อ่านละคร พรมแดนหัวใจ ตอน 14 วันที่ 17 ม.ค. 57

อ่านละคร พรมแดนหัวใจ ตอน 14 วันที่ 17 ม.ค. 57

จีรณะบอกว่าตนเป็นห่วงบ็อบบี้ โสภิตบอกว่าแล้วจะส่งข่าวมา เขาพูดหน้าตาเฉยว่า “ผมห่วงคุณด้วย”

“ฉันขับขึ้นมาได้ก็ขับลงไปได้ ห่วงตัวคุณดีกว่า ตอบคำถามเด็กในปกครองให้ดีก็แล้วกัน” พูดพลางปรายตาไปทางอาโป จีรณะพูดยิ้มๆ แหย่อย่างรู้ทันว่า

“ที่แท้ก็หึง” เลยถูกโสภิตดึงประตูปิดหนีบมือจนร้องโอ๊ย ถึงจะเจ็บแต่ก็ไม่โกรธ มองตามพึมพำทั้งรักทั้งหมั่นไส้ตามเคย “ยัยอุตพิด แสบตามเคย”

ooooooo

หลังจากได้รับการปล่อยตัวแล้ว ผู้กองเกียรติก้องขอเป็นเจ้ามือพาจ่าทองกับดาบม้วนไปเลี้ยงข้าว จิตราที่มาประกันตัวจะพาไปทำบุญรดน้ำมนต์


ดาบม้วนขอกลับไปเยี่ยม “ยัยแก่” ที่บ้านก่อน จึงเหลือแต่จ่าทองที่จะไปกับผู้กอง แต่ไม่ทันขยับไปไหน ทนายของแม่เลี้ยงก็มาแจ้งสารวัตรว่า

“ผมได้รับมอบอำนาจจากคุณยศให้มาแจ้งความคดีที่โรงไม้ครับ บุกรุกยามวิกาลกับพยายามฆ่า แหมดีใจจริงๆ ได้เจอผู้ต้องหา แม้จะเพียงบางส่วนก็ตาม” ทนายยิ้มเยาะกวาดตามองทุกคนที่เพิ่งเดินพ้นประตูห้องขังออกมา

ระหว่างนั้น พีรพงษ์กับยศนั่งฟังข่าวอยู่ที่ออฟฟิศ ใหม่ พอทนายโทร.แจ้งว่าตอนนี้ผู้กองกับลูกน้องเข้าห้องขังไปแล้ว ทั้งพีรพงษ์และยศก็หัวเราะร่า พีรพงษ์บอกว่าน่าสงสารจิตราที่อุตส่าห์ไปรับ

“สมนํ้าหน้ามัน จิตจะได้รู้เสียบ้าง ใครลูกผู้ชายตัวจริง” พีรพงษ์แหย่ว่าดูท่าทางจิตราจะรักผู้กองนั่นมาก “ไม่จริง จิตรารักผม ผู้หญิงที่ไหนจะลืมรักครั้งแรกได้

คุณต้องได้เห็นกับตา แต่ก่อนแค่ผมเป็นหวัดคัดจมูกนํ้ามูกไหล จิตราต้องเช็ดตัวทาแป้งป้อนข้าวป้อนนํ้าป้อนยาเกาหลัง จนกว่าผมจะหลับไป ไอ้เกียรติก้องมันต้องเล่นของอะไรแน่ๆ จิตถึงได้เปลี่ยนไปถึงขนาดช็อตไฟฟ้าแล้วปล่อยให้ผมนอนทุรนทุรายเหมือนหมาข้างถนน”

พีรพงษ์พูดอย่างเจ็บใจว่า โสภิตก็ไม่รู้ไปหลงเสน่ห์อะไรจีรณะนักหนา แต่ตอนนี้ตำรวจออกหมายเรียกไปแล้ว ถ้ายังไม่ออกมาโดนจับแน่

ทั้งสองนั่งระบายแค้นให้กันฟังอย่างเจ็บใจ

ooooooo

พิมพรพาบ็อบบี้ลงมาเข้าโรงพยาบาล แม่เลี้ยงได้ข่าวรีบมาเยี่ยม ถามอย่างตำหนิว่าพาหลานตนไปสมบุกสมบันที่ไหนจนเป็นไข้

พิมพรอ้างว่าตนทำหน้าที่เป็นหูเป็นตาให้แม่เลี้ยงไปจับโกหกลูกสาวคนโปรดของแม่ ฟ้องว่า


“ความจริงแล้วมันไปแรดอยู่กับคุณจี ถ้าบ็อบบี้ไม่ป่วยเสียก่อน พิมจับมันได้คาหนังคาเขาไปแล้ว ถ้าแม่ไม่เชื่อที่พิมพูด ไปถามนายชีพดูก็ได้”

สิ้นเสียงพิมพร โสภิตหน้าตาตื่นเข้ามาพอดี แม่เลี้ยงมองแต่หัวจดเท้าถามว่า “แกแต่งชุดอะไรของแกยัยภิต!”

โสภิตยอมรับว่าตนไปบนดอยจริงเพราะได้ข่าวว่าลูกหนี้ของแม่หนีขึ้นไปอยู่บนนั้น ถูกพิมพรจับเท็จว่า ชีพบอกว่ามันหนีไปทางปอยเปต โสภิตอ้างว่าสายข่าวคนละคนกัน ข้อมูลของตนผิดพลาดเกือบเจอลูกหนี้อยู่แล้ว แต่ถูกมันให้พรรคพวกมาแกล้งถอดล้อออกหมด บ็อบบี้ยืนยันว่าจริง เพราะตนกับมามี้ก็เห็นว่ารถไม่มีล้อสักล้อ

พิมพรพยายามจับโกหกว่าเธออยู่กับจีรณะด้วยใช่ไหม ก็พอดีหมอเข้ามา ทุกคนจึงหันไปถามอาการป่วยของบ็อบบี้ หมอแจ้งว่าเป็นโรคเกี่ยวกับระบบลิ้นหัวใจแนะนำว่าถ้าไปกรุงเทพฯ เครื่องไม้เครื่องมือจะครบกว่า แต่ไม่ต้องห่วงเพราะอาการของเด็กยังไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง

ooooooo

จีรณะตัดสินใจลงจากดอย กลับเข้าบ้านจึงรู้จากจิตราว่าผู้กองกับจ่าตุ๋ยยังถูกขังอยู่ ตนไม่รู้จะช่วยอย่างไร เพราะโฉนดที่เอาไปประกันตียูเอกสารยังไม่เรียบร้อย ยังไม่ได้คืนมาและเอาหมายเรียกให้เขาอ่าน

จิตราถามว่าเขาจะไปรายงานตัวรับทราบข้อกล่าวหาเมื่อไร จีรณะบอกว่าต่อไปนี้จะไม่ยอมเป็นลูกไล่มันอีกแล้ว ทันใดนั้น มีเสียงมอเตอร์ไซค์มาจอดหน้าบ้าน ตำรวจสองนายโผล่มาขอเชิญจีรณะไปโรงพัก

จีรณะรู้ตัวว่าพวกตำรวจวางสายดักอยู่หน้าบ้าน เขาตัดสินใจกระโดดข้ามรั้วหนีไป ตำรวจตะโกนให้ไล่จับ วิ่งไล่กันไปจนถึงถนนเปลี่ยว ปรากฏว่าบุญมีขับรถโฉบเข้ามาตะโกนให้รีบขึ้นรถ จึงพาหนีตำรวจไปได้ บุญมีพาไปที่บ้าน เจอไทรกับดุ๋ยก๊วนของบุญมีอยู่ที่นั่นก่อนแล้ว จีรณะฝากเนื้อฝากตัวว่าตนคงต้องพึ่งพาอาศัยพวกน้าๆ อยู่ที่นี่สักพัก

“นานเท่าไหร่ก็ได้ แล้วก็ไม่ต้องกลัว ถ้าน้ายังอยู่ ไม่มีใครมาแตะต้องตัวเอ็งได้เด็ดขาด” บุญมีรับรองแข็งขัน

ผู้กองกับจ่าตุ๋ยถูกขังอยู่ไม่นานเจ้านายก็เอาตำแหน่งมาประกันตัวออกมา พอออกมาก็ไปหาจิตราที่โรงพยาบาล เป็นเวลาเดียวกับที่ยศไปขู่ถึงโรงพยาบาลว่าให้ที่ซ่อนตัวคนร้ายมีความผิด แต่จิตราไม่สะทกสะท้าน เพียงแต่จะมาจับเมื่อไรก็ให้บอกก่อน เพราะอาจเข้าเวรกลางคืนจะได้ไม่มาเก้อ ยศขู่ว่าคิดสู้กับตนไม่มีวันชนะ ยอมแพ้เสียดีกว่า

“ถ้าจิตตัดสินใจสู้ แพ้หรือชนะก็ไม่สำคัญ” จิตราตอบอย่างท้าทายแล้วเดินหนีไป ยศไม่ยอมแพ้ตามไปติดๆ

ผู้กองเกียรติก้องเดินมาตามหาจิตรา เจอเธอพอดีต่างดีใจที่ได้เจอกัน ยศตามมาเห็น จิกตาถามว่ามาได้ยังไงแหกคุกมาหรือ? ทำท่าจะแจ้งตำรวจ ผู้กองถามว่ามีเบอร์ไหมถ้าไม่มีจะบอกให้ ยศค้นอยู่นานก็ไม่เจอ

“อย่าไปสนใจเลยค่ะพี่ก้อง เราไปหาอะไรอร่อยๆกินกันดีกว่า จิตกำลังจะพักพอดี” จิตจูงมือผู้กองไปเลย

“ไอ้เกียรติก้อง...มึง!!” ยศยืนคำรามตามหลังแต่ทำอะไรทั้งสองไม่ได้

การคุกคามของยศทำให้ผู้กองเป็นห่วงจิตราบอกว่าจะตามจีรณะให้ลงมาอยู่ด้วย จึงรู้ว่าจีรณะกำลังหนีตำรวจอยู่ ก็พอดีบุญมีโทร.มาบอกจิตราว่าจีรณะอยู่กับตน ทั้งสองจึงรีบไปหาที่บ้านบุญมี ต่างแสดงความยินดี

ต่อกันที่คนหนึ่งหนีตำรวจมาได้อีกคนได้รับประกันตัวออกมา บุญมีฟังอยู่พูดแทรกขึ้นว่า

“เอ็งสองคนเห็นรึยังว่ากฎหมายน่ะมันใช้ไม่ได้กับคนจนหรอก”

“แต่ผมก็ยังเชื่อในกฎหมาย ผมเชื่อว่าความยุติธรรมยังมีตราบใดที่เราไม่ยอมแพ้” ผู้กองยังเชื่อเช่นนั้น

ooooooo

เสียงเรียกร้องของหัวใจทำให้คืนนี้จีรณะแอบขึ้นไปดักพบโสภิตที่ห้องนอน เมื่อเธอกลับจากไปสอนทำการบ้านให้บ็อบบี้ ถูกเขากอดและหอมอย่างโหยหา

จีรณะรีบกระซิบบอกว่า “ผมเอง...” โสภิตดุเบาๆ ว่ากล้าดียังไงมาปีนห้องนอนตน เขาอ้อนว่า “ผมคิดถึงคุณ”

โสภิตพยายามหักห้ามใจตัวเองทำเสียงเข้มให้เขาออกไปเสีย เมื่อเขาไม่ยอมออกเธอขู่ว่าจะโทร.บอกพีรพงษ์ให้มาช่วย จีรณะกลับเดินไปนอนที่เตียง เธอเลยโทร.จริงๆพูดให้ได้ยินว่า

“ฮัลโหล คุณพงษ์เหรอค่ะ ช่วยฉันด้วย” จีรณะทำเป็นนอนขำว่ามุกนี้ไม่เวิร์กหรอก โสภิตเลยกดสปีก–เกอร์โฟนให้ฟัง เสียงพีรพงษ์ถามว่า “ว่าไงน้องภิต ใครทำอะไรน้องภิต”

“มีคนร้ายปีนเข้ามาในบ้านฉันค่ะ ตอนนี้ไม่มีใครอยู่เลย ฉันกลัวมาก รีบมาช่วยฉันนะคะ”

“ผมจะไปเดี๋ยวนี้”

โสภิตบอกจีรณะว่า “คุณพงษ์เขาเพิ่งกลับจากงานเลี้ยงกำลังจะมาส่งแม่ไม่เกินสิบนาทีก็คงถึง”

จีรณะลุกพรวดมาจับตัวเขย่าถามว่ากำลังทำอะไร เธอร้อง “ปล่อย...ฉันเจ็บ”

“ผมเจ็บกว่าที่เห็นคุณเปลี่ยนไปเป็นคนละคนอย่างนี้ ระหว่างเรามันเกิดอะไรขึ้น หรือคุณอยากเป็นสะใภ้ผู้แทนมันสมน้ำสมเนื้อกัน”

“ใช่” โสภิตตอบใส่หน้า จีรณะทั้งรักทั้งแค้นดึงเธอเข้าไปจูบอย่างแรง

ooooooo

เมื่อพีรพงษ์และแม่เลี้ยงกลับมาถึงต่างเข้ามาอย่างระมัดระวัง พีรพงษ์ถามพวงว่าคนร้ายอยู่ไหน พวงไม่รู้เรื่องก็ถูกด่า

พีรพงษ์ถามหาโสภิต พวงบอกว่าอยู่ข้างบนโสภิตรีบลงมารับหน้า พอพีรพงษ์ถามว่าคนร้ายอยู่ไหน เธอชี้แจงว่า

“คือพอดีภิตนอนหลับอยู่ แล้วได้ยินเสียงโครมที่หน้าต่างเลยคิดว่ามีโจรมางัด อารามตกใจคิดอะไรไม่ออกเลยโทร.หาคุณพงษ์ แต่จริงๆมันคงเป็นนกเค้าแมวบินมาชนกระจกน่ะค่ะ ต้องขอโทษจริงๆนะคะ”

ทุกคนอึ้งสนิทได้แต่มองหน้ากันไปมาพูดไม่ออกเลย

แต่งานนี้แม่เลี้ยงเทคะแนนให้พีรพงษ์เต็มที่ ให้เรียกตนเป็นแม่ล่วงหน้าได้เลย พีรพงษ์ทำเป็นโอดครวญว่า

“ผมกลัวจะผิดหวังอีกน่ะครับ คนอย่างน้องภิตจะตัดใจจากไอ้จีได้รึยัง”

“ยัยภิตมันใจแข็งเหมือนป้า คนอย่างยัยภิตตัดบัวไม่มีเหลือเยื่อใย โดยเฉพาะกระจอกๆอย่างไอ้จีรณะ ป้ารับรองได้”

พีรพงษ์ถึงกับยิ้มกริ่มอย่างมีความหวัง

เมื่อกลับเข้าห้องนอน โสภิตนั่งคิดใจระทึกกับเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ ที่จีรณะไม่ยอมออกไป ย้ำเตือนความจำเธอว่าที่ถ้ำคืนนั้นไม่มีความหมายกับเธอเลยหรือ เธอบอกว่านั่นเป็นเรื่องบังเอิญเท่านั้น พอดีเสียงแตรรถแม่เลี้ยงกลับมา จีรณะจึงตัดสินใจกระโดดหน้าต่างออกไป

“ขอโทษนะ นี่เป็นวิธีเดียวที่จะช่วยให้ฉันรู้ความจริง” โสภิตพึมพำน้ำตาคลอ

ooooooo

รุ่งขึ้น โสภิตแต่งตัวสวย ลงมาสั่งพวงให้ตัดดอกกุหลาบให้สักกำเลือกเฉพาะที่สวยๆแล้วบอกแม่เลี้ยงว่าจะไปช่วยงานยศที่บริษัท เพราะพิมพรไม่ได้คุมบัญชีแล้วตนเป็นห่วง

แม่เลี้ยงดีใจมาก บอกว่าดีแล้วปล่อยให้พิมพรดูแลบ็อบบี้ไป ส่วนเธอให้ไปช่วยพี่ชายทำงาน

คนที่แปลกใจและดีใจมากคือพีรพงษ์ เมื่อเห็นโสภิตเอาดอกกุหลาบไปจัดแจกันให้ บอกว่าวันนี้ตนต้องโชคดีแน่ ถามว่า “น้องภิตเปลี่ยนใจมาช่วยงานที่นี่แล้วเหรอครับ”

“ค่ะ...อยู่ที่คุ้ม ภิตเบื่อที่จะต้องทะเลาะเบาะแว้งกับพี่พิม ระแวงภิตเรื่องนายจีอยู่ได้” พีรพงษ์ถามว่าแล้วจริงหรือเปล่า “ภิตอาจจะเคยพลาดหลงคารมตานั่น แต่คนอย่างภิตไม่โง่โดนหลอกซ้ำสองหรอกค่ะ”

“แสดงว่าน้องภิตรับผมไว้พิจารณาแล้ว?”

“ภิตต่างหากที่ต้องขอโอกาสจากคุณพงษ์”

พีรพงษ์เข้ามาจับมือดึงตัวเข้าไป เธอไม่ขัดขืนแต่โชคไม่ดีที่ชีพโผล่พรวดเข้ามา โสภิตจึงฉวยโอกาสขอตัวไปสะสางงานที่พิมพรทำไว้ก่อน

ชีพเข้ามารายงานพีรพงษ์ว่างานเรียบร้อยดี แต่มีคนแอบด้อมๆมองๆตอนที่รถติดหล่ม แต่ตนจับตัวไม่ได้

“นี่เหรอเรียกว่าเรียบร้อย หาตัวให้เจอ แล้วก็จัดการซะ!” พีรพงษ์สั่งเหี้ยม

ooooooo

ลายเซ็นปลอมที่นิตยาเซ็นให้ยศนั้น มีการตรวจสอบและทางกรมป่าไม้ส่งหนังสือมาให้ทางผู้ว่าฯตรวจสอบ เพราะจำนวนปริมาตรไม้ตัวเลขซ้ำมันตรงกันพอดีจากหนังสืออนุมัติสองฉบับ

มนัสเป็นคนรับหนังสือจึงนำไปให้ผู้ว่าฯที่จวน เจอคุณนายเข้าพอดี ถูกคุณนายไล่ตะเพิด ครั้นจะฝากหนังสือไว้ให้ผู้ว่าฯ คุณนายก็ไม่รับฝาก แต่เดินมาเจอนิตยา มนัสจึงฝากนิตยาไว้ให้ นิตยาแอบดูเห็นเอกสารเป็นลายเซ็นปลอมของตน เธอเอะใจ ถือหนังสือไปที่สำนักงานใหม่ของยศ เจอโสภิตจึงถามว่าบริษัทเราทำธุรกิจอะไรหรือ

“ขายบ้านค่ะ ให้ลูกค้าดูแบบบ้านน็อกดาวน์ ถ้าชอบใจเราก็ส่งไม้ไปให้เขาปลูก หรือเราส่งช่างไปปลูกให้” นิตยาพึมพำว่ามันก็ไม่น่าจะผิดกฎหมาย “ไม่นี่คะ คุณนิตสงสัยอะไรคะ หรือว่าพี่ยศทำอะไรไม่ชอบมาพากล”

“ไม่ค่ะ ไม่มี นิตแค่อยากรู้เฉยๆ” นิตยาบอกว่าไม่มีอะไรแต่ยิ้มเจื่อน โสภิตมองอย่างสงสัย

ด้วยความเข้าใจ เห็นใจกันตลอดมา ทำให้จิตรามีความผูกพันกับผู้กองมากขึ้น จนเมื่อผู้กองขอแต่งงานเธอไม่ปฏิเสธ แต่เมื่อจีรณะรู้ ก็ทำเป็นต่อว่าผู้กองว่ามัดมือชกกัน หยอกเย้ากันประสาเพื่อนรักว่าสินสอดอะไรก็ยังไม่ได้ตกลงกันเลย ผู้กองถามว่าอยากได้อะไรให้ว่ามาเลย

“ฉันอยากได้สัญญาจากแกว่าแกจะรักจิตคนเดียวและจะไม่ทำให้น้องฉันเสียใจ”

“ฉันสัญญาด้วยเกียรติยศของลูกผู้ชาย”

“ฉันเชื่อแก ต่อไปนี้ฉันก็ตายตาหลับแล้ว” จีรณะมองทั้งสองด้วยความเชื่อมั่น

ขณะบรรยากาศกำลังสดชื่นนั่นเอง ดุ๋ยก็กระหืดกระหอบเข้ามาบอกว่าแม่เลี้ยงลงสมัครนายกเทศมนตรี

ทุกคนอึ้งไปกับข่าวด่วนนี้ เป็นข่าวที่เหนือความคาดหมายจริงๆ

ooooooo

ที่ตลาดชุมชน เป็นเวทีแรกที่แม่เลี้ยงออกหาเสียง ภายใต้สโลแกน “รักบ้านเกิด เชิดชูล้านนา โปรดเลือกแม่เลี้ยงอมรา”

แม่เลี้ยงใส่หมวกปีกกว้าง ขึ้นเวทีโบกมือทักทายชาวบ้านเยี่ยงนักหาเสียงทั้งหลาย แม่เลี้ยงไม่ทันปราศรัย สองผัวเมียที่ผ่านมาเห็นก็โต้เถียงจนตบตีกัน ตาผัวบอกว่า

“เฮาบ่เลือกหรอก คนขี้โกง ทำนาบนหลังคน”

“แต่เฮาเลือกนายกเทศมนตรีหญิงคนแรกของบ้านเฮาโว้ย” แล้วสองผัวเมียก็ตบตีกันเองอุตลุด

ที่ร้านหนานเทือง พีรพงษ์เดินเข้ามาแจกแผ่นพับ มือยื่นแผ่นพับให้ปากก็ขออย่างอ่อนน้อม “เบอร์ 10ครับ”

“ลูกชายผู้แทนวันนี้ นอบน้อมผิดกับเมื่อก่อน ยังกะฟ้ากับเหว” สายพิณเบ้ปาก

“เขาจะมารับใช้ประชาชน ต้องสุภาพหน่อย”หนานเทืองพูดแทรกเบาๆ พลันเสียงแม่เลี้ยงก็ดังผ่านไมค์มาว่า

“นโยบายของเรารถอีแต๋นคันแรก เกษตรกรที่มาซื้อเต็นท์รถ ลดทันทีห้าพันบาท เราจะประกันราคาไข่เป็ดห้าบาททุกฟองค่ะ”

สิ้นเสียงแม่เลี้ยง บัวหอมที่เป็นหน้าม้าก็ปรบมือนำ ทุกคนก็เลยปรบตาม

พีรพงษ์ฉวยโอกาสนี้ แสดงความสนิทสนมความเป็นเจ้าของ คอยซับเหงื่อให้โสภิต เธอเอียนๆเบื่อๆแต่ก็ปั้นหน้ายิ้มตามมารยาท ในหมู่ชาวบ้านที่มาฟังนั้น มีจีรณะปะปนอยู่ด้วย เขาแต่งตัวเป็นชาวสวน บุญมีกับดุ๋ยและไทรประกบอย่างใกล้ชิด จีรณะเห็นพีรพงษ์ใกล้ชิดกับโสภิตก็แทบจะทนไม่ได้ จนบุญมีต้องจับมือเตือนสติ

“อย่า ไอ้จี เดี๋ยวน้าลุยเอง” แล้วเดินออกไปตะโกนขึ้นว่า “ลดแลกแจกแถมแบบนี้ มันก็ซื้อเสียงทางอ้อมชัดๆ พวกเราคิดให้ดี ได้ของถูกก็จริง แต่ภาระหนี้สินที่เหลือใครจะรับผิดชอบ ที่ผ่านมา ถูกนายทุนมันขูดเลือดขูดเนื้อยังไม่เข็ดกันอีกเหรอ”

แม่เลี้ยงจำได้ว่านั่นคือบุญมีที่เคยเป็นลูกหนี้ตน พีรพงษ์สะอึกออกไปตะโกนใส่หน้าว่า

“เฮ้ย! แกว่าใครซื้อเสียงวะ”

“คุณไปถามพ่อคุณดีกว่ามั้ง เรื่องนี้พ่อคุณถนัด” บุญมีสวนทันควัน ดุ๋ยกับไทรนำชาวบ้านโห่ลั่น

พีรพงษ์คำรามจะเล่นงาน โสภิตรีบห้ามไว้ชวนกลับกันดีกว่า แต่แม่เลี้ยงยังเจื้อยแจ้วบนเวทีไม่หยุด...

“พี่น้องหมู่เฮา ขอให้เชื่อนะคะว่าดิฉันตั้งใจมาทำงานรับใช้พี่น้องจริงๆ” บุญมีสวนไปว่ายังไม่ได้ตำแหน่งก็พูดอย่างนี้แหละ ชีพเถียงแทนว่า แม่เลี้ยงอุตส่าห์ยกหนี้ให้ ควรจะสำนึกบุญคุณแม่เลี้ยงบ้าง

“ก็กะมา ถอนทุนคราวนี้ละวะ นึกว่ารู้ไม่ทันเหรอ!” บุญมีโต้ทุกเม็ด ชาวบ้านเห็นด้วยฮือกันขึ้นมา พีรพงษ์ทนไม่ไหวสะบัดจากโสภิตตรงรี่จะเข้าไปหาบุญมี ชีพกับลูกน้องพรวดเข้าสมทบ ชาวบ้านบางส่วนรีบเข้าขวาง

“อย่าตีกัน คนบ้านเดียวกันทั้งนั้น” หนานเทืองรีบเข้าขวาง โสภิตก็จะเข้าไปห้ามแต่ถูกชาวบ้านชนกระเด็นออกมา จีรณะโอบรับไว้ เธอหันมองตะลึง

“ผมบอกแล้วไง เรื่องเรามันไม่จบง่าย” จีรณะพูด

หน้าเกือบสัมผัสกัน แต่เสียงเอะอะโวยวายทำให้โสภิตหันไปมอง พอหันกลับมาอีกที ปรากฏว่าจีรณะหายไปแล้ว

ooooooo

คืน นี้ ขณะพิมพรเข้าไปดูบ็อบบี้ในห้องนอนจับนอนให้สบายห่มผ้าให้ แต่ขณะกำลังจะออกจากห้องนั่นเอง มือถือดังขึ้น เธอกดทิ้งเพราะเห็นเบอร์แปลกๆ แต่อึดใจเดียวก็ดังขึ้นอีก รำคาญเลยกดรับ

เป็นสายจากโธมัสพ่อของบ็อบบี้ เขาดีใจมาก บอกว่า “ผมคิดถึงคุณ คิดถึงลูก จะมาหาคุณเดี๋ยวนี้”

พิมพรปฏิเสธทันทีว่าไม่ได้ เรื่องของเราจบแล้ว โธมัสไม่ยอม เธอจึงตัดปัญหา บอกเขาว่า

“ฉัน แต่งงานใหม่แล้ว อย่ามายุ่งกับเราแม่ลูกอีกเลย” บ๊อบบี้ตื่นขึ้นมาถามอย่างตื่นเต้นว่าเด็ดดี้จะมาหาเราหรือ พิมพรไม่ตอบแต่จับบ็อบบี้ดึงขึ้น “ลุกขึ้นบ็อบบี้ เราต้องไปแล้ว”

แม่เลี้ยงกลับจากหาเสียงอย่างกระปลกกระเปลี้ยเข้ามานั่งแผ่ที่ห้องรับแขก แต่ปากก็ยังก่นด่าพวกบุญมีว่าเป็นพวกถ่วงความเจริญ ชักไม่อยากเป็นนายกเทศมนตรีเสียแล้ว ไม่อยากไหว้พวกนั้นให้เสียมือ

“พวกเขาก็แค่อยากจะมายั่วให้แม่โมโหเท่านั้นแหละ ค่ะ ถ้าแม่เหนื่อยถอนตัวตอนนี้ก็ยังทันนะคะ” โสภิตเสนอ

“โอ๊ย...เรื่องอะไร ลงทุนลงแรงมาจนป่านนี้” แม่เลี้ยงสะบัดเสียงแต่ยังนั่งหมดสภาพอยู่

พิมพรจูงบ็อบบี้ลงมาพร้อมกระเป๋าใบโต เห็นพวงเอาน้ำมาให้แม่เลี้ยงพอดีจึงสั่งให้เอากระเป๋าไปไว้ที่รถให้ด้วย พวงถามว่าจะพาบ็อบบี้ไปแอ่วที่ไหนหรือ แม่เลี้ยงก็ถามว่าจะหอบหิ้วหลานตนไปไหนอีก

อ่านละคร พรมแดนหัวใจ ตอน 14 วันที่ 17 ม.ค. 57

พรมแดนหัวใจ บทประพันธ์โดย รจเรข
พรมแดนหัวใจบทโทรทัศน์โดย ดลกมล คนหลังม่าน
พรมแดนหัวใจกำกับการแสดงโดย ธีระศักดิ์ พรหมเงิน
พรมแดนหัวใจ ผลิตโดย บริษัท มุมใหม่ จำกัด โดย
พรมแดนหัวใจแนวละคร : คอมเมดี้โรแมนติก - ดราม่า
พรมแดนหัวใจออกอากาศทางช่อง 7 สีทีวีเพื่อคุณ
ที่มา ไทยรัฐ