไม่มั่นใจตัวเองว่าจะรักษาตนไว้ได้ เวหาโมโหเสียงดังว่า “เธอเป็นเมียฉันนะ”

“ชายแบบนี้เขาเรียกว่าพวกกระจอก”

ทั้งสองทะเลาะกันรุนแรงจนทอรักเดินมากลางห้องโถง เวหาตามไปคว้ามือเสียงแข็งว่า “ห้ามเดินหนีเรา!” ทอรักหันขวับตบหน้าเพียะ คนหันมองเป็นตาเดียว เวหายืนหน้าชา ทอรักเดินเชิดออกไปอย่างไม่แยแส

เย็นนี้เองอนงค์มาบอกเวหาว่า ผอ.เรียกพบ เวหาถามเรื่องอะไร อนงค์บอกว่าเล่นตบกันกลางโถงแป๊บเดียวคนก็รู้กันทั้งโรงพยาบาล ซ้ำวันก่อนก็ต่อยกับกุ๊ย วันนี้เล่นบทโศกถูกลูกสาว ผอ.ตบ

“ฝากไปบอก  ผอ.ว่าผมมีตรวจ ไว้จะไปพบพรุ่งนี้” เวหาพูดอย่างไม่กลัวใคร สั่งอนงค์ “คืนนี้ไปหาผมด้วย” อนงค์ยิ้มอย่างสมใจ

ooooooo

ภูผาเล่าให้เส็งกับเดือนฟังว่าปุ๋ยกล้าแกร่งขายดีจนมีคนสั่งข้ามจังหวัด เส็งแนะว่าน่าจะหาคนขับรถไปส่ง แล้วตัวเองเอาเวลามาดูแลโรงงาน ดีกว่า ภูผาบอกว่าตนอยากประหยัด แต่ก็จะลองหาคนมาช่วยดู และเมื่อรู้ว่าป๊ากับแม่ขายปุ๋ยได้ดีมาก เห็นป๊ากับแม่อยู่ดีกินดีขึ้น ก็เอ่ยปากขออะไรสักอย่าง ได้ไหม เส็งมองหน้าทันที ส่วนเดือนบอกว่าขอหลายอย่างก็ได้

วันต่อมา ภูผาไปหาอาม่าที่โรงเจ เอาถุงสีแดงที่อาม่าเย็บให้ใส่เงินตอนเดินขายไอติมไปอวดอาม่า

“อั๊วทำได้แล้วนะม่า ในที่สุดอั๊วก็หาเงินใส่จนเต็มถุงจนได้”

อาม่าดีใจไม่ใช่เพราะภูผาหาเงินได้เต็มถุง แต่เพราะเขามีคุณธรรมประจำใจ คืออิทธิบาท 4 มีฉันทะ วิริยะ จิตตะและวิมังสา ทำให้เขาประสบความสำเร็จ ภูผาขอให้อาม่ากลับบ้านกันเถอะ ตอนนี้ที่บ้านเราอยู่กินสบายขึ้น กลับไปอยู่ด้วยกัน ตนขอป๊ากับแม่แล้ว อาม่ามองภูผาอย่างตื้นตัน

วันนี้เส็งนั่งไม่ติด บอกเดือนว่าตนไม่กล้าเจอหน้าม้า เดือนปลอบว่าม้าต้องเข้าใจ อย่าคิดมากเลย

พออาม่ามา เส็งยกน้ำชาให้แล้วเอาหัวโขกพื้นสามทีบอกว่าตนเป็นลูกอกตัญญูสมควรตาย เส็งขอให้ม้าตีสั่งสอนไม่อย่างนั้นตนก็ไม่มีทางสบายใจ อาม่าจึงตีสั่งสอนเป็นพิธี สอนให้ต้องรักครอบครัวให้มากโดยเฉพาะภูผา ห้ามด่าว่าอีก พวกเรามีกันอยู่แค่นี้ทุกคนต้องอยู่ด้วยกัน อย่าไล่ใครไปไหนอีก เข้าใจไหม

“เข้าใจม้า อั๊วจะไม่ทำให้ครอบครัวแตกแยกอีกแล้ว”

เดือนชวนทุกคนไปกินข้าวกัน วันนี้ตนทำกับข้าวไว้ต้อนรับอาม่าหลายอย่าง ของที่อาม่าชอบทั้งนั้น

ที่โต๊ะอาหาร ทุกคนดูแลอาม่าอย่างอบอุ่น ต่างตักอาหารให้จนอาม่าบอกว่ากินเข้าไปหมดนี่จุกตายแน่

“ม้าก็ค่อยๆกินสิ เดี๋ยวก็หมด” เส็งลุ้น

“ลื้อต่างหากต้องกินเยอะๆ ทำงานหนักต้องใช้แรงกายแรงสมอง อาเดือนพรุ่งนี้ไปร้านยากับอั๊วนะอั๊วจะไปซื้อยาจีนมาบำรุงอีหน่อย จะสอนให้ลื้อต้มยาด้วย วันหลังจะได้ต้มเป็น เออ...แล้วนี่อาเวหาอีจะกลับบ้านเมื่อไหร่ จะได้กินยาบำรุงของอั๊วด้วยเลย” เส็ง เดือนและภูผา ต่างมองกันหน้าเจื่อน

ooooooo

เมื่ออนงค์ถูกเวหาสั่งห้ามยุ่งเกี่ยวกับตน ที่แล้วมาให้ถือว่าเราไม่มีอะไรกัน ด้วยความเจ็บใจและจะเอาชนะ อนงค์จึงเอากระดาษโน้ตไปทิ้งไว้ที่เคาน์เตอร์ว่า

“หมอภัทรให้ฝากบอกคุณทอรักคืนนี้นัดพบที่ห้องพักมีเรื่องสำคัญจะคุย”

แป้นมาเห็นก็บ่นว่าหมอภัทรทำน่าเกลียด มานัดสาวคุยที่ห้อง เห็นทอรักเดินมาแป้นจึงบอก ทอรักชักสีหน้าถามว่าทำไมต้องไปด้วย มีอะไรจะคุยก็มาหาตนเองสิ แล้วสะบัดไปเลย

อนงค์ไปหาเวหาที่ห้องตามที่เขาบอก แต่เขากลับไล่ให้กลับไปเสียวันนี้ตนไม่มีอารมณ์ ครู่หนึ่งแป้นโทร.เข้ามาบอกว่าคุณทอรักไม่เข้าไปหาแล้ว ดูเธอโกรธๆ แล้วออกไปเลย เวหางงถามป้าพูดอะไร แป้นบอกว่าก็อนงค์ทิ้งโน้ตไว้ว่าหมอสั่งให้คุณรักไปหาที่ห้องพัก ความเลยแตก เวหาโมโหมากพุ่งกดคออนงค์อย่างแรง

ขณะอนงค์กลัวแทบตายนั้น ทอรักก็มาเคาะประตูห้อง เร่งให้เปิดประตู เวหาช็อกตัดสินใจเปิดประตูออกไป เธอถามว่ากล้าดียังไงเรียกตนมาคุยที่ห้อง เวหาแก้ตัวน้ำขุ่นๆว่าช่วงนี้ตนเครียดเลยทำอะไรไม่ได้คิด เอาเป็นว่าพรุ่งนี้จะไปหาที่แผนกก็แล้วกัน อยากคุยเรื่องของเราด้วย ทอรักตัดบทว่าตนไม่มีเรื่องอะไรจะคุย แต่เอะใจย้อนกลับจะเข้าไปคุยในห้อง เวหาบอกว่าตอนนี้ไม่ได้ ทอรักดันเข้าไปจนได้และเห็นเท้าอนงค์ที่แอบอยู่หลังม่าน เธอทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นและกลับไป

เวหากลับไปตบหน้าอนงค์จนคว่ำ ตะคอกว่าต่อไปถ้ากล้าเล่นกับตนแบบนี้อีกจะเอาให้ถึงตาย!

รุ่งขึ้นเวหาถูก ผอ.ทินราชเรียกไปถามเรื่องตบกันที่ห้องโถง เวหาขอโทษบอกว่าช่วงนี้ตนเครียดเรื่องธุรกิจที่บ้านเลยควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้ สัญญาว่าจะไม่ให้เกิดขึ้นอีก แต่ถ้าตนได้ทุนไปเรียนต่ออนาคตก็อาจจะแบ่งเบาภาระทางบ้านได้บ้าง ผอ.บอกว่าเรื่องทุนต้องพิจารณาตามความเหมาะสม ยังไงก็รอหน่อย

พอเวหาออกไปก็เจอประเสริฐกำลังจะเข้าไปหา ผอ. เวหาเลยแอบฟัง ได้ยิน ผอ.ถามประเสริฐอย่างเมตตาว่าคิดออกหรือยังว่าจะไปต่อที่ไหน ประเสริฐบอกว่าจะต่อที่เดิม จะไปต่อยอดงานวิจัยที่เคยทำไว้

เวหาได้ยินถึงกับหน้าเครียด กังวล คิดแผนที่จะแก้ปัญหาของตน ครู่เดียวก็ยิ้มอย่างมีความสุข

รุ่งขึ้นก็มีเสียงประกาศว่า “คุณทอรัก พิทักษ์กิจ มีญาติมารอพบที่ชั้น 1 ค่ะ” พอทอรักมาถึงเห็นพยาบาลตั้งแถวรอรับอยู่ มองไปเห็นเวหาถือช่อดอกไม้เดินมาหยุดตรงหน้าส่งช่อดอกไม้ให้แล้วหยิบกล่องแหวนออกรำพันความรักที่มีกันมายาวนาน ถึงเวลาที่เราจะใช้ชีวิตร่วมกันแล้ว เปิดกล่องแหวน คุกเข่าขอ

“แต่งงานกับเรานะรัก”

ทอรักตกใจ อึ้ง พอตั้งสติได้ก็ยิ้มให้ บอกว่าเราคบกันมานาน แต่ไม่ได้หมายความว่าตนจะรักเขามากขึ้น แต่มันยิ่งทำให้ตนรู้จักเขามากขึ้นต่างหาก และยิ่งรู้จักก็ยิ่งไม่แน่ใจว่าตนรู้จักเขาจริงหรือเปล่า ตัดบทว่า

“เก็บแหวนไว้เถอะ ฉันยังไม่พร้อม” เวหาบีบคั้นว่าทุกคนกำลังมองเราอยู่นะ “เธอเป็นคนทำเอง เธอก็แก้เองสิ” แล้วเดินไปเลย เวหาลุกเรียกอย่างเว้าวอน ทอรักส่งดอกไม้ให้พยาบาลแล้วเดินไปอย่างไม่แยแส พยาบาลที่มาตั้งแถวรับต่างหน้าเจื่อน และที่มุมหนึ่งอนงค์แอบดูอยู่ ทั้งโกรธ ทั้งสะใจ

ooooooo

เส็งกับเดือนเข็ดที่จะไปถูกเวหาไล่ตะเพิดอีก อาม่าจึงจะไปเองโดยให้ภูผาพาไป เมื่อไปถึงโรงพยาบาลเจอเวหาที่หน้าแตกจากทอรักมา อาม่าถามว่าไม่สบายหรือเปล่า เวหาโกหกว่าไม่มีอะไร

อาม่าบอกว่าอย่าโกหก ตนเลี้ยงเขามาตั้งแต่ตัวกะเปี๊ยกทำไมจะดูไม่ออก เวหาจึงยอมรับว่าตนขอทอรักแต่งงานแต่เธอไม่รับ อาม่าปลอบว่าเขาทั้งหล่อทั้งเก่งเดี๋ยวก็หาใหม่ได้

“อั๊วจะเอาคนนี้ อั๊วจะเอาโรงพยาบาลนี้” อาม่าตกใจถามว่าอยากได้ทำไมไม่เก็บเงินตั้งเอง “อาม่าคิดว่าตั้งโรงพยาบาลมันง่ายเหมือนตั้งร้านกาแฟของป๊ารึไง รอเก็บเงินอีกกี่ชาติถึงจะได้ ชีวิตคนเรามันต้องมีทางลัด”

อาม่าให้ภูผาช่วย เวหาก็ดูถูกว่าให้คนขายขี้วัวขี้ควายช่วยตนไม่เอาหรอก เงินสกปรก อาม่าว่าอย่าดูถูกเงิน เวหาสวนทันควันว่า

“อั๊วไม่ได้ดูถูกเงินแต่อั๊วดูถูกมัน คนอย่างอั๊วไม่ต้องให้คนอย่างมันช่วย อั๊วขยะแขยง” พูดแล้วบอกให้อาม่ากลับไปเสีย อาม่าพยายามบอกให้เวหากลับไปตนมีอะไรจะคุยด้วยเยอะแยะเลย

เวหาไม่ยอมกลับ บอกว่าตนเดินมาไกลเกินกว่าจะกลับไปแล้ว อาม่าจะกล่อมอีกก็ถูกตัดบทว่า

“ไม่ต้องพูดแล้ว คิดซะว่าเราไม่ได้เป็นอะไรกัน อั๊วเปลี่ยนชื่อเปลี่ยนนามสกุลแล้ว ลื้อไม่ใช่อาม่าอั๊วแล้ว”

อาม่ากับภูผาช็อก พอเวหาเดินไป อาม่าพูดตามหลังเตือนสติอย่างเจ็บปวดว่า

“ต่อให้ลื้อเปลี่ยนอีกร้อยชื่อร้อยนามสกุล ลื้อก็ยังเป็นเวหาหลานอั๊ว”

เวหาเดินไปไม่แยแส อาม่าจะตามไปอีก ภูผาทนไม่ได้บอกอาม่าให้กลับบ้านเรากันเถอะ

เพราะภูผาวุ่นอยู่กับเรื่องเวหาจนไม่ได้ทำรายงานส่งครู ครูเรียกต้อยติ่งไปบอกว่าให้เวลาภูผาอีกสามวันถ้ายังไม่ส่งรายงานก็ต้องเรียนซ้ำชั้น ต้อยติ่งรีบโทรศัพท์ไปบอกภูผา อาม่าที่กะจะให้ภูผาพาไปหาเวหาอีกก็เปลี่ยนใจเร่งให้ภูผากลับไปทำรายงานส่งให้ทัน ตนไม่ไปหาเวหาแล้ว ภูผาจึงรีบกลับไป

ooooooo

เวหากลับมานั่งเครียดที่ห้อง อนงค์พยายามเข้าแทรกถูกเวหาไล่ ก็พูดแทงใจดำว่า

ตนดูออกว่าเขาทำไปมันมีอย่างอื่นแอบแฝง ถามว่าเขาอยากได้ทุนเรียนต่อและเป้าหมายต่อไปก็คือเป็นเจ้าของโรงพยาบาล แต่น่าเสียดายที่ทอรักไม่เล่นด้วย บอกให้เขาตัดใจเสีย เอาแหวนนั่นมาสวมให้ตนแทนแล้วเราออกไปเปิดคลินิกเล็กๆด้วยกัน เวหาพูดอย่างดูถูกว่า

“ถ้าฉันคิดได้แค่นั้นฉันมาไม่ถึงทุกวันนี้หรอก เธอคอยดูฉันให้ดีๆก็แล้วกัน”

 แล้วเวหาก็หันไปเกาะหมอนลินีชวนไปดื่มเป็นเพื่อนตนหน่อย อ้อนว่าเมื่ออยู่นอกโรงพยาบาลขอเรียกว่าพี่ได้ไหม หมอนลินีชอบใจบอกว่าฟังแล้วดูเด็กขึ้นเยอะ

ระหว่างกินดื่มกันนั้น เวหาปากหวานว่าตนตั้งเป้าไว้ว่าวันหนึ่งตนต้องเก่งเท่าพี่ แต่เป้าหมายแรกคือต้องไปเรียนต่อเฉพาะทางก่อน ตะล่อมถามว่าพอรู้ไหมว่าคนที่จะได้ทุนยังเป็นตนหรือเปล่า หมอนลินีบอกไม่รู้ ตนก็แค่มีส่วนออกความเห็นช่วย แต่คนตัดสินใจจริงคือ ผอ.และตัวเขาก็ดันมามีเรื่องกับลูกสาวท่านเสียอีก

“พี่นีครับ ผมรู้ว่าพี่ช่วยผมได้ พี่ช่วยสนับสนุนให้ผมได้ทุนเรียนต่อได้ไหมครับ”

เวหาใช้ความหล่อและปากหวานอ้อน หมอนลินีมองเขาอย่างรู้ทัน

ooooooo

ภูผากลับไปที่โรงงานปุ๋ย รีบเขียนรายงานอย่างตั้งอกตั้งใจ มีต้อยติ่งคอยดูแลและช่วยเหลือคร่ำเคร่งทำรายงานจนหลับคาโต๊ะ ฝันไปว่าทำเสร็จแล้ว แต่พอรุ่งเช้ามาดูปรากฏว่าบทสุดท้ายที่เป็นข้อเสนอไม่มี

ทบทวนจึงรู้ว่าฝันไป ต้อยติ่งบอกว่า “รีบปั่นเลย” ภูผารีบปั่นโดยมีต้อยติ่งช่วยเปิดหนังสือให้ พอทำเสร็จจะเอารถบึ่งไปส่ง รถก็ไม่เหลือเพราะไปส่งปุ๋ยหมด ภูผาตัดสินใจปั่นจักรยานไป ต้อยติ่งรีบโดดซ้อน ร้อง

“ไปโลด”

พอเอารายงานไปส่งที่โรงเรียนศึกษาผู้ใหญ่ ครูถามว่าใช้เวลาทำกี่วัน ภูผาบอกว่าอาทิตย์หนึ่ง ครูชมว่าเก่ง คนอื่นใช้เวลาทำเป็นเดือน ครูถามว่าจบแล้วจะเรียนต่อไหม ภูผาบอกว่าตนตั้งใจไว้แล้วว่าต้องเรียนให้จบปริญญาตรี ครูถามต้อยติ่ง ต้อยติ่งบอกว่าไม่เรียนเพราะหัวไม่ดี เรียนแค่ทำบัญชีได้ก็พอแล้ว แต่ที่แท้ต้อยติ่งเสียสละเพื่อให้ภูผาได้เรียนเต็มที่

เมื่อเรียนจบ มีโรงงานและกิจการก็ไปได้ดี ภูผาเขียนจดหมายไปหาทอรุ้งด้วยความคิดถึง

“ทอรุ้ง...หายไปหลายเดือนแล้วนะยัยคุณหนู” ภูผาเข้าใจว่าทอรุ้งเรียนหนักจนไม่มีเวลาตอบจดหมายตน บอกว่าตนเรียนจบชั้นมัธยมแล้วและกำลังจะต่อมหา–วิทยาลัย คุยอย่างมีกำลังใจว่า “ถ้าจบแล้วก็กะว่าจะต่อปริญญาโทให้เท่ารุ้ง แล้วถ้ารุ้งหนีเราไปต่อปริญญาเอกเราก็จะต่อปริญญาเอกตามรุ้ง ต่อให้อายุ 60 70 80 เราก็จะถือไม้เท้าไปเรียน”

ภูผามองไปนอกหน้าต่างอย่างคนมีความฝัน แล้วเขียนต่อ...

“เราอยากให้รุ้งเห็นโรงงานปุ๋ยของเราตอนนี้จัง เสียดายเราไม่มีกล้อง เดี๋ยวเราจะให้ร้านถ่ายรูปในตลาดมาถ่ายให้ แล้วจะส่งให้รุ้งดู...”

ทอรุ้งอยู่เมืองนอก นั่งที่เก้าอี้ริมหน้าต่างเหงาๆอย่างคิดไม่ตก หยิบปากกาขึ้นจะเขียนตอบจดหมาย แต่แล้วก็วางปากกาลง เหม่อมองไปนอกหน้าต่างเศร้าๆ

ooooooo

ผอ.ทินราชเรียกหมอนลินีไปปรึกษาเรื่องการให้ทุนว่าใครสมควรที่จะได้ หมอนลินีเปิดแฟ้มดูไล่ไปแล้วชี้ที่รูปหนึ่ง บอกว่าที่จริงความสามารถก็พอกันทุกคน แต่หมอคนนี้ถ้าจบกลับมาน่าจะทำประโยชน์ได้มากกว่า ไม่น่าจะหนีไปอยู่ที่อื่น

ผอ.ทินราชขอบคุณที่ช่วยตนดู

หมอนลินีออกไปเข้าห้องน้ำ ได้ยินพยาบาลสองคนคุยกันว่ามีคนเห็นสองคนอยู่ในดิสโก้ อีกคนอุทานว่าแบบนี้ก็แอบกินเด็กสิ บ่นว่ามาแอบกินหมอภัทรสุดหล่อของตนด้วย เพื่อนบอกว่าคนต่อไปที่จะถูกกินก็คงเป็นหมอประเสริฐ เด็กในสังกัดอีกคน

พยาบาลสองคนหัวเราะกันคิกคัก หมอนลินีที่ฟังอยู่ส่ายหน้าอย่างระอาใจ

เมื่อถึงวันประกาศผู้ได้รับทุน ผอ.ทินราชเกริ่นถึงนโยบายของโรงพยาบาลที่ต้องพัฒนาบุคลากรทางการแพทย์แล้วบอกว่าปีนี้ตนกับหมอนลินีได้เลือกคนที่เหมาะสมไว้แล้ว ทอรักขอเป็นผู้ประกาศเอง

ทั้งห้องประชุมเงียบรอฟังว่าใครจะได้ทุน พอ ผอ.ทินราชพยักหน้า ทอรักก็ประกาศ

เวหามองหน้าหมอนลินีอย่างตัดพ้อ มึนตึ้บ พูดไม่ออก พอหมอนลินีออกมาก็ตามไปขอให้หมอนลินีไปบอก ผอ.ใหม่ว่าคนที่สมควรได้ทุนคือตน หมอนลินีบอกว่าตนเองเป็นคนเลือกให้ประเสริฐเป็นคนได้ทุน เวหาแทบคลั่งหาว่าหมอนลินีตัดอนาคตตนทั้งชีวิต อ้อนวอนให้ไปขอ ผอ.ใหม่ได้ไหม

“เธอเป็นคนมีความสามารถนะหมอภัทร แต่จิตวิญญาณความเป็นหมอของเธอมันยังน้อย เธอยังคิดถึงแต่ตัวเอง รอให้เธอเข้าใจมันมากกว่านี้แล้วฉันจะเลือกเธอ” พูดแล้วเดินไปเลย

“โธ่เว้ยยยย!!” เวหาสบถขว้างแฟ้มในมือลงพื้นอย่างขาดสติ

แต่ปรากฏว่าประเสริฐไม่รับทุน บอกทอรักว่าเพราะตนมีแผนจะไปเรียนต่ออยู่แล้ว พ่อแม่ก็เตรียมเงินก้อนนั้นไว้ให้แล้วด้วย ตนว่าเอาทุนไปให้คนที่ไม่มีจะดีกว่า เสนอว่า

“เอาทุนให้ภัทรไปเถอะ เราว่าเขาอยากได้มากนะ แล้วเขาก็เก่งด้วย”

“ไม่ได้หรอก ต้องรอดูพฤติกรรมไปก่อน ถ้าจะให้ภัทร ให้หมอกานดายังดีกว่า”

เวหาที่ยืนดักทอรักอยู่ได้ยินทั้งสองเดินคุยกันมาก็พรวดออกไปเอาเรื่อง ด่าประเสริฐว่าเข้าทั้งทอรักเข้าทั้งหมอนลินี ทำอีท่าไหนล่ะเขาถึงยอมให้ทุน ทอรักประชดท่าที่ดีกว่าเขาก็แล้วกัน เพราะเขาพยายามแล้ว แต่ก็ยังไม่ได้ ประเสริฐจ้องเวหาอย่างไม่พอใจ ทอรักเอ่ยแทรกชวนประเสริฐไปหาซื้อเสื้อโค้ตเดี๋ยวตนจะช่วยเลือกให้

เวหาหมดท่าถามทอรักว่าลืมไปแล้วหรือว่าเราเคย...ทอรักตัดบทว่าตอนนี้เราไม่ได้เป็นอะไรกันแล้ว พอจะเดินไปเวหากระชากแขนไว้ ทอรักมองแขนพูดเสียงเย็นเยียบว่า

“ถ้าทำแบบนี้อีกครั้ง ฉันจะไล่นายออก” แล้วสะบัดแขนไปเลย เวหามองอย่างสิ้นหวัง ตนสูญเสียทุกอย่างไปแล้ว

ooooooo

“คนที่ได้รับทุนไปเรียนต่อปีนี้ก็คือ...หมอประเสริฐค่ะ”

“อะไรนะ!” เวหาลุกพรวด ถามทอรักเสียงดังว่าประกาศชื่อผิดหรือเปล่า

“ไม่ผิดค่ะ ที่ประชุมลงมติแล้วว่าหมอประเสริฐสมควรเป็นผู้ได้รับทุน”

ผอ.ทินราชก็ยืนยันว่าทอรักประกาศถูกต้องแล้ว บอกให้เวหานั่งลง ปีนี้ไม่ได้ก็รอปีต่อๆไปก็ได้

อ่านละคร ซีรีส์ลูกผู้ชาย เรื่อง ภูผา ตอนที่ 9 วันที่ 9 ก.พ.62

บทประพันธ์โดย สลิลา
บทโทรทัศน์โดย สลาลิ
กำกับการแสดงโดย ณัฏฐ์กรณ์ สุทธาวาส
ผลิตโดย บริษัท โซนิกซ์ บูม 2013 จำกัด
ช่องออกอากาศ สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ