อ่านละครเรื่อง สายธารหัวใจ ตอนที่ 4 วันที่ 29 ต.ค.60

อ่านละครเรื่อง สายธารหัวใจ ตอนที่ 4 วันที่ 29 ต.ค.60

“ถามได้ครับ ผมยินดีตอบ แต่คำตอบของผม จะถูกใจหรือเปล่าแค่นั้น”

“อยากให้ตอบค่ะ”

“มีอยู่สองอย่างครับ เก็บเอาไว้ กับบอกเขาไป”

“แต่ถ้า...พี่ณะไม่ได้รู้สึกเหมือนกับฉันล่ะคะ” ละมุลหวั่นใจและก็ได้คำตอบที่สะท้อนใจ

“ก็จะเป็นเหมือนผม”

ละมุลชักไม่มั่นใจว่าณรังค์คิดเหมือนตน กลัวมองหน้ากันไม่ติด จึงบอกสวัสดิ์ว่า ตนไม่พร้อมจะเสียใจ เขาเลยแนะนำให้รอจนกว่าจะแน่ใจว่าใจตรงกันค่อยบอก...



พอวางสาย สวัสดิ์ภาวนาขออย่าให้ละมุลเหมือนตน ส่วนละมุลนึกถึงณรังค์อย่างมีความหวัง ในขณะที่ณรังค์

กลับนั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่คิดถึงสิริกันยา คิดถึงบรรยากาศวุ่นวายที่บ้านเธอพร้อมเสียงหัวเราะ

ooooooo

ในผับหรู ปฐวียังมีท่าทีโกรธเคืองจนเกียรติศักดิ์ทนไม่ไหวบอกเธอให้เลิกทำตัวแบบนี้ แบบจะทำอะไรก็ทำตามอำเภอใจ หญิงสาวยิ้มเยาะ

“เหนื่อยแล้วเหรอคะ คุณคงเคยแต่ได้อะไรมาง่ายๆ สินะ แค่นี้ก็เหนื่อยซะแล้ว หญิงคงเชื่อคำพูดอะไรของคุณไม่ได้เลยใช่ไหม” เขาปัดไม่ใช่อย่างนั้น ปฐวียั่ว “แล้วจะให้หญิงกล้ามอบหัวใจให้ผู้ชายที่ไม่มีความมั่นคง ความน่าเชื่อถืออย่างคุณได้ยังไง รู้อะไรไหม เด็กในบ้านอย่างณะ ไม่เคยผิดคำพูด”

เกียรติศักดิ์โกรธกระชากคุณหญิงเข้ามาอย่างแรง ที่เอาตนไปเปรียบกับเด็กในบ้าน ปฐวีสะบัดตัวออกเหยียดว่า ยิ่งเขาทำแบบนี้ ตนยิ่งลืมณรังค์ยากขึ้น สายตาเธอแข็งกร้าวจนเกียรติศักดิ์ต้องยอมอ่อนลงถาม ตนควรทำอย่างไร คุณหญิงยิ้มสมใจในที่สุดเขาก็ตกหลุมพราง

เช้าวันใหม่ สิริกันยาทำงานอยู่ที่โต๊ะทำงาน ไพโรจน์เข้ามาชวนคุยทำนองจีบกลายๆ โดนเธอตอกกลับเบาๆ ยุพินโผล่มาวางแฟ้มงานเบรกว่าเขาหน้าแตก เจ้าตัวยังไม่รู้ถอยไปตั้งหลักใหม่โดยอ้างว่าต้องทำงานเพราะงานที่ดีจะปกป้องเรา พอถอยมาเจอณรังค์ยืนหน้าเข้มสำทับ

“ผมชอบนะ งานที่ดีจะปกป้องเรา...คมดี งั้นรีบไปทำงานให้ดีๆ ไม่งั้นไม่มีอะไรปกป้องคุณได้แน่” ไพโรจน์ยิ้มแหยยอมรับว่าคำพูดของณรังค์คมกว่า...

ปฐวีตื่นลงมาที่โต๊ะอาหาร ได้ยินชื่นคุยกับสีดาอย่างชื่นชมว่า ประคองไม่อยู่ ละมุลช่วยงานได้เยอะ เมื่อเช้าก็ทำอาหารให้ณรังค์เอง แล้วนั่งกินด้วยกัน คุยกันน่ารักน่าเอ็นดู ปฐวีโกรธปาดของบนโต๊ะหล่นกระจาย สองสาวหันมาเห็นหน้าซีดกลัวตัวสั่น คุณหญิงไม่พูดอะไรเดินออกไปทันที สองสาวรีบเข้าไปช่วยกันเก็บกวาดอย่างขยาดเกรงละมุลจะซวยเพราะพวกตน

ปฐวีกลับเข้าห้อง เข่นเขี้ยวหาว่าละมุลท้าทาย แต่แล้วนึกถึงคำขู่ของท่านพ่อ...จะไม่มีการต่อรองเล่นแง่ หรือสร้างความวุ่นวายอะไรอีก ไม่ว่ากับฉันหรือกับใคร เพราะไม่อย่างนั้น ฉันจะตัดเธอออกจากความเป็นจงสวัสดิ์ทันที ไม่ให้อะไรไปสักบาท ออกไปแต่ตัว แล้วดูสิใครหน้าไหนยังจะเอา...คิดแล้วเจ็บแค้นใจ ระบายอารมณ์เขวี้ยงข้าวของในห้องแตกกระจาย

ด้านละมุลช่วงพัก เดินมาเจอสวัสดิ์ จึงชวนทานข้าวกลางวันตอนพักเที่ยงด้วยกัน มีเรื่องจะเล่าให้ฟังเยอะ ชายหนุ่มรับคำตาละห้อย พอละมุลเดินไป ครูต้อยเข้ามาแซวคิดว่าเข้าใจกันดีแล้ว สวัสดิ์กลับบอกว่า ละมุลกำลังมีความรัก แต่ไม่ใช่กับตน ครูต้อยเหวอ มองเพื่อนครูอย่างงงๆ

บ่ายวันนั้น ณรังค์เดินอธิบายงาน “จุดแรกที่ผมต้องรีโนเวทด่วนคือล็อบบี้ เพราะนี่คือประตูบ้านของเราที่ต้องรับแขก ต้องสร้างความประทับใจเป็นอันดับแรก...”

สิริกันยาเดินตามจด ยุพินกับวิเชียรตั้งใจฟัง อ๋องเดินเข้ามาขอโทษที่มาช้า แล้วแย็บถามสิริกันยาว่า ณรังค์ใช้งานเธอหนักไหม ยุพินกับวิเชียรแปลกใจที่เจ้านายดูจะกันเองกับเธอ ณรังค์รีบขัดด้วยการดึงกลับมาฟังเรื่องงานต่อ อ๋องจึงปรับท่าทีตั้งใจฟัง

พอเดินมาที่ห้องอาหารต้นตำรับชาววัง ณรังค์บอกว่า

ที่นี่จะยังโครงสร้างหลักเอาไว้ แต่อยากเพิ่มเติมการตกแต่งให้ดูโมเดิร์นคงคอนเซปต์เดิม สิริกันยาสรุปความว่า เป็นไทยโมเดิร์น ณรังค์รับว่าใช่ไทยร่วมสมัย แล้วพากันเดินเข้าไป แต่แล้วต้องชะงักเมื่อเห็นปฐวีนั่งทานอาหารอยู่กับกนกอร สองสาวหันมายิ้มเยือกเย็น ณรังค์เมินสายตาบอกทุกคนและถามสิริกันยา

“ไปคุยทางโน้นเถอะ นัดผู้จัดการร้านไว้แล้วใช่ไหม”

สิริกันยารับคำ ณรังค์พาทุกคนเดินไป กนกอรแค้นใจที่อ๋องไม่ทักสักคำ ปฐวียั่วยุ ก็แค่แฟนเก่าจะมาทักทำไมไม่มีความสำคัญ กนกอรของขึ้น คว้ากระเป๋าเดินไปหาอ๋อง ปฐวียิ้มสมใจ

กนกอรเข้าไปทักอ๋องแล้วควงแขนไม่อายสายตาใคร อ๋องแกะมือเธอออกบอกกำลังประชุมงาน หญิงสาวต่อว่าทำไมแค่จะทักทายกันทำไม่ได้ อ๋องจะอธิบาย

แต่เธอสวน

“กลัวว่าใครจะเข้าใจผิดเหรอคะ...สวัสดีค่ะ คุณเลขา เหนื่อยไหมคะ” สิริกันยารู้ว่ากำลังถูกกระทบ “ทำทั้งงานบนโต๊ะและบนเตียง ไหวเหรอ...”

ทุกคนตกใจกับคำพูดของกนกอร ปฐวีได้ยิน

ยิ้มสะใจ ณรังค์รีบขัดจังหวะบอกพวกเรากำลังทำงานแต่สิริกันยาของขึ้นเสียแล้วสวนออกไป

“ไม่ได้ทำบนโต๊ะหรือบนเตียงคุณสักหน่อย ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ” ทุกคนสะอึกไม่คิดว่าสาวน้อยจะกล้า กนกอรเต้นผางด่าว่าหน้าด้าน! ก็โดนตอกกลับ “แล้วที่มาตามแสดงความเป็นเจ้าของผู้ชายกลางร้านอาหาร ไม่ด้านรึ”

“นังสลัม!”

“ถ้าเป็นไฮโซแล้วทำตัวอย่างคุณ ฉันเป็นสลัมดีกว่า นี่ทุกคนมีงานต้องทำ ส่วนคุณ ถ้าไม่มีอะไรทำก็อย่าทำตัวไร้สาระ เกะกะ ถอย...” สิริกันยาเดินเบียดกนกอรไป

กนกอรเหวอ คนอื่นๆชอบใจแต่ไม่กล้าออกอาการชัดเจน เดินตามไป มีอ๋องที่ถูกรั้งไว้ กนกอรโวยที่เขาปล่อยให้เลขามาฉีกหน้าตนแบบนี้ อ๋องย้อนขำๆ

“อ้าวเหรอ ฉีกได้ไง ก็หน้าคุณ...” ไม่อยากพูดออกไป “อร...ผมไม่รู้นะว่าคุณต้องการอะไรกันแน่ แต่อย่าทำตัวไม่มีมารยาทเหมือนเมื่อกี้อีก ถ้ายังอยากให้เรามองหน้ากันได้อยู่”

กนกอรยังเอาเรื่อง “คงเป็นเรื่องจริงสินะ ที่ให้นังนั่นไปทำงานบนเตียงด้วย”

“ช่วยให้เกียรติคนอื่นด้วย ไม่งั้นผมก็จะไม่ให้เกียรติคุณ จะเรียก รปภ.มาเดี๋ยวนี้” กนกอรท้าว่ากล้าหรือ “เดี๋ยวจะทำให้ดู แล้วคุณจะไม่มีทางได้มาเหยียบที่นี่อีก”

เมื่อเห็นอดีตคนรักเด็ดขาด กนกอรก็ไม่กล้าได้แต่มองด้วยความน้อยใจเสียใจ สะบัดหน้ากลับไปหาปฐวี...อ๋องตามมาขอโทษทุกคนและขอโทษสิริกันยา ท่าทางเธอยังอารมณ์ขุ่น

“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันเองก็ต้องขอโทษด้วยเหมือนกัน ที่พูดกับเพื่อนคุณแบบนั้น”

อ๋องบอกเธอไม่ผิดแล้วสั่งวิเชียร วันหลังถ้าผู้หญิงคนนั้นมาที่นี่อีก ให้ช่วยดูแลเป็นพิเศษอย่าให้ก่อเรื่อง

วุ่นวายอีก วิเชียรรับคำ ณรังค์มองความห่วงใยของเพื่อนที่มีให้สิริกันยาอย่างรู้สึกแปล๊บปล๊าบในใจ ฉุกคิดว่าเรื่องนี้ปฐวีอาจอยู่เบื้องหลัง

กนกอรหงุดหงิดกลับมาบ่นกับปฐวีว่าอยากตบ คุณหญิงยุทันทีแล้วทำไมไม่ตบ

“ฉันไม่ลดตัวลงไปต่ำเหมือนนังสลัมนั่นหรอก”

“งั้นก็ต้องใช้วิธีอื่นเล่นงานมัน” ไม่วายปฐวี ยังยุอีก

กนกอรคิดไม่ออกและดูท่าอ๋องจะคอยปกป้องถึงกับจะให้ รปภ.มาไล่ ปฐวีหาว่ามัวแต่สติแตก จะคิดวิธีเล่นงานได้อย่างไร ผู้เป็นเพื่อนเคืองสวนไปว่า

“เธอไม่เคยเป็นเหมือนฉันนี่ เห็นผู้ชายที่เคยเป็นของเรากำลังจะไปเป็นของคนอื่นที่ไม่มีอะไรดีสู้เราได้เลย เธอไม่เข้าใจความรู้สึกของฉันหรอก”

“ทำไมจะไม่เข้าใจ!” ปฐวีเผลอตวาดออกไป

กนกอรตกใจอยากรู้ว่าใครกันที่ทำอย่างนั้น ทำไมไม่เคยรู้ ปฐวีรีบแก้ตัวว่าเห็นเพื่อนพล่านจึงเดือดแทน กนกอรพยักหน้าบ่น ถ้าไม่ได้เอาคืนคงกระอักเลือดตาย ปฐวีย้ำให้ใช้สมอง

“เคยใช้ที่ไหนกันเล่า ปริญญาที่ได้มาก็ซื้อเอา เธอก็ช่วยฉันคิดสิ” กนกอรรำพัน ยิ่งทำให้ปฐวีสมใจ

ที่จะได้ใช้เพื่อนเป็นเครื่องมือทำร้ายสิริกันยา

จากนั้นปฐวีให้กนกอรกลับไปก่อน ตนมีงานต้องทำ เพื่อนปากเสียว่าคนอย่างคุณหญิงทำงานเป็นด้วยหรือ ปฐวีมองตาเขียว กนกกรยิ้มเรี่ยๆกลบเกลื่อน

“แหม หญิงก็...ฉันก็แซวไปงั้นแหละ ว่าที่สะใภ้เศรษฐีอย่างเธอ ต้องทำงานด้วยหรือไง”

“ถ้าอยากจะคบกันไปนานๆ ระวังปากไว้ด้วย” ปฐวีกำชับก่อนจะเดินไป

กนกอรเบะปากหมั่นไส้ ถ้าไม่มีประโยชน์

ใครอยากจะคบด้วย แล้วสะบัดหน้าหนี

ooooooo

ชื่นถือภาชนะใส่น้ำซุปที่ประคองทำไว้จากวังมาให้ที่โรงพยาบาล สีหน้าชื่นหม่นหมองจนประคองต้องดึงออกมาถามไถ่ ชื่นขอโทษและเล่าเรื่องเมื่อเช้าที่คุณหญิงได้ยินตนคุยกับสีดาเกี่ยวกับณรังค์และละมุล โกรธถึงกับอาละวาดพังข้าวของ ประคองยิ้มหยันสะใจ

ประคองนำซุปมาให้แม้นเทพทาน บอกเป็นซุปไก่ตุ๋นสมุนไพรที่ตนตั้งใจต้มไว้ให้ แต่พอท่านชายจะตักกินก็พลาดทำช้อนหล่น ประคองรีบเข้าไปช่วยจะป้อน ท่านปัดออกทำให้ซุปหก ประคองตกใจรีบเรียกสติกลับมา จะตักให้ใหม่แต่ท่านชายไม่ต้องการ เธอจึงก้มหน้าเช็ดเก็บทุกอย่างและคิดถึงเหตุการณ์ที่ชื่นเล่า

ช่วงพักกลางวันที่โรงเรียน ละมุลมองหาสวัสดิ์ ครูต้อยเข้ามาแซวเรื่องมีแฟนแล้วไม่บอก อุตส่าห์เชียร์สวัสดิ์ตั้งนาน และว่าวันหลังให้พามาแนะนำกันบ้าง ละมุลรู้สึกอาย ไม่พอใจที่สวัสดิ์เอาเรื่องตนไปเล่าให้คนอื่นฟัง พอสวัสดิ์เดินมาก็สะบัดหน้าหนีไม่พูดจาด้วย ครูหนุ่มงงตามถามว่าเธอเป็นอะไร ละมุลหันมองโกรธๆ เห็นมีนักเรียนอยู่เยอะจึงไม่พูดกลัวเอิกเกริก

ด้านสิริกันยานั่งเหม่อขุ่นเคืองเรื่องที่กนกอรมาหาเรื่อง จึงไม่ทันฟังสิ่งที่ณรังค์สั่ง โดนตำหนิต่อหน้าอ๋อง เธอรีบขอโทษแต่ณรังค์ถามคิดอะไรอยู่ให้พูดออกมา หญิงสาวลังเล

“เอาจริงๆไหมคะ”

“เอาความจริง พูดออกมาให้หมด”

“คิดว่า...ตั้งแต่เจอคุณณรังค์ ทำไมชีวิตฉันถึงมีแต่เรื่อง ไม่ถูกยัยคุณหญิงจิตป่วยนั่นหาเรื่อง ก็เป็นเพื่อนยัยนั่นที่ดันเป็นแฟนเก่าเจ้านาย ที่ก็ดันเป็นเพื่อนสนิทคุณณรังค์ เหมือนคุณณรังค์เป็นศูนย์กลางความซะ...” สิริกันยายั้งไว้ทัน เห็นอาการเหวอของสองเจ้านายก็แย็บ ถาม “ฉันควรพูดต่อไปไหมคะ”

ณรังค์บอกไม่ต้อง หญิงสาวขอบคุณเพราะถ้าพูดคงอีกยาว อ๋องพูดขำๆว่าจริง...ใครจะจิตแข็งอยู่ได้ตลอดเวลา ต้องมีหลุดกันบ้าง ณรังค์มองอย่างหมั่นไส้แต่ทำกลบเกลื่อน

“เอาเป็นว่า...ฟังผมไว้ ไม่ว่าชีวิตคุณจะเจอสภาวะความกดดันมากแค่ไหน ก็ต้องพยายามตัดออกไปให้ได้ เมื่อต้องทำงาน ไม่อย่างนั้นจะถือว่าคุณไม่มีความเป็นมืออาชีพ” อ๋องมองอย่างเห็นใจ สิริกันยารับคำจะจำไว้ให้ขึ้นใจ ณรังค์สั่งงานต่อ “นัดประชุมกับคุณวิเชียร ผมจะดีลกับสายการบิน และก็ ATTA (แอ็ตต้า) TTAA (ทีต้า) ATTO (แอ็ตโต้)”

สิริกันยาไม่เข้าใจตัวย่อเหล่านั้น ณรังค์เอ็ดว่าคิดทำงานโรงแรมแต่ไม่หาข้อมูลใส่ตัวได้อย่างไร อ๋องปรามให้ใจเย็น ณรังค์รู้ว่าอย่างสิริกันยาต้องยั่วถึงจะมีแรงฮึดก็แกล้งว่าอีก

“จ้าง ให้เงินเดือนไม่ได้ใช้งานฟรี หรือทำไม่ได้” สิริกันยาฮึดทันทีบอกว่าทำได้จะรีบไปทำ ณรังค์ต้องเรียกไว้ “ไปกินข้าวก่อน เดี๋ยวเป็นลมเป็นแล้ง ผมไม่โหดถึงขนาดใช้งานพนักงานจนไม่ให้กินข้าว”

สิริกันยารับคำเดินหงอยคอตกออกจากห้อง พอพ้นประตูก็จิกหัวตัวเองขึ้นมาแล้วพูดกับตัวเอง “ไม่โหด...แต่โคตรโหด...สู้! จิตต้องแข็ง เราทำได้”

ในห้องทำงาน อ๋องบ่นสงสารสิริกันยา ขอให้ณรังค์เบาๆกับเธอหน่อย ณรังค์สวน

“แล้วจะเป็นงานเร็วได้ไง แกก็เหมือนกัน อย่าเอาความรู้สึกส่วนตัวมาปนกับงาน”

“พูดเหมือนแม่ฉันเลยว่ะ” อ๋องจ๋อยลง ณรังค์แย็บถามว่าเขาจริงใจหรือเปล่า “จริงดิ ที่ผ่านมาฉันเจอแต่พวกลูกคนรวยเอาแต่ใจตัวเอง เหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ ชอบดูถูกคนอื่น ที่สำคัญ...เฟค ไม่จริงใจ ซึ่งคุณสิริกันยาแตกต่าง”

“ดี ฉันอยากให้แกจริงใจกับเขา ทำอะไรควรให้เกียรติ อย่าเห็นเป็นของเล่น สิริกันยาเป็นคนดี สมควรได้รับสิ่งดีๆ อย่าปล่อยให้เกิดเหตุการณ์อย่างเมื่อกี้อีก”

อ๋องเครียดไม่เข้าใจว่าทำไมกนกอรถึงมาวุ่นวายทั้งที่ขาดกันไปแล้ว แต่ณรังค์พอเข้าใจว่าอะไรเป็นอะไร และคาดว่ามีคนเสี้ยมอยู่เบื้องหลังกนกอรแน่

ooooooo

ยุพินนั่งทานข้าวกลางวันกับสิริกันยา บ่นอย่างเห็นใจว่าถ้าเป็นตนโดนกนกอรมาราวีจะไม่ทำเท่าที่เธอทำ เผลอๆมีตบ สิริกันยาฟังแล้วเหนื่อยใจกับเรื่องไร้สาระนี้ ยุพินยังสงสัย

“เอาน่ะ สู้ๆ แต่คิดๆไปก็น่าแปลกนะ ช่วงนี้เจอคุณหญิงปฐวีบ่อยจัง เดี๋ยวมากินข้าว เดี๋ยวมาว่ายน้ำ เดี๋ยวมาฟิตเนส โอย...ไม่อยากจะเม้าท์”

“งั้นไม่ต้องเม้าท์ก็ได้ค่ะ”

“พี่กำลังตั้งสมมติฐานอยู่ หาแรงจูงใจที่ทำให้คุณหญิงโผล่มาที่นี่บ่อยๆ” สิริกันยาถามว่าหาได้หรือยัง ยุพินโพล่งออกมา

“คุณณรังค์ไง! เหยียบไว้นะคุณเลขา อย่าเอาไปเม้าท์ต่อ...เป็นไปได้ว่าคุณหญิงกับคุณณรังค์อาจจะอะไรๆกันอยู่ก็ได้”

“แต่คุณหญิงกำลังจะแต่งงาน...”

“มันต้องมีอะไรลึกๆที่เราไม่รู้...แต่พี่ต้องรู้ เพราะพี่เป็นผู้หญิงอยากรู้”

สิริกันยาคิดตามข้อสังเกตของยุพิน ชักเห็นด้วยและอยากรู้ความสัมพันธ์ของสองคนนี้...บ่ายวันนั้น ปฐวีว่ายน้ำอยู่ที่สระของโรงแรม ครุ่นคิดวิธีจะเอาคืนสิริกันยา หาทางทำร้ายละมุลและหาทางดึงตัวณรังค์กลับคืนมาได้อย่างไร ในใจมันยิ่งร้อนรุ่ม พอก้าวขึ้นจากสระ เกียรติศักดิ์เดินเข้ามายื่นเสื้อคลุมให้ เธอมองอย่างฉงนมาเมื่อไหร่ ทั้งสองมานั่งคุยกันริมสระ

เกียรติศักดิ์ยื่นซองเอกสารให้พร้อมบอก “นี่เป็นข้อมูลของผู้หญิงคนนั้นที่คุณหญิงให้ผมตามสืบให้...จะว่าไป ชีวิตของเขาก็ดูน่าสงสารนะ พ่อแม่ตายตั้งแต่ยังเด็ก อยู่กับย่าสองคน ปากกัดตีนถีบกันมา ลาออกจากงานที่เก่า หนีไปหาบ้านเช่าหลังใหม่ เพราะหนีเจ้าหนี้นอกระบบทั้งๆที่ตัวเองไม่ใช่คนกู้ แต่ต้องมารับผิดชอบแทน”

ปฐวีฟังแล้วไม่พอใจเหวี่ยงเอกสารทิ้งอย่างหงุดหงิด เสนอให้เกียรติศักดิ์เอาสิริกันยาเป็นนางบำเรอ แต่เขากลับบอกว่าไม่ชอบมีเล็กมีน้อย ตนรักเดียวใจเดียว แล้วคิดเข้าข้างตัวเองว่าเธอหึง ปฐวีเหยียดปากแต่ฉุกคิดรับสมอ้างเพื่อให้เขาตายใจ

“ก็ใช่น่ะสิ ต่อหน้าหญิงแท้ๆกลับชื่นชมผู้หญิงคนอื่น”

“เริ่มมีใจให้ผมบ้างแล้วใช่ไหม” เกียรติศักดิ์หัวใจฟูฟ่อง

ปฐวียั่วยวนว่าเขาทำเพื่อตน ตนก็ต้องตอบแทนเขาบ้าง แม้ชายหนุ่มจะไม่ค่อยเชื่อแต่คิดว่ายังดีกว่าทะเลาะกัน เกียรติศักดิ์บอกอีกเรื่องว่า ท่านพ่อของเธอโทร.หาอยากให้เราหมั้นกันให้เร็วที่สุด ไม่ต้องรอซ่อมวังเสร็จ หรือว่ารอให้ท่านหายดี ตนเลยรีบรับปากเพราะอยากทำอย่างนั้นอยู่เหมือนกัน ปฐวีอึ้งไม่สบอารมณ์แต่ต้องยิ้มกลบเกลื่อน

ooooooo

ตกเย็น สวัสดิ์อยากเคลียร์กับละมุลว่าตนทำอะไรให้ไม่พอใจ ละมุลหลุดปากไล่เขาอย่าเซ้าซี้น่ารำคาญ สวัสดิ์ยิ่งไม่เข้าใจแต่ก็ขอโทษที่ทำให้เธอรำคาญ

ละมุลจึงระเบิดอารมณ์

“ทำตัวน่าผิดหวังมากด้วยค่ะ ฉันไม่คิดว่าครูจะเป็นคนชอบเอาเรื่องคนอื่นไปพูดลับหลัง แล้วก็ขยายจนเกินจริงแบบนี้ ถ้าพี่ณะไม่ได้คิดอะไรกับฉันและฉันเสียหน้า ครูคงสะใจใช่ไหม เพราะใจจริงไม่ได้อยากเห็นฉันสมหวังกับใคร”

“นี่มันเรื่องอะไร ผมงงไปหมดแล้ว”

“ช่างเถอะ เอาเป็นว่า...สิ่งที่ครูอยากเห็นมันจะไม่มีทางเกิดขึ้น และฉันจะไม่ปรึกษาครูเรื่องพี่ณะอีก” พูดจบละมุลหันหลังเดินไป ปล่อยสวัสดิ์ยืนงง พลันมีลูกบอลลอยมา เขารีบเอาตัวปกป้องละมุลจึงโดนอัดเต็มหน้าถึงกับมึน แต่ละมุลไม่รู้ตัวสักนิด

กลับมาถึงบ้าน ละมุลตั้งใจทำอาหารเย็นกินกับณรังค์ เขาชมอย่างจริงใจว่าอร่อยไม่แพ้ฝีมือประคอง ละมุลยิ่งหน้าบาน...ปฐวีหน้าขมึงทึงเดินเข้ามา ละมุลกลัวรีบหลบหลังณรังค์

“ไม่มากไปหน่อยเหรอนังละมุล...พอแม่ไม่อยู่ก็ระริกระรี้ เอ๊ะ หรือว่าแม่สั่งให้ทำ”

ณรังค์ตัดบทถามปฐวีมีธุระอะไร เธอบอกต้องการคุยกับเขาสองคน คนอื่นไม่เกี่ยว ละมุลมองอย่างไม่พอใจ จึงโดนแหวใส่

“มองทำไม อ้อ...หวงรึ” ณรังค์ปรามพูดอะไร “ก็ถามมันไง ทำไม แตะไม่ได้หรือ”

“ถ้าจะมาเพื่อหาเรื่อง กลับไปดีกว่า” ณรังค์ขอร้องแต่ปฐวีสวน

“จะได้อยู่กันสองต่อสอง ไม่มีก้างขวางคอพลอดรักกันต่อหรือไง”

“คุณหญิง!” ณรังค์ตกใจพูดแบบนี้ได้อย่างไร

ปฐวีเสียงกร้าวเค้นให้ละมุลตอบ ณรังค์ตอบแทนว่าละมุลเป็นน้องสาวตน ปฐวีหัวเราะสะใจในขณะที่ละมุลหน้าเสีย

“ได้ยินหรือยังนังละมุล ณะไม่เคยคิดอะไรกับแก เพราะฉะนั้นเก็บอาการไว้บ้าง อย่าให้คนเขาเห็นแล้วสมเพชว่าแก...แรด” ณรังค์เอ็ดแต่ปฐวีไม่หยุด หาว่าละมุลไม่ได้ใสซื่ออย่างที่คิด

อ่านละครเรื่อง สายธารหัวใจ ตอนที่ 4 วันที่ 29 ต.ค.60

ละครเรื่อง สายธารหัวใจ บทประพันธ์โดย วาสนา
ละครเรื่อง สายธารหัวใจ บทโทรทัศน์โดย คนเขียนเงา
ละครเรื่อง สายธารหัวใจ กำกับการแสดงโดย ชนะ คราประยูร
ละครเรื่อง สายธารหัวใจ ผลิตโดย บริษัท เมคเกอร์ กรุ๊ป จำกัด
ละครเรื่อง สายธารหัวใจ ควบคุมการผลิตโดย ณัฐพงศ์ เหมือนประสิทธิเวช
ละครเรื่อง สายธารหัวใจ ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.15 น. ทางช่อง 33 HD
ที่มา ไทยรัฐ