อ่านละคร เพลิงพรางเทียน ตอนที่ 12 วันที่ 7 มิ.ย.62

อ่านละคร เพลิงพรางเทียน ตอนที่ 12 วันที่ 7 มิ.ย.62

จากอินทร์” อินทร์บอกว่าเรื่องยังไม่จบตนไม่อยากสู้หน้าใคร เพราะตนเป็นต้นเหตุ ดุษฎีย้ำว่า “คำนี้อีกเหมือนกัน...ที่แม่ว่าติ๊อยากได้ยินจากอินทร์”

สรวงเห็นอินทร์หน้าเสียรีบบอกว่า

“มันอาจจะไม่ใช่ความผิดร้อยเปอร์เซ็นต์ ถ้าอินทร์เป็นฝ่ายยอมรับและเอ่ยปากขอโทษก่อน พ่อว่าติ๊คงสบายใจขึ้น อย่าลืมสิตอนนั้นทิฐิ ความโกรธเกลียดเคียดแค้นชิงชังทำให้ติ๊ขาดสติถึงขนาดขับรถชนคน”



“พร้อมเมื่อไหร่...รีบไปหาติ๊นะลูก” ดุษฎีแตะไหล่อินทร์เชิงให้กำลังใจก่อนเดินออกไป สรวงเห็นอินทร์เครียดก็แตะไหล่ให้กำลังใจอีกคนแล้วเดินตามดุษฎีไป

ระหว่างเดินออกมาด้วยกัน สรวงยิ้มอ่อนโยนยินดีกับการเปลี่ยนแปลงของดุษฎีที่บทจะเข้าใจอะไรก็เข้าใจได้ง่ายๆ

“เพราะความทุกข์ไงคะ ทุกข์ที่เห็นลูกทุกข์และ ลูกเลือกที่จะมาอยู่กับคุณ มันก็ทำให้ฉันเข้าใจทั้งหมดทั้งปวง ที่ทำก็เพราะฉัน...รักตัวเอง”

“แต่การที่เรารักตัวเอง มันก็เป็นจุดเริ่มต้นในการทำให้เรารักคนอื่นเป็นนะคุณ...อย่างน้อยตอนนี้ผมก็ว่าคุณรักลูก...ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เราต้องอยู่เคียงข้างลูกด้วยกันนะคุณดุษฎี ให้เขารู้ว่าไม่ว่าจะเกิดปัญหาอะไร เราพร้อมจะช่วยเขาแก้ปัญหา เราจะไม่ทิ้งเขาอย่างแน่นอน”

“ค่ะ”

ทั้งสองยิ้มให้กัน ความไม่เข้าใจกันปลาสนาการไปสิ้น อินทร์ได้ยินทุกอย่างที่พ่อแม่คุยกัน ความเครียดความกังวลค่อยๆผ่อนคลาย...เหลือเพียงการลำดับเรื่องราวและค่อยๆแก้ปัญหาไปทีละเปลาะ

ooooooo

กลินท์รักษาตัวในโรงพยาบาลที่เชียงใหม่ เพื่อนๆเฝ้าอยู่ด้วยความเป็นห่วง สายป่านถามหมอว่าทำไมลินท์ยังไม่รู้สึกตัว หมอบอกว่าคงเพราะร่างกายอ่อนเพลียมากเลยมีอาการหลับลึกคงต้องให้พักผ่อนเต็มที่ก่อนแล้วรอดูอาการต่อไป ทุกคนจึงคลายกังวลลง

จู่ๆแม่ชีธารทองก็ผลักประตูเข้ามา สายป่านกับเน่ารีบยกมือไหว้ แม่ชีบอกว่าแม่มาเยี่ยมแก้ว สายป่านบอกว่าตั้งแต่กลับมาลินท์ยังไม่รู้สึกตัวเลย

“เดี๋ยวแม่จะลองเรียกแก้วดู”

สายป่านกับเน่าถอยออกมา แม่ชีเดินเข้าไปชิดเตียงยื่นมือไปลูบศีรษะกลินท์อ่อนโยนแล้วพนมมือท่องบทแผ่เมตตา

ในความมืด...กลินท์ได้ยินบทแผ่เมตตาก็รู้สึกอุ่นใจ ค่อยๆก้าวเข้าไปเหมือนพบทางออก พื้นที่ข้างหน้ามีแสงสว่างและมีเงาของใครคนหนึ่งยืนอยู่ กลินท์เขม้นมองจึงเห็นแม่ชียืนอยู่ในเงาของคำป้อ...

“เข้ามาหาแม่เถอะเทียนคำ” กลินท์ก้มกราบ

แม่ชีที่ยืนอยู่ข้างๆ ถามว่าแม่ไม่โกรธเทียนคำแล้วหรือ แม่ชียิ้ม เอ่ยอ่อนโยน “ความโกรธ ความแค้นมันไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้นมา ซ้ำมีแต่ความทุกข์ทรมานใจมากขึ้นเพราะเราแบกรับมันเอาไว้”

แม่ชีบอกว่าตนก็เคยหลงไปในบ่อของความโกรธจนคิดจะฆ่าลูก ทำให้ลูกชิงชังแม่จนถึงตอนนี้ ถามว่า

“รู้แล้วใช่ไหมเทียนคำ ไม่มีใครกลับไปแก้ไขอดีตได้ แล้วก็ไม่มีใครหนีกรรมที่ตัวเองทำไว้พ้น”

“ตอนนี้ลูกรู้แล้วว่าเวรกรรมคือความยุติธรรมที่เที่ยงตรงที่สุด ยิ่งได้เห็นศัตรูได้พบกับความย่อยยับ ลูกก็ยิ่งรู้สึกผิดที่ลูกมีส่วนทำให้พวกเขาพบกับความวิบัตินั้น”

“รู้สึกสาแก่ใจแล้วใช่ไหม”

“ไม่ค่ะ พอได้เห็นชะตากรรมของเขาจริงๆ ลูกกลับรู้สึกเศร้าใจมากกว่า ความคิดของลูกตอนนี้คืออยากทำอะไรก็ได้เพื่อไถ่ถอนความผิดที่ได้ทำกับพวกเขาไว้”

คำป้อยินดีที่ลูกหลุดพ้นจากบ่วงกรรม กลินท์บอกว่าตนเป็นห่วงหลุยส์

“ไม่มีใครช่วยใครได้ จะดี จะชั่ว ต่างมีกรรมเป็นตัวกำหนด แม่พูดอย่างนี้เจ้าคงเข้าใจนะ”

กลินท์ก้มกราบแม่ชีอย่างซึ้งในคำสอน แต่พอเงยขึ้นแม่ชีก็หายไปแล้วมีแต่เสียงบทแผ่เมตตาที่แว่วมาจากไกลๆ ผสานกับเสียงแม่ชีแว่วมาจากที่ไกลแสนไกล... “กลับมา...กลับมา...”

“แม่...”

กลินท์ร้องเรียกน้ำตาไหลพราก สายป่านกับเน่าที่เฝ้าอยู่พุ่งเข้าไปที่เตียงร้องเรียกกลินท์อย่างตื่นเต้น กลินท์พยายามลืมตา ในสายตาที่ยังพร่ามัว กลินท์เห็นสายป่าน เน่า และแม่ชีที่ยืนอยู่ข้างหลัง

“แม่...แม่มาช่วยแก้ว”

กลินท์ลงจากเตียงก้มกราบแม่ชีน้ำตาไหลพราก แม่ชีขอให้เรียกตัวเองว่ากลินท์อย่างที่ลูกอยากเป็นเถอะ แม่อยากให้ลูกเป็นดวงตะวันที่อบอุ่นไม่ใช่พระอาทิตย์ที่แผดเผาทุกสิ่งที่ขวางหน้า กลินท์บอกว่าตนรู้ว่าแม่เสียใจแต่แม่ก็ยอมเพื่อตน

“แม่ทำเพื่อตัวเองด้วย ที่แม่มานี่ก็เพื่อล้างบาปให้ตัวเอง...บาปที่คิดฆ่าลูกตัวเองในชาติก่อน ถึงทำให้ลูกเกลียด ไม่รักแม่ ไม่แยแสแม่...เราต่างมีกรรมที่ต้องชดใช้ร่วมกัน แต่ไม่ว่าอย่างไรแม่คนนี้ก็รักลูกที่สุด อย่าได้โกรธในสิ่งที่แม่ทำ ไม่ว่าชาติก่อนหรือชาตินี้เลยนะ”

กลินท์มองแม่ชีธารทองพึมพำตาโตว่า เมื่อกี้...ลินท์ไม่ได้ฝัน แล้วโผกอดแม่ชี แม่ชีกอดตอบด้วยความเมตตา สายป่านกับเน่ามองอย่างซึ้งใจ พลันกลินท์ก็นึกได้ ถามสายป่านว่า เบนเป็นยังไง ฟื้นหรือยัง

สายป่านกับเน่าหน้าเสียไปทันที

ooooooo

ร่างเบนที่นอนนิ่งอยู่บนเตียง แต่ในนิมิตเขากำลังเดินไปอย่างงุนงงวนหาทางออกไม่เจอ พลันก็ชะงักเมื่อเจอหลุยส์ที่หน้าเหมือนตนราวกับฝาแฝด เบนมองหลุยส์อย่างตื่นเต้นเมื่อเห็นสิ่งที่กลินท์เคยบอกเล่า...

หลุยส์ยื่นสร้อยที่กลินท์ให้เบนไว้ เบนมองอย่างงุนงง...

ที่โรงพยาบาล หทัยกับปีเตอร์พ่อแม่ของเบนมาเยี่ยม เห็นเบนนอนอยู่บนเตียง มีขนมกล้วยกับแม่ยืนไหว้สวดมนต์อยู่ ทั้งสองพุ่งไปที่เตียง หทัยบอกว่าลูกเหมือนคนนอนหลับ ปีเตอร์ขอพระเจ้าคุ้มครองลูกด้วย

อึดใจต่อมากลินท์กับสายป่านเข้ามา ทั้งหมดไหว้ทักทายกัน ขนมกล้วยกับแม่ถอยห่างออกไป กลินท์เข้าไปจับมือเบนที่ยังนอนนิ่ง

กลินท์ขอโทษพ่อแม่เบน ทุกอย่างเป็นความผิดของตน ขนาดวันที่ตนจะกลับมาก็ยังทำให้หลุยส์เป็นห่วง พ่อแม่เบนฟังแล้วงง กลินท์จึงเล่าว่าหลุยส์ในอดีตกับเบนในปัจจุบันหน้าตาเหมือนกันมาก ตนเคยเจอหลุยส์ในอดีต มันอาจเป็นเรื่องเหลือเชื่อแต่มันเป็นเรื่องจริง ตนรู้จักหลุยส์มิชชันนารีสมัยพระเจ้ากาวิโลรส

หทัยทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ ปีเตอร์ประคองไปนั่งที่โซฟา หทัยร้องไห้บอกว่าคิดถึงคุณชวดหลุยส์ ตนไม่น่าทำสร้อยของท่านหายไปเลย กลินท์สนใจถามว่า

“สร้อยอะไรคะ”

“สร้อยพระจ้ะ เป็นมรดกของคุณชวดตกทอดกันมา ท่านชื่อหลุยส์ คุณชวดบอกคุณปู่ว่าสร้อยเส้นนี้จะปกป้องภยันตรายให้คนในครอบครัวเรา แม่พกใส่กระเป๋าติดตัวไว้ตลอดเวลา ตั้งใจจะให้เบนก่อนไปเมืองนอก แต่จู่ๆแม่หายังไงก็หาไม่เจอ”

แต่เมื่อหทัยเปิดกระเป๋าเพื่อหยิบผ้าเช็ดหน้าก็ทำตลับทองแบบโบราณตก พอเปิดตลับ ทั้งหทัยและปีเตอร์ก็ตะลึง หทัยพึมพำ “มาอยู่นี่ได้ยังไง?” พลางหยิบสร้อยเส้นเดียวกับที่กลินท์ให้เบนไว้ก่อนจากมา หทัยเล่าอย่างทึ่งว่าก่อนหน้านี้ สร้อยเส้นนี้หายไปหาเท่าไรก็ไม่เจอ แล้วเล่าอย่างตื่นเต้นว่า

“ขนาดก่อนเดินทางกลับมา แม่ก็ไหว้พระอธิษฐานขอให้หาเจอ แต่แล้วจู่ๆสร้อยเส้นนี้กลับมาอยู่ในกระเป๋าของแม่ได้ยังไงไม่รู้”

กลินท์ขอดูสร้อย บอกว่านี่เป็นสร้อยที่ตนให้หลุยส์ไว้ก่อนเราจะจากกัน ตนมั่นใจว่าใช่ บอกหทัยว่า

“ลินท์คิดว่าหลุยส์กำลังส่งสัญญาณมาค่ะ” กลินท์ตาเป็นประกายอย่างมีความหวังบอกว่า “เบนจะต้องฟื้นค่ะแม่”

กลินท์วิ่งไปที่เตียงของเบน ทุกคนตามไปอย่างตื่นเต้น กลินท์จับมือเบน ชูสร้อยขึ้นบอก

“หลุยส์ คุณจำสร้อยเส้นนี้ได้ใช่ไหม ไม่ว่าคุณจะเชื่อในพระเจ้าหรือเชื่อในพระรัตนตรัย อย่าลืมนะว่าฉันเคยบอกกับคุณว่ายังไง”

ในนิมิต เบนเอื้อมมือไปรับสร้อยจากหลุยส์

“ฉันบอกคุณให้เชื่อใจฉัน ฉันรักคุณนะ คุณต้องพาเบนกลับมาหาฉันนะ ได้ยินไหมหลุยส์ คุณต้องพาเบนกลับมาหาฉัน เพราะคุณสองคนคือดวงจิตเดียวกัน คุณต้องพาเบนกลับมาหาฉัน”

อ่านละคร เพลิงพรางเทียน ตอนที่ 12 วันที่ 7 มิ.ย.62

ละครเรื่อง เพลิงพรางเทียน บทประพันธ์โดย หัสวีร์
ละครเรื่อง เพลิงพรางเทียน บทโทรทัศน์โดย ปานตะวัน
ละครเรื่อง เพลิงพรางเทียน กำกับการแสดงโดย วรวิทย์ ศรีสุภาพ
ละครเรื่อง เพลิงพรางเทียน ผลิตโดย บริษัท กู้ด ฟีลลิ่ง จำกัด
ละครเรื่อง เพลิงพรางเทียน ควบคุมการผลิตโดย สมจริง ศรีสุภาพ
ที่มา ไทยรัฐ