อ่านละครเรื่อง สายธารหัวใจ ตอนที่ 3 วันที่ 26 ต.ค.60

อ่านละครเรื่อง สายธารหัวใจ ตอนที่ 3 วันที่ 26 ต.ค.60

ขณะที่ณรังค์ประชุมเสร็จ ประคองโทร.หา ขอให้เขารีบกลับบ้านไปอยู่เป็นเพื่อนละมุล เกรงจะโดนปฐวีหาเรื่องรังแกอีก ระหว่างนั้นปฐวีเดินมาที่เรือนเล็ก สำรวจข้าวของที่จัดวางเป็นระเบียบ เห็นรูปถ่ายประคองกับละมุล รวมทั้งรูปละมุลรับปริญญาก็มองอย่างเหยียดๆ

ปฐวีเดินเข้ามาในห้องนอนณรังค์ เปิดตู้เสื้อผ้า ไล้มือไปกับเสื้อผ้าที่แขวนอยู่ ก่อนจะตรงมาที่เตียง ค่อยๆนอนราบหยิบหมอนมากอดหลับตานึกถึงไออุ่นของณรังค์

สวัสดิ์ขับรถมาส่งละมุล เผอิญณรังค์กลับมาถึงพอดีจึงทักทาย สวัสดิ์ถือโอกาสอวยพรวันเกิด ณรังค์ทำหน้างง หญิงสาวรีบตัดบทชวนเข้าบ้านทานข้าว ครูหนุ่มลากลับหน้าเศร้า ณรังค์มองหน้าน้องพอเดาออก เดินตามถามทำไมทำร้ายจิตใจสวัสดิ์ ละมุลยอมรับ



“ถ้าไม่ใช้วิธีทำให้เห็นว่าละมุลมีคนที่ชอบแล้ว เขาก็จะไม่ยอมตัดใจจากละมุลสักที”

“ใจร้าย”

“พี่ณะอ่ะ ละมุลไม่อยากทำร้ายเขาต่างหาก เขาจะได้เดินหน้าต่อไป ไม่ต้องมารอทั้งๆที่ไม่มีความหวัง”

“ไม่รู้สิ ในความคิดของพี่มันใจร้าย แค่ให้เขาได้แอบรักก็ยังไม่มีสิทธิ์เลยเหรอ” ละมุลเถียงไม่ออกเดินหนี “เอ๊า! ละมุล เดี๋ยวก่อนสิ แล้วตกลงของขวัญวันเกิดพี่ไม่ใช่เหรอนั่น”

ปฐวีเผลอหลับสะดุ้งตื่น เห็นห้องมืดจึงรีบลุก พอออกมาจากเรือนเห็นละมุลเดินมาก็รีบหลบ ณรังค์วิ่งตามทวงของขวัญ ทั้งสองหยอกล้อหัวร่อกันมีความสุข ปฐวีแอบเห็นภาพนั้นยิ่งเกิดความริษยา ละมุลถามณรังค์ว่าสิ่งที่ตนทำผิดหรือ เขาพยักหน้าให้เหตุผล

“ละมุลไม่ต้องการให้ความหวัง แต่ละมุลก็ไม่มีสิทธิ์ไปทำลายความหวังของใคร คนบางคนมีชีวิตอยู่ได้ด้วยความหวัง มันคือเครื่องหล่อเลี้ยงชีวิต แม้จะรู้แก่ใจว่าอาจจะต้องผิดหวัง แต่ถ้าไม่มีมันเลย อาจจะทำให้เกิดเรื่องน่าเสียใจที่คาดไม่ถึง ถ้าคนคนนั้นไม่ใช่คนเข้มแข็ง”

ละมุลรู้สึกผิดน้ำตาร่วง ณรังค์กอดปลอบให้เธอทำตัวเป็นเพื่อนที่ดีกับสวัสดิ์เหมือนเดิม ให้มิตรภาพที่บริสุทธิ์ช่วยแก้ไขให้ ผู้เป็นน้องรับคำรู้สึกอบอุ่นในอ้อมกอดของชายหนุ่ม

“ดีมากน้องรัก ไม่ดื้อกับพี่แล้วใช่ไหม”

“ละมุลจะเชื่อพี่ณะ จะไม่ทำให้พี่ณะไม่สบายใจ จะอยู่ดูแลพี่ณะตลอดไป ให้พี่ณะมีความสุข ตอบแทนที่พี่ณะทำเพื่อแม่เพื่อละมุล”

ณรังค์กอดละมุลอย่างเอ็นดู หญิงสาวกอดตอบด้วยความรู้สึกดี ปฐวีมองอย่างเจ็บแค้นรีบเดินหนีไปจากตรงนั้น ณรังค์รู้สึกเหมือนมีการเคลื่อนไหว แต่เพราะมืดไม่เห็นอะไรก็ไม่ติดใจ

ที่ตึกใหญ่ สีดากำลังงงว่ากุญแจเรือนเล็กหายไปไหน ปฐวีเดินเข้ามาโยนกุญแจให้บอกว่าเห็นตกอยู่จึงเก็บมา แล้วเดินไปด้วยสีหน้าดุดัน สีดายิ่งงงว่าตัวเองไปทำหล่นตอนไหน

ณรังค์เข้ามาในห้อง เห็นประตูตู้เสื้อผ้าเปิดอยู่ก็แปลกใจ มองที่เตียงเห็นร่องรอยการนอนก็ฉุกคิด นึกถึงอดีตก่อนจะไปเรียนต่างประเทศ ปฐวีมักจะแอบมานอนที่เตียงเขาเวลาไม่มีใครอยู่ เธอบอกว่าเหมือนได้นอนกอดตน เป็นเวลาที่มีความสุขที่สุด...ณรังค์ถอนใจที่ปฐวียังไม่เลิกแล้ว ตัดสินใจถลกผ้าปูที่นอนออกเปลี่ยนใหม่หมด

ooooooo

เช้าวันใหม่ ศรีนวลกับเจ๊หวานเห็นสิริกันยาแต่งชุดทำงานนั่งรอคนมารับ ก็แกล้งถามว่าณรังค์จะมารับกี่โมง หญิงสาวทำทีบ่นว่า ถ้าหกโมงครึ่งยังไม่มาจะไม่รอ เกรงไปทำงานสายแล้วโดนหักเงินเดือน ศรีนวลดักคอว่าใครเป็นเจ้านายกันแน่

ณรังค์ขับรถเข้าซอยบ้านสิริกันยาซึ่งค่อนข้างเปลี่ยว คุยโทรศัพท์ผ่านบลูทูธกับประคอง บอกตอนเย็นให้ละมุลไปหาที่โรงแรมเพื่อกลับบ้านพร้อมกัน ส่วนเช้านี้ตนมีธุระด่วนต้องออกมาก่อนไม่น่ามีอะไรเพราะคุณหญิงตื่นสาย ประคองร้อนใจเป็นห่วงลูกสาวต่อว่าณรังค์

“มีใครเดาอารมณ์คุณหญิงได้บ้างเหรอ เหมือนมีไฟที่ระอุสุมอยู่ในอก พร้อมจะปะทุลุกขึ้นมาได้ตลอดเวลา”

“ผมรู้ ถึงเวลาแล้วที่ละมุลจะต้องลุกขึ้นมาปกป้องตัวเองบ้าง เราคงไม่สามารถปกป้องน้องได้ยี่สิบสี่ชั่วโมงหรอกครับแม่”

“ณะไม่ได้เป็นแม่ ณะก็พูดได้ ไม่รู้ล่ะ แม่จะไม่นอนใจเหมือนณะ” ประคองวางสายตั้งใจกลับบ้านเป็นห่วงละมุล โทร.ให้บรรจงกับชื่นมาเฝ้าแม้นเทพแทน

ทันใดนั้น มีรถพุ่งชนท้ายรถณรังค์ เขาตกใจโยนมือถือไว้ที่เบาะรถแล้วลงมาดู ปรากฏว่าเป็นลูกน้องเกียรติศักดิ์ที่มาดักทำร้ายเขา ณรังค์ต่อสู้ทั้งที่ไม่รู้ว่า

สองคนนี้ทำร้ายตนทำไม...ในเวลานั้น สิริกันยาโทร.หาณรังค์เห็นว่าไม่รับสายก็คิดว่าเขาแกล้งหลอกว่าจะมารับ หวังให้ตนไปทำงานสาย จึงนั่งมอเตอร์ไซค์วินออกมา

พอถึงกลางซอยเห็นณรังค์กำลังโดนรุมทำร้าย ก็ร้องบอกให้พี่วินจอดลงไปช่วย พี่วินกลับจอดให้เธอลงแล้วรีบบึ่งรถออกไป สิริกันยาคว้าไม้ช่วยตีคนร้าย แต่ก็โดนซัดกลับ คนร้ายชักปืนออกมา ณรังค์เห็นรีบเข้าปกป้องสิริกันยา ทั้งสองอยู่ในอ้อมกอดกันและกัน ชีวิตอยู่ในความเป็นความตาย ทันใดก็มีเสียงเฮ้ย! ดังขึ้น พอหันมองเป็นกลุ่มวินมอเตอร์ไซค์อาวุธครบมือยืนเป็นแผง คนร้ายชะงักยิงปืนขึ้นฟ้าก่อนจะถอยหนี พวกวินมอเตอร์ไซค์หลบวูบทั้งแผง

ระหว่างทางที่ประคองนั่งแท็กซี่กลับวัง ก็โทร.ถามสีดาว่าปฐวีตื่นหรือยัง สั่งสีดาให้ไปดูและคอยระวังอย่าให้คุณหญิงเข้าใกล้ละมุล ตนใกล้จะถึงวังแล้ว...สีดาเดินบ่นว่าจะกลัวอะไรตื่นสายเป็นปกติ แต่พอค่อยๆเปิดประตูห้องเข้าไปเห็นเตียงว่างเปล่าก็ใจหายวาบ

ละมุลเปิดประตูเรือนกำลังจะไปสอนหนังสือ เจอปฐวียืนรอก็ตกใจ คุณหญิงไม่รอช้าเข้ากระชากตัวละมุล สำรอกใส่ว่า อีแรดเงียบ

“คุณหญิงทำไมมาว่าละมุลแบบนี้ ละมุลไม่ได้ทำอะไร”

“แกไม่ต้องมาปฏิเสธ แกอยากได้ณะมากใช่ไหม ถึงได้กอดแน่นไม่ยอมปล่อย” ละมุลรู้ทันทีว่าปฐวีแอบฟังเรื่องเมื่อคืน พยายามแกะมือออก “จะอยู่ด้วยกันตลอดไปเหรอ จะดูแลกันและกันเหรอ อยากได้จนตัวสั่นเลยนะ แต่ทำเป็นเล่นบทน้องสาวผู้อ่อนแอ ต้องการการปกป้อง ณะรู้ไม่ทันแก แต่ฉันดูออก ทำตัวทุเรศ!”

ละมุลสุดทนออกแรงแกะมือและผลักปฐวีออกอย่างแรง สวนกลับบ้างว่า “แล้วคุณหญิงจะมายุ่งอะไรด้วย คุณหญิงกำลังจะแต่งงาน คุณหญิงไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับพี่ณะแล้ว แต่ก็ยังหวงก้างจนตัวสั่น คอยแอบดูคนอื่นคุยกัน ไม่มีมารยาท ใครกันแน่ที่ทำตัวทุเรศ!”

“นังละมุล! กรี๊ด!” ปฐวีพุ่งเข้าตบตีละมุล หญิงสาวผู้อ่อนแอหันมาสู้ตบกลับ คุณหญิงเสียงกร้าว “สู้เหรอได้ ฉันจะได้ขย้ำแกได้สนุกขึ้น”

สีดาวิ่งมาเห็นละมุลโดนปฐวีคร่อมตบรัวก็ตกใจทำอะไรไม่ถูก เข้าไปห้ามก็โดนตบกระเด็นออกมา จึงวิ่งไปหาคนช่วย...ประคองเดินเร็วเข้ามาพอดี สีดารีบฟ้อง ประคองใจหายเร่งรีบไปช่วยลูก เสียงปฐวีตวาดกร้าวให้ละมุลสู้อีกไม่อย่างนั้นจะเอาถึงตาย

“อีคนชอบแย่งของคนอื่น สันดานขี้ขโมยอย่างแก แม่แก มันต้องโดนแบบนี้ จนกว่าจะทนไม่ไหว ไสหัวออกไปซะ”

ขาดคำก็มีน้ำสาดลงมาโครม ปฐวีตกใจลุกขึ้นเห็นประคองถือถังน้ำยืนอยู่ สีดาดึงละมุลออกมา คุณหญิงกราดเกรี้ยว ประคองไม่สนใจเข้าดูลูกใจแทบขาด ก่อนจะหันมาตวาดกลับ

“คุณหญิงมันใจยักษ์ ใจมาร ทำร้ายได้ทุกคนไม่ว่าใครแม้แต่คนที่สายเลือดเดียวกัน เหมือนไม่ใช่คน” ปฐวีเดือดจะเข้าเอาเรื่อง ประคองกำถังชูขึ้น “อย่าเข้ามานะ ดิฉันไม่เหมือนละมุล ถ้าสู้เมื่อไหร่ดิฉันไม่ยอมหยุด จนกว่าจะตายกันไปข้างหนึ่ง”

“กล้าเหรออีประคอง! อีขี้ข้า!”

“คุณหญิงเพิ่งจะทำให้ดิฉันมั่นใจว่ามันถึงเวลาที่ดิฉันต้องปกป้องสิ่งที่ดิฉันรักด้วยชีวิตของดิฉันเอง
เข้ามาสิคะ...เข้ามา” ประคองเหวี่ยงถังลงพื้นใส่เท้าปฐวี ท่าทางราวคนเสียสติ

ปฐวีขยาดแต่ยังปากกล้า “ชีวิตเน่าๆที่ไม่มีค่าอะไรของแก จะใช้ปกป้องอะไรได้ ฉันรู้ว่าแกอยากได้วังจงสวัสดิ์มากแค่ไหน แต่ฉันไม่ให้!สุดท้ายแล้วเป็นไง มันจะเป็นของฉัน” ปรายตามองละมุลอย่างเกลียดชัง “ณรังค์ที่มันอยากได้ ฉันก็จะไม่ให้ ถ้ามันยังลืมตัวอ่อยณะอีก...แล้วแกจะได้เห็นว่าฉันใจยักษ์ใจมารได้มากกว่านี้ อีละมุล” พูดจบสะบัดหน้าออกไป

ละมุลร้องไห้โฮด้วยความเจ็บและหวาดกลัว ประคองเห็นลูกสาวหน้าตาบอบช้ำยิ่งมองตามปฐวีไปอย่างเคียดแค้น

ooooooo

เกียรติศักดิ์เล่นงานลูกน้องที่จัดการณรังค์ไม่สำเร็จ แม้ลูกน้องจะย้ำว่าณรังค์บาดเจ็บไม่น้อย เกียรติศักดิ์แค้นใจคิดแผนการต่อ จะต้องเจอปฐวีพร้อมกับณรังค์ให้ได้ จึงทำทีโทร.หาปฐวีขอไปเยี่ยมว่าที่พ่อตา

ณรังค์หน้าตาฟกช้ำ ปากแตก ทำแผลแล้วมาให้การกับตำรวจ ว่าไม่เคยมีเรื่องบาดหมางกับใคร ไม่รู้ว่าพวกไหนที่ทำร้าย...พอมาถึงโรงแรม สิริกันยาถามอีกครั้งแน่ใจหรือว่าไม่เคยมีเรื่องบาดหมางกับใคร ณรังค์ตอบยิ้มๆ จริงๆก็มี หญิงสาวต่อว่าทำไมไม่บอกตำรวจ

“ก็คุณไง ที่มีเรื่องบาดหมางกับผม หรือจะเป็นคุณ”

สิริกันยาทำหน้าเซ็งใส่ ณรังค์หัวเราะแล้วนึกได้ มีอีกคนที่เพิ่งมีเรื่องกันแต่ไม่อยากปักใจ

“ตกลงไม่มีแน่นะคะ เคยไปเหยียบหัวแม่เท้าใครบ้างรึเปล่าแล้วไม่ขอโทษ หรือว่าไปเอ๊ะ!ใช่ๆหรือว่าจะเป็นแฟนยัยคุณหญิงจิตป่วยนั่น เขาอาจจะหึงจนหน้ามืด เพราะคุณอาจจะยังไปยุ่มย่าม เกาะแกะ...” ณรังค์หยุดเดินจ้องหน้า สิริกันยาชักเขินถาม “อะไรคะ...”

“ไม่ต้องมโน”

สิริกันยาว่ามันน่าคิด ณรังค์ย้ำอีกครั้งว่าไม่เคยไปยุ่มย่ามหรือเกาะแกะ ไม่รู้ว่าใช่เกียรติศักดิ์หรือไม่รอให้ตำรวจจัดการ แต่สิริกันยายุให้จัดการเองเลย อันธพาลแบบนั้นไม่ต้องพูดดีด้วย ณรังค์โต้ว่าไม่ชอบวิธีอันธพาล ฉะนั้นจะไม่ใช้วิธีนั้น หญิงสาวอึ้งรู้สึกประทับใจกับความคิดของเขาแต่ไม่วายปากเสีย

“คุณคิดแบบนี้จริงๆ หรือว่า...พูดเพื่อสร้างภาพคะ”

“เอาที่สบายใจ” ณรังค์ถอนใจเดินหนี สิริกันยารีบเดินกะเผลกตาม

“เรดาร์จับเฟคของฉันไม่ทำงาน เอาเป็นว่า...คุณรู้สึกจริง”

“บอกแล้วไง ว่าเอาที่สบายใจ”

“รู้ป่ะ คนดีตายเร็ว ย่าฉันเคยบอกคุณ จำได้ไหม”

ณรังค์หลุดหัวเราะออกมา “ขอบใจที่เตือน ผมไม่ใช่คนดีอะไรนักหรอก รับรองไม่ตายเร็ว ยังอยู่ต่อปากต่อคำกับคุณได้อีกนาน แต่ก็ขอบใจนะที่ช่วยทั้งที่ตัวเองก็เจ็บ”

“ก็...ทำตามหน้าที่ในฐานะลูกน้องที่ควรช่วยเหลือเจ้านาย ไม่ว่าเรื่องงานหรือเรื่องอะไรก็ตาม และในฐานะเพื่อนมนุษย์คนหนึ่ง ที่ไม่ควรนิ่งเฉย ถ้าเราเห็นใครกำลังเดือดร้อน”

ณรังค์นึกได้ถามทำไมเธอถึงนั่งมอเตอร์ไซค์ออกมาไม่รอไปรับ หญิงสาวเถียงกลับว่าโทร.หาแล้วเขาไม่รับ ก็คิดว่าเขาแกล้งให้ตนไปทำงานสาย ตนไม่อยากเสี่ยง แล้วทวงบุญคุณบ้างว่า ถ้าไม่ออกมาก็คงช่วยเขาไม่ทัน ณรังค์จึงขอโทษ สิริกันยาอึ้ง น้ำเสียงอ่อนลงทันที

“ฉันก็ขอโทษค่ะที่เถียง ก็คุณไม่ได้ตั้งใจจะมาช้านี่ ไม่ใช่ความผิดของคุณซะหน่อย”

“ยอมรับผิดเป็นด้วย”

“ฉันเป็นลูกมีพ่อมีแม่มีย่าสั่งสอนค่ะ ว่าให้ใช้สติและเหตุผล อย่างี่เง่าให้มันมากนัก เดี๋ยวคนจะด่าถึงต้นตระกูล”

“ประชดผมอีกเปล่าเนี่ย”

“อย่าอคติค่ะ สอนฉัน ก็ช่วยเช็กตัวเองด้วย” ไม่วายเถียงทุกคำ

ณรังค์ขำแบบเหนื่อยที่จะเถียงต่อ “โอเค ขอบใจอีกที ที่เปิดใจ ผมไม่อยากมีปัญหากับใคร ชีวิตซับซ้อน ยุ่งยากพอแล้ว ถ้าเป็นได้ก็อยากให้เราสองคนเป็น มิตรกัน”

“จะพยายามค่ะ ฉันก็อยากทำงานที่นี่ต่อไปนานๆ ไม่อยากมีปัญหากับใครเหมือนกัน โดยเฉพาะกับเจ้านาย”

ณรังค์ยื่นมือออกมาให้จับเป็นพันธมิตรกัน สิริกันยาลังเลสักพัก ตัดสินใจจับมือกับเขา ยุติความมีอคติต่อกัน

ooooooo

ประคองเห็นหน้าตาละมุลบอบช้ำจึงให้ลางานหนึ่งวัน แต่ละมุลกลับบอกว่าลาช่วงเช้า ช่วงบ่ายจะไปสอน ตนจะไม่ทำตัวอ่อนแอให้ปฐวีเห็นเธอจะยิ่งได้ใจ ประคองบ่นโกรธณรังค์ที่เปิดโอกาสให้ปฐวีมาทำร้ายละมุลได้ ละมุลขอร้องอย่าโกรธพี่ทำดีที่สุดแล้ว

“ละมุลเป็นคนบอกพี่ณะเอง ว่าละมุลอยู่ได้ พี่ณะไม่ชอบให้ละมุลอ่อนแอ ละมุลต้องเข้มแข็งค่ะแม่” ประคองถามว่าณรังค์พูดอย่างนั้นจริงหรือ แววตาละมุลวิบวับ “ไม่ได้พูดตรงๆหรอกค่ะ แต่ละมุลรู้ ละมุลอยากทำให้พี่ณะเห็นว่า ละมุลไม่ใช่ภาระของใคร”

ประคองมองลูกสาวด้วยความรักและสงสาร ตัดสินใจเด็ดขาดจะต้องทำบางอย่าง บอกลูกว่าจะแวะไปเอาสมุนไพรมาต้มให้ท่านชายเสวยบำรุงร่างกายก่อน แล้วจะกลับไปเฝ้าท่านที่โรงพยาบาล ละมุลเตรียมตัวไปสอนช่วงบ่าย

แม้นเทพตื่นขึ้นมาเห็นบรรจงกับชื่น ก็ถามหาประคอง พอรู้ว่าไม่อยู่ ก็ให้ชื่นโทร.ตามปฐวีกับณรังค์มาพบเดี๋ยวนี้ พอชื่นถามต้องโทร.ตามประคองด้วยไหม ก็โดนเอ็ดอย่าสะเออะ

ด้านประคองมาที่บ้านหมอยาที่รู้จักมักคุ้นกันมานาน หมอส่งห่อยาให้และถามยังจำวิธีต้มวิธีกินได้ใช่ไหม เธอรับคำยิ้มเหยียด

ณรังค์คุยงานกับอ๋องที่ห้องทำงานในโรงแรม อ๋องจ้องหน้าที่บอบช้ำของเพื่อนแล้วเปรยว่า ตนเชื่อที่สิริกันยาตั้งข้อสังเกต ณรังค์หันมองสิริกันยาเชิงตำหนิที่แอบนินทาเรื่องตนตอนไหน หญิงสาวแก้ตัวว่าไม่ได้นินทา เขาเรียกเล่าสู่กันฟัง อ๋องคิดว่าระดับมาเฟียอย่าง

เกียรติศักดิ์ คงไม่ทิ้งร่องรอยให้ตำรวจตามเจอ ณรังค์จึงบอกว่าตนจะระวังตัวให้มากขึ้น

“มีอะไรให้ช่วยก็บอก พ่อกับแม่ฉัน...ก็ไม่ใช่เล่นๆ แกก็รู้ใช่ไหม” อ๋องเป็นห่วง

“ขอบใจแต่ไม่เป็นไร เอาเป็นว่า...ฝากบอกคุณสุนันทาด้วยนะ ว่าขอให้หายเร็วๆ มีโอกาสจะไปเยี่ยม”

“เฮ้ย แม่ฉันหญิงเหล็ก พรุ่งนี้ก็เดินปร๋อแล้ว แต่มีเรื่องจะแจ้งให้ทราบ...ตอนแรกว่าจะดูแลที่นี่เป็นหลัก แต่ตอนนี้คงต้องเปลี่ยนแผน เป็นห่วงแม่อยากแบ่งเบาให้มากกว่านี้”

ณรังค์เข้าใจบอกจะคอยรายงานทุกระยะ อ๋องแย้งขอให้สิริกันยาเป็นคนรายงาน เพราะเธอทำหน้าที่ประสานงานระหว่างตนกับเขา และมอบหมายเธอให้เป็นเลขาณรังค์ไปในตัว สิริกันยาแปลกใจ เขาไม่ต้องการเลขาแล้วหรือ อ๋องบอกมีใจดีเป็นเลขาแล้ว ทั้งสองยิ่งแปลกใจเพราะใจดีกำลังจะลาออกไปแต่งงาน อ๋องบอกขำๆว่าไม่ออกแล้ว

ในขณะเดียวกัน ใจดีทำงานไปร้องไห้ไปจนสุนันทารำคาญ และยิ่งรู้สึกผิดว่าเป็นเพราะตนที่ทำให้ใจดีไม่มีเวลาให้แฟน ทำให้เขาบอกเลิก ใจดียิ่งร้องไห้เพราะความจริงเพิ่งจับได้ว่าเขามีกิ๊กทั้งที่กำลังจะแต่งงาน

สิริกันยาฟังอ๋องเล่าแล้วเจ็บใจแทน บ่นว่าผู้ชายเลว ...สองหนุ่มสะดุ้งเฮือก หญิงสาวนึกได้รีบแก้คำพูดใหม่ ว่าไม่ทุกคนที่เลว อ๋องสรุปงานแล้วขอตัวกลับไปคุยงานกับแม่ สิริกันยาฝากเยี่ยมทั้งบอสและใจดี ณรังค์ลอบดูปฏิกิริยาที่อ๋องมีต่อสิริกันยาแล้วรู้สึกขัดตาชอบกล
ณรังค์ดูนาฬิกาหน้าเครียดบอกสิริกันยา “งานแรกของเราสำหรับการกู้วิกฤติ...ลุยเลย ไป”

หญิงสาวงงจะไปไหน...ณรังค์พาสิริกันยามาที่โรงพยาบาล ตั้งใจจะแนะนำให้แม้นเทพรู้จักว่าเธอเป็นหนึ่งในทีมงาน เป็นตัวแทนสุนันทาพร็อพเพอร์ตี้ และจะทูลเรื่องการฟื้นฟูเฟสแรกให้ทราบ สิริกันยาย้อนถามว่าสุขภาพท่านพร้อมฟังเรื่องงานแล้วหรือ

“ไม่ได้แจ้งรายละเอียด ท่านทรงฟังได้ ยกเว้นว่าจะมีเรื่องอื่นที่จะกระทบพระทัย”

ณรังค์กับสิริกันยายืนรอลิฟต์ ปฐวีเดินควงแขนเกียรติศักดิ์เข้ามา พอเห็นกัน เกียรติศักดิ์ก็เหยียดณรังค์ ทำนองมาเฝ้าท่านชายด้วยเหมือนกัน แล้วเยาะว่าหน้าไปโดนอะไรมา ปฐวีเห็นบาดแผลที่หน้าณรังค์ก็เดาออกว่าฝีมือใคร เกียรติศักดิ์สังเกตปฏิกิริยาปฐวี สิริกันยาอดปากไวไม่ได้

“ยังจะมาถาม” ณรังค์สะกิดให้หยุดแต่เธอไม่หยุด “ควรพูดออกมาตรงๆแมนๆนะคะ ใครลอบกัด ถือว่าไม่แมน แต่เป็น...”

ณรังค์โกรธเสียงเข้มให้หยุด ปฐวีดึงเกียรติศักดิ์ออกมาคุย ณรังค์ต่อว่าสิริกันยาพูดไปแล้วได้อะไร เขาอาจจะไม่ใช่คนทำ สิริกันยาบอกเรดาร์จับเฟคของตนแม่นมาก สายตาเขาบ่งบอกว่าเขาเป็นคนทำ...ด้านปฐวีต่อว่าเกียรติศักดิ์ที่ทำร้ายณรังค์ เกียรติศักดิ์โกรธ

“เป็นห่วงเป็นใยขนาดนี้ ไม่ใช่แค่เด็กในบ้านแล้วละมั้ง”

“แล้วคุณจะทำไม”

“บอกมาสิ คุณกับมันคืออะไร”

“ถ้าอยากให้ฉันแต่งงานกับคุณ อย่าแตะต้องณรังค์อีก ฉันบอกคุณได้แค่นี้”

“คุณกับมันรักกัน แต่เพราะมันกระจอก คุณเลยไม่เลือกมัน แต่เลือกผม”

อ่านละครเรื่อง สายธารหัวใจ ตอนที่ 3 วันที่ 26 ต.ค.60

ละครเรื่อง สายธารหัวใจ บทประพันธ์โดย วาสนา
ละครเรื่อง สายธารหัวใจ บทโทรทัศน์โดย คนเขียนเงา
ละครเรื่อง สายธารหัวใจ กำกับการแสดงโดย ชนะ คราประยูร
ละครเรื่อง สายธารหัวใจ ผลิตโดย บริษัท เมคเกอร์ กรุ๊ป จำกัด
ละครเรื่อง สายธารหัวใจ ควบคุมการผลิตโดย ณัฐพงศ์ เหมือนประสิทธิเวช
ละครเรื่อง สายธารหัวใจ ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.15 น. ทางช่อง 33 HD
ที่มา ไทยรัฐ