อ่านละคร สุภาพบุรุษลูกผู้ชาย ตอนที่ 15 วันที่ 31 ต.ค. 56

อ่านละคร สุภาพบุรุษลูกผู้ชาย ตอนที่ 15 วันที่ 31 ต.ค. 56

“อย่านึกนะว่าจะไม่มีใครล่วงรู้ความชั่วของนาย วันใดที่ศพเผ่าลาภถูกฝังลงหลุม วันนั้นความเลวร้ายของนายจะถูกขุดขึ้นมาเปิดโปง”

แค่ข้อความข่มขู่ไม่อาจทำให้ตะวันฉายหวั่นไหวกลับวางแผนจะเอาคนปากโป้งลงหลุมไปกับเผ่าลาภ...

ใน ขณะเดียวกัน บารมีแวะไปที่บ้านเผ่าลาภ เจอเพียงส้มออกมาต้อนรับ พร้อมกับรายงานว่าแพรวาไม่อยู่ออกไปตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ ส่วนรำไพอยู่ข้างบนยังไม่ลงมา


“คุณลินจงเพิ่งกลับไปโรงสีข้าวเมื่อวานนี้ค่ะ...คุณกันทิมาเมื่อครู่นี้หนูเห็นแวบๆ...”

จังหวะ นั้น ชาติชายเดินเข้ามาพอดี บารมีหันไปทักว่ามาจากเหมืองตั้งแต่เมื่อไหร่ เขาเพิ่งมาถึงเมื่อสักครู่เผื่อทางนี้มีอะไรให้ช่วยตอนเคลื่อนย้ายศพเฮียตง จะได้เรียกหาได้สะดวก

“ก็ดี บอกซ้อด้วยว่าอั๊วจะไปที่ฮวงซุ้ยเลย ขอให้พวกเราระวังตัวให้ดี คนที่คิดร้ายกับพวกเรายังมีเหลืออยู่ สำหรับลื้อ อาเหลียง อั๊วหวังว่ากันทิมาจะอยู่ในความดูแลที่ดีของลื้อตลอดไปนะ” บารมีพูดจบ ผลุนผลันออกไป ชาติชายมองตามพี่ชายอยู่อึดใจ พอหันกลับมาอีกที กันทิมายืนหลบๆอยู่ ร้องทักว่าทำไมต้องหลบหน้าบารมีเธอแก้ตัวว่าไม่ได้หลบ แค่ไม่มีอะไรจะพูดด้วย แล้วขอตัวเข้าไปด้านใน สวนกับรำไพที่เพิ่งลงมาจากข้างบน

“ตื่นเช้าอีกแล้วนะคุณกัน”

“ตื่นอย่างนี้ทุกวันจนเคยตัวแล้วล่ะค่ะ”

“สงสัย ลูกในท้องต้องขยันแน่ๆเลย แม่ตื่นเช้าขนาดนี้ ดูสิ จนห้าเดือนแล้วยังมองไม่ออกเลยนะ ท้องสาวเนี่ย” รำไพว่าแล้วพากันทิมาไปยังห้องอาหาร ปล่อยให้ชาติชายยืนอึ้งอยู่เพียงลำพัง

ooooooo

ขณะ ที่ชาติชายเพิ่งตระหนักว่าทำไมกันทิมาถึงปฏิเสธคำชวนให้มาเริ่มต้นกันใหม่ ของตนเองแพรวาขับรถมุ่งหน้าเข้าเมือง สีหน้าบ่งบอกว่าผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก พลันภาพในอดีตผุดขึ้นมาในสมองของเธอ เมื่อคืนที่ผ่านมา หรั่งไม่ได้มาที่บ้านกลางทุ่งอย่างที่นัดกันเอาไว้ ได้แต่ส่งคลิปวีดิโอที่อัดไว้ในมือถือมาให้

ในคลิปนั้น หรั่งไม่ได้บอกความจริงที่เพิ่งได้รู้จากเผ่าลาภว่าแพรวากับเขาเป็นลูกพี่ ลูกน้องกัน ได้แต่บอกเพียงว่าเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น และขอให้เธอเชื่อว่าเขาไม่ได้ตั้งใจให้เป็นแบบนี้

“มันไม่ใช่ความผิด ของ ผม แต่มันเป็นกรรม... กรรมที่ยากจะบอกว่าใครเป็นผู้ก่อและไม่รู้ว่าจะหาตัวต้นตอความผิดได้ที่ไหน แต่ผู้ที่จะต้องชดใช้กลายเป็นผม ถ้าเป็นไปได้ ผมอยากจะย้อนเวลากลับไปแก้ไขทุกความผิดพลาดที่เกิดขึ้น แต่ผมจะต้องแก้ยังไง แก้ตรงไหน แก้ที่ใคร...ใครจะบอกผมได้บ้าง” หรั่งจำต้องหยุดพูดชั่วขณะเพราะมีก้อนอะไรบางอย่างมาจุกที่คอหอยกล้ำกลืน ลงไปอย่างยากเย็น ก่อนจะระบายความในใจต่อไป

“ง่ายกว่านั้นคือเลือก ที่จะ ไม่รับรู้อะไรเลยดีกว่า แต่มันเป็นไปไม่ได้ โชคชะตาได้กำหนดให้ผมได้รับรู้ความจริงเหล่านั้นในวันนี้ เพื่ออะไร...คงเพื่อไม่ให้ผมทำบาปกรรมมากไปกว่าที่เป็นอยู่นี้ ผมต้องขอโทษที่ไม่อาจพูดกับคุณซึ่งๆหน้าได้ เพราะผมอายความรู้สึกของตัวเองทั้งหมดที่เคยมีต่อคุณ ผมอายความฝันทั้งหมดที่ผมเคยฝันถึงคุณไว้ ผมรู้ว่าคุณคงทำใจได้ยากและคงไม่มี ทางที่คุณจะเข้าใจทั้งหมดในตัวผม” หรั่งต้องหยุดพูดอีกครั้งพยายามกลั้นน้ำตาลูกผู้ชายไม่ให้ไหล แล้วสูดลมหายใจเข้า ก่อนจะตัดสินใจครั้งสำคัญ

“ผมขอแนะนำทางออกที่ รวดเร็วที่สุดสำหรับคุณก็คือ ขอให้คุณเข้าใจเสียว่า ทั้งหมดนี้เป็นความเห็นแก่ตัวของผมเอง เพราะผมจะขอหนีไปให้ไกล หนีไปจากทุกสิ่งที่ผมก่อไว้ในวันนี้ เพื่อรับผิดชอบต่อสิ่งที่ผมไม่ได้เป็นผู้ก่อไว้ในอดีต...ลาก่อนครับ ลืมทุกอย่างที่ผมเคยพูดกับคุณไว้ให้หมดสิ้น มันเป็นแค่ลมปากของคนที่ตกอยู่ในภวังค์เพียงชั่วขณะหนึ่งเท่านั้น” คลิปวีดิโอเล่นมาถึงตรงนี้ แพรวาถึงกับปล่อยโฮ รำไพได้แต่ยืนมองลูกอยู่ห่างๆด้วยความเป็นห่วง เสียงคลิปวีดิโอของหรั่งยังคงพูดต่อเนื่อง

“นับจากวันนี้เป็นต้นไป คุณจะไม่ได้เห็นหน้าผมอีกและอย่าได้คิดตามหาตัวผม เพราะไม่มีวันที่คุณจะหาผมเจอ ผมขอมีชีวิตอยู่กับครอบครัวเล็กๆของผมที่ไม่มีใครรู้จัก เพื่อจะได้ไม่ต้องมีใครช้ำใจมากไปกว่านี้ ดูแลตัวเองให้ดีนะครับ สัญญาว่าจะระลึกถึงคุณเสมอ เท่าที่ผมจะทำได้”

แพรวาขว้างมือถือทิ้ง ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งกับพื้นน้ำตานองหน้า เสียงหรั่งยังดังมาให้ได้ยินๆอีกว่า เธอคงจะไม่เชื่อคำสัญญาจากปากของเขาอีกต่อไปแล้ว แพรวาหันมาเห็นแม่ยืนมองอยู่โผเข้าไปซบอกคร่ำครวญว่า

“ทำไม...ทำไม ถึง เป็นอย่างนี้ เขาทำอย่างนี้ได้อย่างไร เขาทำกับน้องแพรอย่างนี้ได้อย่างไร ทำทำไม ทำเพื่ออะไร แม่จ๋า...ช่วยน้องแพรด้วย”

รำไพไม่รู้จะช่วยลูก อย่างไร ได้แต่ปลอบให้ตั้งสติ และใจเย็นๆก่อน แล้วทุกอย่างจะคลี่คลายเอง แพรวายังคงคร่ำครวญว่าจะมีสติได้อย่างไรในเมื่อไม่เข้าใจว่าหรั่งทำกับเธอ แบบนี้เพื่ออะไร สู้บอกมาตรงๆเลยว่าเธอไม่ดีตรงไหน เลวอย่างไร ยังดีกว่าจะมาบอกว่าเป็นเวรเป็นกรรมอะไรก็ไม่รู้

“แล้วก็ทิ้งน้องแพร ไป อย่างนี้ ทิ้งไปในวันที่เรามีนัดกัน เราตกลงว่าจะตั้งต้นชีวิตคู่ของเราในวันนี้ เราจะมีชีวิตอยู่ด้วยกัน เป็นของกันและกันตลอดไป แต่ทำไมถึงกลายเป็นอย่างนี้ ทำไม...”

“เขาคงมีเหตุผลสำคัญอะไรบางอย่างที่บอกหนูไม่ได้”

“มัน ไม่มีหรอกค่ะเหตุผลสำคัญที่บอกใครไม่ได้ มันไม่มีเหตุผลมากกว่า มันคือความเห็นแก่ตัวจริงอย่างที่เขาว่า เขาคงคิดว่าเขาได้หัวใจน้องแพรไปแล้ว คิดจะปู้ยี่ปู้ยำอย่างไรก็ได้อย่างนั้นหรือ...แม่จ๋า ไม่มีใครทำร้ายน้องแพรได้เจ็บเท่านี้อีกแล้ว แต่น้องแพรจะไม่ยอมให้เขาทำกับน้องแพรข้างเดียวหรอก น้องแพรจะหาตัวเขาจนกว่าจะเจอ จะตามรังควานเขาไม่ว่าเขาจะอยู่ที่ไหน น้องแพรจะตามไปประจานเขา จะเปิดโปงทุกอย่างที่เขาทำกับหนูไว้ จะไม่มีวันปล่อยให้เขามีชีวิตสุขสงบได้อย่างที่เขาต้องการหรอก คอยดูสิ” แพรวายิ่งคิดก็ยิ่งแค้นใจ

ooooooo

หลังจากได้ฟังแพรวาเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ก้อยเถียงหัวชนฝาว่าหรั่งไม่มีวันทำอย่างนั้นเด็ดขาด แพรวายืนยันว่าทำไปแล้ว เขาทิ้งเธอไปเฉยๆอย่างไม่มีเหตุผล ไม่มีคำอธิบายที่ชัดเจน นอกจากคลิปสั้นๆเท่านั้น ก้อยจับน้ำเสียงที่ทั้งรักทั้งแค้นของแพรวาได้ ควานหามือเธอมากุมไว้

“คุณแพรวาคะ ก้อยรู้ว่าหรั่งคิดอย่างไรกับคุณจริงๆนะคะ ถึงก้อยจะมองไม่เห็นแต่ก้อยรู้ว่าทั้งชีวิตของหรั่งมีแต่คุณแพรวาคนเดียวเท่านั้น คุณเป็นเหตุผลเดียวที่ทำให้หรั่งต่อสู้กับอุปสรรคในชีวิตจนมาถึงวันนี้ได้”

“แล้วทำไมวันนี้เขาถึงเลิกล่ะ ทำไมอยู่ๆก็หนีหายไป”

ก้อยมั่นใจว่าหรั่งคงมีปัญหาบางอย่างที่พูดไม่ได้ แพรวาของขึ้นทันที โวยวายลั่นว่านั่นเป็นแค่ข้ออ้างของคนเลวๆคนหนึ่งเท่านั้น ก้อยเถียงแทนว่าหรั่งไม่ใช่คนแบบนั้น

“ก้อยจะมั่นใจได้อย่างไร เขาอาจจะโกหกทุกคนมาโดยตลอดก็ได้ เขาอาจจะมีคนอื่นโดยที่ก้อยไม่รู้ เหมือนที่เขาเคยโกหกก้อยว่ากำลังตามหาพ่อของเขาอยู่ เขาอาจจะแอบมีเมียอยู่ที่ไหนสักที่หนึ่ง แล้ววันนี้เมียเขาอาจจะท้องขึ้นมา เขาก็เลยรู้สึกสำนึกได้ว่าต้องกลับไปอยู่กับลูกกับเมียเขา” แพรวาพูดเป็นตุเป็นตะ

“คุณแพรวาคะ อย่าทำให้ก้อยรู้สึกไม่ดีกับคุณด้วยการพูดจาให้ร้ายหรั่งเลยค่ะ”

แพรวาขอโทษที่อาจจะเพ้อเจ้อไปหน่อย คงเป็นเพราะคิดถึงหรั่งและไม่รู้ว่าจะไปตามหาได้ที่ไหน ก้อยมั่นใจว่าเขาจะต้องกลับมาหาเธอเอง แพรวาขอบใจก้อยมากที่อุตส่าห์นั่งคุยเป็นเพื่อน แล้วขยับจะไป ก้อยนึกอะไรขึ้นมาได้ ถามว่าพิธีฝังศพคุณเผ่าลาภจะจัดขึ้นเมื่อไหร่ เธอเชื่อว่าหรั่งจะต้องไปที่นั่นแน่นอน...

ระหว่างนั่งรถไปกับเผ่าลาภ รำไพยังคาใจไม่หาย ทำไมหรั่งถึงเลือกใช้วิธีนี้แทนที่จะบอกความจริงกับแพรวาไปเลย เผ่าลาภว่าน่าจะเป็นเพราะเขาเองก็ยังไม่อยากเชื่อว่าทั้งหมดนี่เป็นเรื่องจริง ในเมื่อมีโอกาสคลาดเคลื่อนถึงเจ็ดสิบห้าเปอร์เซ็นต์ตามที่หมออังกูรบอก ก็เลยขอพิสูจน์ให้เป็นร้อยเปอร์เซ็นต์เสียก่อน ถึงจะยอมรับว่าเป็นลูกพี่ลูกน้องกับแพรวา รำไพสงสัยจะมีวิธีอะไรมาพิสูจน์ได้อีก เผ่าลาภเองก็ไม่รู้เหมือนกัน

“หรือจะซื้อเวลาเพื่อทำใจ” รำไพตั้งข้อสังเกต เผ่าลาภสรุปว่าอาจจะเป็นอย่างที่เธอพูดก็ได้...

ฝ่ายแพรวาไม่หลับไม่นอน ยังนั่งหน้าเศร้าทำใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นไม่ได้ แม้รำไพจะสงสารลูกจับใจ แต่จำเป็นต้องเข้าไปบอกลูกว่า ถึงเวลาที่ท่านต้องตัดสินใจเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งแล้ว

“แม่ต้องเลือกระหว่างการใช้ชีวิตที่เหลือเพียงลำพังกับคุณป๋าของหนู แต่ต้องอยู่แบบคนไม่มีตัวตน หรือจะเลือกเป็นคุณรำไพคนเดิมที่สุขสบายในคฤหาสน์หลังใหญ่ แต่ต้องรับสภาพเป็นหญิงม่ายและปล่อยให้คุณป๋าของหนูสาบสูญไปเพียงลำพังคนเดียว”

แพรวารู้แก่ใจดีว่าแม่ต้องเลือกอย่างแรก เพราะถ้าเป็นเธอเองก็คงทำแบบเดียวกัน แล้วบอกท่านว่าไม่ต้องเป็นห่วงเธอโตแล้วถึงเวลาที่ต้องอยู่ให้ได้ด้วยตัวเอง

“หนูจะอยู่ในสายตาของแม่และคุณป๋าตลอดเวลา รู้ใช่ไหมจ๊ะ”

“ทราบค่ะ...แล้วแม่จะไปที่ฮวงซุ้ยด้วยไหมคะ”

“ใครๆเข้าใจว่าแม่หัวใจสลายจนไม่อาจทนอยู่ร่วมงานศพคุณป๋าได้ ให้แม่เป็นอย่างที่พวกเขาเข้าใจน่ะแหละ ดีแล้ว” รำไพพูดจบ ดึงลูกมากอดด้วยความรัก

ooooooo

หรั่งอยู่กรุงเทพฯ ต่อไปไม่ได้อีกแล้ว ตัดสินใจเดินทางไปหาผู้จัดการธนาคารเจ้านายเก่าของตัวเองที่เมืองจันทบุรี และที่สำคัญต้องการพบเถ้าแก่เส็งเพื่อจะสอบถามเรื่องราวในอดีตอะไรบางอย่าง แต่มาสายเกินไป หลังจากหรั่งกลับไปคราวก่อนได้ไม่นาน เถ้าแก่เส็งก็ล้มฟาดพื้นหมดสติแล้วไม่ฟื้นขึ้นมาอีกเลย

ครู่ต่อมา ผู้จัดการพาหรั่งไปเคารพศพเถ้าแก่เส็งที่ฮวงซุ้ยแห่งหนึ่งนอกเมืองจันทบุรี เขายืนจ้องหลุมฝังศพเถ้าแก่เส็งอยู่อึดใจ ก่อนจะหันไปถามเจ้านายเก่าว่าเขาตายด้วยอุบัติเหตุหรือ

“อืม หน้ามืดไปเฉยๆ หมอบอกว่าคนแก่สูงวัยก็อย่างนี้แหละ อยู่มาได้ถึงขนาดนี้นี่ถือว่าเก่งแล้ว ที่ผ่านมาดูเหมือนว่าแกจะรออะไรสักอย่าง พอเสร็จแล้วก็ไป”

“รออะไรหรือครับ”

“ไม่รู้สิ ฉันก็ไม่ได้ถามไว้ด้วย ถ้าให้เดาแบบคนไม่รู้ที่มาที่ไปก็ต้องเดาว่าอยู่รอเจอนายนั่นแหละ พอนายไปปุ๊บแกก็เอาแต่นั่งยิ้ม แล้วก็วูบปั๊บเลย”

“ผมคงจะไม่มีที่ไปจริงๆแล้วล่ะครับผู้จัดการ” หรั่งค้อมหัวคำนับศพเถ้าแก่เส็ง แล้วเดินจากไปอย่างไร้จุดหมาย ผู้จัดการนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ ตะโกนบอกหรั่งว่าเถ้าแก่เส็งฝากให้เขามอบสิ่งนี้ให้ แล้วล้วงมือลงไปในแจกันปักดอกไม้หน้าหลุมศพ หยิบแถบผ้าที่ม้วนไว้เป็นก้อนกลมๆออกมา

“มันน่าจะมีความหมายและความสำคัญสำหรับนาย แต่สำคัญอย่างไรฉันก็ไม่อาจรู้ได้”

หรั่งรีบคลี่ม้วนผ้าออกดู ถึงกับงงเมื่อเห็นตัวอักษรจีนเขียนเอาไว้ ผู้จัดการชะโงกหน้ามาดู บอกว่าเป็นตัวเลขสิบตัว หรั่งนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเดาว่าน่าจะเป็นเบอร์โทรศัพท์ แล้วขอตัวออกไปลองกดเบอร์ดูมีสัญญาณว่าโทร.ติดดังขึ้น สักพัก มีคนรับสาย หรั่งละล่ำละลักถามว่าที่นั่นที่ไหน เขากำลังพูดอยู่กับใคร

“ได้เบอร์นี้มาจากไหน” คนปลายสายถามเสียงเครียด

“เถ้าแก่เส็งให้ผม...ผมเดาเอาว่าน่าจะเป็นเบอร์โทรศัพท์”

“ในที่สุดฉันก็ได้พูดกับนายจนได้...ฉันรอวันนี้มานานแล้ว วันที่ฉันได้คลี่คลายเรื่องราวยุ่งเหยิงทั้งหมดเสียที อ้อ...นายคือ หรั่ง นาคำ ใช่ไหม...นายเก่งมากนะ ยืนหยัดอยู่ได้ด้วยตัวเอง ไอ้ตงมันถึงบอกว่าเก่งสมกับเป็น

ลูกชายของฉัน” คำพูดนั้นทำให้หรั่งเย็นวาบไปทั้งตัว ถามด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นว่า

“คุณยังไม่ตาย?”

“นายเป็นคนแรกที่รู้เรื่องนี้ ถ้าไม่นับเฮียเส็ง”

หรั่งต่อว่าคนในตระกูลนี้เป็นอะไรกันหมด ถึงได้สนุกกับการหลอกใครต่อใครว่าตัวเองตายไปแล้ว เผด็จศึกหรือเฮียย้งที่ใครๆคิดว่าตกเขาตายไปแล้ว หัวเราะชอบใจ นึกไม่ถึงว่า
เผ่าลาภจะลอกเลียนแบบวิธีของตนเอง หรั่งทั้งเคืองทั้งน้อยใจ ต่อว่าเขาอีกว่าเห็นแก่ตัว คนในตระกูลมหาโชคตั้งศิริทุกคนคิดถึงแต่เรื่องของตัวเอง เอาตัวเองเป็นใหญ่ไม่เคยนึกถึงความรู้สึกของคนอื่น แม้กระทั่งลูกของตัวเอง

“แล้วการที่ฉันทำทุกวิถีทางเพื่อให้ทารกตัวน้อยๆ

มีชีวิตอยู่จนถึงทุกวันนี้เพื่อให้การตามล่าเอาชีวิตกันจบสิ้นลง อย่างนี้ก็เป็นการเห็นแก่ตัวด้วยอย่างนั้นหรือ...นายยังสวมล็อกเกตไวโอลินอันนั้นอยู่หรือเปล่า”

ชายหนุ่มอยากจะถอดทิ้งให้รู้แล้วรู้รอดไป เฮียย้งถามประชดว่ามันเป็นภาระกับเขามากนักหรือ ไม่อยากเป็นลูกชายของเขาแล้วใช่ไหม หรั่งตอบอย่างชัดถ้อยชัดคำว่าถ้าไม่บาปก็ไม่อยากเป็น เฮียย้งอยากรู้เหตุผล เขาหาว่าเฮียย้งทำให้ชีวิตของเขาพังพินาศ การที่อ้างว่าทำทุกวิถีทางเพื่อให้เขาปลอดภัยแล้วทำไมกลับปล่อยให้เขาระหกระเหินอยู่กับกรรมกรก่อสร้างที่เป็นใครก็ไม่รู้ เฮียย้งรู้ได้อย่างไรว่าเขาจะเอาตัวรอดมาจนทุกวันนี้ได้

“ถ้าผมพลาดพลั้งไประหว่างทางของชีวิต ถ้าผมเกเร ติดยา เสียผู้เสียคน คุณจะยังมีหน้ามาพูดจาอวดอ้างความภาคภูมิใจอย่างนี้ได้อีกไหม คุณรู้ไหมครับ ไม่กี่วันมานี่ ผมเกือบจะได้เป็นผู้ชายที่โชคดีที่สุดในโลกแต่ในขณะเดียวกัน ผมก็เกือบจะทำในสิ่งที่ผิดอย่างมหันต์ ทั้งหมดเป็นเพราะคุณ เพราะคุณคนเดียว คุณมันเห็นแก่ตัวอย่างร้ายกาจที่สุด คุณทำอย่างนี้กับลูกชายของคุณได้อย่างไร ผมเกลียดคุณ ผมไม่อยากมีพ่ออย่างคุณ”

“ฉันเข้าใจว่านายรู้สึกอย่างไร และที่นายพูดมานั้นฉันก็ยอมรับว่าถูกของนาย ฉันเอาเปรียบนาย แต่มันไม่ใช่อย่างที่นายพูดทั้งหมดหรอก เพราะจริงๆแล้วนายไม่ใช่ลูกชายฉัน”

หรั่งหน้านิ่วด้วยความฉงน “ยังไงนะครับ”

“มีเด็กกำพร้าอีกคนหนึ่งที่ถูกเอามาทิ้งในวันเดียวกันนั้น หัวมันเป็นสีแดงเหมือนลูน่าเมียฉันไม่มีผิด ฉันต้องการให้ลูกชายฉันมีชีวิตอยู่อย่างปลอดภัยและไม่ถูกตามล่าในภายหลัง ฉันจึงผูกล็อกเกตไว้ที่คอเด็กกำพร้าคนนั้นและบอกลุงนุ้ยว่าเขาคือลูกชายของฉัน ซึ่งทุกคนก็เชื่อสนิทใจ”

ทันใดนั้น ภาพในอดีตผ่านเข้ามาในความทรงจำของเฮียย้งเหมือนเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน เด็กทารกซึ่งเป็นลูกชายของเขานอนอยู่บนเบาะข้างพระสงฆ์ที่นั่งวิปัสสนาอยู่ใต้กลดกลางป่า เฮียย้งเล่าเพิ่มเติมอีกว่า

“ส่วนเลือดเนื้อเชื้อไขที่แท้จริงของฉัน ไปอยู่กับหลวงพ่อวัดป่า ไม่น่าเชื่อว่าจะมีคนมาขอไปเลี้ยงและก็เป็นคนในชุมชนเดียวกันกับลุงนุ้ยเสียด้วย แถมยังมีเครื่องดนตรีมากมายให้ลูกชายฉันได้หยิบจับเล่นได้ตามใจชอบอีกต่างหาก สุดท้ายเด็กทั้งสองคนนั้นได้กลายเป็นเพื่อนรักกันในที่สุด”

“ไอ้โบ้” หรั่งร้องเอะอะทั้งตกใจระคนแปลกใจ

เฮียย้งคุยว่าคอยเฝ้าดูทั้งหรั่งและโบ้มาโดยตลอด มีหลายครั้งที่เขาอยากเปิดเผยตัวออกมา แต่เมื่อใดที่เห็นทั้งคู่มีความสุข แม้จะเป็นความสุขตามอัตภาพ แต่ก็สุขใจและปลอดภัยกว่าการเป็นทายาทในตระกูลใหญ่ที่เต็มไปด้วยความขัดแย้ง เอาเป็นเอาตายถึงชีวิต

“โบ้เขายังไม่รู้หรอกว่าเขาคือใคร ถ้านายไม่บอกเขา ฉันก็ไม่ว่า เพราะในที่สุดแล้วตระกูลของฉันก็ผ่านพ้นวิกฤติมาได้เพราะนายมีส่วนไม่น้อย หลานสาวของฉันแข็งแกร่งได้ก็เพราะนาย...นายอยากจะเป็นพี่ชายเธอหรือเป็นมากกว่านั้นก็ตัดสินใจเอาเอง...รีบๆเข้าหน่อยก็แล้วกัน”

“จะมีใครเชื่อผมไหมว่าผมได้คุยกับคุณ”

“ไม่มีทาง เพราะฉันเป็นคนที่ตายไปพร้อมกับรถที่ตกเขานานหลายสิบปีแล้ว”

“แล้วผมจะบอกคุณเผ่าลาภอย่างไร”

“ไม่เห็นต้องบอก ในเมื่อเขาก็เป็นคนที่ตายไปแล้วเหมือนกันไม่ใช่หรือ” เฮียย้งวางสาย ถอนหายใจ โล่งอก แล้วโยนโทรศัพท์มือถือทิ้งลงบ่อน้ำเบื้องหน้าตัวเอง

ooooooo

หรั่งยังคงยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น หลายสิ่งหลายอย่างที่เพิ่งรับรู้ ทำให้โล่งใจอย่างบอกไม่ถูก ผิดจากก่อนหน้านี้ลิบลับ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นกะทันหันเสียจนทำให้เขานึกไม่ออกว่าจะทำอย่างไรต่อไปดี ทันใดนั้น ผู้จัดการธนาคารเจ้านายเก่าของเขาโผล่พรวดพราดเข้ามา หรั่งปราดเข้าไปหาด้วยความดีใจ

“ผู้จัดการครับ ขอบคุณมากครับ ขอบคุณที่พาผมมาที่นี่ ขอบคุณสำหรับทุกสิ่งทุกอย่าง”

“อย่าเพิ่งขอบอกขอบใจฉันเลย นายรีบไปกาญจนบุรีก่อนดีกว่า”

“มีอะไรหรือครับ”

“คุณแพรวาอยู่ที่นั่น วันนี้มีพิธีฝังศพคุณเผ่าลาภ คุณแพรวาและญาติพี่น้องทุกคนจะไปร่วมพิธีที่นั่น”

“ผมเป็นคนนอกไม่ต้องรีบก็ได้มั้งครับ”

“แต่สายข่าวแถวนี้ลือกันให้แซ่ดว่า จะมีคนที่ไม่ประสงค์ดีเดินทางไปร่วมพิธีนี้ด้วย นายควรจะรีบไหมล่ะ เอารถฉันไป น้ำมันมีเต็มถัง เหยียบให้สุดๆไปเลย”

“ขอบคุณครับ” หรั่งซาบซึ้งน้ำใจของเจ้านายเก่าสุดๆ

“เอาปืนของฉันติดไปด้วย ถ้าใช้ไม่เป็นก็รีบๆหัดเสีย” ผู้จัดการว่าแล้วส่งกุญแจรถกับกระเป๋าหนังใส่ปืนให้ จากนั้นหรั่งรีบโทร.ขอแรงเท่ห์ เช็งกับโบ้ให้มาช่วย และเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา จึงนัดให้พวกนั้นมาเจอกันระหว่างทางไปกาญจนบุรี ไม่นานนัก หรั่งมาถึงจุดนัดพบ กลับมีเพียงเท่ห์กับเช็งเท่านั้นที่วิ่งมาขึ้นรถ

“ไอ้โบ้ล่ะ กูมีเรื่องอยากจะคุยกับมันเยอะเลย”

“ไปงานฝังศพคุณเผ่าลาภเนี่ยแหละ มันพาก้อยไป ยายก้อยอยากไปเคารพศพคุณเผ่าลาภ” เท่ห์รายงานหรั่งพยักหน้ารับรู้ ก่อนจะเร่งเครื่องรถขับเคลื่อนสี่ล้อที่ผู้จัดการให้ยืมออกไปอย่างรวดเร็ว

“ไอ้เท่ห์ ไอ้เช็ง...พวกมึงจะเปลี่ยนใจก็ได้นะ”

“เพื่อนตายเปลี่ยนใจกันไม่ได้ง่ายๆหรอก” เช็งพูดจบเปิดกระเป๋าหนังที่วางอยู่ข้างๆหรั่ง หยิบปืนขึ้นมาดูเท่ห์โวยวายลั่นว่าอย่าหันปากกระบอกปืนมาทางตนเด็ดขาด เขารีบเก็บปืนไว้ในกระเป๋าอย่างเดิม...

บ่ายวันเดียวกัน ที่ฮวงซุ้ยของตระกูลมหาโชค–ตั้งศิริ แพรวา กัมปนาท ลินจง ชาติชายและกันทิมามารวมตัวกันอยู่หน้าหลุมฝังศพเผ่าลาภ โดยมีโบ้ประคองก้อยตามเข้ามาสมทบ

“ซ้อรำไพล่ะน้องแพร”

“เป็นลมเข้าโรงพยาบาลไปอีกแล้วเมื่อคืนนี้เองค่ะอาเจ็กฮุย”

“เจ๊ฮุ้งล่ะ”

“ตามลูกตามผัวไปเมืองนอกแล้ว ผิดหวังที่น้องแพรไม่ขาย M.S.” ลินจงตอบคำถามแทนหลานสาว สักพักบารมีจึงตามเข้ามายืนด้านหลัง ห่างจากคนอื่นๆ เล็กน้อย...

อีกด้านหนึ่งบริเวณเนินเขาใกล้ฮวงซุ้ย มือปืนสามคนกระจายตัวกันซุ่มอยู่รอบๆ โดยไม่มีใครทันสังเกตเห็น ในมือของทั้งสามคนมีปืนยาวติดลำกล้อง หนึ่งในนั้นเล็งปืนตามแพรวาทุกฝีก้าว...

ทุกคนที่มาในงานฝังศพเผ่าลาภต้องแปลกใจเมื่อเห็นตะวันฉายมาร่วมงานด้วย เขาไม่สนใจสายตาที่จ้องมองเขาเป็นตาเดียวกัน เดินเข้ามายืนข้างๆบารมี ทักทายโดยไม่ได้มองหน้าว่านานแล้วที่ไม่ได้เจอหน้าค่าตากัน

“แต่ฉันนึกอยู่แล้วว่าต้องได้เจอแกที่นี่” บารมีขบกรามแน่นด้วยความแค้น

ooooooo

เมื่อญาติพี่น้องมากันพร้อมหน้า พิธีฝังศพเผ่า-ลาภตามประเพณีจีนก็เริ่มต้นขึ้น ชาติชายซึ่งยืนอยู่ใกล้ๆกันทิมาเอ่ยขึ้นพอให้ได้ยินกันสองคนว่า

“ผมเพิ่งรู้ว่าทำไมคุณถึงไม่ยอมเริ่มต้นใหม่กับผม”

กันทิมาได้แต่มองหน้าชาติชายไม่ยอมพูดอะไรทั้งสิ้น...

พิธีฝังศพยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง บารมีซึ่งยืนอยู่ข้างตะวันฉายพูดขึ้นลอยๆว่า เคยรู้บ้างไหมว่าเขาเลวเหมือนใคร ตะวันฉายฉีกยิ้มอย่างไม่สะทกสะท้าน ก่อนจะเหน็บแนมกลับว่า

“คุณมีดีกว่าผม แค่ตรงที่โง่กว่าเท่านั้นเอง”

“เดี๋ยวก็รู้...ทั้งตำรวจทั้งนักข่าวจะมารวมตัวกันที่นี่ อีกไม่นานนี้แหละ” บารมีเป็นฝ่ายฉีกยิ้มบ้าง...

ด้านหรั่งบึ่งรถมาถึงเชิงเขาใกล้ฮวงซุ้ยของตระกูลมหาโชคตั้งศิริ มองขึ้นไปบนเนินเขาเห็นมือปืนคนหนึ่งกำลังเล็งปืนไปยังหุบเขาด้านล่าง ส่วนเนินเขาอีกด้านหนึ่ง มีมือปืนอีกสองคนซุ่มอยู่ หรั่งรีบสั่งการทันที

“ไอ้เท่ห์ ขับต่อที...ขึ้นไปบนเขาลูกนั้น เจอใครชนได้เลย”

เท่ห์เอื้อมมือมาจับพวงมาลัยรถ ขณะที่หรั่งพุ่งตัวออกมาจากรถ แล้วม้วนตัวกลิ้งตรงไปทางเนินเขาที่มือปืนคนเดียวซุ่มอยู่ ขณะมือปืนกำลังรอให้เป้าหมายอยู่นิ่งๆนานพอจะยิงได้ หรั่งตะโกนเตือนแพรวาเสียงลั่นให้ระวังตัว มือปืนตกใจ รีบเหนี่ยวไกทำให้กระสุนพลาดเป้าสำคัญถากแค่ไหล่แพรวาเท่านั้น เธอล้มลงท่ามกลางเสียงหวีดร้องของผู้มาร่วมงาน ซึ่งพากันแตกตื่นวิ่งหนีตายกันอลหม่าน

ตะวันฉายไม่พอใจมากถึงกับสบถคำหยาบเสียงลั่นที่มือสังหารของตนพลาดเป้า มือปืนอีกสองคนที่ซุ่มอยู่บนเนินเขาอีกลูกหนึ่ง ขยับตัวออกจากที่กำบัง เตรียมจะยิงซ้ำ พลันรถขับเคลื่อนสี่ล้อที่เท่ห์ขับ พุ่งเข้าหาอย่างรวดเร็ว มือปืนตกใจ พากันแตกกระเจิงไปคนละทิศละทาง เท่ห์กับเช็งกระโจนเข้าหามือปืนทั้งสองคน ประเคนทั้งหมัดและเข่าใส่อุตลุด

เช่นเดียวกับหรั่งพุ่งเข้าใส่มือปืนคนแรก ซึ่งกำลังจะหนี พยายามจะแย่งปืนมาให้ได้ ส่วนกัมปนาทที่อยู่ใกล้หลุมฝังศพรีบดึงตัวแพรวาหลบเข้าที่กำบัง เธอจำได้ว่าเสียงตะโกนเป็นเสียงของหรั่ง พยายามโผล่ขึ้นไปมองบนเนินเขาด้วยความเป็นห่วง กัมปนาทต้องคอยดึงให้หมอบต่ำๆไว้ ไม่อยากให้เธอตกเป็นเป้านิ่งอีก

ooooooo

ตะวันฉายซึ่งหลบอยู่หลังต้นไม้ใหญ่ไม่ห่างกันนัก ชักปืนขึ้นมาเล็งไปยังแพรวา แต่ยังไม่ทันจะเหนี่ยวไก บารมีย่องมาทางด้านหลังเอาปืนจ่อหัวเขาไว้เสียก่อน

“ง่ายไปหน่อยไหมหลานชาย”

ทันใดนั้น มีเสียงปืนดังมาจากเนินเขา บารมีหันขวับไปมอง ตะวันฉายฉวยโอกาสกระแทกด้ามปืนใส่เขาจนหน้าหงาย ชาติชายเห็นพี่ชายเสียท่าพุ่งเข้าไปล็อกคอตะวันฉายล้มกลิ้งไปด้วยกัน

มีเสียงปืนดังขึ้นอีกหนึ่งนัดก้องไปทั้งหุบเขา พร้อมๆกับร่างของมือปืนซึ่งถูกหรั่งยิงใส่ล้มลงจมกองเลือด เสียงปืนทำให้ชาติชายชะงัก ตะวันฉายได้ทีสะบัดหนีจนเป็นอิสระ คว้าปืนขึ้นมายิงต้นขาชาติชายถึงกับทรุดฮวบ แพรวาทนต่อไปไม่ไหว โผล่ออกจากที่กำบัง กัมปนาทพยายามจะคว้าตัวไว้แต่ไม่ทัน เธอร้องท้าทายตะวันฉายอย่างไม่เกรงกลัว

“แกต้องการจะยิงฉันใช่ไหม”

ตะวันฉายย่างสามขุมเข้าไปหาแพรวาด้วยสีหน้าเยือกเย็น “ใช่...พี่บอกแล้วไง ในเมื่อเราจบแบบแฮปปี้เอนดิ้งไม่ได้ มันก็ต้องจบแบบโศกนาฏกรรมอย่างนี้แหละ”

อ่านละคร สุภาพบุรุษลูกผู้ชาย ตอนที่ 15 วันที่ 31 ต.ค. 56

สุภาพบุรุษลูกผู้ชายบทประพันธ์โดย ศรัณยู วงษ์กระจ่าง
สุภาพบุรุษลูกผู้ชาย บทโทรทัศน์โดย เมจิก อีฟ
สุภาพบุรุษลูกผู้ชายกำกับการแสดงโดย ศรัณยู วงษ์กระจ่าง
สุภาพบุรุษลูกผู้ชายผลิตโดย บริษัท คลิกเทเลวิชั่น จำกัด
สุภาพบุรุษลูกผู้ชายแนวละคร : ดราม่าเข้มข้น
สุภาพบุรุษลูกผู้ชายวันเวลาออกอากาศ ทุกวันจันทร์ และวันอังคาร เวลา 20.30 น.
ติดตามชมละครเรื่องสุภาพบุรุษลูกผู้ชายได้ทางช่อง 7 สีทีวีเพื่อคุณ
ที่มา ไทยรัฐ