อ่านละคร ภูผา ตอนที่ 8 วันที่ 7 ก.พ.62

อ่านละคร ภูผา ตอนที่ 8 วันที่ 7 ก.พ.62

ภูผาไปเยี่ยมสมคิดที่โรงพัก สมคิดขอร้องให้ช่วยตนออกไปที ภูผาบอกว่าเขาฆ่าคนตายตำรวจไม่ให้ประกันตัว สมคิดเครียดที่ต้องติดคุก หันเดินไปเกาะกำแพงห้องขังนิ่ง ต้อยติ่งร้องไห้หนักถามว่า

“พี่คิดต้องติดคุก แล้วต้อยติ่งจะทำยังไง ต้อยติ่งจะอยู่กับใคร”

ต้อยติ่งบอกภูผาว่าพ่อตายไปแล้ว พี่น้องก็แยกย้ายไปที่อื่นกันหมด ถามภูผาว่า

“ต้อยติ่งขอไปทำงานกับพี่ภูผาด้วยนะ ต้อยติ่งไม่อยากอยู่ที่นี่แล้ว ต้อยติ่งกลัว”



ภูผาตัดสินใจพาต้อยติ่งไปที่ไร่ของลุงวัฒน์ขอให้ต้อยติ่งมาพักชั่วคราวได้ไหม ลุงวัฒน์บอกว่าจะให้ช่วยทำงานด้วยก็ได้ แต่ตอนนี้ให้เข้าบ้านไปก่อน ป้าหมอรอคุยกับเขาอยู่ ให้ต้อยติ่งรอข้างนอกก่อน

เมื่อภูผาเข้าไปคุยกับป้าหมอ ป้าหมอเล่าการคุยกับดารกาให้ฟังอย่างละเอียด พอภูผารู้ว่าแม่ทอรุ้งจะส่งเธอไปเรียนเมืองนอกก็ขอไปหาทอรุ้ง จะไปคุยกับแม่เธอเอง พูดแล้ววิ่งออกไปเลยจนป้าหมอเรียกไม่ทัน

พอไปถึงหน้าบ้านพิทักษ์กิจ ภูผายืนเกาะประตูรั้วขอนวลฉวีที่ออกมาดูเข้าไปคุยกับคุณแม่รุ้งหน่อย

นวลฉวีบอกว่าคุณนายสั่งไว้ว่าถ้ามีคนมาไม่ให้เข้า บอกให้กลับไปเสียยังไงก็เข้าไปไม่ได้

“ถ้าผมไม่ได้คุยกับคุณดารกา ผมก็จะไม่กลับ”

“ทำไมดื้ออย่างนี้นะ จะต้องให้แจ้งตำรวจรึไง” นวลฉวีไม่พอใจ เปิดประตูเดินเข้าข้างในไป ภูผาตัดสินใจเป็นไงเป็นกัน ปีนรั้วเข้าไปเลย

นวลฉวีเข้าไปรายงานดารกาว่าป่านนี้หมอนั่นน่าจะไปแล้วเพราะตนขู่จะแจ้งตำรวจ นวลฉวีพูดไม่ทันขาดคำภูผาก็เดินเข้าไปหาดารกา ดารกาตกใจบอกนวลฉวีให้แจ้งตำรวจ!

ภูผาขอให้ฟังตนก่อน ตนกับรุ้งไม่ได้ทำเรื่องเสื่อมเสีย ตนไปทำงาน ลุงวัฒน์เป็นพยานได้ ถูกดารกาย้อนเย้ยว่าหน้าอย่างนี้จะทำอะไรได้ นอกจากเรื่องผิดกฎหมาย

“ผมไม่ได้ทำงานผิดกฎหมาย”

“ออกไปได้แล้ว ยังไงฉันก็ไม่ยอมให้ยัยรุ้งไปเกลือกกลั้วกับไอ้นักเลงอย่างแกอีก”

“ภูผา รุ้งอยู่นี่” เสียงทอรุ้งดังเข้ามา ภูผามองหาแล้ววิ่งไปที่สวนพร้อมกับดารกา ดารกาเงยหน้าบอกให้ทอรุ้งกลับเข้าไปเดี๋ยวนี้ ทอรุ้งบอกว่าแม่ต้องเปิดประตูให้ตนก่อน ภูผาจึงรู้ว่าทอรุ้งถูกขังอยู่ข้างบน ทอรุ้งตะโกนบอกว่า ถ้าแม่ไม่เปิดประตูให้ตนจะปีนลงไปเดี๋ยวนี้

“ว้าย...อย่านะยัยรุ้ง...กลับเข้าไป แม่จะคุยกับมันเอง” ขู่ว่า “ถ้าเธอไม่กลับเข้าไป จะให้ตำรวจมาจับตัวมันไป”

ทอรุ้งจำต้องกลับเข้าไปในห้อง แต่ยังลุกไปชะเง้อมองด้วยความเป็นห่วงภูผา

ดารกาคุยกับภูผาที่สวนอีกด้านหนึ่ง ตาคอยมองไปที่ห้องทอรุ้งอย่างระแวง ดารกาถามว่าเขาคิดยังไงกับลูกสาวตน ภูผาตอบอย่างลูกผู้ชายว่า “ผมรักรุ้งครับ”

ดารกาสวนทันควันว่ารู้ใช่ไหมว่ามันเป็นไปไม่ได้ รุ้งกำลังจะไปเรียนต่อต่างประเทศ เรียนจบแล้วตนจะให้แต่งงานเลยกับคนที่เหมาะสม ภูผาใจหายหน้าสลดทันที ดารกาแนะเขาว่า

“แถวๆไร่คงจะมีผู้หญิงชาวบ้านอยู่บ้าง เลือกมาสักคนแล้วก็แต่งงานซะ เดี๋ยวก็ลืมยัยรุ้งเอง ไปได้แล้วก่อนที่ตำรวจจะมา” เห็นภูผายืนนิ่งก็สำทับ “ถ้าเธอไม่รีบไป จะมีประวัติติดตัวเพิ่ม แล้วจะมาโทษฉันไม่ได้นะ”

ภูผาอึ้ง อึน ก่อนเดินออกไป แต่ฮึดขึ้นมา หยุดหันมาถามดารกาว่าที่คุณป้าบอกว่าหลังจากรุ้งเรียนจบจะให้แต่งงานกับคนที่เหมาะสม ถามว่า “แล้วถ้าถึงวันนั้น ผมกลายเป็นคนที่เหมาะสมสำหรับรุ้งได้ล่ะครับ”

ดารกาเย้ยหยันว่าคนอย่างเขาไม่มีทางทำได้ ภูผาถามว่าแล้วคนที่จะแต่งงานกับรุ้งต้องเป็นคนยังไง

“ข้อแรก การศึกษาอย่างน้อยต้องจบปริญญาตรี ข้อสอง ครอบครัวต้องมีหน้ามีตาทางสังคม ข้อสาม ฐานะทางการเงินต้องมีทรัพย์ไม่ต่ำกว่า 10 ล้านที่หามาได้ด้วยตัวเอง...เธอมีข้อไหนใกล้เคียงบ้างรึยัง”

“ผมขอเวลาพิสูจน์ตัวเอง” ภูผาฮึดขึ้นมา

“ได้...” ดารกาพูดขำๆ “ฉันให้เวลาเธอ 5 ปี ถ้าเธอทำได้ฉันจะให้เธอแต่งงานกับยัยรุ้ง” พูดแล้วหัวเราะ

ต่อมาดารกาเปิดประตูห้องทอรุ้งเข้าไป ทอรุ้งกำลังจะถาม ดารกาก็ชิงบอกว่า

“ฉันไล่มันไปแล้ว เธอก็จะไม่มีวันได้เห็นหน้ามันอีก ตัดใจจากมันแล้วคิดถึงแต่อนาคตของตัวเอง” ทอรุ้งช็อก “เก็บกระเป๋าให้เสร็จวันนี้นะ พรุ่งนี้ฉันจะไปส่งเธอ”

ทอรุ้งช็อกอีกครั้ง นั่งลงอย่างหมดแรง

ooooooo

อนงค์เป็นพยาบาลที่ดี๊ด๊าช่วงชิงโอกาสทำงานกับเวหาหมอหล่อบาดใจจนทอรักไม่พอใจถามว่า “เธอมาทำงานหรือมาหาผัว...เป็นแค่พยาบาลหัดเจียมตัวไว้ซะบ้าง” อนงค์รับคำอย่างเจียมตัว แต่ใจแค้น

วันนี้อนงค์ก็ได้ช่วยเวหาหลอกล่อเด็กที่ไม่ยอมให้ฉีดยาจนเวหาฉีดยาได้สำเร็จ ทั้งสองคุยกันอย่างสนิทสนมจนทอรักหมั่นไส้ถามเวหา “คุยอะไรกับมันดูระริกระรี้” เวหาบอกว่าตนตรวจคนไข้กับอนงค์เพิ่งออกมา ทอรักประชดว่าอย่าไปตรวจพยาบาลเข้าล่ะ เวหายิ้มบอกว่าดีใจที่รักหึง

ทอรักถามว่าออกเวรหรือยังจะชวนไปช็อปหน่อย เวหาบอกว่าออกเวรแล้วแต่คงไปช็อปด้วยไม่ได้เพราะจะเข้าไปดูหมอนลินีผ่าตัดเคสใหญ่ อยากศึกษาไว้

“รักควรจะรายงานคุณพ่อว่าให้มอบตำแหน่งหมอดีเด่นให้แพทย์เวหา...ดีไหม”

“แล้วแต่จะกรุณาครับ”

ทอรักยิ้มเชิดๆเดินไป

ค่ำนี้ขณะเวหากำลังจะพักผ่อนอย่างเหน็ดเหนื่อย ก็ได้รับโทรศัพท์จากพยาบาลเชิญไปห้องฉุกเฉินด่วน

มีคนไข้ถูกเหล็กเสียบช่องอก หมอนลินีกับหมอเจตน์ติดเคสอยู่ เวหาดีดตัวผึงขึ้นทันทีใส่ชุดแพทย์คลุมชุดนอนวิ่งไปที่ห้องผ่าตัด

พอเวหาเข้าไปเห็นสภาพในห้องผ่าตัดแล้วกลัวจนหายใจหอบถี่ พยาบาลต้องเรียกจึงได้สติและเริ่มลงมือผ่าตัด คนไข้อยู่ในขั้นวิกฤติ เวหาผ่าตัดเครียดมาก แต่ในที่สุดก็ช่วยชีวิตคนไข้ไว้ไม่ได้

เวหาถูกญาติคนไข้ด่าว่าทำลูกตนตาย โรงพยาบาลเอาคนอย่างนี้มาเป็นหมอได้ยังไง เราให้ผ่าตัดเพื่อให้หายไม่ใช่ให้ตาย ขู่จะฟ้อง ผอ.ที่ทำให้ลูกตนตาย

หมอผู้ช่วยพยายามอธิบายว่าคนไข้มาก็อยู่ในขั้นวิกฤติแล้ว แต่ญาติก็โทษว่าหมอทำลูกตนตายจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด

ooooooo

หมอทำคนไข้ตาย! เป็นเรื่องใหญ่ที่ทางโรงพยาบาลต้องตั้งคณะกรรมการสอบสวน ผอ.ทินราชบอกว่ามันมีขั้นตอนของมันอยู่ ผิดก็ว่าไปตามผิด แต่ถ้าพวกคุณทำดีที่สุดแล้ว ใครก็เอาผิดไม่ได้

เวหาถามว่าญาติคนไข้ว่ายังไงบ้าง ผอ.บอกว่าเรื่องญาติเดี๋ยวตนเคลียร์เอง เขาปฏิบัติหน้าที่ในนามของโรงพยาบาล ถ้ามีอะไรขึ้นมาทางโรงพยาบาลจะเป็นผู้รับผิดชอบ

ทอรักพยายามเข้าแทรกปกป้องเวหา โทษหมอเจตน์ว่ารู้ว่ามีคนไข้อาการหนักทำไมไม่วางมือจากเคสอื่นก่อน หมอบอกว่าเคสที่ตนดูอยู่ก็สำคัญเหมือนกัน ทอรักยังตะแบงจะเอาผิดให้ได้ อ้างว่าในเมื่อเป็นเวรของคุณ

คุณก็ต้องดู บอกเวหาว่า “ไม่ต้องกลัว ถ้าจะมีคนผิด หมอที่อยู่เวรนั่นแหละต้องรับผิดชอบ”

เมื่อผลการชันสูตรออกมา ผอ.เรียกประชุมทั้งญาติคนไข้และเวหาที่เป็นหมอผ่าตัดวันนั้น หมอนลินีเอาผลการชันสูตรเข้าไปให้ ผอ. และแจ้งแก่ที่ประชุมว่า

“ผลการชันสูตร...อวัยวะภายในเสียหายหลายจุดจากเหล็กแหลมและพบร่องรอยการพยายามดึงออกก่อนมาถึงมือหมอ ทำให้คนไข้เสียเลือดมาก ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้คนไข้เสียชีวิต ส่วนการรักษา หมอเวหาได้ทำตามขั้นตอนทางการแพทย์ทุกอย่างแล้วค่ะ”

“พวกเดียวกันทั้งนั้น พวกแกก็เข้าข้างกันสิ” ญาติโวย

หมอนลินีถามว่าคุณได้พยายามเอาเหล็กออกจากตัวคนไข้ก่อนจริงหรือเปล่า ญาติอึกอัก หมอนลินีจึงยื่นเอกสารผลการชันสูตรให้อ่าน บอกว่าถ้าสงสัยอะไรคุยกับตนโดยตรงได้ ญาติรับไป ทำหน้าไม่ถูก

เวหามองหมอนลินีอย่างขอบคุณ

อนงค์เห็นใจเวหามาก ซื้อกาแฟเย็นมาฝากบอกว่าเผื่อจะอารมณ์ดีขึ้น ให้กำลังใจว่าหมอใหม่ก็อย่างนี้ทุกคนแหละ เจอเรื่องแบบนี้ใครก็ต้องเสียความมั่นใจ แต่อีกหน่อยก็ทำใจได้ ตนจะคอยเป็นกำลังใจให้

ต่อมาหมอนลินีเจอเวหาถามว่าเป็นยังไงบ้าง เวหาบอกว่ายังทำใจไม่ได้ หมอบอกงั้นก็ลาออกเสีย เวหาตกใจ หมออธิบายว่า

“คนเราไม่มีใครอยากยุ่งเกี่ยวกับความตายทั้งนั้น แต่หมอคือคนที่ยอมเสียสละที่จะเผชิญหน้ากับความตายตลอดเวลา ถ้าเธอยอมรับเรื่องนี้ไม่ได้ก็อย่าเป็นหมอเลย” เวหาติงว่าแต่ถ้าตนเก่งกว่านี้ก็จะช่วยเขาได้ “งั้นเธอก็ไปพัฒนาฝีมือสิ วันนี้เธอช่วยเขาไม่ได้แต่วันหน้าเธอยังช่วยคนอื่นได้ แต่ถ้าเธอล้มเลิกซะตั้งแต่วันนี้ ก็เท่ากับตัดโอกาสที่จะได้ช่วยชีวิตคนอื่นอีก”

คำพูดของหมอนลินีทำให้เวหาได้คิด

ทอรักเดินตามหาเวหาไปถึงหน้าเคาน์เตอร์ถามแป้นกับอนงค์ที่ยืนอยู่ว่า หมอเวหาไปไหนไม่อยู่ที่ห้องทำงาน อนงค์บอกว่าไม่ทราบ พอทอรักเดินผ่านไป แป้นถามว่าทอรักกับหมอเวหาเขาเป็นแฟนกันหรือ

“เป็นแฟนเขาข้างเดียวน่ะสิ เห็นแต่คุณทอรักตามอยู่ฝ่ายเดียว ไม่เห็นหมอเวหาจะเล่นด้วยเลย” อนงค์โวยจนแป้นถามว่าทำไมต้องโวยตน หรือแกยังไม่เลิกหวัง อนงค์ย้อนถามว่าก็แล้วทำไมตนต้องเลิกล่ะ

“หืม...ระวังตัวไว้เถอะ คุณทอรักรู้เข้าจะโดนหนัก” แป้นสยองแทน แต่อนงค์เหยียดปากอย่างไม่แคร์

ooooooo

ภูผากับต้อยติ่งไปเยี่ยมสมคิดที่เรือนจำ แต่ต้อยติ่งรออยู่ข้างนอกเพราะไม่อยากร้องไห้ให้พี่ชายเห็น

ภูผาถามว่าอยู่ที่นี่เป็นยังไงบ้าง สมคิดบอกว่าสบายกว่าอยู่ข้างนอกมาก ไม่ต้องโดนซ้อม ไม่ต้องหนีตำรวจ มีข้าวให้กินสามมื้อ ที่สำคัญไม่ต้องคอยหาเงินเลี้ยงใคร ภูผาบอกว่าถ้าคิดอย่างนี้ตั้งแต่วันนั้นเรื่อง

ทุกอย่างก็คงไม่เกิด ตัดบทว่าช่างมันเถอะกลับไปแก้อะไรไม่ได้แล้ว อยู่ในนี้ก็ทำตัวดีๆจะได้ออกไปเร็วๆ

“ภูผา ฝากต้อยติ่งด้วยนะ”

“ต้อยติ่งมันก็น้องเราเหมือนกัน” ภูผายืนยัน ทำให้สมคิดสบายใจขึ้น

ภูผามุ่งมั่นฝึกฝนศึกษาหาความรู้ในเรื่องเกษตรอย่างจริงจัง วันนี้ก็ไปศึกษาเกี่ยวกับการทำปุ๋ย ลงมือผสมปุ๋ยอย่างไม่กลัวเปื้อนกลัวเหม็น แต่ต้อยติ่งกลับไปนั่งหลับในห้องเรียนจนภูผาต้องปลุกให้ตั้งใจเรียน

และวันนี้ขณะภูผากำลังทำงานที่ไร่ทวีวัฒน์ กานต์ก็ถือจดหมายเข้ามาให้ บอกว่าดูซิจดหมายใครมา แล้วแกล้งวิ่งหนี ภูผาดีใจวิ่งไล่กวดตามกานต์ไปติดๆ

ooooooo

เพราะเวหาไม่ติดต่อทางบ้านมาเป็นเดือน เส็งกับเดือนเป็นห่วงจึงหอบข้าวของพะรุงพะรังไปหาที่โรงพยาบาล บอกเจ้าหน้าที่ว่ามาหาหมอเวหาตนสองคนเป็นพ่อกับแม่ เจ้าหน้าที่จึงให้รอ

เวหากำลังจะออกไปกินข้าวกับทอรัก บอกว่าอยากกินอะไรมื้อนี้ตนเลี้ยงเอง ทอรักบอกว่ามีร้านอาหารญี่ปุ่นเปิดใหม่แถวสุรวงศ์ชอบไหม เวหาบอกได้ ตนตามใจเธออยู่แล้ว แล้วเดินเข้าห้องโถงด้วยกัน

เวหาตกใจผงะเมื่อเห็นเส็งกับเดือนยืนเก้ๆกังๆอยู่ บอกทอรักว่าตนลืมกระเป๋าสตางค์ให้เธอไปรอที่รถก่อนเดี๋ยวจะตามไป

เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลเช็กแล้วไม่มีหมอชื่อเวหา รปภ.จึงมาพาตัวเส็งกับเดือนออกไปหาว่าเป็นมิจฉาชีพมาหลอกเอาเงิน ขณะเจ้าหน้าที่มาลากทั้งสองไปจนข้าวของหล่นนั้น เวหาเข้าไปบอกให้หยุดก่อน

“บอกเขาไปสิว่าอั๊วเป็นพ่อกับแม่ลื้อ” เส็งบอกเวหา แต่เวหากลับบอก รปภ.ว่า

“คนไข้ผม ผมจัดการเอง”

เวหาพาเส็งกับเดือนไปนั่งคุยที่ห้องทำงาน บ่นว่าบอกกี่ครั้งแล้วว่าอย่ามาหาตนที่นี่ เส็งบอกว่าเห็นหายไปหลายเดือนก็เป็นห่วง มองหน้าถามว่าลื้อผอมไปรึเปล่าจะไปซื้อข้าวมาให้ใหม่ เมื่อกี้ยามมันทำตกหมด

เวหาบอกไม่ต้อง เร่งให้รีบๆกลับแล้วอย่ามาหาตนอีก เดือนโมโหเอ็ดเส็งว่าบอกแล้วว่าอย่ามา แล้วเป็นไงล่ะ เหลือบไปเห็นป้ายชื่อวางที่โต๊ะ “นายแพทย์ จตุรภัทร ชวกรกุล” เดือนหยิบมาดู ถามว่าไหนบอกว่าห้องทำงานลื้อแล้วนี่ชื่อใคร ทั้งสองคาดคั้นให้บอกมาตามตรงว่าเขาเป็นหมอหรือเปล่า ทำงานอะไรแน่

เวหาจึงบอกความจริงว่าตนไปเปลี่ยนชื่อและนามสกุลมา เส็งได้ยินถึงกับสะท้อนไปทั้งตัวทำท่าจะเป็นลม พอดีทอรักเปิดประตูพรวดเข้ามาเรียก

“ภัทร...เสร็จรึยัง” พอเห็นเส็งกับเดือนก็แปลกใจ “คนใช้บ้านภัทรนี่”

“เราเสร็จแล้วไปกันเถอะ” เวหารีบตัดบท หันบอกเส็งกับเดือนเสียงแข็ง “กลับกันไปได้แล้ว แล้ววันหลังก็ไม่ต้องมาอีก”

เวหาออกไปกับทอรัก ปล่อยให้เส็งกับเดือนช็อกอยู่ในห้อง...

ooooooo

เวหาทำตัวเป็นวัวลืมตีน อายที่มีพ่อแม่เป็นพ่อค้าแม่ค้าตลาดนัดฐานะยากจน แต่ตัวเองนับวันฟุ้งเฟ้อเห่อเหิม วันนี้ก็ออกรถใหม่มารับทอรักที่หน้าตึก ทอรักทักอย่างตื่นเต้น

“ภัทร! ว่าแล้วต้องเลือกรุ่นนี้ เท่เป็นบ้าเลย”

“เพื่อคุณผู้หญิงโดยเฉพาะ”

“พารักนั่งรถเล่นหน่อยสิ”

“ด้วยความยินดี” เวหาเปิดประตูให้ทอรักขึ้นนั่ง แล้วขับออกไปอย่างภูมิใจ

ฝ่ายภูผามุ่งมั่นพัฒนาตัวเองจากเรียนรู้การทำปุ๋ย สร้างตัวจนสร้างโรงงานปุ๋ยของตัวเอง โดยมีต้อยติ่งที่โตเป็นสาวแล้วแต่ยังไม่เป็นโล้เป็นพายคอยเป็นผู้ช่วย เป็นโรงงานปุ๋ยที่ครบวงจร นับแต่การผลิตไปถึงการบรรจุถุงขาย ที่โรงงานมีถุง “ปุ๋ยกล้าแกร่ง” มีโลโก้เป็นรูปภูเขามีสายรุ้งพาดผ่าน วางเรียงรายพร้อมออกสู่ตลาด

ภูผาทำงานหามรุ่งหามค่ำ แต่ได้กำลังใจจากจดหมายของทอรุ้งมาไม่ขาด ทอรุ้งเขียนเป็นภาษาอังกฤษ ภูผาอ่านไปเปิดดิกชันนารีไป พอรู้ความหมายก็ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่

“...เป็นไงบ้างภูผา รุ้งเขียนถึงภูผาเป็นภาษาอังกฤษก็หลายฉบับแล้ว อ่านคล่องขึ้นบ้างหรือยัง หวังว่าภูผาจะมีความมานะพอที่จะอ่านจดหมายรุ้งให้รู้เรื่องนะ คนเก่งของรุ้ง...”

ต้อยติ่งเห็นภูผาอ่านจดหมายภาษาอังกฤษอย่างมีความสุขก็สงสัยว่าเป็นจดหมายของใคร วันนี้พอทำงานเสร็จก็มาชวนภูผาไปเที่ยวงานวัดกัน ภูผาบอกว่าตนยังมีงานต้องทำอีกเยอะ ต้อยติ่งประชดว่า

งานเยอะก็คือนั่งอ่านจดหมายเนี่ยนะ แย่งจดหมายไปบอกว่ากลับมาค่อยอ่านก็ได้

“ทำไมเสียมารยาทอย่างนี้ เอาคืนมา” ภูผาดุ ต้อยติ่งถามว่าเขาเป็นใครเห็นนั่งอ่านเป็นวันๆ “เขาจะเป็นใครมันก็เรื่องส่วนตัวของพี่ ต้อยติ่งไม่เกี่ยว เอาคืนมาได้แล้ว”

ต้อยติ่งกระแทกจดหมายคืนแล้วเดินสะบัดไป

กานต์เห็นก็รีบตามชวนไปเที่ยวงานวัด ต้อยติ่งบอกว่าไม่มีอารมณ์ ซ้ำไล่ให้ไปไกลๆเลย ไม่ต้องมานั่งใกล้ตน กานต์จึงถอยออกไปสองคืบ

“ยัยคุณหนูทอรุ้งก็หายไปตั้งสองปีแล้ว พี่ภูผาก็ต้องมีแต่ต้อยติ่ง แต่เจ้าของจดหมายมันเป็นใคร พี่ภูผาถึงได้ชะเง้อรออยู่ทุกวัน” หันมองกานต์ขวับ ถาม “แกรู้ใช่ไหมกานต์ คนที่เขียนจดหมายฝรั่งมาเป็นใคร”

กานต์ตกใจถอยออกไปอีกสองคืบเอ้ออ้าอึกอักไม่กล้าตอบ

ooooooo

อ่านละคร ซีรีส์ลูกผู้ชาย เรื่อง ภูผา ตอนที่ 8 วันที่ 7 ก.พ.62

บทประพันธ์โดย สลิลา
บทโทรทัศน์โดย สลาลิ
กำกับการแสดงโดย ณัฏฐ์กรณ์ สุทธาวาส
ผลิตโดย บริษัท โซนิกซ์ บูม 2013 จำกัด
ช่องออกอากาศ สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ