อ่านละคร สุภาพบุรุษลูกผู้ชาย ตอนที่ 14 วันที่ 26 ต.ค. 56

อ่านละคร สุภาพบุรุษลูกผู้ชาย ตอนที่ 14 วันที่ 26 ต.ค. 56

พอแสงเทพได้รับรายงานจากมือปืนว่าแผนสังหารหรั่งล้มเหลวไม่เป็นท่า รีบโทร.หาตะวันฉายซึ่งยังนอนหลับอยู่ข้างๆแองจี้ที่สลบไสลเพราะฤทธิ์ยาเสพติด

“ฮัลโหล คุณอา มีอะไรหรือครับ ร้อนใจแต่เช้าเลยหรือครับคุณอา”

“ไม่ได้เพิ่งร้อนนะหลาน อาร้อนใจมาหลายวันแล้ว พักนี้โดนไล่บี้จากหลายด้าน เด็กที่ส่งไปเก็บไอ้หรั่งก็ทำไม่สำเร็จ ไม่รู้มันจะโผล่มาปูดเรื่องราวอะไรเมื่อไหร่ อาก็เลยคิดว่า ถ้าเราเทกโอเวอร์ M.S ของมันได้เร็วเท่าไหร่ ข่าวคราวต่างๆก็น่าจะเงียบลงเร็วเท่านั้น”


ตะวันฉายกำลังตามเรื่องให้อยู่ ขอให้แสงเทพใจเย็นๆก่อน สายของเขาที่อยู่ในบริษัทนั้นรายงานว่าสภาพคล่องทางการเงินของบริษัทกำลังย่ำแย่ แสงเทพขอให้เร่งมือขึ้นอีกหน่อย และยังมีเรื่องต้องรบกวนตะวันฉายอีกหนึ่งเรื่อง คือทางฝ่ายกฎหมายของเขาแนะนำว่ายังไม่ควรเปิดตัวเรื่องเข้าไปเทกโอเวอร์ บริษัท M.S. เพราะนักข่าวกำลังตามไล่บี้เขาอยู่ ดังนั้นช่วงแรกนี้ อาจต้องอาศัยชื่อและเครดิตของตะวันฉายไปก่อน

“เงินของอา ชื่อเป็นของผม โอเคครับ”

“แล้วก็บอกพ่อของหลานด้วยนะ เพลาๆการให้สัมภาษณ์ที่มันพาดพิงถึงอาหน่อย อย่าลืมว่าแผนการทั้งหมดน่ะ เรามีส่วนร่วมกันครึ่งๆนะหลานชาย อาไม่ยอมซวยคนเดียวหรอกจำไว้ อ้อ...ดูแลแองจี้หลานอาให้ดีด้วย อย่าทำให้เธอต้องเสียใจ ไม่งั้นล่ะน่าดู” แสงเทพขู่ทีเล่นทีจริงโดยไม่รู้ว่าหลานสาวตัวเองติดยางอมแงม...

ในระหว่างที่แสงเทพหวังจะใช้ตะวันฉายเป็นนอร์มินีในการเทกโอเวอร์บริษัท M.S. หรั่งอดสงสัยไม่ได้ว่าเจ้านายเก่าของตัวเองมาทำอะไรอยู่ที่จันทบุรี ได้ความว่าตั้งแต่หรั่งก้าวออกจากธนาคาร เขาก็กลายเป็นคนขี้เบื่อ อยากจะหาอะไรที่ท้าทายเหมือนที่หรั่งทำบ้าง ชายหนุ่มปฏิเสธว่าตนเองไม่ได้ทำไร่อย่างเขาสักหน่อย

“แต่นายมีความมุ่งมั่นที่ฉันแอบยึดเอาเป็นเยี่ยงอย่าง นั่นแหละคือที่มาของสวนผลไม้ 150 ไร่ของฉันวันนี้”

“กำไรดีไหมครับ”

“อาจจะน้อยกว่าพลอยทั้งหมดที่นายถือมา บวกกับรางวัลนำจับนายว่ะ นายหรั่ง นาคำ”

หรั่งขมวดคิ้ว ด้วยความสงสัย โดยไม่ล่วงรู้เลยว่าตำรวจยกกำลังมาล้อมบ้านของอดีตผู้จัดการเอาไว้...

ในเวลาต่อมา ขณะแพรวากำลังนั่งกินข้าวอยู่กับลินจงภายในบ้านของเธอเอง กันทิมาเข้ามาแจ้งว่าทางตำรวจเจอตัวหรั่งที่ตลาดพลอยเมืองจันทบุรี ทั้งพลอยและจิวเวลรี่ทั้งหมดของเรา เขาเอาไปขายเกลี้ยงแล้ว

“เฮ้อ ความโลภนี่ไม่เข้าใครออกใคร...แล้วตำรวจจับตัวนายหรั่งหรือยัง” ลินจงพูดจบถอนใจอย่างปลงๆ

“ยังค่ะ เจ้าหน้าที่ยังสะกดรอยตามอยู่ เผื่อจะสาวไปถึงตัวผู้ที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมด”

แพรวาทนฟังต่อไปไม่ไหว ขอตัวไปดูแม่ที่โรงพยาบาล แล้วค่อยไปเจอกันที่วัด ลินจงสั่งส้มให้ไปตามนายสยามมาขับรถให้ แต่เธอขอขับเอง แล้วลุกออกไปเลย...

ระหว่างทางไปโรงพยาบาล แพรวาหวนคิดถึงคืนวันเก่าๆที่เคยมีกับหรั่ง ตั้งแต่เจอกันครั้งแรกที่เธอคิดว่าเขาเป็นมอเตอร์ไซค์รับจ้าง เรื่อยมาจนกระทั่งวันที่เธอทะเลาะกับตะวันฉาย แล้วหนีลงจากรถมานั่งร้องไห้อยู่ข้างถนนมืดๆเปลี่ยวๆตามลำพัง ถ้าคืนวันนั้นไม่เจอหรั่ง เธอก็ไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างไร

แพรวายังหวนคิดถึงภาพความสุขสนุกสนานตอนที่หรั่งพาเธอมาเต้นรำบนดวงจันทร์ริมแม่น้ำ ทุกความประทับใจยังตราตรึงไม่หาย แต่ยิ่งคิดกลับยิ่งเจ็บใจที่เขาทรยศต่อความไว้เนื้อเชื่อใจของเธอ วางแผนฆ่าได้แม้กระทั่งคุณป๋าซึ่งดีกับเขาทุกอย่าง

ooooooo

บ่ายวันเดียวกัน บารมีอยากจะเข้าไปกราบศพเผ่าลาภแต่ไม่กล้า แม้บนศาลาสวดศพจะไร้ผู้คนก็ตามเขาได้แต่ยืนมองอยู่ห่างๆ ลุงแก่ๆ คนหนึ่งสวมหน้ากากอนามัยและหมวกปีกกว้างจะเข้ามากวาดศาลา ร้องทักบารมีว่าจะมาไหว้ศพหรือ ยังหัววันอยู่เลย เจ้าภาพก็ยังไม่มา แต่ถ้าจะไหว้ตอนนี้ตนจะไปหาธูปมาให้

บารมีส่ายหน้า เป็นจังหวะเดียวกับมีรถตู้ของบริษัท M.S. แล่นมาจอดหน้าศาลา กันทิมาและลินจงลงจากรถพร้อมกับดอกไม้ ธูปเทียนหอบใหญ่ บารมีรีบชิ่งหนีก่อนจะมีใครเห็น สักพักพนักงานของบริษัทที่มาช่วยงานศพก็มาถึง กันทิมายื่นกระดาษให้พวกนั้นปึกหนึ่งพร้อมกับสั่งให้ปิดประกาศเหล่านี้ให้ทั่วบริษัท

“แล้วก็โทร.แจ้งพนักงานระดับหัวหน้าฝ่ายและรองทุกคนให้เข้าทำงานตามปกติหลังงานศพคุณเผ่าลาภ”

“บริษัทเรายังไม่ปิดกิจการใช่ไหมคะ” พนักงานถามเสียงอ่อย พอรู้ว่าตอนนี้ยังไม่มีแผนจะทำอย่างนั้นต่างพากันสบายใจ ก่อนจะแยกย้ายกันออกไป กันทิมาทรุดตัวลงนั่งเก้าอี้ใกล้ๆ หยิบยาดมขึ้นดมแก้วิงเวียน ชาติชายเดินเข้ามาทางด้านหลัง ร้องทักว่าเธอน่าจะพักผ่อนเสียบ้าง แล้วหย่อนตัวลงนั่งข้างๆ

“หลังจากวันนั้น ที่คุณไปหาผมที่เหมือง เรายังไม่ได้คุยกันอีกเลย...เฮียหั่งมาไหว้ศพหรือยัง”

กันทิมาส่ายหน้าแทนคำตอบ ชาติชายร้อนตัวรีบอธิบายว่าแก้มเป็นเพื่อนของตอง เป็นเด็กมีปัญหาคนหนึ่งที่เขาช่วยเหลือไว้ ตอนนี้เธอไปเรียนต่อเมืองนอกแล้ว กันทิมาอยากรู้ว่าเขามาบอกเรื่องนี้กับเธอทำไม

“เผื่อคุณอยากจะรู้เรื่องราวของผมบ้าง กัน...ผมอยากเริ่มต้นใหม่”

“...ยังไม่ใช่ตอนนี้ค่ะ” กันทิมาพูดจบลุกหนีไปหน้าตาเฉย ทิ้งให้ชาติชายนั่งอึ้งอยู่ตรงนั้น...

แพรวามาถึงงานศพด้วยสีหน้าหม่นหมอง เข้าไปนั่งหน้าโลงศพแล้วจุดธูป อธิษฐานในใจถึงคุณป๋าของตัวเองเป็นเชิงตัดพ้อต่อว่า เห็นหรือยังว่าหรั่งคนเก่งคนดีที่ท่านชื่นชมเป็นอย่างไร ที่แท้ก็เป็นแค่ผู้ชายลวงโลกหลอกลวงสารพัด เธออุตส่าห์ไว้เนื้อเชื่อใจ ยกให้เป็นฮีโร่แต่เขากลับทรยศหักหลัง เธออยากให้คุณป๋ามาเห็นกับตา อย่างน้อยก็จะได้บอกเธอได้ว่าควรจะทำอย่างไรกับวีรบุรุษจอมปลอมคนนี้ แพรวาอธิษฐานเสร็จ ปักธูปลงในกระถางแล้วกลับไปนั่งประจำที่ประธานในพิธี สักพักลินจงเข้ามานั่งข้างๆ ถามว่าซ้อใหญ่เป็นอย่างไรบ้าง

“แม่ขอไปอยู่เชียงราย ทนดูงานศพคุณป๋าไม่ได้ หมอก็เห็นว่าดีต่อสุขภาพของแม่”

“อาโกมีข่าวดีสองเรื่องจะมาบอก อยู่ๆ ก็มีคนจากบริษัทประกันมาหาอาโก เขาบอกว่าเขาสามารถเคลมค่าเสียหายจากบริษัทจินดาเซอร์วิสได้ ที่อบยาให้เราไม่เรียบร้อย”

“เรามีประกันด้วยหรือ”

ลินจงเองก็ไม่เคยรู้มาก่อน คงเป็นเผ่าลาภที่ทำประกันเอาไว้ นี่ยังงงๆ ว่าบริษัทประกันตามตัวเธอเจอได้อย่างไร ส่วนข่าวดีเรื่องที่สองก็คือ สายของตำรวจรายงานว่าหรั่งอยู่กรุงเทพฯแล้ว และตอนนี้กำลังมุ่งหน้ามาที่นี่...

เป็นจริงอย่างที่สายของตำรวจส่งข่าวมา ไม่นานนัก หรั่งมาถึงศาลาสวดศพเผ่าลาภ เดินดุ่มๆ เข้าไปกราบหน้าโลงศพโดยไม่พูดจากับใคร แพรวาแค้นจัดปรี่เข้าไปถามเขาว่าหายไปไหนมา

“ผมขอโทษ...ที่กลับมาหาคุณช้าไป...” ยังไม่ทันขาดคำ แพรวาตบหรั่งฉาดใหญ่จนหน้าหัน ตำรวจนอกเครื่องแบบที่วางกำลังอยู่โดยรอบกรูเข้าไปจับหรั่งใส่กุญแจมือ ตั้งข้อหาลักทรัพย์และวางแผนฆ่าโดยเจตนา

ooooooo

แพรวาต้องแปลกใจเมื่อมาถึงห้องทำงานแล้วพบดอกไม้ช่อใหญ่วางอยู่บนโต๊ะ หยิบการ์ดที่แนบกับช่อดอกไม้ขึ้นมาอ่าน พอเห็นว่าตะวันฉายเป็นคนส่งมาให้ เธอจับโยนทั้งหมดลงถังขยะอย่างไม่แยแส มีเสียงเจ้าของช่อดอกไม้ดังขึ้นจากด้านหลัง

“แน่ใจนะว่าอ่านการ์ดของพี่ครบทุกคำแล้ว”

“คิดว่าไม่จำเป็น” เสียงห้วนของแพรวาบ่งบอกชัดเจนว่าไม่เหลือเยื่อใยกับผู้ชายตรงหน้าอีกต่อไปแล้ว

ตะวัน ฉายพยายามง้อขอคืนดี แพรวายืนกรานว่าเราสองคนเลิกกันแล้ว เขามาที่นี่ต้องการอะไรกันแน่ให้รีบบอกมาก่อนที่เธอจะไม่มีอารมณ์ฟัง ตะวันฉายไม่อ้อมค้อม ขอซื้อบริษัท M.S.Group และบริษัทในเครือจากเธอ แต่ซื้อในนามของบริษัทเทพทอแสง

“อ้อ...เลิกส่งปลาสลิดเพื่อไปทำธุรกิจกับนายแสงเทพนี่เอง” แพรวาแดกดัน

“พี่แค่เป็นตัวกลาง ติดต่อให้”

“ขายเมื่อไหร่จะบอก...เชิญ...ดิฉันขอทำงานค่ะ” แพรวาไล่ทางอ้อม ตะวันฉายรู้สึกเสียหน้าไม่น้อย...

ทันที ที่รู้ข่าวว่าหรั่งถูกจับ ก้อย โบ้ เท่ห์และเช็งพากันมาเยี่ยมที่ห้องขัง ก้อยพยายามจะซักถามว่าเกิดอะไรขึ้น หรั่งกลับเฉไฉไม่พูดถึง ย้อนถามทุกคนว่าเป็นอย่างไรกันบ้าง โบ้คุยว่าพวกเรามีงานประจำทำกันแล้ว

“ก้อย ได้เล่นดนตรีออกทัวร์คอนเสิร์ต พี่โบ้ได้ร้องเพลงด้วย บางทีก็เล่นกีตาร์กับก้อย” ก้อยช่วยเล่าอีกแรงหนึ่ง ส่วนเท่ห์กับเช็ง บางวันก็ได้เป็นคอรัสบางวันก็ได้ เป็นหางเครื่อง แต่ที่แน่นอนที่สุดคือได้งานเป็นเด็กขนเครื่องดนตรี ก้อยอดเป็นห่วงหรั่งไม่ได้ ถามว่าแพรวามาเยี่ยมบ้างหรือเปล่า เขาตอบเสียงเศร้าว่าไม่ได้มา

“หรั่งจำไว้นะ ไม่ว่าใครจะพูดอย่างไรก็ตามก้อยรู้ว่าหรั่งเป็นคนดีเสมอ” ก้อยพูดจบเอากล่องของขวัญที่หรั่งฝากน้าเบิ้มไว้ยื่นให้

“นี่อะไรหรือหรั่ง ก้อยอยากรู้ว่ามีอะไรอยู่ในนี้ หรั่งแกะให้ดูหน่อยสิ”

หรั่งแกะห่อของ ขวัญออก หยิบสร้อยคอห้อยล็อกเกตรูปไวโอลินสีเงินขึ้นมาแล้วบอกว่าสร้อยเส้นนี้ติดตัว เขามาตั้งแต่เกิด เขาตั้งใจไว้นานแล้วว่าวันหนึ่งจะให้ก้อย และวันนั้นจะเป็นวันที่เธอมีความสุขที่สุด

“ซึ่งก็คือวันนี้ไง วันที่ก้อยมีงานที่ดี มีคนที่ดีอย่างพี่โบ้อยู่ใกล้ๆ...มา หรั่งจะสวมให้นะ”

“วัน ที่ก้อยจะมีความสุขที่สุดคือวันที่หรั่งพ้นจากข้อกล่าวหาต่างหาก หรั่งเก็บมันไว้ก่อนนะ ออกมาเมื่อไหร่ แล้วค่อยสวมให้ก้อย...ก้อยจะรอ” ก้อยคว้าสร้อยคอมา จากมือหรั่งแล้วสวมให้เขาแทนที่ จ่าเวรเข้ามาแจ้งว่าหมดเวลาเยี่ยมแล้ว อีกสักครู่เจ้าหน้าที่จะต้องย้ายตัวผู้ต้องหา ก้อยอยากรู้ว่าจะย้ายไปไหน

“เพื่อผลทางรูปคดี เรายังบอกไม่ได้”

ก้อยอาสาจะไปบอกแพรวาให้เองว่าหรั่งไม่ได้เป็นคนทำเรื่องเลวร้ายเหล่านี้ เขาปฏิเสธว่าไม่ต้อง ปล่อยให้เป็นไปตามกรรมจะดีกว่า...

ในขณะเดียวกัน รำไพโทร.ติดต่อหมออังกูรซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล

“หมอ อังกูรคะ ดิฉันต้องขอโทษที่ไม่ได้ติดต่อผ่านทางเลขาฯคุณหมอ แต่ดิฉันมีเรื่องสำคัญที่รอไม่ได้จริงๆค่ะ...ค่ะ ใครๆก็บอกว่าต้องคุณหมออังกูรเท่านั้น ที่แม่นยำเรื่องนี้มากที่สุด”

ooooooo

เลิก งานแล้ว แต่แพรวายังไม่ยอมกลับ นั่งเหม่อลอยออกไปนอกห้องทำงานด้วยสีหน้าหม่นหมอง ยิ่งหวนคิดถึงคืนนั้นที่อยู่ในอ้อมกอดของหรั่ง และเขาสัญญาว่าถ้าเธอหลับตา เขาจะเป็นทุกอย่างที่เธออยากให้เป็น

“นายจะไม่ปล่อยให้ฉันต้องเผชิญหน้ากับปัญหาเพียงลำพัง”

“จะ อยู่เคียงข้างคุณตลอดไป จะเป็นกำลังใจให้คุณตราบจนสิ้นลมหายใจ” เสียงกระซิบของหรั่งยังคงดังก้องอยู่ในหู ยิ่งคิดแพรวายิ่งสะเทือนใจ...

ระหว่าง นั่งรถมากับนายสยาม แพรวาหลับตาเอนตัวพิงกระจกสีหน้าอมทุกข์หวังว่าเมื่อลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง ทุกอย่างจะเป็นแค่ความฝัน นายสยามมองเจ้านายสาวทางกระจกส่องหลังด้วยความเห็นใจและสงสาร ไม่นานนัก รถที่แพรวานั่ง มาหยุดที่บ้านกลางทุ่งซึ่งเผ่าลาภยกให้หรั่ง เธอถามทั้งที่ยังหลับตาว่าถึงบ้านแล้วหรือ นายสยามไม่ตอบ ได้แต่ลงมาเปิดประตูรถให้ หญิงสาวก้าวลงจากรถมองไปรอบๆอย่างไม่คุ้นตา

“น้าหยามพาน้องแพรมาที่ไหนเนี้ย”

“ผม อยากให้คุณหนูแพรวาได้เห็นอะไรบางอย่าง... เชิญทางนี้ครับ” นายสยามเดินนำแพรวาเข้าไปในบ้าน เธอถึงกับชะงักเมื่อเห็นข้าวของเครื่องใช้ของเผ่าลาภถูกจัดวางไว้อย่างเป็น ระเบียบ จากนั้น เดินไปหยุดหน้ารถเข็นซึ่งบนที่นั่งมีกล้องดูดาววางอยู่กับหนังสือเกี่ยวกับ ดวงดาวและรูปถ่ายหน้าศพของเผ่าลาภ

“ข้าวของของคุณป๋ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร”

แพรวาเหลือบเห็นโน้ตบุ๊กวางอยู่บนโต๊ะ เอื้อมไปกดปุ่ม play พลันมีเสียงเผ่าลาภเรียกเธอดังขึ้น หญิงสาวถึงกับสะดุ้ง หันไปมองนายสยามกลับพบแต่ความว่างเปล่า เสียงของเผ่าลาภยังคงดังต่อเนื่อง

“แพร วาลูกรัก ป๋าใช้เวลาเกือบหกสิบปีกว่าจะเดินทางมาถึงวันนี้ได้ มันช่างเป็นเวลาที่นานแสนนานเหลือเกิน ป๋าจึงพยายามที่จะให้น้องแพรใช้เวลาน้อยที่สุดที่จะไปให้ถึงวันที่น้องแพร ประสบความสำเร็จ ป๋ารู้ว่าหนูเหนื่อยแต่จำไว้นะลูก คนทุจริตเท่านั้นที่ได้อะไรง่ายๆโดยไม่ต้องออกแรงและเขาก็จะพบจุดจบได้ง่าย เช่นกัน”

“แล้วคนสุจริตอย่างคุณป๋า ทำไมถึงพบจุดจบง่ายๆแบบพวกนั้นด้วยล่ะ” แพรวาพึมพำ

“ขณะ ที่น้องแพรฟังเสียงป๋าอยู่นี้ ป๋าก็คงจะไม่ได้อยู่ใกล้ๆน้องแพรอีกต่อไปแล้ว ป๋าอยากเห็นเหลือเกินว่าเวลาที่น้องแพรไม่มีป๋า น้องแพรจะแข็งแกร่งได้สักเพียงไหน”

แพรวาชักมีอารมณ์ ตอบโต้กับโน้ตบุ๊กโดยไม่รู้สึกตัว “ถ้าอยากเห็น คุณป๋าก็มาดูเองสิคะ ฟื้นขึ้นมาดูสิอย่าหนีน้องแพรไปอย่างนี้สิคะ”

“อยากให้ป๋าฟื้นขึ้นมาจริงๆหรือ...สัญญานะว่าถ้าป๋าฟื้นแล้วน้องแพรจะไม่งอแง”

“สัญญา ค่ะ” แพรวารับปากเสร็จ นึกเอะใจทำไมเสียงเผ่าลาภถึงโต้ตอบกับเธอราวกับคุยกันจริงๆไม่ใช่อัดเสียง ไว้ล่วงหน้า เธอกดปุ่มเร่งเสียงบนคีย์บอร์ด มีสัญลักษณ์ปรากฏที่หน้าจอโน้ตบุ๊กว่าปิดเสียงอยู่แพรวางุนงงไปหมด พอเงยหน้าขึ้นมองอีกที ถึงกับสะดุ้งสุดตัวเมื่อเห็นเผ่าลาภยืนยิ้มมาให้

“มาหาป๋าสิลูก...ป๋าจริงๆไม่ใช่ผี ไม่ใช่วิญญาณ”

แพรวายืนตะลึงขาแข็งไปชั่วขณะ ก่อนจะค่อยๆก้าวเท้าเข้าไปหาอย่างไม่ค่อยมั่นใจนัก รำไพตามมายืนข้างๆ เผ่าลาภ บอกให้ลูกมาหาคุณป๋าก่อน จะได้อธิบายทุกอย่างให้ฟัง แพรวาเอื้อมมือไปสัมผัสท่านแบบกลัวๆกล้าๆ รู้สึกได้ว่ายังมีเลือดเนื้อไม่ใช่ผีสางที่ไหน จึงโผกอดท่านไว้แน่น

“คุณป๋ายังไม่ตาย คุณป๋าของน้องแพรยังอยู่ น้องแพรไม่ได้ฝันไปใช่ไหมคะ” แพรวาดีใจน้ำตาไหล...

ขณะ ที่สามคนพ่อแม่ลูกกอดกันกลมอย่างมีความสุขอยู่ในบ้านกลางทุ่ง อีกมุมหนึ่งตรงสนามหญ้า นายสยามโทร.แจ้งใครบางคนให้ทราบว่าทุกอย่างเรียบร้อย ไม่มีปัญหา

ooooooo

หลังจากกอดคุณป๋าจนหายคิดถึงแล้ว แพรวาคาดคั้นให้บอกรายละเอียดทุกอย่างว่าทำไมต้องหลอกลวงลูกตัวเองด้วย หรือว่าคนอื่นรู้เรื่องการตายปลอมๆนี้กันหมด ยกเว้นเธอคนเดียว

“ไม่มีใครรู้หรอกลูก นอกจากแม่ คุณป๋าแล้วก็นายสยาม” รำไพแก้ต่างแทนเผ่าลาภ

“มัน เริ่มต้นจากเส้นเลือดในสมองของป๋าแตก แต่บังเอิญเป็นเส้นเล็ก ป๋าก็เลยหายได้เร็ว หายตั้งแต่ก่อนออกจากโรงพยาบาลอีก ความจริงป๋าไม่ได้ตั้งใจจะหลอกหนู ตอนแรกเพียงแค่ต้องการอยากจะพักและก็อยากจะให้น้องแพรได้ลองบริหารงานเองดู บ้าง”

“จงใจทำให้ลูกลำบากนี่นา” แพรวาตัดพ้อสีหน้ายิ้มแย้ม

“แต่สิ่ง ที่ป๋าได้กลับมา มันมีค่ามากกว่านั้น ป๋าได้รู้ว่าลูกสาวคนนี้รักป๋ามากแค่ไหน สัญญาอะไรกับป๋าไว้ห้ามลืมนะลูก” เผ่าลาภว่าแล้วหอมหน้าผากลูกสาวอย่างอ่อนโยน แพรวาขอคำมั่นสัญญาว่าจากนี้ไปท่านจะไม่ทำแบบนี้อีก เธอจะอยู่ได้อย่างไรถ้าไม่มีท่าน

“อยู่ได้สิ ถึงเวลานั้นจริงๆ น้องแพรต้องอยู่ให้ได้ อย่างน้อยก็ยังมีผู้ชายอีกคนหนึ่งที่ไม่มีวันจะไปจากหนู เขาพร้อมที่จะตายแทนหนูได้ด้วยซ้ำ” เผ่าลาภหมายถึงหรั่ง แต่แพรวากลับทำเหมือนไม่รู้ว่าเขาพูดถึงใคร...

ครู่ต่อมา รำไพพาแพรวาขึ้นไปยังโถงหน้าบันได บอกว่าเตรียมห้องพักให้เธอไว้บนนี้แล้ว มีเสื้อผ้าข้าวของของเธออยู่ในนั้นพร้อม แล้วขอตัวลงไปจัดยาให้เผ่าลาภ หญิงสาวค่อยๆเดินตรงไปยังห้องที่แม่ว่า แต่ต้องชะงักเมื่อเห็นรูปถ่ายของเธอวางเรียงรายอยู่บนชั้นไม้ติดผนัง นอกจากนั้นยังมีตุ๊กตาหมี ก้อนหินและการ์ดเก่าๆที่มีร่องรอยไฟไหม้วางอยู่ด้วย สิ่งเหล่านั้นถูกจัดวางไว้อย่างดีราวกับเป็นของมีค่าในพิพิธภัณฑ์

พลัน แพรวาเหลือบไปเห็นเงาสะท้อนบางอย่างในกระจกเงาบานใหญ่ จึงแหงนหน้าขึ้นมอง มีรูปถ่ายของเธอทุกอิริยาบถติดอยู่เต็มไปหมด หลายรูปมีร่องรอยถูกไฟไหม้เช่นกัน เธอมองสำรวจไปทั่วห้อง สายตาสะดุดกับซองจดหมายซึ่งจ่าหน้าถึงตัวเธอเอง ข้างๆมีโน๊ตเขียนด้วยลายมือว่า

“คืนนี้ อย่าให้ป๋าไปดูดาวเป็นอันขาด...ได้โปรดเถอะ”

บนชั้นไม้นั้นยังมีสมุดบันทึกเล่มหนึ่งวางอยู่ แพรวา หยิบขึ้นมาเปิดดู หน้าแรกมีตัวหนังสือเขียนไว้ว่า

“เดือนมีนาคม ปี 2535 จุดเริ่มต้นแห่งเทพนิยายของ นายหรั่ง”

หญิงสาวอ่านสมุดบันทึกด้วยความสนใจ ทุกบรรทัดเขียนถึงเหตุการณ์ที่เกี่ยวกับเธอไว้ ตั้งแต่ในวัยเด็กเรื่อยมาจนกระทั่งหรั่งได้เจอเธอตัวเป็นๆครั้งแรกเมื่อตอน ที่เธอซ้อนมอเตอร์ไซค์ของเขาไปหาตะวันฉาย

“ฟ้าดินเป็นใจ ให้เรานอนตายตาหลับ เธอซ้อนมอเตอร์ไซค์เรา เกาะเอวเราไว้ด้วย ตอนสุดท้ายเราได้มอบดอกไม้ให้เธอ แม้มันจะเป็นดอกไม้ของเขาคนนั้นก็ตามที...โอกาสดีๆของเราคงจะมาถึงแล้ว”

หน้าถัดมามีข้อความบันทึกเหตุการณ์ตอนที่หรั่งพาแพรวาไปที่ริมแม่น้ำ และได้เต้นรำบนดวงจันทร์ด้วยกัน หญิงสาวตระหนักแล้วว่าผู้ชายคนนี้รักเธอมากขนาดไหน จังหวะนั้น มีเสียงเผ่าลาภดังขึ้นจากด้านหลัง

“เขาติดตามน้องแพรมาตั้งแต่วัยเด็ก มันเป็นความทรงจำของเด็กชายที่มีต่อเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง ชนิดที่ยากจะลืมเลือน”

“น้องแพรไม่เคยรู้มาก่อนเลย”

“นายหรั่งเขาคงไม่อยากให้หนูรู้ เขาเพียงแค่อยากเห็นหนูมีความสุขไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม”

แพรวาไม่นึกไม่ฝันจะมีผู้ชายแบบนี้อยู่บนโลกด้วย เผ่าลาภมั่นใจว่าเพราะความรักถึงทำให้หรั่งเป็นแบบนี้ เธออดสะเทือนใจไม่ได้ ผู้ชายคนนี้ทุ่มเทให้ทั้งชีวิต แต่เธอกลับตอบแทนเขาตรงกันข้าม พรุ่งนี้เธอจะไปบอกตำรวจให้ปล่อยหรั่งด้วยตัวเอง เผ่าลาภเกรงจะไม่ทันเสียแล้ว มีแสงไฟหน้ารถสะท้อนขึ้นมาบนชายคา แพรวาออกไปดูที่ระเบียงบ้าน เห็นรถกระบะคันหนึ่งแล่นมาจอด หรั่งก้าวลงจากรถแหงนหน้ามองมาที่เธอ

“นายมาที่นี่ได้อย่างไรนายหรั่ง”

“ผมเคยบอกแล้วไงครับว่าจะไม่ปล่อยให้คุณต้องเผชิญปัญหาเพียงลำพัง ข้างๆคุณจะมีผมตราบจนถึงวันสิ้นลมหายใจ”

แพรวาไม่สามารถนิ่งเฉยต่อไปได้อีก รีบวิ่งลงมาหาหรั่งที่ยืนอยู่กลางสนามหญ้าหน้าบ้าน “ทหารเอกของฉัน ฉันอนุญาตให้นายกอดฉันได้ ถ้าใจนายต้องการ” ยังไม่ทันขาดคำ ทั้งคู่โผกอดกันแนบแน่น รำไพก้าวออกมายืนข้างเผ่าลาภที่มองมายังหนุ่มสาวเบื้องล่างด้วยสีหน้าเป็นกังวล แล้วหันมาถามเธอว่าหมออังกูรว่าอย่างไรบ้าง

“เขาให้น้ำหนักทางการแพทย์เพียง 25% เท่านั้น แต่ทั้งหมดก็อยู่ที่เราค่ะ”

“คุณเห็นแล้วใช่ไหมว่าลูกมีความสุขแค่ไหน เรื่องอื่นก็ปล่อยๆไปก่อนเถอะ”

รำไพเถียงว่าเผ่าลาภต่างหากที่ไม่ยอมปล่อยวางเรื่องนี้ เขาได้แต่นิ่ง ไม่โต้ตอบอะไร

ooooooo

หรั่งยังคงกอดแพรวาไว้ในอ้อมแขนอย่างแนบ แน่น จนกระทั่งเห็นควรแก่เวลาขยับจะปล่อยเจ้าหญิงของตนออกจากวงแขน แต่เธอไม่ยอม แถมขู่ว่าถ้าไม่กอดเธอไว้ จะมีความผิดฐานขัดคำสั่ง

“จะตบหน้าผมอีกไหมครับ”

แพรวาขยับออกจากวงแขนชายคนรัก ถามว่าทำไมต้องลงทุนขนาดนี้ด้วย เขาพูดทีเล่นทีจริงว่าหน้าของเขาหนา ตบแค่นี้ไม่เจ็บ เธอไม่ได้หมายถึงหน้า แต่หมายถึงทุกอย่างที่เขาทำมาตลอดชีวิต รวมทั้งที่ยอมตกเป็นผู้ต้องหาฆ่าคุณป๋าของเธอครั้งนี้ด้วย

“เมื่อถึงตอนจบ ผมจะกลับเป็นผู้บริสุทธิ์เอง”

“เป็นไปได้อย่างไร ลองบอกมาสิ” แพรวามองหรั่งสีหน้าเต็มไปด้วยคำถาม ครู่ต่อมา เขาพาเธอเข้าไปหาคุณป๋าของเธอเพื่อให้ตอบข้อสงสัย เผ่าลาภยกให้เป็นเรื่องของบุญทำกรรมแต่งที่อยู่ๆก็มีจดหมายลึกลับส่งมาเตือนได้ทันเวลา จดหมายฉบับนั้นเขียนชัดเจนไม่ให้เขาไปดูดาวในคืนเกิดเหตุ ไม่เช่นนั้นเขาคงไม่ได้มาอยู่ตรงนี้

“แล้วทำไมนายหรั่งต้องหายตัวไปด้วย”

“นั่นเป็นแผนเดิมของป๋า...ป๋าให้นายหรั่งเอาพลอยและจิวเวลรี่ในสต๊อกของเราทั้งหมดไปขายให้คนเก่าแก่แถวเมืองจันทบุรีและเจรจากับบริษัทประกันภัย นายหรั่งเจรจาเป็นผลสำเร็จทั้งสองเรื่องเลย ผู้เฒ่าที่เมืองจันทบุรีรับซื้อของของเรา”

อ่านละคร สุภาพบุรุษลูกผู้ชาย ตอนที่ 14 วันที่ 26 ต.ค. 56

สุภาพบุรุษลูกผู้ชายบทประพันธ์โดย ศรัณยู วงษ์กระจ่าง
สุภาพบุรุษลูกผู้ชาย บทโทรทัศน์โดย เมจิก อีฟ
สุภาพบุรุษลูกผู้ชายกำกับการแสดงโดย ศรัณยู วงษ์กระจ่าง
สุภาพบุรุษลูกผู้ชายผลิตโดย บริษัท คลิกเทเลวิชั่น จำกัด
สุภาพบุรุษลูกผู้ชายแนวละคร : ดราม่าเข้มข้น
สุภาพบุรุษลูกผู้ชายวันเวลาออกอากาศ ทุกวันจันทร์ และวันอังคาร เวลา 20.30 น.
ติดตามชมละครเรื่องสุภาพบุรุษลูกผู้ชายได้ทางช่อง 7 สีทีวีเพื่อคุณ
ที่มา ไทยรัฐ