อ่านละคร เพลิงพรางเทียน ตอนที่ 11 วันที่ 3 มิ.ย.62

อ่านละคร เพลิงพรางเทียน ตอนที่ 11 วันที่ 3 มิ.ย.62

อินทร์ได้แต่ยกมือให้อย่างรับทราบ ปติมาทรุดนั่งที่โซฟาอย่างสุดเซ็ง

กลินท์ได้รับไลน์จากเบนนัดเดี๋ยวไปหาอะไรอร่อยๆกินกัน สองทุ่มนัดเจอกันที่ล็อบบี้ อึดใจเดียวมีเสียงไอจีปติมาดังขึ้น กลินท์เปิดดูมีภาพโพสต์ล่าสุดถ่ายจากมุมมองของปติมาที่เก้าอี้นอนริมสระน้ำตอนกลางวัน มีแคปชัน วันที่มีแต่ทะเลกับสองเรา

“พี่ติ๊พักที่นี่”



กลินท์เดินออกจากห้องทันที ได้ยินเสียงอินทร์ร้องเรียกและเดินเข้ามาคว้าแขนถามว่าหายไปไหนมา ตนคิดถึงมาก กลินท์บอกให้ปล่อย ตนอยากเจอพี่ติ๊ อินทร์บอกว่าเรื่องนี้เอาไว้ก่อนตนมีเรื่องต้องคุยกับเธอ แล้วลากกลินท์ไปทางสวน ปติมาออกจากห้องมาเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดพอดี มองตามอย่างโกรธมาก

อินทร์พากลินท์มายังที่ลับตาคนบอกว่าตนคิดถึงและตามเธอมาตั้งนาน ตนอยากอยู่กับเธอ กลินท์ติงว่า

พูดแบบนี้ถ้าพี่ติ๊ได้ยินอกแตกตายแน่

“ช่างเขา ใครจะเป็นจะตายยังไงก็ช่างเขา ในเมื่อผมรักคุณ”

“ได้ยินแล้วใช่ไหมคะพี่ติ๊” กลินท์ถามผ่านอินทร์ เขาสะดุ้งหันไปเห็นปติมายืนนิ่ง ดวงตาเจ็บปวดสาหัส

กลินท์บอกปติมาว่าตนไม่ได้เป็นคนพูด ตนแค่อยากมาเจอพี่ติ๊เพื่อจะบอกว่าเลิกหาเรื่องตนเสียที ไอ้เพจแอนตี้บ้านั่น อีกอย่างตนไม่ได้สนใจอะไรคุณอินทร์อีกแล้ว เรื่องอื่นเชิญพี่ติ๊กับคุณอินทร์เคลียร์กันเอง ปติมา

สวนทันควันว่าเธอต่างหากที่ต้องมาเคลียร์กับตน ตวาดถามว่าตามผัวตนมาทำไม แล้วตบกลินท์ที่ไม่ทันตั้งตัวจนล้ม อินทร์ถลาประคองกลินท์ กลินท์แกล้งยั่วทิ่มแทงปติมาให้เจ็บปวดยิ่งขึ้น ถามว่า

“เห็นรึยังคะว่าอินทร์ปกป้องใคร มันถึงเวลาที่พี่ติ๊จะยอมรับและตัดสินใจได้แล้วนะคะ ว่าอินทร์เขารักและเลือกลินท์”

ปติมาเจ็บปวดทนไม่ได้หันวิ่งออกไปท่ามกลางความประหลาดใจของอินทร์และกลินท์

เบนเดินมาเห็นปติมาวิ่งเตลิดมาก็นึกรู้ว่าเกิดเรื่องไม่ดีแน่ๆ รีบเดินไปทางที่ปติมาวิ่งมา

กลินท์บอกอินทร์ว่าคนที่เขาควรรั้งไว้คือพี่ติ๊

ไม่ใช่ตน อินทร์บอกว่าตนไม่ได้รักติ๊ ถึงเวลาที่เรื่องทุกอย่างควรเคลียร์ได้แล้ว กลินท์ถามว่าเขาจะเลิกกับพี่ติ๊จริงๆหรือ

“ก็เพื่อคุณไงลินท์ ผมจะหย่ากับติ๊ ประกาศเลิกอย่างเป็นทางการให้ทุกคนรู้ แล้วเราสองคนก็จะแต่งงานกัน”

เบนมาได้ยินและเห็นภาพอินทร์ประคองกลินท์เต็มตา เขาหันหลังเดินออกไปทันที อินทร์มองเบนอย่างสะใจ กลินท์มองตามสายตาอินทร์ เธอตกใจหน้าซีดเผือดร้องเรียก ถลาจะตามไป

“เบน!”

“ไม่ต้องสนใจใครแล้วลินท์ สนใจเรื่องของเราพอ” อินทร์รั้งกลินท์ไว้

“ไม่ใช่เราค่ะ คุณน่ะเป็นคนอื่น” กลินท์สะบัดออกแล้ววิ่งตามเบนไป ทิ้งอินทร์เหวอ เซ็งอยู่ตรงนั้น

กลินท์วิ่งตามไปบอกเบนว่าไม่ได้เป็นอย่างที่เขาคิด ตนไม่ได้นัดอินทร์แต่เจอกันโดยบังเอิญ

“ผมจะกลับกรุงเทพฯ...คุณกลับพร้อมคุณอินทร์แล้วกัน” เบนบอกแล้วเดินไปเลย

กลินท์ตามไปอธิบายอีก เบนบอกว่าเธอควรไปบอกพี่ติ๊เพราะพี่ติ๊เป็นภรรยาของคุณอินทร์

“งั้นรู้ไว้ด้วย ว่าฉันสะใจต่างหากเพราะคนที่อินทร์เลือกคือฉันไม่ใช่พี่ติ๊” กลินท์พูดอย่างสะใจ

“ผมรู้ตั้งนานแล้วว่าคุณต้องการแบบนี้ แต่ผม...ยังหลอกตัวเองอยู่ได้ ไม่น่าเลย”

“ค่ะ ไม่น่าเลย เพราะยังไงในสายตาของคนอื่น รวมทั้งคุณฉันก็คือคนเลว คนหน้าด้าน จ้องแต่จะแย่งผัวชาวบ้าน ได้! ในเมื่อทุกคนคิดกันอย่างนั้น ฉันก็จะรีบกลับกรุงเทพฯเพื่อแถลงข่าวเลยแล้วกันว่าฉันกับอินทร์จะแต่งงานกัน”

“ลินท์!!” เบนเสียใจมาก

“รอฟังฉันแถลงข่าว แล้วก็รอการ์ดเชิญจากฉันด้วย”

กลินท์เดินออกไปเลย เป็นจังหวะที่ปติมาเดินปาดน้ำตาออกมาตรงไปที่รถแล้วสตาร์ตรถทั้งที่น้ำตาท่วมตาแล้วเหยียบคันเร่งจนมิด เพื่อจะออกไปจากตรงนั้นให้เร็วที่สุด

รถปติมาพุ่งออกไปพร้อมกับที่กลินท์วิ่งข้ามถนนโดยไม่ทันมอง เบนเห็นกลินท์กำลังจะถูกรถชนก็พุ่งเข้าไปดึงเธอออกมาแต่ตัวเองกลับถูกรถชนเต็มแรงจนร่างล้มทันที ปติมารู้สึกว่ารถชนอะไร ปาดน้ำออกจากตาจึงเห็นร่างเบนนอนจมกองเลือดอยู่กลางถนน กลินท์

รีบวิ่งเข้าประคองเบนร้องเรียกอย่างขวัญเสีย

“เบน...เบน...”

ปติมาช็อกนั่งตัวแข็งอยู่ในรถ ผู้คนแถวนั้นต่างร้องอย่างตกใจ มีเสียงตะโกนให้เรียกรถพยาบาลด่วน

“เบน...คุณอย่าเป็นอะไรนะ...ช่วยด้วยค่ะ...ช่วยด้วย”

อินทร์วิ่งมาเห็นเบนนอนจมกองเลือดและกลินท์ประคองอยู่และปติมายังนั่งช็อกอยู่ในรถ เขาวิ่งไปคว้า เบนออกมา อุ้มถูลู่ถูกังไป บอกกลินท์ว่าตนจะพาเบนไปโรงพยาบาลเอง ถามว่ารถเธออยู่ไหน

พอกลินท์ชี้บอกอินทร์ก็อุ้มร่างเบนไป ปติมา

ยังช็อก เปิดประตูรถออกมาก็เป็นลมเสียก่อน พนักงานโรงแรมเห็นรีบเข้าประคองไว้

สายป่านโทร.คุยกับเน่าว่าลินท์ก่อเรื่องอีกแล้วตนไม่รู้จะทำยังไงแล้ว เน่าบอกว่ายังไงเธอก็ต้องเป็นหลักให้ลินท์เพราะตอนนี้ลินท์ต้องการเธอ

“ฉันจะพยายาม แต่ที่ผ่านมาฉันไม่เคยห้ามลินท์ได้เลย ยิ่งพี่ติ๊ขับรถชนเบนอีก ฉันกลัวใจลินท์จริงๆ

เน่า... เธอมาช่วยฉันได้ไหม” เน่าบอกว่าให้เข้มแข็งไว้

ตนจะไปเดี๋ยวนี้ “ขอบใจมากเน่า”

เมื่อได้เน่าปลอบและจะมาหา สายป่านก็หายเคว้งคว้าง รู้สึกอบอุ่นใจขึ้นมาอย่างประหลาด

ooooooo

เน่าบอกกับหนิมเสียงอ่อนว่าไว้เราค่อยคุยกับพ่อแม่วันหลังได้ไหม ป่านกำลังแย่ หนิมชะงักแต่บอกสบายๆว่าทำไมจะไม่ได้ เราคบกันมานานพ่อแม่ก็รู้ว่าเราอยู่ด้วยกัน งานแต่งเลื่อนไปหน่อยคงไม่เป็นไร

เน่าขอบใจหนิมมาก รีบออกไปบอกว่าเดี๋ยวจะรีบกลับ หนิมก้มมองเค้กตุ๊กตาน้ำตาลปั้นแทนตนกับเน่าที่ตกกระเด็นไปคนละทางด้วยสีหน้าไม่สบายใจ...

อินทร์พาเบนส่งโรงพยาบาลแล้วรู้สึกผิดที่เรื่องเลยเถิดไปมากและยิ่งกลินท์เอาแต่ร้องไห้ห่วงใยเบนก็ยิ่งรู้สึกแย่ ปลอบกลินท์ว่าเบนต้องไม่เป็นไร พอดีสายป่านมาถึงกลินท์กอดสายป่านร้องไห้บอกว่าเบนเจ็บเพราะตน พอหมอออกมาก็พุ่งเข้าไปถามว่าเบนเป็นยังไงบ้าง หมอบอกว่าปลอดภัยแล้ว กลินท์ก็พรวดเข้าไปในห้องฉุกเฉิน สายป่านถามอินทร์จะเข้าไปไหม อินทร์บอกว่าเบนปลอดภัยแล้วตนขอตัวกลับไปดูติ๊หน่อย

กลินท์ร้องไห้เมื่อเห็นเบนนอนนิ่งอยู่บนเตียงมีอุปกรณ์ช่วยชีวิตรอบตัว กลินท์โทษว่าเบนเป็นอย่างนี้เพราะพี่ติ๊คนเดียว สายป่านติงว่าเธอโทษแต่พี่ติ๊ไม่เคยโทษตัวเองเลย ทั้งสองเถียงกันอีกจนเน่าต้องมาหย่าศึกบอกว่าอย่าทะเลาะกันเลยเกรงใจเบนบ้าง

“โอเค ในเมื่อตอนนี้เบนเป็นแบบนี้ ฉันจะไม่ต่อว่าอะไรเธออีก แต่เธอรู้ไว้ด้วยนะ ที่เบนต้องเป็นอย่างนี้เพราะเธอ” พูดแล้วเดินไปเลยอย่างไม่อยากทะเลาะกัน เน่ามองสายป่านอย่างแคร์แล้วตามออกไปกอดปลอบใจ สายป่านในอ้อมกอดของเน่า แม้จะร้องไห้เสียใจแต่ก็อบอุ่นใจเหลือเกิน

กลินท์พูดกับเบนที่ยังไม่รู้สึกตัวว่าไม่อยากให้เขาเป็นอะไรและเวรกรรมของตนก็ควรจบแล้วใช่ไหม

ฝ่ายอินทร์ไปหาปติมาที่นอนให้น้ำเกลือที่โรงพยาบาล ปติมาบอกว่าตนไม่ได้ตั้งใจมันเป็นอุบัติเหตุ อินทร์บอกอย่างไร้เยื่อใยว่าเรื่องนั้นเธอต้องบอกกับตำรวจไม่ใช่ตนแล้วออกไปเลย

อินทร์บอกกลินท์ว่ามีเรื่องจะคุยด้วยนัดคืนนี้

ไปเจอกัน อินทร์ดีใจมากที่กลินท์รับนัด

แพมสงสารปติมาที่นอนซมเศร้าที่เตียง สั่งหมี่ซั่วจับตาดูกลินท์ให้ดีถ้ากลินท์ยังไปออเซาะคุณอินทร์

ก็จับให้มั่นคั้นให้ตายอย่าให้มีที่ยืนอีกเลย ดังนั้นพอกลินท์ออกไปขึ้นแท็กซี่หมี่ซั่วก็ขับรถตามทันที

อินทร์คิดว่ากลินท์จะญาติดีด้วยแต่กลินท์ประกาศว่าตนไม่รักเขาแล้ว เกลียดทั้งเขาและพี่ติ๊ ชาตินี้ชาติเดียวพออย่าได้สร้างเวรสร้างกรรมกับเขาสองคนในชาตินี้อีกเลย เรื่องพี่ติ๊ทำร้ายเบนก็ว่าไปตามกฎหมาย

หมี่ซั่วตามถ่ายรูปอินทร์กับกลินท์รายงานแพมกับปติมาอย่างสะใจ อินทร์เห็นก็โมโหปัดมือถือหมี่ซั่วตกแล้วเหยียบขยี้ซ้ำ แต่พอหมี่ซั่วหยิบมาดูก็หัวเราะสะใจ

ที่แม้หน้าจอแตกแต่ยังใช้ได้

พอเห็นอินทร์กับกลินท์ที่หน้าโรงแรม หมี่ซั่ววิ่งตามไปอีก อินทร์จะไปเล่นงาน กลินท์ขอร้องอย่าทำเขา อินทร์บอกงั้นเธอต้องไปกับตน กลินท์อายสายตาผู้คนและไม่อยากมีเรื่องเลยถูกอินทร์พาขึ้นรถไป ระหว่างทาง กลินท์บอกให้จอดรถตนจะลง อินทร์ไม่ยอมจอดบอกให้นั่งเฉยๆเพราะเธอจะทำให้เรื่องแย่ลงไปอีก อินทร์เห็นหมี่ซั่วขับรถตามมาก็จะแกล้งให้ชนท้ายบอกว่า

ชนท้ายเมื่อไหร่จะเรียกให้หมดตูดเลย

อินทร์กระชากรถกะเร่งเครื่องแล้วเบรกให้หมี่ซั่วชนท้าย แต่เพราะมัวมองกระจกหลังรถเลยพุ่งเข้าชนท้ายมอเตอร์ไซค์ข้างหน้าอย่างจัง รถมอเตอร์ไซค์พุ่งไปข้างหน้าแล้วไถลลงพื้น กลินท์กรี๊ดสุดเสียงอินทร์ก็ตกใจ

ooooooo

อินทร์กับกลินท์รีบลงจากรถไปดู ทั้งสองแทบช็อกเมื่อเห็นหญิงชายอายุราว 30 กระเด็นไปคนละทางร้องครวญครางที่พื้น ทั้งสองพยายามผงกหัวขึ้นหาลูกน้อยวัย 2 ขวบที่ร้องไห้จ้าอยู่ที่พื้น

ผู้คนแถวนั้นพากันถ่ายคลิปไว้ หมี่ซั่วที่อยู่ด้านหลังตะลึงกับเหตุการณ์ที่คาดไม่ถึง

เน่านั่งอยู่นอกห้องเบนที่โรงพยาบาล ทั้งสองอ่านข่าวในเฟซคลิปที่หมี่ซั่วถ่ายอินทร์กับกลินท์ตั้งแต่ทั้งสองอยู่ที่โรงแรมจนกระทั่งอินทร์ชี้หน้าด่าหมี่ซั่ว เหยียบขยี้มือถือของหมี่ซั่ว สุดท้ายเห็นข้อความด่าเต็มไปหมด เน่าถอนใจแล้วเข้าไปในห้องเห็นสายป่านที่เฝ้าเบนดูคลิปหน้าซีดเผือด

ทีวีที่โรงพยาบาลเปิดข่าวการถ่ายทอดสดเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น นักข่าวรายงานพร้อมภาพเหตุการณ์ว่า

ตอนนี้...ผู้ประสบเหตุพ่อแม่ลูกผู้เคราะห์ร้ายอยู่ในการดูแลของแพทย์เรียบร้อยแล้ว...แต่จนถึงขณะนี้ยังไร้เงาของกลินท์และอินทร์ไฮโซชื่อดัง ทนายอ้างว่าทั้งคู่ยังอยู่ในอาการตกใจ ยังไม่พร้อมที่จะให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ ทั้งกลินท์และอินทร์ต่างอยู่ในความกลัดกลุ้มกับเรื่องที่เกิดขึ้น มันเป็นเรื่องใหญ่มากโดยเฉพาะเด็กอายุสองขวบที่ต้องมารับเคราะห์ด้วย

โทรศัพท์ของอินทร์และกลินท์ดังตลอดเวลาจากคนที่โทร.มาด้วยความเป็นห่วง แต่ไม่มีใครรับสายเลย

ส่วนเบนยังนอนนิ่ง มีสายป่านกับเน่าเฝ้าอยู่ วันนี้แม่ของขนมกล้วยกับขนมกล้วยในชุดขาวมาเยี่ยมสองแม่ลูกสีหน้าไม่ดี ขนมกล้วยเอ่ยขึ้นว่า เหมือนพี่เบนแค่นอนหลับเท่านั้น

เน่าบอกว่าหมอตรวจแล้วเบนก็แค่ขาหัก บอบช้ำ มีบาดแผลจากการถูกรถชน แต่สมองไม่ได้รับความกระทบกระเทือน แต่ทำไมเบนถึงไม่ฟื้นสักที ขนมกล้วยพูดเหมือนรำพึงว่า

“หรือว่า...วิญญาณพี่เบนออกไปเดินเล่นที่ไหนสักแห่งคะ”

เน่ากับสายป่านมองหน้ากันด้วยสายตาที่สงสัยไม่น้อย เน่าบอกว่าตนก็แอบคิดเหมือนขนมกล้วยเหมือนกัน แล้วเน่าก็หันไปคุยกับสายป่านว่า

“บางทีเบนอาจจะเหมือนที่เจ้าพ่อน้ำทิพย์เคยบอกเราตอนลินท์หายไปก็ได้นะป่าน ตอนนี้ดวงจิตของเบนอาจไปอยู่ที่ไหนสักที่...ฉันจะไปหาเจ้าพ่อน้ำทิพย์”

ขนมกล้วยถามว่าใครคือเจ้าพ่อน้ำทิพย์ เน่าตัดบทว่าองค์ทรงที่พี่นับถือ ก็พอดีกลินท์ผลักประตูเข้ามา แม่และขนมกล้วยสวัสดีกลินท์แล้วทั้งสองก็ขอตัวไปวัดเลย

พอขนมกล้วยกับแม่ออกไป ทั้งห้องก็เงียบงัน

ไม่มีใครพูดกับใครเลย กลินท์หน้าจ๋อยน้ำตาคลอเดินไปถามเบนเบาๆ “เบน...เป็นไงบ้าง” สายป่านตอบเบาๆว่าเหมือนเดิม กลินท์ถามว่าพวกเขารู้เรื่องเมื่อคืนแล้วใช่ไหม อธิบายด้วยความรู้สึกผิดว่า

“ฉันไม่คิดว่าเรื่องมันจะเลวร้ายขนาดนี้ ฉันแค่อยากไปต่อว่าพี่ติ๊ว่าให้เลิกสร้างเพจจองล้างจองผลาญฉันเสียที ฉันไม่ได้รักอินทร์แล้ว แต่ทุกอย่างมันผิดพลาดไปหมด...” กลินท์ร้องไห้โฮจนสายป่านดึงไปกอดไว้ กลินท์พร่ำบอกทั้งที่ร้องไห้ว่า “ยิ่งฉันโกรธแค้นอยากเอาคืนมากเท่าไหร่ ฉันก็ยิ่งเดือดร้อนมากเท่านั้น ป่าน...ฉันอยากตาย”

สายป่านปลอบว่าอย่าคิดอะไรบ้าๆ กลินท์ยิ่งร้องไห้ พร่ำพูด...

“จริงนะป่าน ถ้าฉันตาย ตายแบบพร้อมอโหสิกรรมให้ทุกคน เรื่องมันคงจะจบ แต่พอคิดถึงเบนฉันก็ได้สติ ฉันทำอย่างนั้นไม่ได้ ฉันต้องอยู่เพื่อแก้ปัญหาที่ฉันสร้างขึ้น”

เน่าปลอบว่าการตายไม่ใช่เรื่องยาก แต่การอยู่อย่างมีสติต่างหากที่ยาก บอกกลินท์ว่าอย่าเพิ่งคิดมากเลยความจริงจะปกป้องเธอทุกอย่าง ขอแต่ให้เธอรู้สึกผิดอย่างจริงใจ พูดความจริงเท่านั้นพอ

“คุณต้องลุกขึ้นมาเป็นกำลังใจให้ฉันนะ” กลินท์จับมือเบนบีบเบาๆขอกำลังใจ

ooooooo

วันนี้...ขณะหนิมสอนโยคะเสร็จก็ได้รับโทรศัพท์จากเน่า หนิมถามว่าจะไปหาพ่อแม่วันไหน เน่าบอกว่าช่วงนี้ลินท์กับป่านมีเรื่องยุ่งๆ เบนก็ยังไม่ตื่น ตนเลยอยากอยู่ช่วยเขาก่อน ว่าจะขึ้นไปเชียงใหม่

“เอาตามที่เน่าสบายใจเลย” เน่าถามว่าโกรธหรือ หนิมบอกว่าตนจะโกรธตัวเองมากกว่าถ้าต้องบังคับให้เน่าพาไปหาพ่อแม่ตนเพื่อพูดเรื่องแต่งงานทั้งที่เน่ากำลังมีเรื่องไม่สบายใจ เน่าบอกว่ารักหนิมนะ หนิมก็บอกว่า “เราก็รักเน่า...อะไรที่เป็นความสุขความสบายใจ เราพร้อมทำให้เน่าทุกอย่าง”

เน่าขอบคุณ หนิมวางสายอย่างสบายใจ แต่วางสายแบบ...จริงๆแล้วตัวเองรู้สึกไม่ดีเลย

เมื่อเน่ากลับไปที่โรงพยาบาลไม่เห็นกลินท์ถามสายป่านว่าลินท์ไปไหน สายป่านบอกว่ากลับไปแล้วเห็นว่าจะไปแถลงข่าว เน่าบอกว่าดี ถามว่า “แล้วเธอล่ะโอเคไหม”

“ถึงเรื่องมันจะอีนุงตุงนังประดังประเดเข้ามา

แต่ถ้าลินท์คิดได้ฉันก็โอเค เพราะต่อไปลินท์คงจะเลิกยุ่งเกี่ยวกับคุณอินทร์พี่ติ๊จริงๆแล้วนะ...เธอว่าไหม?”

สายป่านขอบใจเน่าที่อยู่เป็นเพื่อนตนตลอดเวลา เน่าตอบสบายๆจริงใจว่าก็เราเป็นเพื่อนกัน บอกว่า

เดี๋ยวตนจะขึ้นเครื่องไปเชียงใหม่เลย เธออยู่ที่นี่ก็ดูแลเบนและอย่าลืมดูแลตัวเองด้วย ไม่กินข้าวมาหลายวันแล้วตนเป็นห่วง เน่าอบอุ่นแบบเพื่อนจริงๆ แต่สายป่านกลับมองเน่าอย่างรู้สึกอบอุ่นใจมากในความห่วงใยของเน่า

ที่สถานีตำรวจ นักข่าวเห็นปติมา แพม แม็คกับทนายเดินออกมาก็กรูกันเข้าสัมภาษณ์ ถามปติมาว่าตั้งใจขับรถชนกลินท์จริงใช่ไหม จะโดนข้อหาพยายามฆ่าไหม

แพมโมโห แต่แม็คชิงตัดบทว่าเรื่องนี้ให้คุณทนายตอบแทนดีกว่า ทางเรายืนยันว่าเป็นอุบัติเหตุแล้วขอตัว ทนายออกมารับหน้านักข่าวบอกว่ามีข้อสงสัยอะไรถามตนได้เลย แม็คหันไปขอให้ตำรวจช่วยคุ้มกันปติมากับแพมไปที่รถ ปติมาขอบคุณแม็คที่จัดการเรื่องทนายให้ แม็คบอกว่าคุณอินทร์สั่งไว้ให้ดูแลคุณติ๊ให้ดีที่สุด ปติมาเผลอยิ้มดีใจถามว่า “อินทร์น่ะเหรอ...”

“แล้วนี่เจ้านายตัวดีเธอหายหัวไปไหนเนี่ย” แพมถามประชด

แม็คบอกว่าหลังจากโทร.สั่งตนแล้วก็ติดต่อไม่ได้อีกเลย ปติมาบอกว่าถ้าติดต่ออินทร์ได้โทร.บอกตนด้วย

แพมแอบไม่พอใจที่ปติมายังห่วงอินทร์

ดุษฎีเครียดที่โทร.หาอินทร์แล้วไม่ติด บ่นหัวเสียว่าเอาแต่หนีตลอด น่าเบื่อ! ถามปรานีที่เป็นเลขาก็ติดต่อไม่ได้บอกว่าไม่มีใครติดต่ออินทร์ได้เลย สงสัยว่าอินทร์จะอยู่กับกลินท์เพราะเห็นว่ากลินท์นัดแถลงข่าวบ่ายนี้ ดุษฎีอึ้ง รู้สึกว่าปัญหาบานปลายไปทุกที

ooooooo

ป้าก็อตจัดเตรียมสถานที่แถลงข่าวให้กลินท์ที่ออฟฟิศ ทำไปพึมพำไปว่า

“เหมือนอย่างที่อาจารย์สร้อยสังวาลว่าจริงๆ บางเรื่องมันก็เป็นเวรกรรมที่หนียังไงก็หนีไม่พ้น”

“ใครจะทำอะไรทำไปเถอะ หนูไม่สู้คน หนูไม่ชอบมีเรื่อง” ลูกโซ่เอ่ยกลัวๆ

“คิดได้อย่างนี้ก็ดี อะไรยอมได้ก็ยอม อะไรจบได้ก็จบ” ป้าก็อตพูดแล้วมองกลินท์ “แต่ป้าเดาใจลินท์กับคุณอินทร์ไม่ถูกจริงๆว่าจะยอมหรือจะจบ”

ทุกคนมองกลินท์อย่างประเมินสถานการณ์ไม่ได้เหมือนกัน

เวลาเดียวกัน อินทร์ไปเยี่ยมครอบครัวผู้บาดเจ็บที่โรงพยาบาล ขอโทษ ให้กำลังใจ และรับปากจะดูแลจนกว่าจะรักษาจนหายดี สามีบอกว่ากลินท์ก็โทร.มาบอกว่าพร้อมจะรับผิดชอบทุกอย่าง ภรรยาพูดอย่างโล่งใจว่าพวกตนมีกันแค่สามคนลูกก็ยังเล็ก แต่พอคุณช่วยก็เบาใจ

อินทร์ขอบคุณทั้งสองและขอตัวกลับ พออินทร์ไปภรรยาชมว่าคุณอินทร์ใจดีจังเลย มิน่าคุณกลินท์ถึงชอบ สามีติงว่าจะชอบยังไงคุณอินทร์ก็มีเมียแล้ว คุณกลินท์ไม่น่าไปยุ่งเลย

อินทร์ได้ยินก็หดหู่ที่ไปถึงไหนก็มีแต่คนนินทา เขานิ่งคิดแล้วเดินออกไป

ooooooo

อ่านละคร เพลิงพรางเทียน ตอนที่ 11 วันที่ 3 มิ.ย.62

ละครเรื่อง เพลิงพรางเทียน บทประพันธ์โดย หัสวีร์
ละครเรื่อง เพลิงพรางเทียน บทโทรทัศน์โดย ปานตะวัน
ละครเรื่อง เพลิงพรางเทียน กำกับการแสดงโดย วรวิทย์ ศรีสุภาพ
ละครเรื่อง เพลิงพรางเทียน ผลิตโดย บริษัท กู้ด ฟีลลิ่ง จำกัด
ละครเรื่อง เพลิงพรางเทียน ควบคุมการผลิตโดย สมจริง ศรีสุภาพ
ที่มา ไทยรัฐ