อ่านละคร เพชร ตอนที่ 8(ตอนจบ) วันที่ 3 มี.ค.62

อ่านละคร เพชร ตอนที่ 8(ตอนจบ) วันที่ 3 มี.ค.62

ณรงค์ที่หลบอยู่ข้างหลังจิตราแอบหยิบปืนอีกกระบอกออกมา แต่ไม่ทันยิงเสียงปืนลูกซองก็ดังขึ้นจากอีกด้านหนึ่งของซอย ทุกคนตกใจหันมอง เห็นครูหมายเดินออกมาพูดกับณรงค์

“มึงก็ลองดูไอ้รงค์ นัดเดียวของกูกับปืนในมือสั่นๆ ของมึงใครจะถึงเป้าก่อนกัน”

จิตราดีใจที่ครูหมายมา บอกณรงค์ว่าครูหมายช่วยเด็กได้ทุกคนและจะช่วยณรงค์ได้ใช่ไหม ครูบอกว่าอยู่ที่ณรงค์อยากให้ตนช่วยหรือเปล่า ณรงค์ตวาดทันทีว่า



“อย่ามายุ่ง กูเกลียดมึง มึงก็เหมือนพ่อกู มึงไม่เคยเห็นหัวกู มึงไม่เคยสนใจกู มึงก็พวกเดียวกันกับไอ้เอไอ้เพชร”

จิตรากับครูหมายพยายามหว่านล้อมณรงค์ แต่ณรงค์กลับจับจิตราเป็นตัวประกันพร่ำบอกว่ายังไงแม่ต้องช่วยรงค์แล้วลากจิตราออกไป จิตราตกใจเข่าอ่อน ครูหมายกับเอมองอย่างไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ณรงค์ทำกับแม่ตัวเอง รีบวิ่งตามไป

เมื่อเพชรรู้ว่าณรงค์จับแม่ตัวเองเป็นตัวประกันก็รีบตามไป เจอครูหมายยังพยายามกล่อมณรงค์ให้ปล่อยจิตราออกมา อย่าทำร้ายแม่ตัวเองมากกว่านี้เลย ณรงค์กดปืนใส่จิตราแน่น ไล่ทุกคนไปให้พ้น ไม่งั้นตนยิงจริงๆ จิตราร้องไห้อ้อนวอนณรงค์อย่าทำแบบนี้ บอกว่าแม่รักลูกมาก ก็ถูกณรงค์ตวาดให้เงียบ!

“รงค์...เอ็งทำผิดแต่เอ็งยังแก้ตัวได้ ได้ยินไหม ชีวิตยังให้โอกาสกับทุกคนที่อยากแก้ไข กลับตัว เอ็งอย่าทำให้ตัวเองจนตรอกแบบนี้ เอ็งต้องกล้าสิวะ กล้ายอมรับความผิด แก้ไขตัวเอง” ครูหมายยังพยายาม

ณรงค์สติแตกประกาศให้ทุกคนถอยไปไม่อย่างนั้น “กูเป่ากะโหลกแม่กูแน่ๆ”

เพชรมาถึงถามณรงค์ว่าเกลียดตนไม่ใช่หรืองั้นก็มาจับตนทำร้ายตนแต่อย่าทำกับอาจิตแบบนี้ บอกณรงค์ว่า “อาจิตรักพี่ พี่อย่าทำกับอาจิตแบบนี้เลย”

เอก็บอกว่าถ้าณรงค์เกลียดตนกับเพชรก็มาจัดการเลยทำร้ายแม่ตัวเองทำไม

ไม่ว่าใครจะหว่านล้อมอย่างไรแม้แต่จิตราที่บอกรักณรงค์มาก ณรงค์คือชีวิตของแม่ อย่าคิดแบบนี้ ก็ถูกณรงค์ตวาด “หยุดได้แล้ว หยุด ถอยไป อย่ามาขวางกู” ณรงค์มองทุกคนอย่างคลุ้มคลั่ง

ชาญวิทย์พูดในแง่กฎหมายว่าตอนนี้ณรงค์ยังไม่ได้เป็นผู้ต้องหา เราแค่ต้องการสอบถามบางอย่างเท่านั้น “แต่ถ้านายทำร้ายคุณจิตราหรือคนอื่น เงื่อนไขของนายก็เปลี่ยนไปนะ นายจะไม่มีทางต่อรองอะไรกับใครได้เลย”

“มึงโกหก...กูรู้ กูฆ่าไอ้วุธ ยังไงกูก็ติดคุก กูไม่ยอมให้มึงจับ...กูไม่ยอม”

ทันใดตำรวจที่มากับชาญวิทย์ก็อ้อมจากอีกด้านซึ่งเป็นด้านหลังของณรงค์ ณรงค์หันยิงใส่ตำรวจทันที ปล่อยมือจนจิตราทรุดกับพื้นแล้วยิงเพชรกับเอที่ยืนอยู่ ครูหมายกระโจนเข้าหาเพชรแล้วล้มไปด้วยกัน ณรงค์คลั่งหันยิงใส่คนที่เหลือแล้ววิ่งหนีไป ตำรวจวิ่งตาม จิตราหัวใจแทบสลายกับสิ่งที่ณรงค์ทำ

เพชรประคองครูหมายที่เลือดทะลักออกจากบาดแผลที่ถูกณรงค์ยิงจากด้านหลังทะลุมาด้านหน้า ร้องบอกเอให้พาครูไปหาหมอ

ครูหมายพยายามยกมือห้าม บอกว่า

“ไม่...ครูรู้...ฝากครูสร้อยด้วย ฝากบอกครูสร้อยด้วย อย่าทิ้งเด็ก อย่าทิ้งใคร...” ครูพยายามจับมือเอกับเพชรคนละข้าง สั่งเสีย “เพชร...เอ...ใช้ชีวิตให้ดี อย่าทำลายชีวิตตัวเอง อย่าให้เหมือนไอ้รงค์ เอ...เอ็งเป็นคนดีได้ เอ็งทำได้ ให้อภัยตัวเอง อย่าลงโทษตัวเอง อย่ากลัวที่จะทำความดี อย่ากลัว...”

ครูหมายสะอึกกระอักเลือดออกมาในประโยคสุดท้ายแล้วแน่นิ่งไป คลายมือจากเพชรและเอลง

เพชรกับเอซบหน้ากับอกครูร้องไห้เสียใจอย่างที่สุด จิตรามองอย่างเจ็บปวดกับการสูญเสียจากน้ำมือของณรงค์ เสียงปืนดังขึ้นจากอีกมุมหนึ่ง จิตราผวาเฮือกร้องออกมาสุดเสียง

“รงค์...ลูกแม่!” แล้วกระเสือกกระสนวิ่งไปทางเสียงปืน เพชรตกใจบอกเอว่าฝากครูด้วยแล้ววิ่งตามจิตราไปทั้งที่น้ำตายังเต็มหน้า

ที่ซอยในชุมชน ชาญวิทย์กำลังหว่านล้อมให้ณรงค์ยอมมอบตัว แต่ณรงค์กลับยิงใส่ทำให้ตำรวจที่ล้อมอยู่จำต้องยิงตอบโต้หลายนัดจนณรงค์ทรุดกองกับพื้น

จิตรากับเพชรวิ่งมาเห็นพอดี จิตราทรุดฮวบลง ดีที่เพชรเข้าประคองไว้ทัน

ooooooo

ที่บ้านเพชร ย่าพุดกรองกอดปลอบจิตราที่ร้องไห้ฟูมฟาย ปริมยืนดูที่หน้าห้องด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูกเพราะถูกณรงค์ทำร้ายไว้มาก

พิมเข้ามาหาปริม พูดความรู้สึกของตนอย่างอ่อนโยนว่า

“ย่าสอนเรามาตลอดเรื่องการให้อภัยต่อกัน...

พิมเองไม่เคยเข้าใจและคิดว่าตัวเองไม่น่าจะทำได้ แต่จากเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมด พิมว่าเราต่างก็โดนกันมาอย่างหนักแล้วทุกคน เรารอดมาได้อย่างหวุดหวิด ต้องถือว่าทุกคนโชคดี เพราะฉะนั้นเราก็ต้องทำให้ดีอย่างที่พี่เพชรบอกไว้ คำพูดสุดท้ายของครูหมายไงคะ”

“จ้ะพิม คำพูดสุดท้ายของครูหมาย...อย่ากลัวที่จะทำความดี อย่ากลัวที่จะให้อภัยกับความชั่วร้ายที่เกิดขึ้น... ขอบใจนะพิม ขอบใจจ้ะ”

ปริมพูดแล้วยิ้มให้พิมทั้งที่น้ำตานองหน้า...

ฝ่ายแก้วตาก็ทำใจเรื่องณรงค์ไม่ได้ แต่รินทร์พยายามพูดจนสุดท้ายบอกแก้วตาว่า

“ความโกรธเกลียดในใจ มันมีแต่จะบดบังความรู้สึกสำนึกผิดชอบชั่วดี ทำให้เราเผลอดึงชีวิตตัวเองให้ตกต่ำได้ง่ายอย่างที่เราไม่รู้ตัวมาก่อน”

“เหมือนณรงค์” แก้วตาพึมพำ แล้วบอกรินทร์ว่า “ก็ได้ ฉันจะลองดู เพราะแกแล้วก็ย่าพุดกับพิมที่โดนมาหนักกว่าฉัน เอาเถอะ แกไปทำงานเถอะ ฉันจะลองดู” พูดแล้วเดินเข้าข้างใน

แม้จะไม่ได้รับคำตอบ แต่รินทร์ก็มองตามแก้วตาไปอย่างโล่งใจที่รับปากว่าจะลองดู

ooooooo

เพชรเศร้าเสียใจอย่างที่สุดกับการจากไปของครูหมาย แต่ในยามที่ชีวิตต้องสูญเสียอย่างใหญ่หลวงนี้ เขายังมีรินทร์คอยให้กำลังใจ บอกเขาอย่างเข้าใจความรู้สึกของปุถุชนว่า

“รินทร์รู้ว่าพี่เพชรไม่ร้องไห้แน่ๆ เพราะพี่เพชรใช้เวลามาทั้งชีวิตเพื่อสร้างเกราะที่แข็งแรงให้กับหัวใจตัวเอง...บางครั้งน้ำตามันก็ไม่ได้แสดงว่าเราอ่อนแอนะคะพี่เพชร”

รินทร์ส่งผ้าเช็ดหน้าให้ กุมมือเพชรไว้บอกว่า “รินทร์จะไม่มอง แต่จะอยู่ตรงนี้ เป็นมืออุ่นให้พี่เพชรได้รู้สึกว่าพี่เพชรไม่ต้องอดทนกับความเสียใจอยู่คนเดียว”

“ขอบคุณนะจ๊ะรินทร์...ที่เป็นแสงสว่างในช่วงเวลาที่มืดมิดของชีวิตพี่ รินทร์เป็นความอบอุ่นในหัวใจของพี่เสมอ ขอบคุณที่อยู่ข้างกันตลอด” เพชรก้มลงจนหน้าผากแตะหน้าผากรินทร์อย่างซึ้งใจ

แม้ครูสร้อยจะเสียใจอย่างที่สุดกับการจากไปของครูหมาย เก็บข้าวของของครูหมายใส่กล่องใส่ลัง แต่ครูก็ยังเข้มแข็งที่จะอยู่ที่นี่ อยู่ตรงนี้ เพื่อช่วยเด็กต่อไป ขอแต่ให้เพชรกับยุทธตั้งใจทำงานของตัวเองและประสบความสำเร็จในชีวิต

เอยืนดูอยู่มุมหนึ่ง เขานิ่งอึ้ง ก่อนที่จะค่อยๆเดินออกไปเมื่อกลับถึงอู่ เพชร ไกรสร ศักดิ์ จุดธูปไหว้รูปของอ่องและครูหมายที่วางอยู่บนหิ้งด้วยความเคารพ

เพชรสัญญาว่าจะทำทุกอย่างเต็มความสามารถ จะไม่มีวันท้อหรือยอมแพ้ บอกอ่องกับครูหมายว่า

“ให้คอยดูว่าไอ้เพชรจากเด็กสลัมคนนี้มันจะไปได้ไกลแค่ไหน ครูกับอาคอยดูผมนะครับ”

ไกรสรก็บอกอ่องกับครูหมายว่าจะช่วยดูแลครอบครัวของทั้งสองให้เต็มที่ ไม่ต้องห่วงใครทั้งนั้น

ศักดิ์ถามไกรสรว่าถ้าเจ้ารงค์มันฟื้นขึ้นมาจากอาการโคม่ามันจะยอมให้พี่ดูแลหรือ ไกรสรบอกว่ายอมหรือไม่ยอมตนก็ไม่ยอมแพ้ ขอแต่ให้มันฟื้นขึ้นมาก่อนเท่านั้น ถามเพชรว่าไม่มีข่าวเลยหรือ

“ยังจ้ะ ยังนอนไม่รู้สึกตัวอยู่ แต่อย่างน้อยเขาก็ยังไม่ตายนะพ่อ...ยังไม่ตาย” เพชรสูดลมหายใจลึกๆ

อย่างรวบรวมพลัง “เราก็ยังไม่ตาย เพราะฉะนั้นเรามาเริ่มงานใหม่กันเลยนะครับพ่อ น้าศักดิ์”

ทั้งไกรสรและศักดิ์ต่างบอกว่าพร้อมที่จะลุยไปกับเพชรแล้ว

ทันใดทุกคนชะงักเมื่อเสียงเฮียตงด่าลั่นเข้ามาว่า “ไอ้ฝรั่งเก๋าเจ้ง มึงพูดหมาๆแบบนี้ได้ยังไงวะ” ทุกคนหันมอง เพชรถามว่าเถ้าแก่มีอะไรหรือ เฮียตงเล่าอย่างแค้นใจว่าไอ้โรเบิร์ตที่ตนให้เพชรไปคุยเรื่องออโต้เซ็นเตอร์ที่เพชรคิดโครงการนั้น มันขโมยความคิดของเพชรไปทำเองแล้ว

เพชรบอกเฮียตงว่าไม่เป็นไร เป็นแบบนี้ยิ่งสนุกเพราะเท่ากับตนมีคู่แข่งแล้ว การมีคู่แข่งทำให้เราต้องทำให้ดีมากขึ้นกว่าเดิม เฮียตงติงว่าแต่เราก็ไม่ใช่เจ้าแรกทั้งๆที่เพชรคิดเป็นคนแรก

“จะเป็นเจ้าแรกหรือเจ้าสุดท้ายก็ไม่สำคัญเท่ากับเราจะเป็นเจ้าที่ดีและลูกค้าไว้วางใจมากที่สุดนะครับ เพราะถ้าเราเป็นแบบนั้นได้ ต่อให้เราอยู่ลำดับที่เท่าไหร่ ยังไงลูกค้าก็ต้องตามมาที่ศูนย์บริการของเรา ผมคิดแบบนั้นครับ”

เฮียตงชื่นชมวิธีคิดของเพชร ชมเพชรว่าแกร่งดี แล้วหยิบเอกสารรายชื่อติดต่อกับอะไหล่เจ้าอื่นๆให้ บอกเพชรว่าไปทำให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ พูดให้กำลังใจว่า

“อั๊วจะคอยดูลื้อยืนอยู่ที่เส้นชัยที่เป็นเดอะเบสต์ของวงการช่างยนต์ทั้งหมด”

“ครับเถ้าแก่ ผมจะต้องทำให้ได้” เพชรเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น

เอตัดสินใจเอากุญแจดอกเล็กๆให้ป๋อง บอกให้ป๋องจัดการแทนตน ย้ำว่า “ข้าเชื่อใจเอ็งนะป๋อง อย่าทำให้ข้าผิดหวัง” ป๋องถามว่าพี่เอจะไปไหน “ข้าก็ยังไม่รู้ แต่ข้าไม่อยากให้พวกเอ็งที่ซื่อสัตย์และภักดีกับข้าต้องลำบาก เอ็งจัดการแทนข้าทีนะป๋อง แบ่งให้ทุกคนอย่างยุติธรรมที่สุด แล้วหนีไปให้ไกลอย่าย้อนกลับมาอีก”

ป๋องตกใจน้ำตาซึมขอร้องพี่เออย่าทำอย่างนี้ อย่าทิ้งพวกตนไปแบบนี้ เอดึงป๋องเข้าไปกอดอย่างห่วงใย ขยี้หัวป๋องอย่างเอ็นดู ปลอบอย่าร้องไห้...อย่าร้อง ขอบใจป๋องและขอให้ป๋องโชคดีแล้วอย่ากลับมาอีก แล้วเอก็เดินจากไป เอไปกราบขอโทษครูสร้อยร้องไห้อย่างสำนึกผิด ครูสร้อยกอดปลอบอย่างอบอุ่นว่า

“ไม่เป็นไรลูก เอ...ไม่เป็นไร ครูหมายเขาผ่านไปแล้วนะ ครูไม่เจ็บปวดทุกข์ทรมานอีกแล้ว เอก็อย่าทรมานตัวเองแบบนี้เลยนะลูก คนที่อยู่ข้างหลังก็ต้องเข้มแข็งให้เหมือนครูนะลูก”

“ครับ...ครู...แม่สร้อย” เอรับคำอ่อนโยนกราบที่ตักครูสร้อย “ครูแม่สร้อยรอผมนะครับ ผมจะต้องกลับมาใช้ชีวิตอย่างที่ครูหมายสอนไว้ให้ได้...นะครับ”

ครูสร้อยพยักหน้ายิ้มอย่างมีความสุข เมื่อเอกราบอีกครั้งและลุกไปแล้ว ครูสร้อยบอกครูหมายว่า

“พี่หมาย...พี่ทำสำเร็จแล้วนะ...พี่ต้องอยู่ช่วยเป็นกำลังใจให้เอด้วยนะ...พี่หมาย”

ooooooo

คืนเดียวกัน เอไปหาเพชรที่อู่ เพชรถามว่ามีอะไรหรือเปล่า เอบอกว่าตอนนี้ยังไม่มี แต่ถ้าพรุ่งนี้มีอะไรเกิดขึ้นเอ็งไม่ต้องห่วงพี่นะ เพชรกังวลใจถามว่าพี่เอจะทำอะไร เอยิ้มกอดเพชรบอกว่า

“เอ็งไม่ต้องห่วง ขอแค่ส่งกำลังใจให้พี่เข้มแข็งแบบเอ็งก็แล้วกัน โชคดีนะไอ้น้องชาย...โชคดี”

เอคลายกอดตบหัวเพชรอย่างเอ็นดูแล้วเดินขึ้นรถตัวเองขับออกไป เพชรได้แต่มองอย่างกังวลใจ

ออกจากเพชรแล้ว เอไปหาชาญวิทย์ตามนัดมีเอกสารซองใหญ่ไปให้ ชาญวิทย์ถามว่าแน่ใจหรือว่าจะทำเรื่องนี้ เอหัวเราะตอบอย่างสบายใจหนักแน่นว่า

“แน่ใจสิครับหมวด หรือหมวดไม่อยากกวาดล้างเรื่องเลวร้ายพวกนี้ให้หมดไปจากพื้นที่ของหมวด” ชาญวิทย์บอกว่าอยากทำ ถ้าไม่เสี่ยงกับชีวิตของใคร “ก็ถ้าชีวิตของผมมันจะทำให้บ้านที่ผมเกิดมาสะอาดและน่าอยู่มากขึ้น ผมยินดี”

ชาญวิทย์มองหน้าเอเต็มตา พยักหน้า บอกเอว่าในฐานะผู้รักษากฎหมายตนคงพูดอะไรมากไม่ได้กับสิ่งที่เอทำมาทั้งหมด แต่ในฐานะเพื่อน ตนดีใจที่เอเลือกทางเดินใหม่อีกครั้ง ยืนยันกับเอว่า

“ผมจะพยายามหาทางทำให้คุณปลอดภัยให้มากที่สุด”

“ขอบคุณครับหมวด...ขอบคุณเพื่อน” เอยิ้มสบายใจ โล่งใจแล้วจับมือกันแน่น

เพชรกับรินทร์ที่เป็นหุ้นส่วนกันมุมานะทำงานหามรุ่งหามค่ำ ช่วยกันออกตระเวนหาบริษัทสินค้ามาวางขายที่อู่ แต่ก็ต้องผิดหวังครั้งแล้วครั้งเล่า รินทร์ปรารภกับเพชรอย่างท้อใจว่าไม่มีบริษัทไหนสนใจเอาสินค้าไปวางขายที่ศูนย์ของเราเลย เพชรบอกอย่าเพิ่งยอมแพ้ วันนี้อาจจะยังไม่มีแต่เราต้องเชื่อมั่นว่าจะต้องมีคนมองเห็นและเข้าใจสิ่งที่เราตั้งใจทำ

ความเข้มแข็งแน่วแน่ของเพชรทำให้รินทร์มีกำลังใจขึ้น แต่ลึกๆแล้วก็ยังกังวลและไม่พอใจพนักงานบางบริษัทที่มีท่าทีดูแคลนที่อู่ซ่อมรถสกปรกจะเอาสินค้าราคาแพงของตนไปวางขาย เล่าให้ไกรสรฟัง ถามว่าแบบนี้ลุงจะโกรธไหม ไกรสรบอกว่าโกรธ แต่ขยี้หัวรินทร์หยอกว่า “เอ็งไม่น่าจะเป็นคนใจร้อนแบบนี้นี่หว่า นังร้าย” แล้วหันไปถามเพชรว่าไม่โกรธจริงหรือ

“ไม่ครับ คำพูดแค่นี้จากคนที่ไม่รู้จักเพชร ทำอะไรเพชรไม่ได้หรอกครับพ่อ...”

เพชรเล่าว่าบริษัทผู้ผลิตและเป็นตัวแทนจำหน่ายไม่ได้มีแค่บริษัทเดียว ตนจะเข้าไปทุกที่ ทำให้เขาเห็นว่าจุดมุ่งหมายธุรกิจของเราคืออะไร สร้างความมั่นใจให้กับการบริการของเรา พูดแล้วถามรินทร์ว่ายังไหวอยู่ไหม รินทร์บอกว่าไหวและต่อไปตนก็จะพยายามใจเย็นกว่านี้

ขณะกำลังคุยกันอยู่นั่นเอง ปริมก็ร้องเข้ามาอย่างขวัญเสียว่า “ช่วยด้วย ช่วยคุณพ่อปริมด้วย” ทุกคนดูหนังสือพิมพ์ที่ปริมถือเข้ามาพาดหัวข่าวกรอบรองว่า “เสี่ยนักฟอกเงินดับสยองคาเรือนจำ”

เพชรไปหาชาญวิทย์ที่โรงพัก ชาญวิทย์ฟันธงว่าโดนสั่งเก็บแน่นอน ตอนนี้ทางเรือนจำก็วุ่นไปหมด ไม่รู้ว่าปล่อยให้เสี่ยโดนจัดการง่ายดายแบบนี้ได้ยังไง มองหน้าเพชรที่สีหน้ากังวลถามว่าเป็นห่วงเอใช่ไหม แล้วบอกเพชรว่าไม่ต้องกังวล เพราะเสี่ยโดนเก็บแบบนี้ก็เป็นเพราะข้อมูลต่างๆที่เราได้จากเอด้วย ทุกอย่างมีประโยชน์มากจนทำให้พวกนั้นอยู่ไม่เป็นสุข ต้องดิ้นหนีตายกันจ้าละหวั่น

ชาญวิทย์บอกว่าตนขอความแน่นอนจากทางผู้ใหญ่ให้ดูแลเออย่างดีที่สุดเท่าที่ผู้ต้องหาคนหนึ่งจะได้รับ เพราะตนเชื่อว่าเอไม่ใช่คนชั่วโดยสันดาน คนเรามีโอกาสเลือกเส้นทางผิดพลาดได้กันทั้งนั้น

“เออาจทำอะไรเลวร้ายมามากมาย แต่ในชีวิตเขาก็มีเส้นคั่นบางอย่างที่ทำให้เขายั้งตัวเองเอาไว้ไม่ทำลายคนอื่นมากไปกว่านี้ แล้วยิ่งตอนนี้เขาเสี่ยงชีวิตมากนะที่ยอมเปิดเผยข้อมูลทุกอย่างที่เป็นประโยชน์สำหรับการกวาดล้างไอ้พวกชั่วร้ายในสายเลือดแบบเสี่ยทรงชัยกับนายใหญ่ของเขา”

ชาญวิทย์ยอมรับว่าการกระทำหลายอย่างของเอทำให้ตนรู้สึกนับถือเขาอยู่ในใจ เอเป็นลูกผู้ชายแท้ๆ คนหนึ่ง ชาญวิทย์พูดปลื้มว่า

“ผมดีใจนะที่ได้รู้จักเพชร รู้จักเอ ลูกผู้ชายสองคนที่ต่างกันอย่างสิ้นเชิง แต่ก็เป็นตัวอย่างที่ดีสำหรับใครก็ตามที่กำลังสับสนและหลงทางในชีวิตตัวเอง โดยเฉพาะณรงค์”

“พี่รงค์ฟื้นแล้วหรอครับ”

“แต่ยังไม่รับรู้อะไรทั้งนั้น กระสุนโดนจุดสำคัญหลายที่ หมอเองก็ตอบไม่ได้ว่าณรงค์จะกลับมาในสภาพแบบไหน...” ถามเพชรว่าจะบอกคุณจิตราไหม เพชรบอกว่าต้องบอก “ผมเชื่อว่ายังไงคุณจิตราก็ต้องรับมือได้ เพราะคุณจิตราอยู่กับย่าพุดกรอง”

“ใช่ ยังไงย่าก็ต้องจัดการได้” เพชรมั่นใจ

ทุกคนก็เชื่อว่ามีย่าพุดคอยดูแลยังไงก็ต้องช่วยจิตราได้ ห่วงแต่ปริมที่ขังตัวเองอยู่ในห้องไม่ยอมกินไม่พูดกับใคร รินทร์เสนอว่าคงต้องพึ่งพี่เพชรเสียแล้ว เพชรพยักหน้าอย่างเข้าใจแต่แก้วตานึกฉุนรินทร์ที่เสนอทำให้เพชรต้องไปใกล้ชิดกับปริมอีก พอต่อว่ารินทร์ว่าทำไมต้องช่วยปริมถึงขนาดนั้น รินทร์บอกว่ากลัวปริมคิดสั้น แต่พอเพชรไปเคาะประตูเรียก ปริมเปิดประตูออกมาโผกอดเพชรร้องไห้โฮและเพชรกอดปลอบ รินทร์ก็อดหวั่นไหวไม่ได้

แก้วตาบอกรินทร์ว่าถ้าไม่สบายใจก็บอกพี่เพชรไปตรงๆเลย รินทร์บอกว่าคุณปริมน่าสงสารขนาดนั้นและพี่เพชรเองก็งานยุ่งมากจะให้ตนพูดเรื่องกวนใจอะไรอีกหรือ

แก้วตายังโวยวายที่รินทร์ทำใจเย็นอยู่ได้ ตนไม่เข้าใจเลย รินทร์ได้แต่ยิ้มเจื่อน แต่ปริมที่แอบได้ยิน ฟังแล้วสับสนวุ่นวายใจ

ด้วยความรักความเมตตาที่ย่าพุดปฏิบัติต่อปริม ทำให้ปริมสะเทือนใจถามว่าทำไมย่าทำได้ ตนไม่เคยคิดที่จะทำอะไรเพื่อคนอื่นอย่างย่าเลย ปริมร้องไห้คร่ำครวญว่าตอนนี้ตนไม่เหลือใครเลย ย่าพุดบอกว่ายังมีย่าไม่ใช่หรือและยังมีคนรอบข้างที่ห่วงปริมอยู่

วันนี้ปริมนั่งกระสับกระส่ายอยู่ที่โซฟา พิมกับแก้วตาสงสัยว่าเธอเป็นอะไรจึงแอบดู ครู่หนึ่งเพชรเดินเข้าไปในห้องรับแขก ปริมตามเข้าไป

ปริมถามเพชรว่าทำไมดีกับตนอย่างนี้  เพชรบอกว่าเพราะเราเป็นเพื่อนกัน เพื่อนย่อมไม่ทิ้งเพื่อน ปริมถามว่าเพชรรู้ใช่ไหมว่าตนคิดอย่างไรกับเขา รู้สึกบ้างไหมว่าท่าทีที่ดีกับตนอย่างมากนี้เป็นการฆ่าตนอย่างเลือดเย็น เพชรตกใจและรู้สึกผิดรีบขอโทษที่ตนไม่เคยคิดถึงความรู้สึกของเธอเลย พูดซื่อๆจริงใจว่า

“ผมแค่อยากช่วย อยากให้คุณรู้ว่าต่อให้ชีวิตของเรามันจะย่ำแย่เลวร้ายสักแค่ไหน ขอแค่เรายังมีเพื่อน ยังมีคนที่รัก หวังดีและจริงใจอยู่ข้างๆ มันก็จะทำให้ความเลวร้ายทุกอย่างผ่านพ้นไปด้วยดี ผมมัวแต่คิดแบบนี้แต่ไม่เคยคิดถึงความรู้สึกอีกด้านนึงของคุณเลย ผมขอโทษครับ ขอโทษจากใจจริง”

“คุณไม่ต้องมาขอโทษปริม เพราะสำหรับคุณปริมเป็นได้แค่เพื่อนที่คุณมีให้แค่ความหวังดี แต่คุณต้องไปขอโทษคุณรินทร์ คนที่เขาก็ต้องเจ็บปวดจากความหวังดีของคุณเหมือนกัน”

แก้วตากับพิมฟังแล้วตกใจมองหน้ากัน เห็นปริมยังจ้องหน้าเพชรนิ่ง พูดอย่างเยือกเย็นว่า

“รินทร์เป็นคนดี ดีอย่างที่ปริมไม่มีทางเป็นได้ อย่าให้ใครต้องเจ็บแบบปริมอีกเลย โดยเฉพาะรินทร์”

ปริมพูดแล้วเดินออกมาเจอแก้วตากับพิมที่แอบฟังอยู่ ทั้งสองหน้าเจื่อน พิมขอโทษปริม แต่ปริมบอกว่า

“พี่ต่างหากที่ต้องขอโทษพิม เธอด้วยแก้วตา สำหรับทุกอย่างที่ฉันทำ”

แก้วตาพูดอะไรไม่ออก ดึงปริมเข้าไปกอด พิมตกใจ แต่แล้วก็ยิ้มออกเมื่อปริมกอดตอบ

ooooooo

คืนนี้เอง เพชรบอกรินทร์ว่ามีเรื่องสำคัญต้องทำ ให้ไปด้วยกันเดี๋ยวนี้เลย แต่ถ้าไม่สะดวกตนไปคนเดียวก็ได้ รินทร์บอกไม่ได้  เราเป็นหุ้นส่วนกันไปไหนก็ต้องไปด้วยกัน เพชรเร่งให้ไปกันเลยกว่าจะถึงก็คงเช้าพอดี

แต่เช้ามืดวันรุ่งขึ้น พิมเห็นปริมถือกระเป๋าเดินทางใบเล็กผ่านห้องรับแขกไปหงอยๆ แล้วปริมก็สะดุ้งเมื่อเห็นย่าพุด ไกรสร พิม แก้วตาและชาญวิทย์นั่งรออยู่ พิมตัดพ้อปริมว่า

“ทำไมพี่ปริมจะหนีไปโดยไม่บอกพวกเราล่ะคะ”

“พี่...ปริมขอโทษนะคะ  แต่ปริมไม่กล้า ปริมไม่ได้อยากจากที่นี่ แต่ยิ่งอยู่มันยิ่งเจ็บปวด ปริม...” พูดได้แค่นั้นก็ร้องไห้จนพูดไม่ออก ย่าพุดเข้าไปกอดปลอบว่า

“ย่ารู้...คุณเก่งแล้วที่กล้าก้าวออกไป ไม่ร้องแล้วนะลูก ไม่ร้อง”

ปริมถามว่าย่ากับลุงสรไม่โกรธตนใช่ไหม ไกรสรพูดอย่างผู้ใหญ่ที่เข้าใจปริมว่า

“ผมรู้ว่าคุณรู้สึกยังไง แต่ที่พวกเรารอคุณอยู่แบบนี้เพื่อที่จะบอกว่าคุณไปได้นานเท่าที่คุณอยากไป แต่ยังไงก็อย่าลืมว่าคุณไม่ได้ตัวคนเดียว พวกเราอยู่ที่บ้านนี้ยังรอคุณอยู่...คุณกลับมาที่นี่ได้ทุกเวลา”

ปริมทำท่าจะร้องไห้อีก ย่าพุดบอกว่าไม่ร้องแล้วนะ เดินทางทั้งทีอย่าร้องไห้ มันเป็นลางไม่ดี

“ค่ะ...ปริมไม่ร้องแล้ว แล้วย่ากับทุกคนรู้ได้ยังไงคะว่าปริมจะไปวันนี้”

แก้วตาบอกว่าพี่ชาญเป็นคนบอก เพราะพี่ชาญเป็นห่วงความปลอดภัยของคุณเลยให้คนคอยตามดูเลยรู้ว่าคุณจัดการเรื่องตั๋วเรื่องการเดินทาง บอกปริมว่า “อย่าโกรธพี่ชาญเลยนะคะ พวกเราเป็นห่วงคุณค่ะ”

ปริมบอกว่าไม่โกรธ เพราะรู้ว่าทุกคนหวังดีกับตน ขอบคุณทุกคนและไหว้ลาทั้งน้ำตา พิมกับแก้วตากอดปริมแน่น ไกรสรกับชาญวิทย์ยืนมองสามสาวกอดกันอย่างกลมเกลียวอย่างปลื้มใจ...

ooooooo

เพชรขับรถพารินทร์มาถึงชายหาดตอนรุ่งเช้าพอดี เพชรพารินทร์ไปที่ปลายสะพาน พูดอย่างอ่อนโยนและนอบน้อมว่า

“ครูครับ ผมเพชรนะครับ ภวัต เอี่ยมธำรง วันนี้ผมมาขออนุญาตครูแต่งงานกับผู้หญิงที่ดีที่สุดในโลกของผมครับ ผมสัญญาครับว่าผมจะดูแลรินทร์อย่างดีที่สุด จะไม่ทำให้รินทร์ต้องทุกข์ใจหรือเสียใจเป็นอันขาด”

เพชรขอโทษรินทร์เรื่องปริมที่ตนไม่ได้ห่วงความรู้สึกของรินทร์เลยว่าจะรู้สึกยังไง รินทร์บอกว่าตนไม่เห็นต้องรู้สึกอะไร ถามว่ามาพูดอะไรกับครูไม่เห็นถามตนก่อนเลย

เพชรออดอ้อนว่าถึงรินทร์จะไม่ได้รักตนก็ไม่เป็นไร เพราะยังไงตนก็จะรักรินทร์แบบนี้ แล้วขยับเข้าใกล้จนปากแนบหน้าผากรินทร์ เว้าวอนอ่อนหวานว่า

“ถ้ารินทร์ยังใจแข็งไม่รักเพชร” แล้วเลื่อนลงมาจนจมูกชิดกัน บอกว่า “พี่ก็จะรออยู่อย่างนี้ไปจนถึงวันสุดท้ายของชีวิต”

รินทร์ถามว่าเขาจะไม่เสียใจใช่ไหมที่แต่งงานกับนักร้อง พาร์ตเนอร์หรือผู้หญิงกลางคืนอย่างที่ใครๆพูดถึงตน

“คนพวกนั้นไม่รู้จักรินทร์ดีเท่าพี่ ย่าบอกเสมอว่ามีแต่พวกโขน ละครงิ้ว ลิเก เท่านั้นที่เต้นไปตามเสียงร้องเสียงพากย์ของคนอื่น แต่เราไม่ใช่ เรารู้จักตัวเราเอง เพราะฉะนั้นเราไม่ต้องเต้นไปตามลมปากของใครทั้งนั้น... แต่งงานกับพี่นะรินทร์”

รินทร์ถามว่าแน่ใจหรือ เพชรบอกว่าไม่มีอะไรมั่นใจเท่านี้ รินทร์ตอบตกลงเพราะเพชรคือคนที่ตนรักมากที่สุดในชีวิตเหมือนกัน เพชรไม่มีแหวนหรูให้ แต่มีเฟืองเป็นค่ามัดจำไว้ก่อน ทั้งสองกอดกันด้วยความรักอยู่ริมหาดที่พระอาทิตย์กำลังทอแสงทอง

ส่วนชาญวิทย์กับแก้วตาก็ไม่มีอะไรมาขวางกั้นความรู้สึกดีๆที่มีต่อกันได้ ชาญวิทย์บอกแก้วตาที่เคยทำงานกลางคืนว่า

“มันไม่สำคัญหรอกนะว่าชีวิตเราจะเป็นมายังไง สิ่งสำคัญคือเราเลือกที่จะมีชีวิตแบบไหนมากกว่า ตอนนี้แก้วเลือกแล้ว พี่รอได้อีกนะ หรือถ้าแก้วยังไม่พร้อมก็ไม่เป็นไร”

“งั้นพี่ก็ไม่ต้องรอแล้ว” แก้วตาตอบทันที ทำเอาชาญวิทย์ดีใจยิ้มเต็มหน้าจนตาหยี

ooooooo

เพราะหลินกับตี๋ไปเที่ยวเมืองจีนกัน เฮียตงเลยมีเวลาติดต่อสั่งยางและสินค้าอื่นมาวางขายที่อู่เพชรมากมาย ใช้รถขนมาเป็นสิบคัน ศักดิ์ตื่นเต้นมากแต่ก็หนักใจถามเพชรว่าจะเอาเงินที่ไหนไปจ่าย

นอกจากนี้เฮียตงยังบอกกล่าวและบอกต่อโฆษณาอู่เพชรที่มีคุณภาพจนลูกค้ามาใช้บริการกันคับคั่ง

หลายปีผ่านไปเพชรอยู่ในวัยกลางคนแล้ว พวกเด็กๆก็โตและเพชรก็สนับสนุนให้แต่ละคนมีความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน ยุทธ โก้กับโต้งที่เป็นเด็กกะโปโล

เมื่อก่อน วันนี้ทั้งสามอยู่ในวัย 30 ต่างเป็นผู้ใหญ่แต่งตัวดี ร้านของเพชรก็เป็นศูนย์บริการครบวงจร ขยายสาขาไปถึง 9 สาขา และเพชรก็ให้ศักดิ์เป็นผู้ดูแลมีสิทธิ์บริหารงานและตัดสินใจเองคนเดียวอย่างเบ็ดเสร็จในสาขาที่ 9

เพราะกิจการขยายอย่างมั่นคง เจ้าของที่ตั้งชุมชนที่พวกเพชรอยู่ตกลงยอมขายที่ให้เพชรเพื่อขยายกิจการ ทุกคนดีใจกับข่าวนี้มากและมีความหวัง มุ่งมั่นที่จะทำงานให้ดียิ่งขึ้นและทุกคนได้ก้าวไปพร้อมกัน

ooooooo

เพชรไม่เพียงพัฒนาอู่จนรุ่งเรืองทุกคนมีความสุขเท่านั้น เพชรยังไม่ลืมครูสร้อย ช่วยครูสร้อยดูแลเวทีมวยที่ครูหมายปลุกปั้นมาเพื่อเด็กในชุมชน ครูสร้อยบอกว่าจะถามพวกลูกศิษย์เก่าๆของครูหมายดูว่ามีใครต่อยมวยหรือเป็นครูมวยอยู่อีก

เพชรบอกว่าถ้าช่วงแรกยังไม่มีใคร แต่ถ้ามีเด็กมาเรียน ตนกับยุทธมาช่วยสอนได้ ยังความปลื้มปีติแก่ครูสร้อยมากที่ทั้งสองยังระลึกถึงครูหมาย

ขณะกำลังคุยกันนั่นเอง เอในวัย 40 เศษแต่งตัวเรียบง่ายแต่สะอาดก็โผล่มาบอกว่าขึ้นชกที่ไหน เวทีใหญ่หรือทันสมัยแค่ไหนก็ไม่เคยตรึงใจเหมือนที่นี่

ทั้งเอ เพชร และศักดิ์ต่างดีใจที่ได้พบกันอีก เอแสดงความยินดีกับธุรกิจของเพชร ชมว่าเพชรดูดีจริงๆ เพชรขอให้เอเรียกและคุยกันเหมือนเดิม ตนยังเป็นไอ้เพชรของพี่อยู่ เคยเป็นยังไงก็ยังเป็นอย่างนั้น

เอเข้าไปก้มกราบครูสร้อยบอกว่า “ผมกลับมาแล้วครับ ครูแม่สร้อย ผมกลับมาตามสัญญา” ครูสร้อยประคองเอขึ้นน้ำตาซึม เพชรมองภาพนั้นอย่างสุขใจมาก

รินทร์กลายแม่ของลูกๆ เย็นแล้วก็ไปเคาะประตูห้องทำงานของเพชรเร่งว่าลูกๆจะกลับมาแล้ว เดินเข้ามาดูเห็นเพชรกำลังวาดแปลนสนามกีฬาที่มีเวทีมวยด้วย เพชรบอกว่านี่คือศูนย์กีฬาประจำชุมชน พี่เอรับปากแล้วว่าจะมาช่วยสอนเด็กๆในชุมชนให้

“พี่เอจะดุเหมือนครูหมายไหม”  รินทร์ถามขำๆ

“ไม่หรอก ครูหมายน่ะเด็ดขาด ใจแข็ง แต่พี่เอน่ะทำเป็นดุไปอย่างนั้นแหละ จริงๆแล้วพี่เอใจดีอ่อนโยนมาก พี่เชื่อว่าพี่เอจะต้องเป็นครูที่ดีแน่ๆ”

“เด็กๆต้องดีใจแน่ ฟังวีรกรรมของลุงเอมาตั้งนานแล้ว คราวนี้จะได้เจอลุงเอตัวจริงสักที ดูซิว่าใครจะได้วิชามวยจากลุงเอบ้าง”

เพชรว่าคงจะได้ทั้งสองคนนั่นแหละ ก็พอได้ยินเสียงเจี๊ยวจ๊าวมา บอกรินทร์ว่ามากันแล้ว เร่งรินทร์

“ไปเถอะจ้ะ เดี๋ยวค่อยขึ้นมาทำต่อ ยังไงที่นั่นก็อยู่ในความดูแลของพี่เอ แล้วพี่ต้องพยายามทำให้ดีที่สุด เพื่อชีวิตของเด็กๆอีกหลายคนจะได้ไม่ต้องจมปลักอยู่กับความมืดมิดของสิ่งชั่วร้ายแบบที่พี่เผชิญมา”

“รินทร์เชื่อค่ะว่าพี่จะทำได้ พรุ่งนี้ของเด็กๆในชุมชนจะต้องดีกว่าวันนี้แน่นอน”

รินทร์พูดกับเพชรอย่างเชื่อมั่นศรัทธา เพชรดึงรินทร์เข้าไปกอดอย่างขอบคุณที่เป็นแรงใจและช่วยผลักดันตนจนมาถึงวันนี้ได้

ooooooo

จบซีรีส์ลูกผู้ชาย...เพชร

อ่านละคร ซีรีส์ลูกผู้ชาย เรื่อง เพชร ตอนที่ 8(ตอนจบ) วันที่ 3 มี.ค.62

บทประพันธ์โดย: ชล พรรษกร
บทโทรทัศน์โดย: ไผ่พญา โมนะ
กำกับการแสดงโดย: แมน เมธี
ผลิตโดย: บริษัท เมกเกอร์ เจ กรุ๊ป จำกัด
ช่องออกอากาศ: สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ